
🚫AI #ยกเลิก112 (she/her)☁มัดเมฆ🍃เพราะต้นไม้ไม่เคยทำให้ฉันเสียใจ🌲แอคนี้เน้นรี🎨งานวาด @mattmekstudio ฮะ|ศิลปะและการเมืองคือเรื่องชีวิตประจำวัน|
mattmek.studio@gmail.com
Joined January 2010
- Tweets158K
- Following743
- Followers9.4K
- Likes177K
31.10.2026
#backyardinthevase
#มัดเมฆxแจกันวันนี้
Happy Halloween! 🎃
•บอนดำ🖤
•เถาวัลย์แดง💛
•จมูกปลาหลด🤍
Matt retweeted
วันสุดท้ายของการแจกแสตมป์สะสมยอดซื้อของ meb นะคะ
#meb #mebEbookFair2026 อย่าพลาดกันน้า
#พันธนาเคียงราชัน เล่ม 1-3 เข้าร่วมโปรพร้อมกันครั้งแรก และเล่ม 3 จะไม่ลดอีกจนกว่าจะถึงงานหนังสือคราวหน้าค่ะ
สิ่งที่เราชอบมากแน่นอนว่าต้องเป็นตอนพิเศษ! เป็นคนชอบเขียนตอนพิเศษค่ะ5555 แต่ละเล่มจะมีอย่างน้อย 3-5 ตอนจากเนื้อหาปกติเลยละ
Matt retweeted
- ไม่เชื่อก็ไปเปิดสถิติและGDPดูเองว่าถ้าไทยขาดแรงงานข้ามชาติจะเป็นอย่างไร อิงปี2568 แรงงานข้ามชาติคือ1ใน10ของกำลังแรงงาน
- ภาษี/ค่าธรรมเนียมเก็บได้ จากสถิติอัตราส่วน รัฐไทย "ได้เงิน" แรงงานต่างด้าวมากกว่าที่เสียไป ประกันสังคมก็จ่าย(แต่เค้าได้ปย.น้อยกว่าคนไทยอีก)
Matt retweeted
แต่แบบชั้นก็ไม่คิดว่าลูคัสกับเกเบรียลจะขายหมดเพราะมันแพง 😭 นี่ขายเองยังว่าแพง ถ้านักอ่านกำตังค์มา 1,000 นึงเอาไปซื้อเรื่องอื่นก็อาจได้นิยายสัก 2-3 เล่มงี้ พอน้องขายหมด 20 ชุด (รวมที่เดมมาซื้อออนไลน์ด้วย) ก็เลยขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ซื้อนิยายเรา มันมีความหมายกับเรามากจริงๆ 🥹🫶🏻💖
Matt retweeted
วันนี้โปรแจกแสตมป์ meb วันสุดท้ายนะคะ น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายในปีนี้แล้วที่ลดพร้อมกัน 3 เล่ม ใครกดรอไว้อ่านรวดเดียวห้ามพลาดนะคะ!
(เหลือเล่ม 4 เล่มสุดท้าย คาดว่าต้นปีหน้าค่ะ☺️)
[pls re] เปิดปก #พันธนาเคียงราชัน เล่ม 3 ค่ะ🥰
#นิยายวายจีนโบราณ โรแมนติก-ดราม่า
ภาพปก @AtinyaC
ศึกชิงอำนาจในราชสำนักเดินมาถึงจุดแตกหัก หวางฉีหลินต้องเผชิญหน้าความจริงอันโหดร้ายที่ถูกปิดบังมานาน แต่เมื่อความวุ่นวายในเมืองหลวงเริ่มคลี่คลาย เขาก็พบว่าแผ่นดินยังมีปัญหาอีกมาก
ภัยแล้ง ความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า และปัญหาทางน้ำที่เรื้อรังมานาน นำพารัชทายาทแห่งต้าหยวนออกเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกอัน และพบกับไป่หยางอวี้เซินอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เขาต้องหาคำตอบว่า เมื่อชีวิตของเขาเป็นของต้าหยวน และอนาคตถูกกำหนดไว้บนบัลลังก์
เขาจะมีสิทธิ์เลือกใช้ชีวิตร่วมกับคนผู้หนึ่งได้หรือไม่
ปล. แซวชุดได้ค่ะ มันน่าแซว ตาประมุขน้อยสีหน้าระรื่นนัก55555555555
Matt retweeted
ชวนอ่านจนจบครับ เขียนดีมาก 🙏 นี่คือเหตุผลง่าย ๆ ว่าทำไม การเปิดให้การจัดตั้ง #สหภาพแรงงาน เป็นสิทธิของทุกคนในไทย จะเป็นผลดีต่อแรงงานไทยและสังคมไทยในภาพรวมด้วย
ป.ล. พรบ แรงงานสัมพันธ์ 2518 เปิดให้แรงงานข้ามชาติเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานได้แล้ว แต่ยังตั้งเองไม่ได้
สมชายเป็นช่างเชื่อมในโรงงานแห่งหนึ่ง ทำงานมาหลายปี เขาเป็นชายไทย มีบัตรประชาชน มีประกันสังคม วันหนึ่งสมชายรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมงานไปขออุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยใหม่และขอค่าล่วงเวลาให้ตรงตามกฎหมาย
เถ้าแก่ไม่รับฟัง ทั้งยังดุด่าว่า “เรื่องมากนัก เดี๋ยวจะโละคนไทยแล้วเอาแรงงานข้างบ้านเข้ามาทำแทนให้หมด ค่าแรงถูกกว่าครึ่ง สั่งอะไรก็ทำ ไม่เคยมีปากมีเสียง”
ไม่กี่วันต่อมา อ่อง ชายหนุ่มจากฝั่งเพื่อนบ้านก็เข้ามาเริ่มงานแทนตำแหน่งของคนไทยหลายคนที่ถูกบีบให้ออก
อ่องไม่ได้ตั้งใจมาแย่งงานใคร เขาแค่ต้องการส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัว แต่อ่องไม่มีสิทธิจัดตั้งหรือเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานตามกฎหมายไทย ไม่มีปากเสียง และอยู่กับความกลัวว่าจะถูกส่งตัวกลับบ้านทุกนาที
เมื่อไม่มีสหภาพคอยคุ้มครอง อ่องจำใจต้องยอมรับค่าจ้างที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ทำงานวันละ 12–14 ชั่วโมงโดยไม่มีอุปกรณ์นิรภัย และไม่กล้าเอ่ยปากทวงค่าล่วงเวลาแม้แต่บาทเดียว
สมชายแอบมายืนมองอยู่ข้างนอก รู้สึกโกรธและคิดว่า “แรงงานต่างชาติกำลังมาแย่งงานคนไทยและกดให้ชีวิตพวกเราแย่ลง”
แต่ความจริงที่เกิดขึ้นคือ เถ้าแก่ไม่ได้จ้างอ่องเพราะอ่องทำงานเก่งกว่าสมชาย แต่จ้างเพราะอ่องไม่มีอำนาจต่อรอง
เถ้าแก่กำลังใช้ความไร้สิทธิของอ่อง มาเป็นอาวุธกดดันให้สมชายต้องยอมลดมาตรฐานชีวิตของตัวเองลง ถ้าสมชายไม่อยากตกงาน สมชายก็ต้องยอมทำตัวให้ “ถูกและเงียบ” เหมือนอ่อง
ลองมองภาพในฝันกับผมดูครับ ถ้าวันหนึ่งกฎหมายอนุญาตให้อ่องสามารถรวมกลุ่มตั้งสหภาพแรงงานร่วมกับสมชายได้
ทันทีที่มีสหภาพ อ่องจะสามารถเดินไปบอกเถ้าแก่ได้ว่า “งานนี้อันตราย ต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน และต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำพร้อมค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย”
เมื่ออ่องมีอำนาจต่อรองเท่าเทียมกับสมชาย เถ้าแก่จะไม่สามารถลักไก่กดค่าแรงอ่องให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้อีกต่อไป การทุ่มตลาดค่าจ้างก็จะทำไม่ได้อีก
เมื่อไม่มีใครยอมทำงานในราคาที่ต่ำกว่ากฎหมาย เถ้าแก่ก็ไม่มีข้ออ้างมาขู่ตัดราคาสมชาย และต้องหันมาแข่งขันกันด้วยฝีมือและการปรับปรุงระบบงานแทน
การเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติตั้งสหภาพ จึงไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแก่ใคร แต่เป็นการสร้างฐานรากให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อไม่ให้ใครถูกกดลงไป และไม่เปิดช่องให้นายจ้างใช้ความเปราะบางของคนอื่นมาพังเพดานชีวิตของแรงงานไทย
Matt retweeted
งานหนังสือวันสุดท้าย ใครไปเดินอย่าลืมแวะไปหาเจ้าลิงน้อยนะคะ #เหนือพายุพบทิวฝน
แนว slice of life / school life / feel good ห้ามพลาดดด
ไปเจอกันที่ D34 Wide Stories เลยค่ะ❤️
#มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่31 #งานหนังสือ69 #แนะนำนิยายวาย
Matt retweeted
อัปเดทน้องที่ได้บ้านแล้วค่ะ🥰
ส่วนน้องหมายเลขที่เหลือยังรอพี่ ๆ ใจดีอยู่นะงับ🕯🎃
ในบทความยาวเป็นพิเศษ “เขาตั้งคำถามถึงสถาบันกษัตริย์ไทย ขณะที่แต่งกายเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ ปัจจุบันเขาต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 34 ปี” @pakhead BBC อธิบายถึงความป่าเถื่อนโหดร้ายของกฎหมายและผู้ตีความกฎหมายของไทย
.
แค่ย่อหน้าแรกก็สะดุ้งแล้ว “ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวผ่านประตูเข้ามา คุณก็รู้ได้ว่านักโทษกำลังเดินเข้ามายังห้องพิจารณาคดี เพราะได้ยินเสียงโซ่ตรวนที่ล่ามอยู่บนข้อเท้ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งในทุกย่างก้าว” มันแสดงความศิวิไลซ์ของระบบยุติธรรมไทยอย่างมาก
.
“หนึ่งในนั้นคือ ชายร่างเล็กสวมแว่นตาที่มีผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา เขากางแขนออกเพื่อโอบกอดลูกชายวัย 3 ขวบ ซึ่งภรรยาได้พามาพบเขาที่ศาล
.
“ชายคนนี้คือ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนวัย 42 ปี ความผิดของเขาคือ การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและความรับผิดชอบสถาบันกษัตริย์ไทย เขาทำแบบนั้นระหว่างแต่งกายในชุดของพ่อมดน้อยจากวรรณกรรมเรื่อง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ในการชุมนุมธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่จัดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อปี 2563”
.
เมื่อวันศุกร์ ศาลพิพากษาจำคุกเขาเป็นเวลาสองปีแปดเดือน ข้อหา #หมิ่นประมาทกษัตริย์ หรือ #มาตรา112 ซึ่งโจนาธานบอกว่า เป็นกฎหมายที่ทำให้คนเข้าคุกเพราะถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นราชวงศ์ มากกว่าจำนวนนักโทษในข้อหาเดียวกันในประเทศอื่น ๆ ทั้งหมดในโลกรวมกัน ปรบมือสิครับ
.
อานนท์ เป็นหนึ่งใน 294 คน รวมถึงเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีอีก 20 คน ที่ถูกดำเนินคดีและได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 50 ปี และอีกหลายสิบคนอยู่รอการพิจารณา
.
โจนาธานบอกต่อไปว่า ผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ส่วนใหญ่ ถูกปฏิเสธการประกันตัวและถูกจำคุก แม้ว่าการพิจารณาอาจกินเวลานานหลายปีก็ตาม โดยศาลมักให้เหตุผลซ้ำ ๆ กันว่า "สอดคล้องกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งสถาบันกษัตริย์เป็นหนึ่งในสะดมหลักของประเทศ และคนไทยส่วนใหญ่เคารพนับถืออย่างสูง"
.
อัครชัย ชัยมณีการเกษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนบอกว่า ปัญหาสำคัญคือการตีความกฎหมายอย่างกว้างขวางและคลุมเครือ “มันคลุมเครือและเลื่อนลอยมาก แม้แต่การตั้งคำถามต่อตัวกฎหมายเอง ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามมาตรา 112 ได้เช่นกัน"
.
ผลของกฎหมายฉบับนี้คือการปิดกั้นการอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ 6 ปีก่อนหน้านี้ คนไทยทำได้แค่กระซิบกระซาบกันเป็นการส่วนตัว แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 อานนท์ได้ทำลายข้อห้ามสำคัญในสังคมไทยด้วยการปราศรัยเพียงครั้งเดียว และกระตุ้นให้เกิดการประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักศึกษา พร้อมกับข้อเรียกร้องที่กล้าหาญยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
.
และเป็นเหตุให้เยาวชนของไทยที่เก่ง ๆ ต้องคดีร้ายแรง บางคนต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ อย่างเช่น เมลิญณ์ ชัยลอม ซึ่งเป็นอดีตเยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสมาชิกกลุ่มทะลุวัง หลังการปราศรัยที่หาดใหญ่ เปรียบเทียบการดูแลสุนัขทรงเลี้ยงของกษัตริย์กับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เก้าเดือนต่อมา ตำรวจได้นำหมายเรียกมาส่งถึงบ้านของเธอ
.
จนถึงปี 2565 เธอถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์สามคดี ถูกควบคุมตัวก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขให้ต้องกำไลอีเอ็ม ถูกห้ามออกจากบ้านในช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00 น. ถึง 06.00 น. พ่อแม่ถูกบังคับให้ลงนามในเอกสารที่ให้คำมั่นว่าจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเธอให้เจ้าหน้าที่ทราบ และเธออาจต้องเจอกับโทษจำคุกนานหลายทศวรรษ
.
ไม่มีทางเลือกอื่น เธอตัดสินใจหลบหนีออกจากประเทศไทยไปพร้อมกับเพื่อนคนหนึ่ง และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศแคนาดา
.
ทำไมไม่อยู่เพื่อสู้คดี? คงจะมีคนถาม
.
ก็เพราะมันไม่มีกระบวนการพิสูจน์ความจริงในศาลไง "ในหลายคดี เช่น คดีของอานนท์ นำภา อัยการกล่าวหาว่าจำเลยโกหกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์" อัครชัย บอก "แต่เมื่อเราขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารหรือพยานบุคคล เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่จำเลยพูดเป็นความจริง ศาลกลับปฏิเสธ และเมื่อทนายความคัดค้านการที่ศาลสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ เธอก็ถูกผู้พิพากษาเตือนให้เงียบ มิฉะนั้นจะถูกตั้งข้อหาละเมิดอำนาจศาล"
.
มันเป็นเกียรติประวัติของคนไทยอย่างมากที่มีนักเขียน และสำนักข่าวระดับโลกเขียนถึงอย่างยาวเหยียด พร้อมกับอ้างถึงการทำสถิติทะลุโลกของประเทศไทยในการเป็นประเทศเดียวในโลกที่ใช้กฎหมายคุ้มครองราชวงศ์ได้อย่างร้ายแรงมากสุด ปรบมือสิครับ
bbc.com/news/articles/cmjwep…
Matt retweeted
ที่เขากลัวการให้แรงงานข้ามชาติตั้งสหภาพแรงงานหรือร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานนั้น แท้จริงแล้วเขากลัวความมั่นคงของชาติ หรือความมั่นคงของกำไรนายทุนกันแน่
.
เรามักจะถูกพ่นใส่ว่าแรงงานข้ามชาติหรือต่างด้าว หากได้สิทธิรวมกลุ่มแล้วมันจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐไทย มุกนี้ใช้มาตั้งแต่แรงงานจีนจนหลายคนตอนนี้ก็เป็นเจ้าสัวผู้ประกอบการไปไม่น้อยแล้ว
.
ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่
.
1. หากแรงงานข้ามชาติสามารถตั้งสหภาพแรงงานหรือร่วมเป็นสมาชิกได้ กลับจะทำให้สหภาพแรงงานที่มีทั้งคนไทยและคนข้ามชาติเข้มแข็งขึ้น อำนาจต่อรองมากขึ้น ผมเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่สหภาพแรงงานที่เป็นคนไทยนัดหยุดงาน สุดท้ายนายจ้างจ่ายงานให้ซับฯ (Subcontract) ที่เป็นแรงงานข้ามชาติและไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพฯ สุดท้ายกลายเป็นนายจ้างมีทางเลือกและต่อรองได้มากกว่า คนงานไทยก็ต่อรองไม่ได้ สภาพการจ้างก็แย่ ส่วนคนงานข้ามชาติก็ถูกทำให้ไร้อำนาจต่อรองอยู่แล้ว ก็ต้องอยู่ในสภาพนั้นต่อไป . เรื่องนี้พูดให้ชัด หากเราลดกำแพงเรื่องเชื้อชาติ มองให้เห็นจุดร่วมทางชนชั้น เราจะเห็นว่าผลประโยชน์เราถือร่วมกับใคร และใครเอาเปรียบเรา เผลอๆ เราจะเห็นชัดว่าคนที่ชนชาติเดียวกันนี่ล่ะที่เอาเปรียบกันมากที่สุด แต่ทำให้เรารู้สึกว่าชาติอื่นเขาจะมาแย่งงานบ้าง หรือมาทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมบ้าง
.
2. ต่อให้เรารับรองสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงานให้เขา เราก็ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับความมั่นคงกำกับอยู่ดี มันไม่ได้สูญสลายไป
.
3. ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ เป็นประเทศที่พึ่งแรงงานข้ามชาติมากกว่าเรา แต่เขาก็ให้สัตยาบัน ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรองไปแล้ว ไทยพึ่งแรงงานข้ามชาติร้อยละ 6-10 ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ร้อยละ 14.6 ถึง 24.4 ของกำลังแรงงานทั้งหมด และสิงคโปร์มีถึงร้อยละ 38 ถึง 40 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ
.
ส่วนประเทศที่มีสวัสดิการ ประชาธิปไตย และอัตรารวมกลุ่มที่ก้าวหน้า อย่างสวีเดน สัดส่วนของผู้ที่เกิดในต่างประเทศที่อยู่ในระบบแรงงานของประเทศสวีเดนมีเกือบ 1.2 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 24% (เกือบ 1 ใน 4 ของผู้มีงานทำทั้งหมดในประเทศ) ฟินแลนด์มีสัดส่วนของแรงงานต่างชาติ (ผู้มีภูมิหลังหรือต้นกำเนิดจากต่างประเทศ) คิดเป็นประมาณ 10% หรือ 1 ใน 10 ของจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมดในประเทศ และเดนมาร์กนั้น กระทรวงแรงงานเดนมาร์กระบุว่า สัดส่วนของแรงงานต่างชาติหรือผู้ที่ไม่ได้มีภูมิหลังจากเดนมาร์กคิดเป็นประมาณ 14% ของผู้มีงานทำทั้งหมดในเดนมาร์ก เป็นต้น
.
เราเองก็ส่งออกแรงงานของเราไปทำงานต่างประเทศ และเมื่อเทียบกัน การรวมกลุ่มเพื่อต่อรองสิทธิของเรายังน้อย ตัวอย่างเช่นแรงงานแม่บ้านจากฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานฮ่องกง เขาสามารถรวมตัวจัดตั้งได้ดี ทำให้สามารถคุ้มครองสิทธิกันและกัน จนถึงขั้นต่อรองให้ได้สภาพการทำงานที่ดีได้
.
ผมจึงชวนให้มาลองทบทวนกันว่า เราเป็นใคร เรามีอะไรที่เป็นจุดร่วมผลประโยชน์ร่วมกับแรงงานข้ามชาติ ลองเช็กลิสต์ดู หากเราเห็นแล้วว่ามันตรงกันมากกว่านายทุน (ที่ต่อให้เป็นคนในชาติเดียวกับเรา) ผมเห็นว่าการสนับสนุนหรือสมานฉันท์กับแรงงานไม่ว่าชนชาติใดจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นนายทุนแล้วคัดค้านอันนี้เข้าใจได้ ทว่าหากเป็นลูกจ้างหรือแรงงานด้วยกัน ขอให้ลองคิดทบทวนอีกสักครั้ง
Matt retweeted
การบอกผู้ชายคนนึงไม่ท็อกซิก ไม่ใช่ abuser หรือไม่มีวันคุกคามทางเพศ โดยบอกว่าเพราะเค้ามีน้องสาว เค้ามีพี่สาว มันไม่ valid เพราะถ้าคิดตรรกะนี้ชายแท้เหี้ย ๆ ทุกคนมีแม่โกโก้ แต่มันไม่เลิกทำตัวอุบาด เพศแม่มันยังไม่ช่วยอะไร เจอทวีตดีเฟ้นด์ว่าเขาไม่ทำหรอกค่ะเขาก็มีน้อง-พี่สาว กุสูน
Matt retweeted
ธันวาปีที่แล้ว ชวนคุณปลายฝน ปินดา ปุโรทกานนท์ ผู้สมัครเขต 1 เพชรบุรี @PPLEThai เข้าวงการชาวนก ปีนี้ชีจัดกิจกรรมชวนเด็กในพื้นที่มาดูนกที่ปากทะเลละจ้ะ 🥹 ปลื้มใจ อวย 100/10
เขตอื่น พรรคอื่น ถ้าอยากมีกิจกรรมสื่อสารธรรมชาติกับชุมชนบ้าง ทักมาได้นะครับบบบ ต้องการเผยแพร่ลัทธิ
Matt retweeted
ด่วน! ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ตี้ วรรณวลี-บอย พงศธรณ์” ในคดี ม.112 กรณีปราศรัยในชุมนุมหน้า SCB ปี 2563
หลังจากเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 69 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 5 นักกิจกรรมในข้อหา #ม112 คนละ 2 ปี 8 เดือน ในส่วนของตี้ วรรณวลี และบอย พงศธรณ์ ไม่ได้ถูกคุมขัง จึงได้มีการยื่นประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ ก่อนศาลอาญาส่งให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
ก่อนศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาต่อองค์พระมหากษัตริย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 คนละ 2 ปี 8 เดือน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุควรเชื่อว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง”
📌 ย้อนอ่านข่าวคดีนี้ tlhr2014.com/archives/87553
Matt retweeted
ปกนี้ฝีมือคุณเตย @thisismjtp เช่นเคยค่ะ แรงบันดาลใจมาจากปกนิยายกอธิกโรแมนซ์ ปราสาท ผีสาง และโฉมงาม 💃🏻 องค์ประกอบทั้งหมดรวมกันออกมาเป็นพาเลตต์สีใหม่ที่อาจจะไม่คุ้นตา แต่ความน่ารักมันคุ้นใจแน่นอนนน 🫶🏼
เมื่อวิมานรักกลับกลายเป็นวิมานหลอน พักร้อนครั้งนี้จึงหลอนใจ 👻 เปิดปกคดีใหม่ของ #สุภาพบุรุษนักสืบ สยบข่าวลือเตียงหักรักร้าว คราวนี้มาพร้อมฉากหลังสุดกอธิกและความรักที่มีให้กันเต็มหัวใจ
ปริศนา (รัก) จากสุภาพบุรุษนักสืบ มากี่โมงไม่รู้แต่มาแน่ สำหรับวันนี้ Happy Halloween ค่ะ 🕯️🌙
Matt retweeted
“เราเป็นผู้หญิงนะ เราไม่ใช่ผู้ชาย เราไม่มีอาวุธ ทุกคนก็มาด้วยมือเปล่า”
“ถ้าไม่ถอด เดี๋ยวผมถอดให้คุณเองก็ได้”
คือคำขู่ที่เนตรนภา ขุมทอง ได้ยินจากเจ้าหน้าที่ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 หลังพยายามปฏิเสธการถูกบังคับให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อค้นหาอาวุธ ท้ายที่สุดเธอต้องยอมถอดเสื้อทั้งน้ำตา พร้อมความรู้สึกว่าไม่เหลืออำนาจแม้แต่จะปกป้องร่างกายและศักดิ์ศรีของตัวเอง
ก่อนสิ้นสุดเดือนตุลาคม ในวาระที่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ครบรอบ 53 ปี และเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ครบรอบ 50 ปี วันโอวันชวนย้อนมองประวัติศาสตร์ผ่านความทรงจำของ ผศ.เนตรนภา ขุมทอง เลขาธิการมูลนิธิหมอชาวบ้าน และอดีตหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน ผู้มีประสบการณ์ตรงตั้งแต่ขบวนการนักศึกษา การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีและแรงงานหญิง จนถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาและชีวิตหลังจากนั้น
อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่: the101.world/netnapa-gender-…
“เหตุการณ์ 14 ตุลาเป็นจุดที่เปิดโลกให้เราอย่างมาก จากเดิมที่ไม่ได้สนใจการเมืองหรือเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญเลย ก็เริ่มมองเห็นว่าการเมืองเกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนและชีวิตของคนธรรมดาอย่างไร หลังจากนั้นเราจึงเริ่มสนใจสังคมและการเมืองอย่างจริงจังมากขึ้น”
“หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา รุ่นพี่เริ่มชวนพวกเรามาแลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่าน ตอนนั้นเราได้อ่านหนังสือเรื่องความรักของวัลยา ของเสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นเรื่องของผู้หญิงไทยที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เป็นผู้หญิงที่มีความคิดก้าวหน้า กล้าคิดกล้าทำ และมองว่าความรักไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของคนสองคน แต่ควรเป็นความรักที่กว้างไกลไปถึงสังคมและประชาชนด้วย เราอ่านแล้วรู้สึกอินมาก เพราะทำให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถมีบทบาทและความคิดทางสังคมได้มากกว่าที่กรอบเดิมกำหนดไว้”
“ในขบวนการนักศึกษาเองก็มีปัญหาเรื่องทัศนคติของผู้ชายอยู่เหมือนกัน แม้หลายคนจะมีความคิดก้าวหน้าในเรื่องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางสังคม แต่เมื่อพูดถึงผู้หญิง บางคนก็ยังมีความคิดแบบเดิมๆ อยู่”
“เราถูกบังคับให้ถอดเสื้อ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังสั่งให้ยกมือขึ้น เราพยายามปกปิดร่างกายให้มากที่สุด แต่เขาก็ขู่ว่าจะดึงมือเราออกเองหากไม่ยอมยก เราจึงต้องยกมือขึ้น ทั้งที่ยังพยายามปกปิดตัวเองอยู่ […] เหตุการณ์ตรงนั้นเป็นช่วงที่เรารู้สึกสูญเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก เพราะเราไม่มีอำนาจแม้แต่จะปกป้องร่างกายของตัวเอง ทั้งที่เราพยายามบอกแล้วว่าไม่ยินยอม”
"เมื่อมองมาถึงปัจจุบัน อาจารย์รู้สึกว่าประเด็นเรื่องผู้หญิงกลับถูกกลืนหายไปจากกระแสสังคม อาจเป็นเพราะสังคมกำลังให้ความสนใจกับประเด็นอื่นมากกว่า หรือคนรุ่นปัจจุบันบางคนอาจไม่ได้มองเห็นความจำเป็นและความสำคัญของการรวมตัวเป็นกลุ่มผู้หญิงเหมือนในอดีต”
เรื่อง: ชลธิชา อินทะชัย
ภาพถ่าย: ธีรพัฒน์ แก้วชำนาญ, พรหมพิศุทธ์ เวียงแก
ภาพประกอบ: จิราภรณ์ บุญเย็น
เรียกร้องความปลอดภัยทำได้เต็มที่เลยครับ เห็นด้วยมากๆ ถ้าตำรวจและกระบวนการในพื้นที่ทำไม่สำเร็จก็เรียกร้องเต็มที่ แต่นี่กำลังพูดถึงเคสเหมารวมเหยียดเชื้อชาติที่เกิดขึ้นจริงๆ ว่อนเต็มไปหมด ก็คุยให้ตรงประเด็นหน่อยก็ดีครับไม่งั้นก็คุยไม่รู้เรื่อง ไม่ได้อยากจะโควทเลยแต่ปิดเม้นอะคับ
Matt retweeted
เมื่อวันแจกลายเซ็นมีนักอ่านบอกว่าชอบบท Dear Dreamers ใน #DecemberSpell มากเป็นพิเศษ ดีใจจริงๆ ที่เรื่องราวของชาร์ลีมีความหมายกับใครหลายคน 🥹🩵 ตอนเริ่มคิดเริ่มเขียนเรื่องนี้เราก็อายุประมาณชาร์ลีนี่แหละ ดีใจที่กลั่นกรองความรู้สึกในตอนนั้นเก็บเอาไว้ มองย้อนไปยังอุ่นใจเสมอ
"สถิติคดีอาชญากรรมที่ก่อโดยแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่เป็นสัญชาตินี้" สถิติก็อาจจะถูกแล้วเพราะประชากรแรงงานข้ามชาติในไทยส่วนใหญ่คือสัญชาติเมียนมา มากกว่าสัญชาติอื่นๆหลายเท่าเลย เป็นเรื่องสัดส่วนประชากร เช่นเดียวกับถ้าอิงสถิติคนทั้งประเทศ คนไทยก็คงก่ออาชญากรรมอันดับหนึ่ง เป็นต้น
วันนี้วันสุดท้ายแล้ววว อย่าลืมมารับ #วิกาลสาปสาง กลับบ้านที่บูท B48 นะคะ ✨💗🫶🏻🙏🏻










































