ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
✨วันหยุดพักผ่อน มีจอกันยังง👀
( Netflix 4k ) จอส่วนตัว
𓍼 7 วัน รีโพสต์ เหลือ 19
✿ — 30 วัน รีโพสต์ เหลือ 80
• 🛼จอส่วนตัว ล็อคจอให้
— ประกันจอตลอดการใช้งาน🔐
📩 |สนใจกดหน้าโปรไฟล์ |🛝
#หารnetflix #netflixราคาถูก #หารเน็ตฟลิกซ์ #เน็ตฟลิกซ์ราคาถูก 19
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
การที่คบกันไปนานๆแล้วรู้สึกว่าอะไรๆตื่นเต้นน้อยลง มันปกติแน่
แต่ เราต้องแยกให้ออกว่า ความตื่นเต้นในความรักของเรากำลัง "หายไปจริงๆ" หรือมันแค่กำลัง "เปลี่ยนรูปแบบไป"
ตอนเริ่มรักกัน เราอาจตื่นเต้นกับการรอข้อความจากเขา การสงสัยว่าเขาคิดยังไงกับเรา การได้เจอกันแต่ละครั้ง หรือการลุ้นว่าความสัมพันธ์จะพัฒนาไปถึงไหน ความตื่นเต้นส่วนนึงมาจากการที่เรายังไม่รู้จักกันดีพอ และยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
แต่พอคบกันนานขึ้น เราไม่ต้องคอยลุ้นแล้วว่าเขาจะตอบข้อความมั้ย ถ้าเราพูดแบบนี้เขาจะทำยังไง ไม่ต้องสงสัยตลอดเวลาว่าเขารู้สึกกับเราแบบบไหน และไม่ต้องอยู่บน emotional rollercoaster ของการเริ่มต้นคสพ.อีกต่อไป
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นกับเขาได้อีก เพียงแต่ความตื่นเต้นมันค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบไป จากการลุ้นว่าอะไรจะเกิดขึ้นระหว่างเรา มาเป็นการค้นพบว่าเรายังมีมุมให้เรียนรู้เกี่ยวกับกันและกันได้อีก
ถ้าเรายัง connect กัน เราอาจตื่นเต้นกับการได้รู้ว่าเขามองโลกในมุมที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน การได้คุยกันในเรื่องที่จุดประกายความคิดของเรา การได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากกันและกัน หรือการค้นพบว่าภายใต้คนที่เราคิดว่ารู้จักดีแล้ว ยังมีอีกหลายมุมที่เราไม่เคยเห็น
เรารู้สึกว่ามันคือการที่ "ความตื่นเต้น" มันเปลี่ยนจากอะไรที่ emotional ไปเป็นอะไรที่ intellectual
แน่นอนว่าเราอาจยังรู้สึกใจเต้นแรงเวลาเขาจูบเรา ยังตื่นเต้นกับการออกไปเที่ยวด้วยกันแบบไม่ทันตั้งตัว หรือยังรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องในบางโมเม้นได้เหมือนเดิม
เพียงแต่ความรู้สึกเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่าความรักของเรายังมีชีวิตอยู่
เพราะสิ่งที่ควรแยกให้ออก คือการที่เรา "ไม่ต้องลุ้นกับเขาเหมือนวันแรกอีกแล้ว" vs การที่เรา "ไม่รู้สึกสนใจเขาอีกต่อไป"
อย่างแรกเป็นผลของการที่เรารู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในคสพ.มากขึ้น
แต่อย่างหลังเป็นวันที่เราเลิกอยากรู้ว่าเขาคิดอะไร เลิกสนใจว่าเขากำลังรู้สึกยังไง หรือคิดว่าเรารู้จักเขาดีหมดแล้วจนไม่มีอะไรให้น่าค้นพบอีก นี่แหละอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเราเริ่ม disconnect กัน
ใช่ ความรักที่ดีไม่ต้องหวือหวาตลอดไป และการที่คนรักอาจไม่ทำให้ใจเราเต้นแรงเหมือนวันแรกอีกแล้วมันไม่เป็นไรเลย ตราบใดที่เขายังทำให้เราอยากรู้จักเขามากขึ้น และยังทำให้เราได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ในโลกใบเดิมของเราสองคนได้เสมอ
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
จากใจคนแต่งงานแล้ว และผ่านช่วงเวลานรกมา อยากบอกว่า ก่อนจะแต่งงานควรเปิดใจคุยทุกเรื่อง ย้ำว่าทุกเรื่อง เพราะปัญหาหลังแต่งงานมันจะเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องจุกจิก
ลองคิดภาพแค่เรื่องง่ายๆ นะ
- นอนแอร์กี่องศา อีกคน 26 อีกคน 22 แค่นึ้ก็อยู่ด้วยกันไม่ไหวละนะ แล้วการนอนมันสำคัญไง ถ้านอนไม่ดี สุขภาพกายและใจ พัง
- การใช้ชีวิต อีกคนชอบสะอาด อีกคนสบายๆ มาอยู่ด้วยกัน คนรักสะอาดหงุดหงิด คนสบายๆ กดดัน ทะเลาะกัน
- เงิน เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก จะใช้อะไรยังไง เงินแบ่งยังไง คุยกันให้เคลียร์ ของซ้อ คุยจบตั้งแต่ ผช มาจีบเลย ว่าต้องแบบไหน ok ไหม ถ้าไม่ ok แยกย้าย ไม่คุยต่อเสียเวลา
- ครอบครัวแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะแม่สามี คือปัญหาใหญ่มาก คุยให้ชัด และต้องดูด้วยว่า ผช ปกป้องเราไหม ถ้า ผช เป็น mama boy แม่ถูกทุกอย่าง เราจะ suffer ถามตัวเองทนได้มั้ย
- รสนิยมการใช้ชีวิต อีกคนประหยัด อีกคนหรูหรา มันจะไปกันไม่ได้
การแต่งงานมันจะทะเลาะกันด้วยเรื่องจุกจิกเยอะมาก เช่น
ยกฝาชักโครก
นอนกรนไหม
เก็บของเข้าที่ไหม
กางเกงในเลข 8 ไหม
แอร์กี่องศา
เรื่องพวกนี้ มันมีรายวัน แล้วเราทำงานเหนื่อยๆมา เจอวันเดียวยังไม่เท่าไหร่ แต่เจอทุกวัน สภาพจิตใจเรามันจะไม่ไหว เครียด ทะเลาะและพัง คู่รักชวนกันไปหย่าเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆสะสมทุกวันเยอะมาก
การใช้ชีวิตคู่มันโคตรยาก ยากมากๆ ต้องใช้ทั้งความรัก เข้าใจ อดทน ให้อภัย ทะเลาะ ตีกัน ด่ากัน วนมาให้อภัย เข้าใจ ดีกัน ตีกัน มันจะวนๆแบบนี้
แรกๆที่ซ้อแต่งงาน ชวนกันไปหย่าทุก 7 วันอ่ะ ทะเลาะกันแบบ non stop hit มาก กว่าจะจูนกันได้ คือ 2 ปี เหนื่อยมาก ถ้าอดทนไม่พอ จบที่หย่าแน่นอน
ดังนั้นถ้าจะใช้ชีวิตกับใคร แนะนำ เปิดใจคุยกันทุกเรื่อง อย่าให้มีเรื่องใดติดค้างใจเลย ถ้ามีอย่าแต่ง เพราะหลังแต่ง มันจะมีสารพัดเรื่องมากมายมารบกวนจิตใจให้ปวดหัว
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
จริงมั้ยที่เพื่อนสนิท ถึงจะสนิทมากแค่ไหนก็อาจผิดใจกันได้ซักวัน บางคนถึงกับไม่พูดกันไปตลอดชีวิตเลย
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
love language ของเรากับแฟน คือ quality time เพราะงั้นจะมีกฏที่ไม่เคยตกลงกัน แต่เป็นกันไปเอง ก็คือเวลากินข้าวด้วยกันจะไม่แตะโทรศัพท์เลย และถ้าต้องหยิบขึ้นมาทำอะไร จะบอกกันเลยว่า "ขอโทษนะ ขอตอบงานแปปนึง" "แปปนึงนะคับ มีอีเมลด่วนเข้ามา" ทำอะไรเสร็จก็จะวางเลย
บางคนอาจจะมองว่ากับแฟนที่คบมานาน มันต้องเกรงใจกันขนาดนี้เลยหรอ 555 แต่สำหรับพวกเรามันคือวิธีแสดงว่าเราเคารพและเห็นคุณค่าของเวลาที่เราตั้งใจมีด้วยกันอ่ะ
แค่เป็นภาษารักของเราเท่านั้น สำหรับใครที่เล่นมือถือแบบเงียบๆอยู่ข้างๆกัน มันก็ได้นะถ้าเรามีความสุขกับการใช้เวลาด้วยกันแบบนั้น ไม่ได้มีผิดถูก
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
ขอแอบเสริม คนที่ small talk เก่ง คุยได้ทุกเรื่องทุกวงสนทนา เท่าที่เจอส่วนใหญ่จะเป็นคนรอบรู้มากๆ ชอบอ่าน ชอบรู้ conversation มันจะไหลได้เรื่อยๆ คุยได้กับทุกคน พูดได้แบบมั่นใจอะ เหมือนคลังในหัวเค้าเยอะ หยิบจับอะไรออกมาพูดได้หมด
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
คนที่พูดเก่งแบบ small talks คุยแล้วบรรยากาศไหลๆคือคนที่พ่อแม่เลี้ยงมาแบบให้ตัดสินใจอะไรเองแต่เด็ก ทำให้เด็กมีความมั่นใจ นำไปสู่การกล้าพูด แก่นของมันคือความมั่นใจ ถ้าอยากฝึกต้องเริ่มจากการมั่นใจในตัวเองก่อน
คุณหมอท่านนึ่งให้คำปรึกษาผู้ป่วยทางจิตมาร้อยกว่าเคสชีแนะนำนี่ง่ายๆช่วง burnout ว่า
“เวลาที่เราคิดมากกับอะไรมากเกินไป ลองกลับมาใช้ชีวิตให้มีความสุขดูบ้าง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้จักรวาลจัดการส่วนที่เหลือเอง สิ่งดีๆจะถูกดึงดูดด้วยคลื่นความถี่ที่ดี 🌷✨”
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
เพราะการ "ไม่มีอะไรจะเล่า" แล้ว คือสัญญาณของ disconnection
และจากใจเลยนะ เราว่า disconnection เป็นจุดเริ่มต้นของแทบทุกปัญหาในความสัมพันธ์เลย
เพราะพอไม่ได้รู้สึก connect กันแล้ว เราก็อาจเริ่มมองกันเป็นคนอื่น ค่อยๆ เลิกรู้สึกว่าอีกคนเป็นส่วนนึงในชีวิตเราเหมือนเดิม
นอกใจกันได้ เพราะไม่มีความรู้สึกผูกพันมารั้งไว้ ไม่ให้เกียรติกันได้ ลืมเรื่องสำคัญของอีกคนได้ ลืมนึกถึงอีกคนก่อนจะตัดสินใจอะไรได้ เพราะไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนของเราอีกแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นทีมเดียวกัน ไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เราต้องปกป้อง ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเขา หรือเป็นคนที่เราอยากให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อีกต่อไปแล้ว
เพราะพอเราห่างกัน สิ่งที่ค่อยๆ หายไป คือจุดเชื่อมโยงระหว่างการกระทำของเรา กับความรู้สึกของเขา...
ไม่ได้หมายความว่าทุกปัญหาต้องเกิดจาก disconnection เพียงอย่างเดียว หรือทุกคนที่รู้สึกห่างเหินจะต้องหันมาทำร้ายกัน แต่เราคิดว่าการสูญเสียความรู้สึกใกล้ชิดกันไป มันทำให้ความใส่ใจและความรู้สึกที่จะอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้มันค่อยๆ ลดลงตามไปด้วย
และบางทีสัญญาณว่าเราเริ่มห่างกัน มันไม่ใช่ว่าวันนึงเราลุกขึ้นมาทะเลาะกันใหญ่โตหรอก
แต่มันคือความเงียบระหว่างกันนี่แหละ การที่เราไม่ค่อยอยากรู้แล้วว่าวันนี้เขาเจออะไรมาบ้าง ไม่ได้ตั้งตารอฟังเรื่องราวของเขาเหมือนเมื่อก่อน เราเองก็ไม่รู้สึกอยากเล่าอะไรให้เขาฟังอีกแล้ว
แล้ว connection มันหน้าตาเป็นยังไง?
มันไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีเรื่องสำคัญให้คุยกันตลอดเวลา หรือต้อง deep talk กันทุกวัน
แต่มันคือการที่เราอยากเล่าว่าวันนี้กินอะไรมา เจอเรื่องตลกอะไร หรือมีเรื่องเล็กๆ อะไรที่ทำให้เราดีใจ หรือเรื่องเล็กๆที่อยากปรึกษา เพราะเราอยากให้เขารับรู้เรื่องราวในชีวิตเรา และเราก็อยากรับรู้เรื่องราวในชีวิตเขาเหมือนกัน
ต่อให้เป็นเรื่องธรรมดาแค่ไหน เราก็ยังอยากฟัง เรายังยิ้มไปกับเรื่องที่เขาเล่า และยังรู้สึกว่าการได้แบ่งปันเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ให้กันฟังเป็นเรื่องพิเศษระหว่างเรา
เพราะการที่เราอยากเล่าเรื่องเล็กๆ ในแต่ละวันให้ใครสักคนฟัง คือการที่เราอยากมีเขาอยู่ในปัจจุบันของเรา
และการที่เราอยากแบ่งปันความฝันและตัวตนของเราให้เขารู้จัก ก็คือการที่เราอยากมีเขาอยู่ในอนาคตของเราด้วยเหมือนกัน
เพราะจริงๆแล้ว “ไม่มีอะไรจะเล่า”
เกิดจากไม่มีใจอยากเล่าให้ฟังแล้ว ㅠㅠเพราะเมื่อใจยังอยู่ ต่อให้เป็นเรื่องเล็กแค่ไหน ต่างฝ่ายต่างก็คงอยากแบ่งปัน
กินอะไรมา เจออะไร เหนื่อยไหม วันนี้มีเรื่องตลกอะไรบ้าง….
แต่พอหมดใจ เรื่องราวในชีวิตก็ยังมีเท่าเดิม เพียงแต่เราอาจไม่ใช่คนแรกที่เขาอยากนึกถึงอีกต่อไป
ความสัมพันธ์บางคู่เลยไม่ได้จบเพราะไม่มีเรื่องให้คุย แต่เพราะไม่มีความรู้สึกมากพอ ที่จะอยากให้อีกคนอยู่ในเรื่องราวของเราแล้วจริงๆ เศร้านะ 🥲
ทุกคนคิดว่าการที่แฟนไม่ค่อยลงรูปคู่ ไม่ค่อยพูดถึงเราในโซเชียล หรือแม้แต่รูปเราในโทรศัพท์เขาก็แทบไม่มี เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือสำคัญคะ
แฟนเราเป็นคนไม่ค่อยถ่ายรูปเราเลย แทบไม่เคยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเราเอง จนบางทีก็น้อยใจโคตร ๆ เคยพูดเรื่องนี้ไปหลายรอบมาก แต่ก็ยังเหมือนเดิม เขาให้เหตุผลว่าเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่ในโทรศัพท์กลับมีรูปเพื่อน ๆ ที่เขาเคยถ่ายไว้เต็มไปหมด
เลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ เหรอคะที่เมื่อก่อนเคยชอบถ่ายรูป แต่พอมาปัจจุบันกลับไม่ชอบแล้ว หรือจริง ๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับว่าเป็นใครมากกว่ากัน
มีใครเคยเจอปัญหาแบบนี้กับแฟนบ้างคะ แล้วจัดการความรู้สึกตัวเองหรือปรับความเข้าใจกันยังไงให้ความสัมพันธ์ไปต่อได้ อยากฟังประสบการณ์จากทุกคนค่ะ
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
จริง 10000% การได้โดยที่ไม่ต้องร้องขอเลยแรก ๆ โคตรรู้สึกแปลก เพราะมันไม่ค่อยมีใครทำให้อะ แล้วพอได้รับจริง ๆ มันแปลกใจว่าคน green flags จริง เขาเป็นแบบนี้กัน มันคือ basic love ที่ควรทำให้กันแต่คนไม่ค่อยทำมันเลยแปลก แล้วอีกอย่างที่ดีกับใจมากคือ รู้ว่าเราทำได้แต่จะทำให้ เช่น การดูแลตัวเราเอง เราทำมันอยู่ทุกวัน ทำมาทั้งชีวิตของเรา แต่พอมีเขามาช่วยดูแลอีกคนมันก็ดีไปอีกแบบ เวลาเจออะไรเล่าให้ฟังได้ทุกอย่าง แล้วเขาไม่ได้รับฟังเฉย ๆ ไม่มีคำพูดบั่นทอน มีแต่ปลอบใจและซัพพอร์ต i love lesbain ที่สุดเลย
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
มันมีผลจริงๆแหละ การอยู่ในกรอบทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าคุยกับใคร ยิ่งถ้าตอนเด็กทำผิดพลาดแล้วโดนตะคอกนะ กุยอมไม่ทำดีกว่าทำโดนด่า ไปไหนก็ต้องรายงาน ต้องกลับตรงเวลา กลับดึกไม่ได้เพราะที่บ้านรอ ให้นอนก่อนก็ไม่นอน เลยไม่ไปแม่งง่ายกว่า
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
ไปเจอประโยคนี้มา “ในที่สุดก็โตถึงวัยที่พ่อแม่อนุญาตให้ออกไปเที่ยวได้แล้ว แต่พวกเขาดันเลี้ยงเรามาจนกลายเป็น introvert ที่ชอบอยู่แต่บ้าน” เธอว่าการเลี้ยงดูมันมีผลจริงมั้ย ที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น หรือมันเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวมากกว่า
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
นี่ไง มันมาถึงแล้วยุคที่ gap ความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์มันห่างชั้นกันไปเรื่อยๆ คนใช้ ai เป็น vs คนที่มีอะไรก็พึ่งแต่เอไอ อะไรก็เอาแต่พิมพ์ถามเอไอ จะไม่มีทางเหมือนกัน ซึ่งเคสนี้คืออย่างหลัง
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
ทำไมผู้ชายบางคนไม่ค่อยโตงงแบบ ต้องบอกถึงคิดได้ พี่นี่ก็เป็นนี่ว่าเกิดจากการเลี้ยงดูจริงๆนะ ไม่ใช่ว่าแม่เลี้ยงไม่ดี แต่พอเป็นผชเหมือนแม่ไม่ค่อยสั่งสอนอ่ะแบบไม่อยากยุ่งมาก คิดว่าเป็นผชแล้วมีความคิด ผชบางคนเลยไม่ค่อยมีความคิดถึงความรู้สึกคนอื่นไรเงี้ย แบบภาพรวมการอยู่ร่วมกัน not all
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
เดี๋ยวนี้คนเราแต่งงาน มีลูก เลิกกันหมด อยู่คนเดียว ไม่สร้างครอบครัว ไม่มีภาระไม่ผูกพัน มีความสัมพันธ์ก็ไม่ all in หมดยุคลงหลักปักฐานแล้ว ไม่ต้องมาคอยคาดหวังอะไรกัน วันนี้อยากรักเดี๋ยวรัก วันนี้กำลังวุ่นวายกับตัวเองอยากมีโหมดส่วนตัว ก็ไม่มีใครต้องมาอะไร อาจจะทุกข์น้อยกว่า
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
เวลาเห็นคู่สามีภรรยาเลิกกัน ด้วยเหตุผลว่าพอมีลูก ภรรยาก็เอาแต่โฟกัสลูก ชีวิตมีแต่ลูก ไม่มีเวลาให้สามี ชั้นฟังแล้วขมวดคิ้วทุกที นั่นก็ลูกมึงมั้ยเอ่ยย ที่ภรรยาไม่มีเวลาเพราะไม่มีใครช่วยแบ่งเบารึเปล่า หรือไว้ใจให้สามีดูลูกไม่ได้เพราะสามีไม่เอาไหนมั้ย เมียไม่มีเวลาอ่ะ แทนที่จะช่วยแบ่งเบา ช่วยแก้ปัญหา มาโกรธมางอนอะไร บางคนเลยเถิดเอาเป็นเหตุผลในการนอกใจไปอีก ถึงว่า Women to Women ที่บอกต่อกันมากที่สุดคืออย่าเพิ่งท้องถ้าไม่มั่นใจ
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
เห็นด้วย แบบมีคนเตือนเยอะมากว่าตอนรับปริญญาอย่าเน้นถ่ายเป็น pre-wedding เกิน50% มีสิทธิ์เลิกสูง
ชีวิตนี้ขอแค่นอนพอ retweeted
แก้ปัญหาพวกขี้กังวล พวก Perfectionists ที่ชอบเครียดล่วงหน้า
- ส่วนใหญ่เรื่องที่กังวลมักไม่ค่อยเกิด
- ถ้ากังวลแล้วคำตอบไม่เปลี่ยน อย่าคิดถึงอีก
- ถ้ากังวลแล้วยังไม่ได้คำตอบ ก็พักไว้ก่อน
- ลงมือเขียนออกมา
- ถ้าเครียดตอนกลางคืน นอนซะ ตื่นมาหาย
- ก่อนจะกังวล ลองขยับทำอะไรดูก่อน































