Joined October 2018
ทุกคนครับ มีใครอยากได้น้องไหม แม่น้องทิ้ง น้องอ้อนมาก น้องเป็นแมวจรแต่ผมดูแลไม่ไหวแล้ว อยากให้น้องได้บ้าน 🙏
10
2,175
17
1,037
45,317
คนไทยไม่สนใจเลยอ่ะ รู้ยังว่านักกีฬาเราทำลายสถิติโลกนะ ในการแข่งขัน 100 ม. ชาย T54 “ฟิว” อธิวัฒน์ ซิ่งวีลแชร์ เข้าเส้นชัย 13.49 วิ. คว้าเหรียญทอง และสร้างสถิติโลกใหม่ ใน #เอเชียนพาราเกมส์2026 โคตรรรรรเก่ง
20
22,571
27
13,951
283,895
kntwit retweeted
แล้วถ้าเลือกยุคบ้านพลูหลวงนี้ เหตุการณ์กับตัวละครมันจะลงล็อกกับในนิยาย คังซี = ขุนหลวงบรมโกศ ชาย4 = เจ้าฟ้าเอกทัศน์ ชาย8,9 = เจ้าสามกรม or กรมหมื่นเทพพิพิธ รัชทายาทที่โดนปลด = เจ้าฟ้ากุ้ง ชาย14 = เจ้าฟ้าอุทุมพร ชายาชาย4 = พระองค์เจ้าแมงเม่า ชาย13 = เจ้าฟ้าอาภรณ์ or เจ้าฟ้าสังคีต
ของไทยก็ทำได้ช่วงปลายอยุธยา ราชวงศ์บ้านพลูหลวงน่ะ ไม่รู้ทำไมไม่ทำ จะบอกว่าไม่อยากแตะประวัติศาสตร์ชาติตัวเองก็...ยุคราชวงศ์บ้านพลูหลวงมันไม่ใช่ยุคเซ็นซิทีฟอะไรอะ สายโลหิตรีเมคไปล้านรอบละมั้ง เจนวายบางคนเผลอๆ ทัน 4 เวอร์ชั่น
4
318
4
279
15,120
kntwit retweeted
หดหู่ใจกับภาพนี้ ไม่รู้นานรึยัง แต่อย่าทำแบบนี้เลย สงสารน้องค่ะ 🥺 เจ้าของสุนัขใช้เทปกาวพันปิดตาหมาจนมิดก่อนนำไปปล่อยทิ้ง อ้างว่ากลัวหมาจำทางแล้ววิ่งตามกลับบ้าน (เคยปล่อยแล้วหมาตามกลับมาก่อน) การกระทำนี้ถูกวิจารณ์หนักว่าเป็นการทารุณสัตว์อย่างร้ายแรง สร้างความสะเทือนใจ และเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เป็นอุทาหรณ์ว่าถ้าไม่พร้อมเลี้ยงต่อ ควรหาบ้านใหม่หรือติดต่อหน่วยงานช่วยเหลือสัตว์แทนการใช้วิธีทำร้ายแบบนี้
139
3,448
50
3,060
81,080
อ่านกลุ่มที่ 3 ค่ะ อว. ให้ทุนเขมรเรียน ป.ตรี โท เอก และอบรมระยะสั้น ของ กระทรวง อว. ซึ่งมี ยศนัน เป็น รมว.อว. ค่ะ ลิ้งข่าว study-d.com/thailand-scholar…
3
12
3
14
710
แล้วจะเอาคนกัมพูชามาเรียนทำHeaไรอ้ะ เรียนไปก็กลับมาโจมตีประเทศไทย ยังไม่เข็ดอีกหรอ อชห เลี้ยงมันทำไมก่อน เอาเบ้ามาก็เผลอๆ แฝงตัวเป็นสปายให้ประเทศมันอีกป้ะ คิดดิสมองอ้ะ อห
14
87
5
104
5,040
ไอเดียใส่ชุดไทยทำบัตรประชาชนเป็นไวรัลเรียบร้อย เดี๋ยวเหมนมาแน่ 2-3 วันนี้แหละ Cr: Aey Nongxen
28
221
14
682
113,641
kntwit retweeted
แล้ว GMM ไม่มีทุนจ้างนักประวัติศาสตร์มาปรึกษาก่อนถ่ายทำหรอ ซีรีส์ฟอร์มใหญ่ขนาดนี้กับเรื่องแค่นี้ยังพลาด สิบปีก่อนละครไทยขนาดทุนไม่หนาเท่านี้ยังทำเกี่ยวกับล้านนา/ฝ่ายเหนือและเมียนมาร์แล้วจัดเสื้อผ้าถูกต้องตามประวัติศาสตร์ได้เลย ไม่อายหรอ ระงับการฉายแล้วหาทางถ่ายแก้เลย
Every time Myanmar people point out how strikingly similar the costumes in #ScarletHeartTH look to traditional Burmese attire, some Thai fans rush to defend it by saying, “Lanna was once under Burmese rule, so of course our cultures are similar.” Honestly, that argument is getting ridiculous. Are you seriously suggesting that because Lanna was once under Burmese rule, you can use Burmese traditional attire from ANY historical period and justify it as cultural similarity? Myanmar’s traditional clothing has distinct styles across different historical periods. Taungoo-era attire and Yadanabon-era attire are NOT the same. They belong to different periods, with different characteristics. If you cannot even distinguish between them, repeating “our cultures are similar” is not the historical argument you think it is. If you want to bring up Lanna’s history under Burmese rule, at least look at the historical timeline first. Why does a costume that appears to resemble Burmese attire associated with a much later period show up in a drama set in an earlier historical period? Your argument about Burmese rule does absolutely nothing to answer that question. And please, spare us the “It’s just a drama” or “Go watch a documentary” excuses. Being a fictional drama does not mean the costume team can ignore historical research. Nor does fiction mean people lose the right to question the use of clothing that bears a striking resemblance to another culture’s traditional attire. If these costumes genuinely represent Lanna’s historical clothing, then explain the sources. Which historical records were used? Which period do these designs belong to? What references did the costume team actually research? Myanmar people know our own history. Pointing out the historical periods and distinctive features of our traditional clothing does not mean we are trying to claim someone else’s culture. It means we know our own. If you are so confident that these costumes were not borrowed from Burmese traditional attire, then provide historical evidence instead of repeating the same excuse to dismiss Myanmar people’s concerns. Historical connections do not give anyone the right to redefine another culture’s heritage however they please. Learn to distinguish between historical influence and historical accuracy. #ScarletHeartTH #MyanmarCulture #MyanmarTraditionalCostume @GMMTV
22
1,159
23
1,129
75,442
ถ้าโทษประหารนักการเมือง/ข้าราชการโจรล่ะก็ การเมืองจะนิ่งกว่านี้อีกครับ 😌😌😌😌😌😌😌😌😌😌😌😌😌😌
เจ้าสัวคอนเฟิร์มแล้ว
3
20
410
ในฐานะคนไทย ต้องขอโทษพวกคุณอย่างสุดซึ้ง เราพยายามสอนคนของเราแล้ว แต่พวกเขาไม่เปิดรับ และเราเสียใจมากที่ซีรี่ย์เรื่องนี้ทำแบบนี้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ
Every time Myanmar people point out how strikingly similar the costumes in #ScarletHeartTH look to traditional Burmese attire, some Thai fans rush to defend it by saying, “Lanna was once under Burmese rule, so of course our cultures are similar.” Honestly, that argument is getting ridiculous. Are you seriously suggesting that because Lanna was once under Burmese rule, you can use Burmese traditional attire from ANY historical period and justify it as cultural similarity? Myanmar’s traditional clothing has distinct styles across different historical periods. Taungoo-era attire and Yadanabon-era attire are NOT the same. They belong to different periods, with different characteristics. If you cannot even distinguish between them, repeating “our cultures are similar” is not the historical argument you think it is. If you want to bring up Lanna’s history under Burmese rule, at least look at the historical timeline first. Why does a costume that appears to resemble Burmese attire associated with a much later period show up in a drama set in an earlier historical period? Your argument about Burmese rule does absolutely nothing to answer that question. And please, spare us the “It’s just a drama” or “Go watch a documentary” excuses. Being a fictional drama does not mean the costume team can ignore historical research. Nor does fiction mean people lose the right to question the use of clothing that bears a striking resemblance to another culture’s traditional attire. If these costumes genuinely represent Lanna’s historical clothing, then explain the sources. Which historical records were used? Which period do these designs belong to? What references did the costume team actually research? Myanmar people know our own history. Pointing out the historical periods and distinctive features of our traditional clothing does not mean we are trying to claim someone else’s culture. It means we know our own. If you are so confident that these costumes were not borrowed from Burmese traditional attire, then provide historical evidence instead of repeating the same excuse to dismiss Myanmar people’s concerns. Historical connections do not give anyone the right to redefine another culture’s heritage however they please. Learn to distinguish between historical influence and historical accuracy. #ScarletHeartTH #MyanmarCulture #MyanmarTraditionalCostume @GMMTV
22
2,801
18
3,620
127,063
เคยอ่านผ่านๆ เรื่องความบรรลัยของคอมมี่ยุคโซเวียต อย่าว่าแต่ นายทุนหรูหราฟู่ฟ่าอยู่ในเมือง ตามชนบทแม่งแค่เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัวไว้หลายตัว เอาไว้กินไข่กินเนื้อทำปุ๋ย แลก/ขาย กันในหมู่บ้าน ไม่มีคนใช้/แรงงานในบ้าน มันยังยึด ยึดไปยัน คันไถ โดนลากจากชนบทเข้าเมือง ในนามของซ้าย ซึ่งก็ไม่รู้จะนับให้เป็นซ้ายยังไง ถึงได้เตือนแล้วเตือนอีกว่า ไอ้ความคิดแบบคอมมี่/แบบซ้าย ถ้ามึงทำไม่ดี มึงก็แค่ขวาตัวใหม่ มาแทนที่ขวาตัวเก่า เปลี่ยนจากระบบเจ้าสืบทอด เป็นระบบกลุ่มเล็กๆ ที่เปลี่ยนมือกันเองโดยอ้างตำราของ marx แค่นั้นแหละ
17
1
32
2,157
พีเรียดไทยช่วงนี้มีแต่อะไรก็ไม่รู้ มีแต่เรื่องน่าอาย ต่างชาติล้อ ต่างชาติด่า ถ้าของบ soft power ไป รัฐบาลกรุณาริบคืน
ชั้นตร่กชุดใบเฟิร์นรูปแรกมาก เข้าใจว่าอยากออกแบบให้ยังดูสวยอยู่ แต่นึกออกป้ะ คนโดนถอดยศ กำลังจะโดนลอยแพเนรเทศ(ลอยแพจริงๆ ลอยไปกับน้ำเลย) สูญเสียทุกอย่าง สถานะคนคือ 0 อะ ยังจะให้ติดสวยอีก ดูมันออกแบบโซ่ล่ามคอเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นวีคอะไรขนาดนั้น 😅
1
42
60
6,094
ชั้นตร่กชุดใบเฟิร์นรูปแรกมาก เข้าใจว่าอยากออกแบบให้ยังดูสวยอยู่ แต่นึกออกป้ะ คนโดนถอดยศ กำลังจะโดนลอยแพเนรเทศ(ลอยแพจริงๆ ลอยไปกับน้ำเลย) สูญเสียทุกอย่าง สถานะคนคือ 0 อะ ยังจะให้ติดสวยอีก ดูมันออกแบบโซ่ล่ามคอเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นวีคอะไรขนาดนั้น 😅
งานภาพสวยดีนะ แต่ดูผสมๆไทย อินเดีย ฝรั่ง พม่า 😂 #เพลิงพระนาง
17
4,576
53
2,092
483,767
วิกฤตต่างด้าวในชาติตะวันตก สู่สัญญาณเตือนภัยที่ประเทศไทยต้องฉุกคิด วิกฤตการณ์ที่กำลังกัดกร่อนโลกตะวันตกสะท้อนภาพภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสองโมเดลที่ต่างต้องแลกด้วยต้นทุนมหาศาล ทางฝั่งสหราชอาณาจักรหลัง Brexit เลือกใช้ระบบคัดกรองเข้มงวดเพื่อดึงอำนาจควบคุมพรมแดนกลับคืนมา แต่ผลลัพธ์คือการสะดุดลงของฟันเฟืองเศรษฐกิจฐานราก ทั้งภาคเกษตร ธุรกิจบริการ และระบบสาธารณสุขที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนักจนดันเงินเฟ้อพุ่งและฉุดรั้งการเติบโต ขณะที่ฝรั่งเศสและชาติยุโรปเลือกเปิดประตูรับแรงงานต่างด้าวเพื่อพยุงสังคมสูงวัย แต่กลับติดหล่มความล้มเหลวในการหลอมรวมประชากร ก่อให้เกิดชุมชนคู่ขนานตามย่านชานเมือง (Banlieues) ที่กลายเป็นแหล่งสะสมความเหลื่อมล้ำ ความตึงเครียดทางสังคมและวัฒนธรรม จนปะทุเป็นเหตุจลาจลรุนแรงซ้ำซาก ยิ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งในการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะระหว่างพลเมืองดั้งเดิมกับกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ ก็ยิ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกกระแสการเมืองขวาจัดให้ผงาดขึ้นมาสั่นคลอนเสถียรภาพของประชาธิปไตย แก่นแท้ของปัญหานี้คือ “กับดักประชากรศาสตร์” ที่ทำให้ชาติตะวันตกตกอยู่ในสภาวะ ไม่รับก็เศรษฐกิจหยุดชะงัก แต่ถ้ารับเข้ามาโดยไร้ความพร้อม สังคมก็ถูกกัดเซาะจากข้างใน ระบบรัฐสวัสดิการที่ต้องพึ่งพาฐานภาษีของคนวัยทำงาน บีบให้รัฐบาลต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะสั้น โดยละเลยแผนรองรับมิติด้านความมั่นคง การจัดโซนนิ่ง และขีดความสามารถของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้แปรสภาพแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลายเป็นระเบิดเวลาทางสังคม เพราะภาพฝันรัฐสวัสดิการแบบยูโทเปียไม่อาจแบกรับภาระที่เกินขีดจำกัดได้จริง การบริหารจัดการพรมแดนและการย้ายถิ่นฐานจึงไม่ใช่แค่เรื่องมนุษยธรรมลอยๆ แต่เป็นโจทย์ความอยู่รอดระดับอธิปไตย ที่หากวางหมากผิดพลาดเพียงก้าวเดียว ผลกระทบจะฝังรากลึกและไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีก ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วในเวลานี้ที่เปลวไฟกำลังลุกลามไปทั่วยุโรป บทเรียนราคาแพงจากยุโรปกำลังฉายภาพสะท้อนกลับมายังประเทศไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดและมีอัตราการเกิดต่ำจนวิกฤต บีบให้ภาคธุรกิจต้องพึ่งพิงแรงงานข้ามชาตินับล้านคน ทว่าความเปราะบางของไทยซับซ้อนยิ่งกว่ายุโรป เพราะประเทศเพื่อนบ้านรายรอบกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการสู้รบภายในรุนแรง การทะลักเข้ามาจึงปะปนทั้งแรงงานสุจริตและขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติ หากภาครัฐยังคงใช้นโยบายแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปล่อยให้ระบบใต้ดินและส่วยข้ามพรมแดนทำงานแทนกฎหมาย ประเทศไทยย่อมหนีไม่พ้นการกลายเป็นชุมชนคู่ขนาน แย่งชิงทรัพยากรสาธารณสุข และบ่มเพาะปัญหาความมั่นคงแฝงในอนาคต ถึงเวลาที่คนไทยต้องฉุกคิดและจับตานโยบายของพรรคการเมืองที่จะเลือกเข้ามาทำหน้าที่ รัฐบาลใหม่ต้องไม่เดินตามรอยความผิดพลาดของตะวันตก แต่ต้องกล้าปฏิรูประบบแรงงานข้ามชาติให้โปร่งใส มีระบบขึ้นทะเบียนและสัญญาจ้างที่กำหนดกรอบเวลาชัดเจน (Guest Worker Program) ปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อลดการเสพติดแรงงานราคาถูกอย่างถาวร ก่อนที่ประเทศไทยจะตื่นขึ้นมาพบกับหายนะที่ตนเองไม่มีทุนสำรองทางเศรษฐกิจและสังคมมากพอที่จะรับมือได้
2
38
82
2,604
ก็เหมือนสิ่งที่กำลังเกิดในไทยตอนนี้แหละ คนไทยก็กำลังเป็นหนูพวกนั้นอยู่
เปลี่ยนให้หนูล่ากันเอง ชายหนุ่ม ผู้เหนื่อยล้าจากหนูที่ทำลายพืชผลและขโมยธัญพืชของเขา ได้คิดค้นแผนการที่แยบยลแต่โหดร้าย เขาทิ้งหมูที่ตายแล้วลงไปในบ่อน้ำลึกที่ถูกทิ้งร้าง ด้วยกลิ่นที่ล่อใจ เกือบ 80 ตัวของหนูพุ่งลงไปในบ่อเพื่อกินซากเนื้อนั้น ในตอนแรกทุกอย่างดูเหมือนจะดีงาม มีอาหารมากเกินพอสำหรับทุกตัว และหนูกินกันจนอิ่มแต่อุดม แต่เมื่ออาหารหมดลง พวกมันก็ค้นพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ผนังของบ่อชันเกินไปที่จะปีนขึ้นมา พวกมันถูกขังอยู่ วันแล้ววันเล่า ความหิวโหยกลายเป็นความสิ้นหวัง ความสิ้นหวังกลายเป็นความก้าวร้าว หนูที่เคยกินอาหารอย่างสงบเคียงข้างกัน เริ่มต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ในที่สุดพวกมันก็เริ่มฆ่ากันเองและกินกันเอง ทีละตัว จำนวนของพวกมันลดลง จนเหลือเพียงหนูตัวเดียว ดวงตาของมันแดงก่ำ และมันรอดชีวิตมาได้โดยการกินพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็กลับมา ปล่อยเชือกลงไปในบ่อและช่วยเหลือหนูตัวสุดท้ายที่รอดชีวิต แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้นด้วยความเมตตาหรือความเห็นอกเห็นใจ ชายหนุ่มรู้ดีว่าหนูตัวนั้นได้เรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดโดยการล่าหนูตัวอื่นๆ เมื่อเขาปล่อยมันออกมาบนทุ่งนาของเขา มันจะยังคงฆ่าพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ของตัวเองต่อไป แทนที่จะกินธัญพืชของเขา ชายหนุ่มได้เปลี่ยนศัตรูของเขาให้กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเขา และนั่นคือบทเรียนของ "แบ่งแยกและปกครอง" ผู้ที่ควบคุมกับดักไม่จำเป็นต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง พวกเขาเพียงแค่สร้างสภาวะที่ทำให้ผู้อื่นหันมาทำลายกันเอง หนูเชื่อว่าศัตรูของพวกมันคือหนูตัวอื่นๆ พวกมันไม่เคยตระหนักว่าศัตรูตัวจริงคือชายหนุ่มที่โยนพวกมันลงไปที่นั่น อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เสมอไปคือศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้า บางครั้งมันคือผู้ที่สร้างความขัดแย้งและนั่งมองอย่างเงียบๆ ว่าพวกคุณทำลายกันเองอย่างไร บางทีคำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ว่าคุณอยู่ฝ่ายไหน แต่คือใครที่สร้างบ่อนั้นขึ้นมา – และทำไมเขาถึงอยากให้เราต่อสู้กันที่ก้นบ่อ
230
kntwit retweeted
บางครั้งคนไทยเรา ชอบหยิบยกพูดแต่สิ่งไม่ดีๆขึ้นมา โดยไม่ดูบริบทแวดล้อม เรื่องปิดโรงเรียนจีนนี้ได้ยินบ่อยมาก แต่ไม่เคยมองว่า สังคมไทย ประชาชนไทย ให้โอกาส หยิบยื่น เปิดรับ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนไทยเชื้อสายจีนขนาดไหน ทั้งที่ในหลายหลายประเทศรอบบ้านเราเขาไม่ได้เปิดแบบนี้
อินโดนี่น่าจะเลวร้ายสุดละ ยุคซูฮาร์โตมั้ง แต่สุดท้ายคนจีนในอินโด ถึงแห่กันเป็นชุมชนเข้มแข็งกอดคอ ดีลกับรัฐบาลยอมจ่ายส่วยเพื่อให้คอมมูตัวเองยิ่งกอดคอกันแน่น หลังจากบางส่วนหนีไป สิ่งที่อินโดไม่มีเหมือนเราคือไม่มีไม้อ่อน รับคนเข้าไปเป็นคนอินโด แม่งบอกเลยว่าคนจีนเป็นเหลือบไรโกงประเทศชาติ แค้นจนเกิดความรุนแรงบ่อยมาก กลายเป็นหลังจากยุคสงครามการเมือง เหมือนจะเปลี่ยนรัฐบาล (ขออภัยไม่แม่นการเมืองอินโดแบบเป๊ะๆ) อัตลักษณ์ยิ่งเข้มมาก และไม่ยอมให้รัฐแตะเลย ก็ทำธุรกิจไป
11
1
10
973
kntwit retweeted
อินโดต่างจากไทยตรงที่ คนจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองร่วมกับชาวดัทช์ เรียกว่า Cabang Atas มีบรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานจากกษัตริย์ดัทช์เป็น เสี่ย (舍) สามารถเกณฑ์คนพื้นเมืองมารับใช้ได้ อาเหล่าโจวโกวนี่ก็แต่งกับหลานของเสี่ยคนนึง ทำให้คนจีนโดนโจมตีจากคนพื้นเมืองอย่างหนัก
อินโดนี่น่าจะเลวร้ายสุดละ ยุคซูฮาร์โตมั้ง แต่สุดท้ายคนจีนในอินโด ถึงแห่กันเป็นชุมชนเข้มแข็งกอดคอ ดีลกับรัฐบาลยอมจ่ายส่วยเพื่อให้คอมมูตัวเองยิ่งกอดคอกันแน่น หลังจากบางส่วนหนีไป สิ่งที่อินโดไม่มีเหมือนเราคือไม่มีไม้อ่อน รับคนเข้าไปเป็นคนอินโด แม่งบอกเลยว่าคนจีนเป็นเหลือบไรโกงประเทศชาติ แค้นจนเกิดความรุนแรงบ่อยมาก กลายเป็นหลังจากยุคสงครามการเมือง เหมือนจะเปลี่ยนรัฐบาล (ขออภัยไม่แม่นการเมืองอินโดแบบเป๊ะๆ) อัตลักษณ์ยิ่งเข้มมาก และไม่ยอมให้รัฐแตะเลย ก็ทำธุรกิจไป
1
2
1
3
921
ขอความช่วยเหลือ ขอรับบริจาคโลหิตด่วนค่ะ 🙏🏼🩸ต้องการเลือดเพื่อใช้ในการผ่าตัด ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก (ผู้ป่วยเป็นญาติฝั่งทางพ่อหนูเองค่ะ) ขอความกรุณาช่วยอาหนูด้วย🙏🏼😭 🏥 ข้อมูลผู้ป่วย * ผู้ป่วย: นายชาญชัย เชื้อณรงค์ * อายุ 44 ปี * เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช * ต้องการโลหิตชนิด LPRC จำนวน 4 ยูนิต และ FFP จำนวน 4 ยูนิต * ต้องการใช้โลหิตวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ทุกการบริจาคมีความหมาย และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมช่วยเหลือและส่งต่อความเมตตาในครั้งนี้ด้วยนะคะ 🙏 #ขอรับบริจาคเลือด #บริจาคโลหิต #ช่วยเหลือผู้ป่วย #บริจาคเลือด
9
3,491
15
496
37,167
kntwit retweeted
อันนี้ก็ผิดข้อเท็จจริงนะ อินโด ปราบปรามรุนแรง ปิดโรงเรียน ห้ามขึ้นป้ายภาษาจีนลองไปดูไชน่าทาวน์อินโด ไม่ใช่แค่รัฐประชาชนเองด้วยซ้ำจลาจลฆ่าคนจีน ครั้งท้ายๆนี้ปี1998นี่เอง โหดมาก คนจีนอินโดพูดจีนไม่ได้เหมือนกัน ส่วนมาเลเซีย รักษาอันลักษณ์ได้ดีแต่มีกฎหมายภูมิบุตร เป็นพลเมืองชั้น2
อธิบายในมุมการกวาดล้างโรงเรียนด้วยน่ะเพราะพูดถึงว่าทำไมเรากลืนได้ดี ส่วนเรื่องของการปราบขบถมันต้องทำอยู่แล้วไม่ว่าสัญชาติไหน ผมไม่ได้ปฏิเสธซักคำเลยว่า อั้งยี่ ซ่องโจรมีจริง มันคือจีนเทาที่กร่างตั้งแต่ยุค รัตนโกสินทร์ตอนกลางยาวมาเลยจนโดนกลืนกวาดล้างหนักในช่วงยุคคอมมี่เริ่มบวมนี่แหละ สิงคโปร์ มาเลย์ อินโด มีหมด แต่พอเค้าจัดการ civil war ได้ แต่ละรัฐก็เลือกวิธีการจัดการต่างกันไป ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ไม่มีรัฐไหนที่ไล่ปิดแบบเราขนาดนั้น จะเน้นแยกกันไปมากกว่า ยกเว้นสิงคโปร์ ที่ใช้ระบบบังคับโควต้าแทนเลย เลยกลายเป็นพูดได้ละนิดละหน่อยเป็น Singlish แทน
31
2
24
19,346