เพื่อนผู้หญิงไปออกเดทกับผู้ชายที่เจอกันครั้งที่ 3 เขาบอกว่า “ลืมกระเป๋าสตางค์” เธอเลยจ่ายค่าอาหาร 16,000 เยนไป แล้วบอกว่า “ครั้งหน้าฝากด้วยนะ” พอออกจากร้าน เขาก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วหัวเราะ
“ดีจัง เธอเป็นคนที่จ่ายให้ได้จริงๆ” เธอคิดว่าเขาล้อเล่น แต่เขาพูดต่อว่า
“ถ้าจะเลือกใครมาเป็นภรรยา ก็อยากจะเช็คตรงนี้ไว้ก่อน”
เขาพูดพลางโชว์กระเป๋าสตางค์
ก่อนจ่ายเงิน เธอเช็คยอดเงินในแอปธนาคาร ในส่วนของตัวเองไม่มีปัญหา แต่ไม่ได้ตั้งใจจะจ่ายในส่วนของสองคน
แถมเขายังเห็นอาการนั้นของเธออีกด้วย
“เมื่อกี้เธอลังเลอยู่นิดหน่อยใช่ไหม แต่พอจ่ายให้ก็ถือว่าผ่าน”
เธอถามกลับว่า “ผ่าน?”
“ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำเหมือนฉันต้องจ่ายเป็นเรื่องปกติ”
จากนั้นเขาก็เริ่มพูดร้ายเกี่ยวกับผู้หญิงคนก่อนๆ แต่เธอตัดบทแล้วพูดว่า
“ถ้ามีกระเป๋าสตางค์ ขอเงินค่าอาหารครึ่งหนึ่งได้ไหม?”
เขาดูแปลกใจนิดหน่อย แล้วตอบว่า “ได้สิ โกรธขนาดนั้นเลยเหรอ?” พร้อมยื่นเงิน 8,000 เยนให้
“ไม่ใช่โกรธ แต่คิดว่าเราคงไม่จำเป็นต้องเจอกันอีกแล้ว”
“เอ๊ะ ทำไมล่ะ? ในเมื่อฉันบอกว่าเธอเป็นคนดีจริงๆ นี่นา?”
เธอเก็บเงินแล้วพูดว่า
“ฉันคิดว่าเธอลืมกระเป๋าสตางค์แล้วเดือดร้อนจริงๆ นะ”
ตอนนั้นเขาถึงกับเงียบ
“ถ้าลืมจริงๆ วันนี้ถึงต้องจ่ายทั้งหมดก็ยังอยากเจออีกครั้ง”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็แยกกันที่สถานี
ระหว่างกลับบ้าน เขาส่งไลน์มาว่า “เพราะเธอต่างจากคนก่อนๆ ฉันเลยคิดเรื่องของเราอย่างจริงจังอยู่” แต่เธอไม่ตอบ เช้าวันต่อมาเขาก็ส่งมาอีก
“ครั้งหน้าฉันจะจ่ายทั้งหมดเอง แบบนี้ก็ยุติธรรมแล้วใช่ไหม?”
เธอโชว์หน้าจอให้ดูแล้วพูดว่า
“สุดท้ายเขาก็คิดว่าเป็นเรื่องของเงินอยู่ดี”
“สองครั้งแรกมันสนุกจริงๆ นะ พูดแล้วยิ่งโมโห”
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
เคยสังเกตไหมว่า คาแรกเตอร์จริงของคน ไม่ได้โผล่ตอนเขาพลังเต็ม แต่โผล่ตอนแรงเหลือแค่ 10%
- กลับบ้านสามทุ่ม ลูกถามคำถามเดิมเป็นรอบที่ 5 แล้วยังตอบดีๆ
- รถติด 2 ชั่วโมง แต่ไม่ลงกับพนักงานเก็บเงินที่ทางด่วน
- งานพังตอนห้าโมงเย็นวันศุกร์ แล้วไม่หันไปหาคนผิดก่อนหาทางแก้
ตอนนอนครบ กินอิ่ม งานลื่น ใครๆ ก็ใจดีได้
คาแรกเตอร์คือสิ่งที่ยังเหลืออยู่ ตอนที่แรงหมดไปแล้ว
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
บัดเจดเที่ยวญี่ปุ่นแบบ realistic นะ
- ค่าตั๋วเครื่องบิน 15-18K(ถ้าโชคดีหาถูกกว่านี้ได้ก็จะประหยัดไปอีก)
- ค่าที่พักคืนละ 1-1.5K(10 วันตีไปเลยกลม ๆ 15K)
- ค่ากิน วันละ 1K ไปเลย(10 วัน 10K)
- ค่าเดินทาง Pass ต่าง ๆ 6-7K
fix cost ประมาณ 45-50K นอกนั้นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย นี่คือเที่ยวแบบกลาง ๆ ไม่ยาจก ไม่ตึงเกิน ไม่ต้องนอนโฮสเทลรวมกับคนอื่น ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
สามีเสียชีวิตเพียง 3 วัน พี่ชายของสามีกลับพาเอเย่นต์อสังหาริมทรัพย์มาที่บ้าน พร้อมประกาศว่าจะขายบ้านและให้เธอย้ายออกภายใน 30 วัน
เขาคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นของน้องชาย เพราะน้องชายเป็นคนซื้อก่อนแต่งงาน และทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน
แต่เขาลืมไปว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ภรรยาคนนี้ไม่เพียงดูแลครอบครัว แต่ยังเป็นคนจ่ายค่างวดบ้านนานถึง 11 ปี และที่สำคัญที่สุด บ้านหลังนี้ถูกโอนเป็นชื่อของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ 3 ปีก่อนที่สามีจะเสียชีวิตแล้ว
เมื่อทนายความเปิดเผยเอกสาร พี่ชายของสามีก็ถึงกับหน้าซีด เพราะความจริงยังมีเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงอีก!
ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สามีผู้ล่วงลับเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ธุรกิจให้พี่ชาย แต่พี่ชายกลับผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด สามีได้เก็บหลักฐานและเตรียมการทางกฎหมายไว้เรียบร้อยแล้ว
ก่อนเสียชีวิต 2 เดือน สามียังเขียนจดหมายถึงภรรยา โดยบอกว่าเขารู้ดีว่าครอบครัวของตัวเองอาจเข้าใจผิด คิดว่าความใจดีของเธอคือความอ่อนแอ และเขาไม่เคยลืมว่าภรรยาอยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรเลย
เขาจึงเตรียมทุกอย่างไว้ เพื่อไม่ให้วันที่เขาจากไป ภรรยาต้องถูกใครขับไล่ออกจากบ้านของตัวเอง
สุดท้าย ครอบครัวของสามีต้องเดินออกไปมือเปล่า ทั้งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และชัยชนะที่พวกเขาคิดว่าจะได้ ล้วนไม่เป็นไปตามที่หวัง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความใจดีไม่ใช่ความอ่อนแอ และความเป็นครอบครัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์เอาเปรียบกันได้เสมอไป
คนที่รักเราจริง ไม่ใช่แค่คนที่อยู่กับเราในวันที่มีความสุข แต่ยังเป็นคนที่พยายามปกป้องเรา แม้ในวันที่เขาไม่สามารถอยู่ข้างเราได้อีกแล้ว
บางครั้ง ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจเป็นการเตรียมความมั่นคงให้คนที่เรารัก ก่อนวันที่เราจะต้องจากกันตลอดกาล ❤️
夫が亡くなってから3日後、夫の兄が不動産業者を連れて私の家にやって来た。
「この家を売ることにした。別の住む場所を探す時間は30日やる。」
彼はそう言い放った。
私は彼を見つめた。
「ちょっと待って。ここは私の家よ。」
彼は笑った。
「弟はお前と結婚する前にこの家を買ったんだ。子どももいないし、血のつながりもないだろう。面倒なことにするなよ。」
夫の姉妹たちも彼の後ろに立ち、同意するようにうなずいていた。
私は言葉を失いそうだった。
15年間、私はこの家族のために料理を作り、祝い事を取り仕切り、お金に困ったときには何度も助けてきた。
それなのに今、彼らは私をまるで赤の他人のように扱っていた。
私は弁護士に電話したが、遺産に関する書類を確認するまでは、彼らと争わないようにと助言された。
1週間後に開かれた家族の話し合いで、義兄は売却するつもりの品々をリストにして持ってきた。
弁護士は辛抱強く話を聞いた後、彼に質問した。
「遺産について話し合う前に、なぜあなたは、この不動産がお兄さんの所有物だと考えているのか説明していただけますか?」
「弟が買ったからに決まっているだろう!」
弁護士はファイルを開いた。
「確かに、最初の頭金を支払ったのはご主人の弟さんです。しかし、その後の住宅ローンは、11年間にわたり、すべて奥様が支払っていました。さらに、この不動産の名義は、ご主人が亡くなる3年前に奥様へ変更されています。」
義兄の笑顔が消えた。
「そんなはずはない。」
弁護士は彼に登記書類を手渡した。
しかし、本当の驚きはそれだけではなかった。
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
คนญี่ปุ่นเหมือนมี culture ชอบทำให้ซับซ้อนไว้ก่อนอะ ไม่ว่าจะเป็นงาน หรือสื่อหรือ การเข้าถึงอะไรใดๆ
ทำไมยุค 2010s Jpop ถึงหายไปและ Kpop มาแทน? ไม่ใช่เพราะแฟนๆ วัยเราชอบเกาหลีมากกว่าหรอกนะ แต่เข้าถึงเพลงได้ง่ายกว่าเยอะ
ดูออนไลน์ได้ ไม่ต้องดิ้นรนหา torrent แถมชื่อเพลงก็เป็นภาษาอังกฤษ ค้นหาได้ง่ายกว่า ถ้าแฟนๆ คนไทยอยากทำ amv / fan edit เกาหลีก็ไม่เอาคลิปลง ญี่ปุ่นนี่ไม่รอด
ล่าสุดเจอคลิปต่างชาติคนขาวพูดญี่ปุ่นคล่อง สะท้อน(?)การอยู่ญี่ปุ่นว่า ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องยากมากๆๆสำหรับชาวต่างชาติ แล้วพอต่างชาติโวยวายว่าขั้นตอนยุ่งยากแบบไม่จำเป็น คนญี่ปุ่นก็จะโทษว่าต่างชาติเนี่ยไม่มีมารยาท >> instagram.com/edwonedwon/ree…
ตัวอย่างในคลิปคือ ลูกค้าจะสั่งกาแฟลาเต้
ร้านบอกว่าให้จอง (แต่ร้านไม่มีคนนะ)
ลค.เดินออกไปหน้าร้าน กดโทรมาจอง แล้วเดินเข้ามาใหม่
ร้านรับออเดอร์
ลค.สั่งลาเต้
ร้านให้กรอกฟอร์มตกลงเงื่อนไขร้าน
ลค.ยอมกรอก เห็นระบุว่านั่งได้แค่ 30 นาที??
ร้านบอกว่านักท่องเที่ยวเยอะอะค่ะ
ลค.งง ร้านโล่งหนิ? แต่ก็ยอมๆไป
ร้านเช็คข้อมูล ขอดูบัตรประจำตัวเสร็จ รับออเดอร์
ลค.สั่งลาเต้...แล้วถามว่าขอแบบ decaf ได้ไหม
ร้านถามบอส ซุบซิบว่าคิดเงินเพิ่มดีมั้ย...
ร้านตอบว่า ทำให้ได้ค่ะ แต่ว่าคิดเพิ่มนะคะ
ลค.ถามกี่เยนครับ
ร้านบอกซักครู่นะคะ--ลค.เลยบอก ไม่เป็นไรครับๆๆ ลาเต้ธรรมดาครับๆๆ
ร้านตอบโอเคค่า ละบอก...
"คุณลูกค้าคะ พอดีว่าเพิ่งเลยสี่โมงครึ่ง ร้านปิดแล้วค่ะ ทำออเดอร์ให้ไม่ได้จริงๆนะคะ"
เอ้า
ลค.ก็เลยโวยว่า ทำไมจะไม่ทันอะ อันนี้ลค.ไม่ผิดนะ ร้านจัดการช้าเอง ทำไมต้องทำให้ขั้นตอนการสั่งมันยุ่งยากด้วย (แล้วก็โดนลากตัวออกไป)
พนักงานซุบซิบกันบอก เห้อ พวกไกจิน(ต่างชาติ)นี่มันปสด.เนอะ
....คนเม้นกันเพียบว่าเจอปสก.คล้ายกันเยอะ
รุ่นน้องที่ในบริษัทที่กำลังทำงานเข้าสู่ปีที่ 2 ใช้เวลาครึ่งปีกว่าจะปิดสัญญาใหญ่ได้
รุ่นน้อง “หัวหน้าแผนก ในที่สุดก็ปิดสัญญาได้แล้วครับ!”
หัวหน้า “โอ้ ทำได้ดีมาก!”
รุ่นน้อง: “ขอบคุณครับ!”
สัปดาห์ต่อมา ในตอนที่ประชุมทั้งแผนก
ผู้จัดการ: “สัญญาใหญ่ครั้งนี้ ใครเป็นคนปิดได้เหรอ?”
หัวหน้า “ผมครับ”
……ห๊ะ?
รุ่นน้อง: “เอ๊ะ?”
หัวหน้: “ผมไปเจรจากับลูกค้ามาหลายครั้ง จนในที่สุดก็ปิดสัญญาได้”
ผู้จัดการ “นายนี่สุดยอดจริงๆ”
หัวหน้า “ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
รุ่นน้องนั่งเงียบและก้มหน้าลง
หลังจบการประชุม ผมเลยเรียกรุ่นน้อง
ผม “นาย โอเคกับเรื่องนี้เหรอ?”
รุ่นน้อง “……ก็โอเคแหละครับ ผมต่อต้านหัวหน้าแผนกไม่ได้หรอก”
ผม “นี่คืองานที่นายทุ่มเทมาครึ่งปีเลยไม่ใช่เหรอ?”
รุ่นน้อง “แต่ก็ไม่มีหลักฐานด้วยนี่สิ”
ในตอนนั้น ผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้
ต้องมีรายละเอียดที่หัวหน้าไม่รู้เกี่ยวกับสัญญานี้แน่นอน
และสัปดาห์ต่อมา มีการประชุมทั้งแผนกอีกครั้ง
ผู้จัดการ “เรื่องสัญญาใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อธิบายแผนต่อไปให้ฟังหน่อย”
หัวหน้า “ผมจะใช้ความสัมพันธ์ที่ผมสร้างกับลูกค้ามาขยายธุรกิจต่อไป”
ผม “ขอโทษครับ ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม?”
หัวหน้า “อะไร?”
ผม “สัญญานี้ คนที่เจรจากับผู้รับผิดชอบของลูกค้าคนแรกคือใครครับ?”
หัวหน้า “ผมไง?”
ผม “งั้นเหรอ”
หัวหน้า “มีอะไร?”
ผม “อีเมลจากลูกค้า ยังอยู่ใช่ไหมครับ?”
หัวหน้า “หมายความว่ายังไง?”
ผม “ตั้งแต่ติดต่อครั้งแรกจนถึงเซ็นสัญญา ทั้งหมดเป็นน้องคนนี้รับผิดชอบครับ”
หัวหน้า “งานยิบย่อยๆ ฉันก็ต้องให้ลูกน้องทำสิ”
ผม: “งั้น เหตุผลที่ลูกค้าเปลี่ยนเงื่อนไขที่เสนอมาคืออะไร?”
หัวหน้า “……”
ผม “สิ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเซ็นสัญญาคืออะไร?”
หัวหน้า “รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แบบนั้นฉันจำไม่ได้หรอก!”
ผม “เจรจามาครึ่งปีเลยใช่ไหมครับ?”
ห้องประชุมเงียบสนิท
หัวหน้า “นายจะทำให้หัวหน้าเสียหน้าหรือไง!”
ผู้จัดการ “เดี๋ยวก่อน เรื่องเมื่อกี้หมายความว่ายังไง”
ผมเปิดคอมพิวเตอร์
ผม “จริงๆ เมื่อวานนี้ มีอีเมลจากลูกค้ามาครับ”
หัวหน้า “……อะไร?”
ในอีเมลนั้นมีประโยคที่แย่ที่สุดสำหรับหัวหน้า
ผู้จัดการ “ในอีเมลเขียนว่าอะไร?”
ผม “เป็นจดหมายขอบคุณจากลูกค้าครับ”
ผู้จัดการ “อ่านให้ฟังหน่อย”
ผม “สัญญานี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าไม่มีการเจรจาอย่างไม่ยอมแพ้ของคุณ OO (น้อง) ขอให้คุณ OO รับผิดชอบต่อไปในอนาคตด้วย”
ผู้จัดการ “เข้าใจแล้ว”
หัวหน้า “ไม่ใช่ มันคือ……”
ผม “ยังไงก็ตาม บันทึกการเจรจาและอีเมลทั้งหมดยังเหลืออยู่ครับ”
ผู้จัดการ “หัวหน้า นายบอกว่าตัวเองเป็นคนปิดสัญญาใช่ไหม?”
หัวหน้า “เพราะผู้รับผิดชอบคนสุดท้ายคือผม”
ผู้จัดการ “การเป็นผู้รับผิดชอบกับการยึดผลงานเป็นของตัวเองมันคนละเรื่องกัน”
หัวหน้า “……”
ผู้จัดการ “OO คุง ทำได้ดีมาก เราจะประเมินอย่างเป็นทางการให้”
รุ่นน้อง “ขอบคุณครับ!”
หลังประชุม
หัวหน้า “นายทำเรื่องเกินเลยไปแล้วนะ”
ผม “เกินเลยเหรอครับ?”
หัวหน้า “ทำให้หัวหน้าเสียหาย”
ผม “หัวหน้าครับ”
หัวหน้า “อะไร?”
ผม “ถ้าไม่ยึดผลงานของลูกน้องไป ก็คงไม่เสียหายตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ?”
หัวหน้า “……”
หลังจากนั้น รุ่นน้องก็ได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง และถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำโครงการใหญ่ในโครงการถัดไป
ส่วนหัวหน้า ถูกสั่งสอนอย่างเข้มงวดและให้รายงานผลงานของลูกน้องอย่างถูกต้อง
มีหัวหน้าที่ยึดผลงานของลูกน้อง
แต่ยึดบันทึกการทำงานไปไม่ได้
入社2年目の後輩が、半年かけて大きな契約を取った。
後輩「課長!ついに契約が取れました!」
課長「おお、よくやったな!」
後輩「ありがとうございます!」
翌週、全体会議。
部長「今回の大型契約、誰が取ったんだ?」
課長「私です」
……は?
後輩「え?」
課長「私が先方と何度も交渉しましてね。ようやく契約にこぎつけました」
部長「さすがだな!」
課長「いえいえ、当然の仕事です」
後輩は黙ってうつむいていた。
会議が終わったあと、後輩を呼び止めた。
自分「お前、あれでいいのか?」
後輩「……いいんです。課長には逆らえないので」
自分「お前が半年頑張った仕事だろ?」
後輩「でも、証拠もないですし……」
そのとき、俺はひとつの事実を思い出した。
今回の契約について、課長は絶対に知らないことがある。
そして翌週、再び全体会議が開かれた。
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
Replying to @FeiZV
ข่าวซุบซิบบันเทิงของสมาชิกราชวงศ์ เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก
เราก็ฟังมาจากสลิ่มแก่นั่นแหละ อีพวกนี้นินทาเจ้าแซ่บกว่าเด็กรุ่นใหม่เยอะ
คนรุ่นนี้มองเรื่องการใช้ภาษี, การใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ
แต่สลิ่มแก่ที่นินทาเจ้าเพราะมันมองเรื่องฉาว ๆ คาว ๆ ส่วนบุคคล
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
จากบันทึกของ CIA
ตอนปี 87 เสี่ยโอไปเยือนญี่ปุ่น แล้วไม่พอใจที่ทางญี่ปุ่นต้อนรับไม่ดี ขบวนเสด็จแวะจอดกลางทาง มีกำหนดการพาไปเยี่ยมชมวัดญี่ปุ่น เจอพระญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้ว
เสี่ยโอโกรธจัดเลยแหละ กลับก่อนกำหนดจากเดิมที่ต้องไป 8 วันเหลือแค่ 3 วัน แถมยังให้รมต.ต่างประเทศส่งหนังสือเรียกร้องให้ทางการญี่ปุ่นขอโทษอีก
พอถึงปี 96 นายกฯ ญี่ปุ่นมาเยือนไทย เสี่ยก็น่าจะยังแค้นไม่หาย สั่งให้เครื่องบินรบ F-5 สามลำ ซึ่งแกขับเองด้วยลำนึงไปจอดขวางเครื่องบินของนายกญี่ปุ่นกลางลานจอดที่สนามบินดอนเมือง
แถมยังสั่งให้ช่างภาพเอากล้องลง ไม่ให้ถ่ายภาพอีก ยื้อกันอยู่อย่างนั้น 20+ นาที ถึงยอมถอย
ก็เจ้าคิดเจ้าแค้นประมาณนี้แหละ คนแบบนี้มันถึงได้รื้อบ้านเมียทิ้ง สั่งให้โกนหัวเขาตอนเลิกกัน
เคยตีกับลค. เรื่องคำว่า อธิษฐาน ฝั่ง ลค.เขียนเป็น อธิฐาน มา แล้วนี่เลยบอกว่า มันต้อง อธิษฐาน นะ ลค.ก็ยังดึงดันตามที่ตัวเองเขียนมา คือนี่ก็พยายามอธิบาย แต่เค้าไม่ยอมอะ ถามย้ำแล้วย้ำอีกก็ยังดึงดัน สรุปชั้นสั่งทำตามนั้นเลย จนวันรับของ ทีมงานที่มาด้วยแย้ง หาว่าชั้นเขียนผิด นี่เลยกางหลักฐานให้ทีมเค้าดู สรุปคือทางลค.จ่ายเงินแก้ใหม่ ชั้นเก็บเงินเต็มแม็กซ์ ข้อหาหมั่นไส้ เตือนละไม่ฟัง
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
แค่พนักงานไดกิ้นนัดหยุดงานเพราะโบนัสผิดสัญญา คนไทยยังเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนายทุน ทั้งที่แรงงานไม่ได้ทำอะไร (นัดหยุดงานก็คือไม่ทำอะไร) สันดานทาสมันยังฝังลึกในระบบประสาท ความเจริญเข้าไม่ถึง
เคยพิมพ์คำว่า “ปรากฏ” (ฏ ปฏัก 2 หยัก) โดนตีกลับว่าที่ถูกคือ “ปรากฎ” (ฎ ชฎา หยักเดียว) แล้วบอกว่าจะพิมพ์อะไรพิมพ์มาให้ถูก ยิ่งเอาไปเสนอผู้ใหญ่เค้าจะหาว่าไม่รู้เรื่อง
นี่เลยปริ้นคำค้นหาจากพจนานุกรมไปให้ดู เงียบ ไม่พูด นี่เลยบอกว่า ก่อนจะว่าใครก็ช่วยหาข้อมูลก่อนนะคะ
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
ล่าสุดเจอคลิปต่างชาติคนขาวพูดญี่ปุ่นคล่อง สะท้อน(?)การอยู่ญี่ปุ่นว่า ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องยากมากๆๆสำหรับชาวต่างชาติ แล้วพอต่างชาติโวยวายว่าขั้นตอนยุ่งยากแบบไม่จำเป็น คนญี่ปุ่นก็จะโทษว่าต่างชาติเนี่ยไม่มีมารยาท >> instagram.com/edwonedwon/ree…
ตัวอย่างในคลิปคือ ลูกค้าจะสั่งกาแฟลาเต้
ร้านบอกว่าให้จอง (แต่ร้านไม่มีคนนะ)
ลค.เดินออกไปหน้าร้าน กดโทรมาจอง แล้วเดินเข้ามาใหม่
ร้านรับออเดอร์
ลค.สั่งลาเต้
ร้านให้กรอกฟอร์มตกลงเงื่อนไขร้าน
ลค.ยอมกรอก เห็นระบุว่านั่งได้แค่ 30 นาที??
ร้านบอกว่านักท่องเที่ยวเยอะอะค่ะ
ลค.งง ร้านโล่งหนิ? แต่ก็ยอมๆไป
ร้านเช็คข้อมูล ขอดูบัตรประจำตัวเสร็จ รับออเดอร์
ลค.สั่งลาเต้...แล้วถามว่าขอแบบ decaf ได้ไหม
ร้านถามบอส ซุบซิบว่าคิดเงินเพิ่มดีมั้ย...
ร้านตอบว่า ทำให้ได้ค่ะ แต่ว่าคิดเพิ่มนะคะ
ลค.ถามกี่เยนครับ
ร้านบอกซักครู่นะคะ--ลค.เลยบอก ไม่เป็นไรครับๆๆ ลาเต้ธรรมดาครับๆๆ
ร้านตอบโอเคค่า ละบอก...
"คุณลูกค้าคะ พอดีว่าเพิ่งเลยสี่โมงครึ่ง ร้านปิดแล้วค่ะ ทำออเดอร์ให้ไม่ได้จริงๆนะคะ"
เอ้า
ลค.ก็เลยโวยว่า ทำไมจะไม่ทันอะ อันนี้ลค.ไม่ผิดนะ ร้านจัดการช้าเอง ทำไมต้องทำให้ขั้นตอนการสั่งมันยุ่งยากด้วย (แล้วก็โดนลากตัวออกไป)
พนักงานซุบซิบกันบอก เห้อ พวกไกจิน(ต่างชาติ)นี่มันปสด.เนอะ
....คนเม้นกันเพียบว่าเจอปสก.คล้ายกันเยอะ
The U.S. sets the pace in many areas of the global economy, but when it comes to electric vehicles, the world’s largest economy is stuck in reverse. The elimination of federal EV rebates is a big reason for that, but high purchase prices and limited charging infrastructure are even greater hurdles compared to market conditions in China and Europe.
Read more: forbes.com/sites/current-cli…
📸: Future Publishing via Getty Images
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
การไปเที่ยวตปทเนี่ยต้องไปกับคนที่เค้ามี lifestyle เหมือนเราจริงๆนะ ไม่เกี่ยวกับว่าสนิทมานานขนาดไหน แต่ขอให้สไตล์การเที่ยว การใช้จ่าย การกิน ไปในทางเดียวกันอะ นี้เคยไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยมัธยม ความเห็นไม่ตรงกันตั้งแต่การเลือกโรงแรมละ จบจากทริปนั้นก็ไม่ไปเที่ยวด้วยกันอีกเลย แต่ไม่ได้เลิกคบนะ
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
เคยมีเพื่อนที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ปีมาขอให้พาเที่ยวตปท.หน่อย ชีอยากไปแต่ไม่รู้จะไปกับใคร เลยบอกว่า ให้พาไปอะได้ แต่อาจจะไม่เหมือนอย่างที่คิดนะ เลยบอกไว้ก่อนว่าเราค่อนข้างชอบชิล
สรุปพอไปด้วยกันคือ ฟรินมากกกกกกก ไปฮอกไกโด หนาวมากกกกก ขี้เกียจลุก นอนตื่นบ่าย พอตื่นปุ้ป นอนเสิชจากมือถือว่า เราออกไปกินไรกันดีวันนี้ เสร็จ แต่งตัว นั่งแทรมเข้าเมือง เดินหาร้าน เออ ร้านนี้ละกัน กินเสร็จ ไปเดินเล่นดีไหม ทำไรดี อุ้ย หิมะตกๆๆ หนาวๆๆ เข้าห้างดีกว่า
สรุปใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่อาทิตย์นึง บางวันแวะเล่นคีบตุ๊กตาทั้งวัน ล้มละลายหนักมาก แต่โคตรฟริน เป็นทริปที่โคตรแฮปปี้ 🤣
Replying to @yokoyaki1985
เกาหลีพัฒนาได้เพราะผู้นำ เขาประท้วงกันแทบตายถึงได้ผู้นำที่พร้อมพัฒนาประเทศ และที่มันแข็งแกร่งไม่ใช่อุตสาหกรรมบันเทิง แต่เป็น semi conductor เขามีเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ รถยนต์ ของตัวเอง เรื่องบันเทิง แฟชั่น มาช่วยเสริมเรื่องการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเฉยๆ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักของเกาหลี
パンティガン ダンワッタナワニット retweeted
คนที่ไปก็ไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นขนาดนี้มั้ง คอมมี่สมัยก่อนมันก็ดูดี มีจีนมีโซเวียต เกาหลีเหนือดีกว่าแทบทุกอย่างอะ ตอนรบกันก็ตีลงมาจนเกาหลีใต้เกือบสิ้นชาติ ใครจะไปรู้ว่าหลังเจรจาแบ่งเขตพักรบกันแล้วมันจะเป็นสภาพนี้
ละเกาหลีใต้มันไม่เจริญจริงนะ ก่อนยุคสองพันคือประเทศโลกที่สามกำลังสร้างตัวอะ ถามคนแก่หน่อยในยุคนั้นก็จำได้แต่ว่าประเทศที่มันตีกันเหมือนเวียดนาม (เพราะทหารไทยก็ไปช่วยรบด้วย ส่งข้าวไปช่วยด้วย ถึงได้ฟรีวีซ่าจนถึงทุกวันนี้) หลังรบเสร็จเทคโนโลยีก็ยังบ้อ ๆ แบ้ ๆ ก็อปญี่ปุ่นมาอีกที โชคดีว่าอุตสาหกรรมบันเทิงกู้ชาติได้ บวกกับคนชาตินิยม ยอมอุดหนุนแบรนด์ในชาติแม้ว่ามันจะยังคุณภาพแย่ จนมีทุนต่อยอดมาเป็นแบบทุกวันนี้








































