Pinned Tweet
"แฟนคนเดียวต้องเป็นทุกอย่างในชีวิตเราขนาดนั้นเลยเหรอ"
เห็นโพสนี้แล้วจู่ๆก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เคยฟัง Esther Perel เล่าว่า คนสมัยนี้คาดหวังให้แฟนเล่นบทเยอะมากนะ ต้องเป็นคนรักที่ดี ต้องเป็นเพื่อนสนิท ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง ต้องเข้าใจเรา ต้องรับฟังเรา ต้องอยู่ข้างเราเวลาเราแย่
ต้องเป็นคนที่เราไปหาได้เป็นคนแรกเวลามีปัญหา แล้วก็ยังต้องทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ไม่เบื่อกัน ทั้งโรแมนติก ทั้งเร่าร้อน และมี chemistry กันไปนานๆ อีก
มันมากเกินไปมั้ยนะ สำหรับคนๆเดียว แล้วมันจำเป็นมั้ยที่จะต้องขอเยอะขนาดนั้น
Esther Perel เคยพูดถึงเรื่องนี้ประมาณว่า เมื่อก่อนสิ่งที่เราต้องการจากคนหนึ่งคน อาจเป็นสิ่งที่ทั้งครอบครัว เพื่อน และ community ของเราช่วยกันเติมให้เรา
แต่ทุกวันนี้เรากลับเอาทุกอย่างมารวมไว้ที่ “แฟน” อยากได้คนที่เข้าใจเราที่สุด อยากได้คนที่เป็น safe space ของเรา อยากได้คนที่เป็นทั้งเพื่อน ทั้งคนรัก ทั้งที่ปรึกษา แล้วพอเขาทำไม่ได้ หรือพลาดไปแค่เรื่องเดียว ก็กลายเป็นว่า “ทำไมเธอไม่เข้าใจเราเลย” ซะงั้น ทั้งที่จริงๆ บางทีเขาอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องเป็นทุกอย่างให้เราก็ได้
บางเรื่องเราไปคุยกับเพื่อนก็ได้ บางเรื่องกลับไปใช้เวลากับครอบครัวก็ได้ บางเรื่องก็อาจคุยกับ therapist หรือบางเรื่องก็แค่เป็นเรื่องของเราเองว ที่เราค่อยๆ จัดการมันด้วยตัวเองก็ได้
พอมานั่งคิดดู ต่อให้เรารักใครมากๆ เราก็ยังควรเป็น “เรา” ได้อยู่ไม่ใช่หรอ ยังมีความคิดของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีงานอดิเรกของตัวเอง มีเวลาที่อยากอยู่คนเดียว มีชีวิตบางส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวกับแฟนเลย ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องของการ “เว้นระยะ” จากกัน แต่จริงๆ การทำให้ความสัมพันธ์ได้ "หายใจ" ได้มากขึ้น มันเป็นเรื่องดีนะ
เราออกไปใช้ชีวิตของเรา เจอเพื่อน ทำสิ่งที่ชอบ มีเรื่องใหม่ ๆ กลับมาเล่าให้กันฟัง ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอด ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างของกันและกัน และไม่จำเป็นต้องให้คนคนเดียวรับผิดชอบความสุข ความเหงา ความมั่นคง หรือทุกปัญหาในชีวิตของเรา
เพราะบางทีความสัมพันธ์ที่ดี อาจไม่ใช่การที่คนสองคนกลายเป็น “โลกทั้งใบ” ของกันและกัน แต่อาจเป็นการที่เรายังมีโลกของตัวเองอยู่ แล้วก็เลือกที่จะกลับมาแบ่งปันโลกนั้นให้กันฟัง
อาจจะไม่ใช่ “เธอคือทุกอย่างของฉัน” แต่อาจเป็น “ฉันมีชีวิตของฉัน และดีใจมากที่มีเธออยู่ในนั้น”
แปล
มีงานอดิเรกเหอะ จะได้เลิกไปตกหลุมรักเรี่ยราดอย่างไร้สติ คนที่สมองว่างจัดมักจะเอาความเหงามาตีค่าสลับกับความรักเสมอ แต่คนที่มีอะไรให้ทำหัวไม่ว่างมักจะมีมาตรฐาน
เพราะพอในแต่ละวันมันถูกอัดแน่นไปด้วยเรื่องอย่างการยกเวท สร้างงาน อ่านหนังสือ เรียนรู้เรื่องนู้นเรื่องนี้ ก็จะเลิกวิ่งแจ้นไปตามจิกตามจี้คนอื่นเพื่อหาความตื่นเต้นใส่ตัว เพราะคนเรามันดันมีนิสัยเสียขั้นสุดในการเอาเศษความสนใจที่คนอื่นโยนมาให้ไปโรแมนติไซส์ซะดิบดี ทั้งที่ความจริงแล้ว ความสนใจเหล่านั้นมันไม่ได้มีความเข้มข้นหรือเจตนาแบบเดียวกันพุ่งมาที่เราสักนิด ส่วนใหญ่แล้วมันก็แค่ "อยากหาอะไรทำแก้เบื่อ" เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ความรู้สึกโหยหาแบบที่กำลังสับสนอยู่หรอก
และชั้นก็เชื่อสุดใจเลยว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดมันเกิดขึ้นตอนที่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคนสองคนเดินมาจอยกัน ไม่ใช่เอาเศษซากคนเหงา 2 คนมาพยายามยัดเยียดให้อีกฝ่ายกลายเป็นงานอดิเรกแก้เหงา เพราะความสัมพันธ์สภาพนั้น มันจะสร้างแรงกดดันมหาศาลจนสุดท้ายก็พังพินาศยับเยินไม่เป็นท่าอยู่ดี
โทรหามี๊แปป retweeted
แฟค
บางทีความรักก็น่าสงสาร
พอความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง เราก็คิดว่าความรักครั้งนี้คงไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว แต่เราเคยกลับมาถามตัวเองมั้ยว่า เราเองรึเปล่าที่ค่อยๆ ละเลยสิ่งที่ทำให้ความรักครั้งนี้เคยรู้สึกดี?
ว่ากันว่า “รักที่ดีมันจะต้องง่าย” ไม่ใช่หรอ? เราว่าบางครั้งเราคาดหวังจากความรักมากเกินไป เพราะเราอาจเข้าใจมันผิดไปตั้งแต่แรก
เราชอบคิดว่าความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชีวิตของมันเอง ที่เติบโตได้ด้วยตัวของมันเอง ที่เมื่อเราเจอคนที่ใช่แล้ว ความรักก็ควรจะทำให้เรามีความสุข ตื่นเต้น และรู้สึกเติมเต็มไปได้ตลอด เพราะเราได้เจอ happy ending เหมือนในหนังแล้วไม่ใช่หรอ?
ในชีวิตจริง ความรักที่ดีมันง่ายได้ แต่ง่ายแปลว่าเราต้องทิ้งขว้างมันงั้นหรอ?
เราว่าไม่นะ เราว่าเราเองก็ต้อง "ตั้งใจรัก" ด้วย
เราอยากให้ความรักยังตื่นเต้น อยากให้แฟนยังเป็นคนที่น่าสนใจ แต่ถ้าทุกวันเราเอาแต่นั่งเล่นมือถือกันทั้งวัน แทบไม่คุยกัน ไม่ชวนกันทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้สนใจว่าอีกคนกำลังคิดอะไรหรือสนใจอะไร แล้วเราจะคาดหวังให้ความสัมพันธ์มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นจากไหน?
ถ้าเราเองก็ไม่ได้พยายามสร้างอะไรขึ้นมา แต่กลับคาดหวังให้อีกคนเป็นฝ่ายทำให้ความรักไม่น่าเบื่ออยู่เสมอ หรือแม้แต่คาดหวังให้ความรักมัน magically ตื่นเต้นไปตลอด เราว่ามันก็ไม่ค่อยสมเหตุผล
ตอนจีบกันใหม่ๆ เราตื่นเต้นกับการออกไปเดต แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ให้กัน ตั้งใจเลือกของขวัญ วางแผนเซอร์ไพรส์ หรือหาอะไรทำด้วยกัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอะไรแบบนี้มันสนุกและน่าตื่นเต้นไม่ใช่หรอ? แล้วใครบอกว่าพอหลายปีผ่านไป เราต้องเลิกทำอะไรแบบนี้ให้กันด้วยนะ?
ทำไมพอคสพ.เริ่มมั่นคง เราถึงค่อยๆ เลิกตั้งใจทำอะไรพิเศษให้กัน เลิกทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้อีกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ "สนิทกันแล้ว รู้อยู่แล้วว่ารัก ลืมให้ของขวัญวันเกิดสักปีไม่เป็นไรหรอก" "เขารู้เรางานยุ่ง เราพยายามสร้างครอบครัวกันอยู่ ช่วงนี้ไม่ได้กินข้าวด้วยกันก็ไม่เป็นไรหรอก" จากไม่เป็นไรแค่ครั้งเดียว ก็กลายเป็นไม่เป็นไรไปเรื่อย ๆ จนบางทีเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า เราเลิกใส่ใจสิ่งเหล่านี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วพอเวลาผ่านไป เรากลับสงสัยว่าทำไมความรักถึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อน...
คบกันไปนานๆ ชีวิตมีเรื่องให้รับผิดชอบมากขึ้น การใช้ชีวิตตามกิจวัตรเดิมๆมากขึ้นเป็นเรื่องที่ธรรมดา และเราไม่ได้ต้องทำให้ทุกวันเหมือนช่วงฮันนีมูนแรกๆที่จีบกันหรอก
การดูแลความรักระยะยาวไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต
บางทีมันอาจจะมาในรูปแบบโน้ตเล็กๆ ที่เขียนทิ้งไว้ให้กัน เซอร์ไพรส์เล็กๆ บนเตียงก่อนนอน ขนมที่ซื้อกลับมาเพราะนึกถึงกัน หรือช่วงเวลาดีๆ เล็กน้อยที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาในบ่ายวันธรรมดาวันนึง
อาจเป็นการวางโทรศัพท์ลงแล้วตั้งใจฟังเรื่องที่อีกคนอยากเล่าจริงๆ หรือการชวนคุยเรื่องใหม่ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกันในมุมที่ไม่เคยเห็นมากขึ้น
และทั้งหมดนี้ ก็เป็นหน้าที่ของทั้งสองคนด้วยนะ ไม่ใช่ว่าต้องมีใครที่คอยพยายามอยู่คนเดียว
สำหรับเรา ความรักควรเป็นเรื่องง่ายในแง่ที่ว่า เราไม่ควรต้องฝืนเป็นคนอื่น ไม่ต้องคอยเล่นเกม หรือพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองเพื่อให้ใครสักคนรักเรา แต่ความรักที่ดีไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ต้องพยายามรักษามันเลย
บางทีความรักอาจยังเป็นความรักที่ดีเหมือนเดิม แต่เราอาจลืมทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้คนคนเดิมรู้สึกพิเศษสำหรับเรา
โทรหามี๊แปป retweeted
กินใจทุกบรรทัดเลย
บางทีความรักก็น่าสงสาร
พอความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง เราก็คิดว่าความรักครั้งนี้คงไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว แต่เราเคยกลับมาถามตัวเองมั้ยว่า เราเองรึเปล่าที่ค่อยๆ ละเลยสิ่งที่ทำให้ความรักครั้งนี้เคยรู้สึกดี?
ว่ากันว่า “รักที่ดีมันจะต้องง่าย” ไม่ใช่หรอ? เราว่าบางครั้งเราคาดหวังจากความรักมากเกินไป เพราะเราอาจเข้าใจมันผิดไปตั้งแต่แรก
เราชอบคิดว่าความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชีวิตของมันเอง ที่เติบโตได้ด้วยตัวของมันเอง ที่เมื่อเราเจอคนที่ใช่แล้ว ความรักก็ควรจะทำให้เรามีความสุข ตื่นเต้น และรู้สึกเติมเต็มไปได้ตลอด เพราะเราได้เจอ happy ending เหมือนในหนังแล้วไม่ใช่หรอ?
ในชีวิตจริง ความรักที่ดีมันง่ายได้ แต่ง่ายแปลว่าเราต้องทิ้งขว้างมันงั้นหรอ?
เราว่าไม่นะ เราว่าเราเองก็ต้อง "ตั้งใจรัก" ด้วย
เราอยากให้ความรักยังตื่นเต้น อยากให้แฟนยังเป็นคนที่น่าสนใจ แต่ถ้าทุกวันเราเอาแต่นั่งเล่นมือถือกันทั้งวัน แทบไม่คุยกัน ไม่ชวนกันทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้สนใจว่าอีกคนกำลังคิดอะไรหรือสนใจอะไร แล้วเราจะคาดหวังให้ความสัมพันธ์มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นจากไหน?
ถ้าเราเองก็ไม่ได้พยายามสร้างอะไรขึ้นมา แต่กลับคาดหวังให้อีกคนเป็นฝ่ายทำให้ความรักไม่น่าเบื่ออยู่เสมอ หรือแม้แต่คาดหวังให้ความรักมัน magically ตื่นเต้นไปตลอด เราว่ามันก็ไม่ค่อยสมเหตุผล
ตอนจีบกันใหม่ๆ เราตื่นเต้นกับการออกไปเดต แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ให้กัน ตั้งใจเลือกของขวัญ วางแผนเซอร์ไพรส์ หรือหาอะไรทำด้วยกัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอะไรแบบนี้มันสนุกและน่าตื่นเต้นไม่ใช่หรอ? แล้วใครบอกว่าพอหลายปีผ่านไป เราต้องเลิกทำอะไรแบบนี้ให้กันด้วยนะ?
ทำไมพอคสพ.เริ่มมั่นคง เราถึงค่อยๆ เลิกตั้งใจทำอะไรพิเศษให้กัน เลิกทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้อีกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ "สนิทกันแล้ว รู้อยู่แล้วว่ารัก ลืมให้ของขวัญวันเกิดสักปีไม่เป็นไรหรอก" "เขารู้เรางานยุ่ง เราพยายามสร้างครอบครัวกันอยู่ ช่วงนี้ไม่ได้กินข้าวด้วยกันก็ไม่เป็นไรหรอก" จากไม่เป็นไรแค่ครั้งเดียว ก็กลายเป็นไม่เป็นไรไปเรื่อย ๆ จนบางทีเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า เราเลิกใส่ใจสิ่งเหล่านี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วพอเวลาผ่านไป เรากลับสงสัยว่าทำไมความรักถึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อน...
คบกันไปนานๆ ชีวิตมีเรื่องให้รับผิดชอบมากขึ้น การใช้ชีวิตตามกิจวัตรเดิมๆมากขึ้นเป็นเรื่องที่ธรรมดา และเราไม่ได้ต้องทำให้ทุกวันเหมือนช่วงฮันนีมูนแรกๆที่จีบกันหรอก
การดูแลความรักระยะยาวไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต
บางทีมันอาจจะมาในรูปแบบโน้ตเล็กๆ ที่เขียนทิ้งไว้ให้กัน เซอร์ไพรส์เล็กๆ บนเตียงก่อนนอน ขนมที่ซื้อกลับมาเพราะนึกถึงกัน หรือช่วงเวลาดีๆ เล็กน้อยที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาในบ่ายวันธรรมดาวันนึง
อาจเป็นการวางโทรศัพท์ลงแล้วตั้งใจฟังเรื่องที่อีกคนอยากเล่าจริงๆ หรือการชวนคุยเรื่องใหม่ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกันในมุมที่ไม่เคยเห็นมากขึ้น
และทั้งหมดนี้ ก็เป็นหน้าที่ของทั้งสองคนด้วยนะ ไม่ใช่ว่าต้องมีใครที่คอยพยายามอยู่คนเดียว
สำหรับเรา ความรักควรเป็นเรื่องง่ายในแง่ที่ว่า เราไม่ควรต้องฝืนเป็นคนอื่น ไม่ต้องคอยเล่นเกม หรือพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองเพื่อให้ใครสักคนรักเรา แต่ความรักที่ดีไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ต้องพยายามรักษามันเลย
บางทีความรักอาจยังเป็นความรักที่ดีเหมือนเดิม แต่เราอาจลืมทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้คนคนเดิมรู้สึกพิเศษสำหรับเรา
โทรหามี๊แปป retweeted
สำหรับนี่ยิ่งรักยิ่งต้องใส่ใจหมั่นเติมความรักอะ ถ้าใส่ใจน้อยลงเตรียมโบกมือลาเลยแหละ เรื่องใหญ่สำหรับเรามาก ไม่อยากให้แฟนคิดว่าคบนานแล้วลดความเอาใจใส่ลงอยากได้ความสม่ำเสมอแบบทุกวัน ไม่ต้องการความตื่นเต้นแต่อยากได้รับความเอาใจใส่ 😭
บางทีความรักก็น่าสงสาร
พอความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง เราก็คิดว่าความรักครั้งนี้คงไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว แต่เราเคยกลับมาถามตัวเองมั้ยว่า เราเองรึเปล่าที่ค่อยๆ ละเลยสิ่งที่ทำให้ความรักครั้งนี้เคยรู้สึกดี?
ว่ากันว่า “รักที่ดีมันจะต้องง่าย” ไม่ใช่หรอ? เราว่าบางครั้งเราคาดหวังจากความรักมากเกินไป เพราะเราอาจเข้าใจมันผิดไปตั้งแต่แรก
เราชอบคิดว่าความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีชีวิตของมันเอง ที่เติบโตได้ด้วยตัวของมันเอง ที่เมื่อเราเจอคนที่ใช่แล้ว ความรักก็ควรจะทำให้เรามีความสุข ตื่นเต้น และรู้สึกเติมเต็มไปได้ตลอด เพราะเราได้เจอ happy ending เหมือนในหนังแล้วไม่ใช่หรอ?
ในชีวิตจริง ความรักที่ดีมันง่ายได้ แต่ง่ายแปลว่าเราต้องทิ้งขว้างมันงั้นหรอ?
เราว่าไม่นะ เราว่าเราเองก็ต้อง "ตั้งใจรัก" ด้วย
เราอยากให้ความรักยังตื่นเต้น อยากให้แฟนยังเป็นคนที่น่าสนใจ แต่ถ้าทุกวันเราเอาแต่นั่งเล่นมือถือกันทั้งวัน แทบไม่คุยกัน ไม่ชวนกันทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้สนใจว่าอีกคนกำลังคิดอะไรหรือสนใจอะไร แล้วเราจะคาดหวังให้ความสัมพันธ์มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นจากไหน?
ถ้าเราเองก็ไม่ได้พยายามสร้างอะไรขึ้นมา แต่กลับคาดหวังให้อีกคนเป็นฝ่ายทำให้ความรักไม่น่าเบื่ออยู่เสมอ หรือแม้แต่คาดหวังให้ความรักมัน magically ตื่นเต้นไปตลอด เราว่ามันก็ไม่ค่อยสมเหตุผล
ตอนจีบกันใหม่ๆ เราตื่นเต้นกับการออกไปเดต แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ให้กัน ตั้งใจเลือกของขวัญ วางแผนเซอร์ไพรส์ หรือหาอะไรทำด้วยกัน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอะไรแบบนี้มันสนุกและน่าตื่นเต้นไม่ใช่หรอ? แล้วใครบอกว่าพอหลายปีผ่านไป เราต้องเลิกทำอะไรแบบนี้ให้กันด้วยนะ?
ทำไมพอคสพ.เริ่มมั่นคง เราถึงค่อยๆ เลิกตั้งใจทำอะไรพิเศษให้กัน เลิกทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้อีกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ "สนิทกันแล้ว รู้อยู่แล้วว่ารัก ลืมให้ของขวัญวันเกิดสักปีไม่เป็นไรหรอก" "เขารู้เรางานยุ่ง เราพยายามสร้างครอบครัวกันอยู่ ช่วงนี้ไม่ได้กินข้าวด้วยกันก็ไม่เป็นไรหรอก" จากไม่เป็นไรแค่ครั้งเดียว ก็กลายเป็นไม่เป็นไรไปเรื่อย ๆ จนบางทีเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า เราเลิกใส่ใจสิ่งเหล่านี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วพอเวลาผ่านไป เรากลับสงสัยว่าทำไมความรักถึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อน...
คบกันไปนานๆ ชีวิตมีเรื่องให้รับผิดชอบมากขึ้น การใช้ชีวิตตามกิจวัตรเดิมๆมากขึ้นเป็นเรื่องที่ธรรมดา และเราไม่ได้ต้องทำให้ทุกวันเหมือนช่วงฮันนีมูนแรกๆที่จีบกันหรอก
การดูแลความรักระยะยาวไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต
บางทีมันอาจจะมาในรูปแบบโน้ตเล็กๆ ที่เขียนทิ้งไว้ให้กัน เซอร์ไพรส์เล็กๆ บนเตียงก่อนนอน ขนมที่ซื้อกลับมาเพราะนึกถึงกัน หรือช่วงเวลาดีๆ เล็กน้อยที่ตั้งใจสร้างขึ้นมาในบ่ายวันธรรมดาวันนึง
อาจเป็นการวางโทรศัพท์ลงแล้วตั้งใจฟังเรื่องที่อีกคนอยากเล่าจริงๆ หรือการชวนคุยเรื่องใหม่ๆ ที่ทำให้เราได้รู้จักกันในมุมที่ไม่เคยเห็นมากขึ้น
และทั้งหมดนี้ ก็เป็นหน้าที่ของทั้งสองคนด้วยนะ ไม่ใช่ว่าต้องมีใครที่คอยพยายามอยู่คนเดียว
สำหรับเรา ความรักควรเป็นเรื่องง่ายในแง่ที่ว่า เราไม่ควรต้องฝืนเป็นคนอื่น ไม่ต้องคอยเล่นเกม หรือพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองเพื่อให้ใครสักคนรักเรา แต่ความรักที่ดีไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ต้องพยายามรักษามันเลย
บางทีความรักอาจยังเป็นความรักที่ดีเหมือนเดิม แต่เราอาจลืมทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้คนคนเดิมรู้สึกพิเศษสำหรับเรา
โทรหามี๊แปป retweeted
เรียนรู้ว่าเรื่องบางเรื่องมันไม่มีคำตอบให้เรา ไม่มีการจากลาที่ชัดเจน ไม่มีคำขอบคุณ ไม่มีคำยินดีอะไรทั้งนั้น บางอย่างมันก็จบลงไปแบบนั้น อย่าคาดหวังคนอื่นให้เป็นตามที่เราคิด อย่าไปหวังว่าคนอื่นจะต้องคิดได้ ตัวเราเองต้องคิดให้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรเป็นสำหรับตัวเรา รักตัวเองให้มากๆ
โทรหามี๊แปป retweeted
มนต์รักแกงส้ม ป้ะ
จากที่ “โกชาย” โดนคนคอมเมนท์ถามเรื่องแกงส้มเปรี้ยวมั้ย (เฮียเหน่ง) ฟ้อง
วันนี้ *ปรับความเข้าใจ* กันเรียบร้อย ไม่ติดใจเอาความต่อกัน และแถม ตกลงเป็น *พรรคพวก* กันด้วย
งานนี้ร้านโกชาย ((ในสวนอินดี้ ซีฟู๊ด)) กำไรเห็นๆ เพราะลูกค้าเยอะมาก อยากมาชิมว่าตกลงแกงส้มแกมันเปรี้ยวจริงมั้ย
โทรหามี๊แปป retweeted
เค้าสนิทกันแค่ไหน ถึงกล้าเตือนกันแรงขนาดนี้?
อ.เบียร์มองว่าหวังดีแบบพี่ชาย แต่ขวัญสวนกลับแรงมากว่า “บ้านใครบ้านมัน ไม่ต้องมายุ่ง”🔥 อันนี้ตีกันจริงหรือขำ ๆ
แต่เส้นแบ่งระหว่างความหวังดีกับการก้าวก่าย อยู่ตรงไหน?
#อาจารย์เบียร์ #ขวัญอุษามณี #คนตื่นธรรม
โครงการคนละหมัดดดดด
อ.เบียร์พูดไม่ผิด ย้ำว่าเตือนสติ
ฝั่งขวัญพูดแบบนี้ก็ไม่ผิด คนเรามองต่างมุมมองได้ เพราะใช้ชีวิตคนละแบบ
อย่าผิดใจกันเลย ไลฟ์คู่กันสนุกนะคะ
ใครสะดวกแบบไหนก็แล้วแต่เลยค่ะ
#อาจารย์เบียร์ #ขวัญอุษามณี #คนตื่นธรรม
โทรหามี๊แปป retweeted
📢 ประกาศผลการแข่งขันสนามที่ 3 รุ่น CADET B อายุ 8-9 ปี
จากการแข่งขัน Super Kart Thailand สนามที่ 3
ตามคำสั่งของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้พิจารณาและรับรองผลการแข่งขันในรุ่น CADET B อายุ 8-9 ปี อย่างเป็นทางการ
Cr.2W Karting
ความรักที่ดี จะไม่ทำให้เราต้องเลือกระหว่าง ความหลงใหล กับ ความมั่นคง
เราไม่ต้องเจ็บปวดเพื่อแลกกับความรักที่เร่าร้อน
ไม่ต้องเสียความตื่นเต้นเพื่อแลกกับความสบายใจ
ไม่ต้องเลือกระหว่างคนที่เราหลงรัก กับคนที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย
ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความสงบของเราตลอดไป
เคยเป็นคนที่ยอมแลกความมั่นคงทุกอย่างเพื่อความรักที่ทำให้หัวใจเต้นแรง และก็เคยเลือกความรักที่ดีในทุกเหตุผล ความรักที่ดูเหมาะสมเหมือนภาพวดไว้ แต่กลับไม่มีความรู้สึกบางอย่างที่หัวใจต้องการ จนต้องมาตั้งคำถามว่ามันต้องแลกกันเสมอไปจริงๆหรอ
แล้วสุดท้ายก็พบว่าไม่ใช่เลย บางทีเราไม่จำเป็นต้องแลกอะไรกับอะไรเลย เรามีได้ทุกอย่างจริงๆ
- เจ้าของกระทู้กำลังจะเข้าบ้าน เห็นแมวของเพื่อนบ้านมานอนอยู่ที่จอดรถ ก่อนที่แมวจะขู่และวิ่งเข้ามากัดขาจนเป็นรอยเขี้ยว พร้อมใช้เล็บจิกขา
- เจ้าของแมวเดินเข้ามาในบ้านเพื่อจะจับแมวกลับ จังหวะนั้นเจ้าของกระทู้พยายามชักขาออก แต่แมวยังคงกัดและจิกขาอยู่ ด้วยความเจ็บและโมโหจึงเตะแมวไปแรงๆ จนแมวกระเด็นและวิ่งหนีไป
- เจ้าของแมวไม่พอใจที่เห็นแมวถูกเตะ จึงต่อว่าเจ้าของกระทู้ โดยบอกว่าหากอยู่นิ่งๆ แมวก็จะปล่อยเอง พร้อมขู่ว่าจะพาแมวไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ หากแมวเป็นอะไรจะกลับมาเอาเรื่อง
- จึงโต้กลับว่าเพื่อนบ้านควรดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้มาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และมองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในบ้านของตนเอง
- ทั้งสองฝ่ายไม่เคยพูดคุยหรือมีปัญหากันมาก่อน ต่างคนต่างอยู่มาตลอด
- ยอมรับว่าตอนนั้นทั้งเจ็บและโมโห จึงเตะแมวแรงกว่าที่ควร แต่ยืนยันว่ามีเหตุจากการป้องกันตัว
จึงอยากปรึกษาว่า หากเพื่อนบ้านพาแมวไปตรวจแล้วเอาเรื่อง ตนเองจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
โทรหามี๊แปป retweeted
อันนี่จริงหรอ?
คนที่ไปยื่นจดเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” บอกว่า ตัวเองรีบชิงตัดหน้าจดทะเบียน เพื่อ *กั๊กสิทธิ์* ไว้ให้เนเน่
ถ้าโทรไป พร้อมโอนสิทธิ์ให้ทันที
…
ป๊าดดดดด แต่คอมเมนท์บอก คนที่จะโทรไป ไม่ใช่คุณพ่อเนเน่หรอก อาจจะเป็นทีมกฎหมาย
โทรหามี๊แปป retweeted
บ่ายนี้เติมความหวานกับพอน เดอ ริง จาก Mister Donut กันครับ เนื้อหนึบหนับ เคลือบหน้าหลากรส ทานคู่กาแฟเพลินๆ 😋
โปร [MEGA] ซื้อ 2 ฟรี 2 รวม 4 ชิ้น เพียง 66 บาท จากปกติ 132 บาท 💥
กดสั่งผ่าน LINE MAN ให้พี่ไรเดอร์มาส่งถึงบ้านได้เลยครับ 💚🛵
📌 lin.ee/pg4dFBH?lmaff=1
#MisterDonut #พอนเดอริง #LINEMAN
































