mm.SelectivelySane retweeted
Replying to @bongtao @porporlees
เคยเป็น engineer ที่ด่าเซลล์ในใจว่างานrequirementแบบนี้ไปขายมาได้ไง..(วะ) 😂
จนวันที่เป็นเซลล์เอง จึงรู้ว่า ไม่ขายบริษัทก็ไม่มียอด บริษัทเราไม่รับprojectนี้ บริษัทคู่แข่งก็พร้อมปาด
ไปกินข้าวไปทริปไปเอ็นเตอเทนลูกค้า คือการแบกความคาดหวังของบริษัทและหัวหน้า 🥹
mm.SelectivelySane retweeted
ในวันที่ AI ทำได้แทบทุกอย่าง คนธรรมดาจะเอาอะไรไปแลกเป็นเงินเพื่อใช้ชีวิต ? จริงๆ ผมก็ไม่อยากเขียนอะไรให้ดูสิ้นหวังนัก แต่การเปลี่ยนแปลงทุกวันนี้มันเร็วมาก จนต้องยอมรับว่าตัวผมเองก็ยังปรับตัวตามไม่ทันเหมือนกัน
ผมได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์ เราต้องรีบเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง แต่ผมก็อยากถามว่า ถ้าใครรู้วิธีปรับตัวดีขนาดนั้น ช่วยบอกวิธีที่จับต้องได้หน่อยเถอะ ว่าคนธรรมดาจะหาเงินจากโลกที่กำลังเปลี่ยนไปนี้อย่างไร ไม่ใช่แค่บอกให้ไปเรียนรู้ AI
วันนี้ผมเห็น AI อย่าง ArtCraft ที่สร้างและเลียนแบบผลงานต่างๆ ได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ได้แต่คิดว่าอนาคตมนุษย์จะเป็นอย่างไร
เมื่อก่อนใครเขียนโปรแกรมเก่ง ทำภาพสวย สร้างเกมหรือทำหนังได้ ก็มีความสามารถที่เอาไปหาเงินได้แล้ว แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ และที่น่ากลัวคือ ต่อให้เรายังสร้างผลงานได้เหมือนเดิม ก็อาจไม่มีใครยอมจ่ายเงินให้แล้ว
แล้วคนธรรมดาจะหาเงินจากอะไรกัน?
- ผมลองคิดดู ก็ยังพอมีทางอยู่บ้าง ทั้งงานบริการที่ใช้แรงงาน การมีฐานลูกค้าหรือชุมชนของตัวเอง หรือใช้ AI ช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น แต่ในระยะยาว AI และหุ่นยนต์ก็อาจเข้ามาทำสิ่งเหล่านี้แทนเราอีกอยู่ดี และแต่ละบริษัทก็คงกำลังเร่งพัฒนามันกันอยู่
สิ่งหนึ่งที่ผมยังมองว่าสำคัญคือ การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในโลกการเงิน คนที่มีเงินเก็บมากพออาจเลือกใช้ชีวิตจากดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน โดยไม่ต้องแข่งขันทำงานกับ AI อีกแล้วก็ได้
แต่แล้วคนที่ยังไม่มีเงินทุนล่ะ ?
- เราคงบอกให้ทุกคนไปเป็นนักลงทุนไม่ได้ เพราะก่อนจะลงทุนก็ต้องหาเงินให้ได้ก่อน และถ้าวันหนึ่ง AI ผลิตสินค้าและบริการได้มหาศาลโดยแทบไม่ต้องจ้างคน แล้วใครจะมีกำลังซื้อสินค้าเหล่านั้น หรือสุดท้ายระบบเศรษฐกิจอาจต้องเปลี่ยนไปทั้งหมด
ที่น่าคิดคือ วันนี้เราอาจยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบจริงๆ เพราะ AI ยังโคตร Early Stage เรียกว่ายิ่งกว่าต้นน้ำเสียอีก ตอนนี้คนยังมีงานทำ ธุรกิจยังขายของได้ ทุกอย่างดูเหมือนปกติ แต่สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะตามมา และถ้ามันเพิ่งเริ่มต้นขนาดนี้ โอกาสก็น่าจะยังมีอีกมหาศาลเช่นกัน
เพียงแต่ปัญหาของผมคือ เรารู้ว่ากำลังจะมีสายน้ำมหาศาลไหลมา แต่กลับยังไม่รู้ว่าจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายน้ำนั้นได้อย่างไร ส่วนตัวผมยังมองว่าโลกการเงินและการเป็นเจ้าของสินทรัพย์น่าจะเป็นทางออกหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน และผมเองก็ยังมองหาหนทางอื่นอยู่เหมือนกัน
ที่ผ่านมาเราถูกสอนว่า ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีต้องขยัน เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถเพื่อเอาไปแลกเป็นเงิน แต่ถ้าวันหนึ่ง AI เก่งกว่าเราแทบทุกอย่าง แถมทำงานได้ถูกกว่าเราอีกด้วย ความขยันและความสามารถจะยังเพียงพอให้เราหาเงินมาใช้ชีวิตได้อีกหรือเปล่า ?
mm.SelectivelySane retweeted
อันนี้ก็พูดกับแบบตรง ๆ อีก ว่าส่วนใหญ่ถ้าไม่โสดไม่ตลอดชีวิต ก็จะได้กับผู้ชายที่... อืม ดูจากมุมเรา เราก็ว่าผู้ชายคนนั้นด้อยกว่าเค้าอะค่ะ
แต่คือผู้ชายก็มีอะไรสักอย่างที่ดีนั่นแหละ
แต่ที่คาแรคเตอร์เหมือนกันเลยทุกคนคือ ผู้ชายเค้าจะคอยออมเป๊าะออมป๋อยแฟนเค้ามาก เพราะถ้าได้ทะเลาะกันนิดเดียว ใครจะทนล่ะน้อ
เก็บของแล้วไปเลยค่ะ
ปล. ไอ้คาแรคเตอร์อะไรสักอย่างที่ว่าดีอะ หมายถึงดีมาก ๆ ดีเกินค่ามาตรฐานผช. ทั่วไปเลยนะ เป็นอะไรที่พอเห็นแล้วเราจะเข้าใจเลยว่า อื้ม นี่แหละทำไมผู้หญิงเขาถึงเลือกคนนี้
mm.SelectivelySane retweeted
แล้ว ผญ.ที่ independent จัดๆส่วนมากเค้าลงเอยกับผช.แบบไหนอ่ะ หรือโสดไปตลอดชีวิต อันนี้เพื่อนฝากถาม😂
วางแผนเกษียณทุกเดือน โดยการซื้อหวย
Manifest ไว้ว่า ถูกรางวัลใหญ่ ใส่ชุดมาสคอตไปรับรางวัล ไม่บอกใคร และไปทำงานเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือชิลขึ้นนน
mm.SelectivelySane retweeted
อยู่ๆก็มีคนถามว่า
ชีวิตนี้ผ่านผช.มาแล้วกี่คน
ผ่านมาไม่รู้กี่ล้านล้านคนแล้วค่ะ
มีทั้งแบบเดินผ่าน ขับรถผ่าน ขี่มอไซต์ผ่าน
สนใจรับเป็นเมียเลยไหม
ก่อนนอน
ยังรับแลก #ติ๊กฟ้า นะคะ ฟอลมา ฟอลกลับ
ไม่อันฟอลด้วย มีสาระด้วย บ่นด้วย มาเป็นเพื่อนกันนะ ☘️💙
mm.SelectivelySane retweeted
เพิ่งไปมาเลย เป็นเรียวกังในป่าโซนอาโอริที่ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ และไม่มีสัญญาณมือถือ WiFi เลยในระแวกค่ะ
แสงสว่างในตัวเรียวกังจะมาจากการจุดตะเกียงน้ำมันทุกที่ แม้กระทั่งในห้องพักเลยค่ะ ไม่มีปลั๊กไฟ ตอนกินข้าวก็กินกันแบบมืดๆเลยค่ะ (ในรูปดูสว่างเพราะไอโฟน แต่ของจริงนี่แทบมองอะไรไม่เห็น 😂)
กิจกรรมเดียวที่มีของที่นี่คือการแช่ออนเซ็นมันทุกบ่อ ฟินมากกกก ใครต้องการความสงบ social detox ต่างๆแนะนำเลยค่ะ 🌟
📍พิกัด : Lamp no Yado Aoni Onsen, อาโอโมริ
mm.SelectivelySane retweeted
เวลาเดทกับคนญป.ส่วนใหญ่เจอตัวจริงคือดูดีกว่าในรูป1000%ไม่รู้ทำไม คนปท.นี้หน้าตาดีจริงอ่ะ😁
เคยคุยกับเพื่อนสนิทในกลุ่มว่าเนี่ยแก่ไป เราไปซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน เป็นอีแก้ว อีคำ กาสะลอง ซ้องปี้ป เป็นมนุษย์ป้าขี้บ่น ที่จ้างแม่บ้านมากี่คนแม่บ้านหนี เป็นแก๊งค์ป้าคูลๆแบบป้าขวานที่มีเรื่องกับตลาดตรงข้ามบ้าน มีตังค์ไปเที่ยวด้วยกัน ช่วยกันดูแลกันไปเรื่อย สรุป อีนึงโสด อีนึงแต่งงาน อีนึงมีลูก และอีกคนย้ายประเทศ จบข่าว พับแพลนได้เลย
mm.SelectivelySane retweeted
ตัวเองสายตาสั้น ทำแว่นหาย หาทั่วห้อง หาๆทุกที หยิบมาห่มมาสะบัด ควานหาตามซอก ไม่เจอ
เดินไปหาแม่ เพราะสายตาสั้นมองไรไม่เห้น แม่เดินมา ชี้ นั่นไง!!!!!!
ครับ แทบจะทิ่มตา หาไปเถอะ
ทุกครั้งที่เห็นข่าวสงครามโลกจะชอบนึกถึงไททันตอนจบตลอดเลย ที่เอเรนใช้ไททันเหยียบคนตายเกือบทั้งโลก จนทำให้เทคโนโลยีทั่วโลกย้อนกลับไปไม่รู้อีกกี่ร้อยปี ถามว่าเอเรนทำสำเร็จมั้ย สำเร็จ แต่สุดท้ายพอเวลาผ่านไปอีกหลายร้อยปี พวกเทคโนโลยีก็เจริญมากขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายมันก็ยังมีสงครามอยู่ดี แล้วคือวังวนที่ไม่จบสิ้นอ่ะ แต่มันจะสิ้นก็ต่อเมื่อไม่มีมนุษย์สักคนอยู่บนโลกนี้แล้วต่างหากล่ะ
mm.SelectivelySane retweeted
วัฒนธรรมองค์กรที่พบเจอได้จนเป็นปกติ:
1.คนทำงานเร็ว กลับได้งานเพิ่ม
2.คนทำงานช้า กลับมีคนช่วย
3.คนพูดเก่ง ทำให้ดูเหมือนทำงานเยอะ
4.คนทำงานจริง หัวหมุนจนไม่มีเวลาอธิบายว่าทำอะไรไปบ้าง
5.ปัญหาเดิมประชุมแก้กันทุกเดือน แต่ไม่เคยแก้ได้สักที
6.งานสำเร็จเป็นผลงานทีม แต่พลาดทีหาคนรับผิดชอบรายบุคคล
7.คนเก่งลาออกแล้วค่อยรู้ว่างานเขาเยอะแค่ไหน
8.คนพูดไม่ออก คนออกไม่พูด
mm.SelectivelySane retweeted
เพิ่งเห็นประเด็นเรื่องเงินเดือน (salary)อันนึงที่อาจจะทำให้เข้าใจผิดเพราะ practice ในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
ในไทย 🇹🇭 คิดเป็น "รายเดือน" เวลาคุยกัน สมัครงาน หรือทำสัญญาจะใช้ตัวเลขต่อเดือนเป็นหลัก เช่นคนนี้ได้ 30,000 บาท/เดือน
ส่วนที่อังกฤษ 🇬🇧 คิดเป็น "รายปี" เวลาประกาศงานหรือคุยเรื่องเงินเดือนจะใช้ยอดรวมต่อปีเป็นหลัก เช่น £40,000 p.a. (per annum) แต่เวลาจ่ายเงินจริงบริษัทก็โอนให้เป็นรายเดือนเหมือนกัน


























