ℭ𝔒𝔘𝔑𝔗𝔈ℜℑ𝔑𝔗𝔈𝔏 𝔚𝔄ℜℜ𝔒𝔒𝔐 🇪🇪 🇺🇦 🇺🇸 retweeted
คืออยากจะด่ากันมาก อยากลากไส้กันเองออกมาประจาร แต่ก็พูดไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรระหว่างมุ้งรักชนก กับมุ้งปิยบุตร โหวตเตอร์ไม่เข้าใจก็กลายเป็นแค่ติ่งแตด สส. แล้วหวังว่าประชาชนจะมาแอคทีฟช่วยเหลืออะไรพรรคอะ ก็มึงทำพรรคกันแบบนี้นี่
ประเด็นคือป๊อกแกมาหลังเกมแบบ หลังเกมจัดๆ แทบข้ามปีแล้ว เพิ่งจะติง คือ จนพรรคเริ่มปรับเริ่มแก้ แต่ออกมางี๊มันกลายเป็นชนวนให้อีกพวกคาบไปแดกต่อ
ส่วนใครคิดว่าไม่เป็นไร ก็แล้วแต่ อยู่กันแบบนี้ไป ไม่ต้องดูจังหวะจะโคนอะไร ใช้ปากทำงานไป
ตาป๊อกก็เป็นตัวแทน มบ ให้อีกกลุ่มคนในพรรค ที่เค้าอึดอัดมาพักนึงนั่นแหละ โหวตเตอร์บางส่วนอาจซื้อนักแสดง แต่อีกหลายคนเขาไม่ซื้อไง อึดอัด เอือม เบื่อ เลยเบื่อหน่ายพรรคไปโดยปริยาย กะว่ารอวันฟ้าใหม่ค่อยว่ากัน ค่อยกลับมาช่วยพรรค แต่ะอตาป๊อกเป็นตัวแทน มบ เออ ดี ขอบคุณที่พูด
หลายคนในพรรคเขาไม่ซื้อ มันก็มี และเป็นคนทำงานพื้นที่ ประสานงานเครือข่ายที่แสงน้อยอยู่แล้ว
ประมาณนั้น
เรื่องปกป้องสุรพลนี่ผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับโรมนะ
แต่ก็เป็นแค่เรื่องเดียวที่ไม่เห็นด้วยกะน้องมันอ่ะ
ส่วนเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกะโรมอ่ะ
คิดว่าบันเทิงมากรึไงวะ แล้วไอ้ที่มัน "บันเทิง" ขึ้นมาเนี่ย
ดูแต่ละเคสดิ่ คือ เอาไปอภิปรายในสภา แต่โดนเขาไล่ส่งแบบนอกเกมอออกมา
สมัยก่อน ที่ว่าสภาแย่ๆ เขายังปล่อยอภิปรายจนจบนะ แล้วฝ่ายรัฐบาลก็เล่นบท ignore ฝ่ายค้านไป
นี่เจอตัดบท ปิดไมค์ ไล่ออกจากห้อง (ไม่นับรวม ประท้วงให้เสียเวลาอีก) เลยต้องมาพูดข้างนอก ออกมายอมเสี่ยงมีคดี เพราะแม่งไม่ยอมให้พูดในสภาไง ไอ่สัส ละที่ออกมาพูดนี่มีหลักฐานหมดด้วย ไม่ใช่ว่านึกจะพูดก็พูด (แบบฝั่งรัฐบาล)
ถ้าให้อภิปรายจนจบเหมือนชาวบ้าน แล้วฝั่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อหรือจะ ignore หน้าด้านไปวันๆ ก็แล้วแต่ จบไปในสภา แม่งก็ไม่มีอะไรบันเทิงไง เวลาสภาเล่น "นอกเกม" บ้างอ่ะ ป๊อก เคยพูดไหม
ไอ้การมองชาวบ้านว่ามีแค่ active/inactive citizen นี่ก็มองแค่ "ขาวกับดำ" เหมือนกัน
หลายๆ คนไม่ออกตัวเยอะ เพราะเขารู้ไม่เยอะ พูดแบบหยาบๆ กูโง่อ่ะ แต่ทำไมกูต้องไปโชว์โง่ให้เป็นภาระสังคมด้วย กับ อีกกลุ่มคือ กูตามจนไม่รู้จะตามยังไงละ แทบจะหายใจเข้าออกเป็นการเมือง แต่บางช่วงเวลามันอาจจะเป็นช่วงที่ ไม่ว่าจะพรรคไหน ก็ไม่ตอบสนองได้ แต่ยังไปร่วม ไปแสดงออกทางการเมืองปกติ แต่เขาแค่อยากพักบ้าง ทำมาหาแดกก็ burnout ฉิบหายแล้ว ยังต้องมา burnout กับพรรค กับติ่งแตดพรรคอะไรอีก เขาก็อยากพัก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่รับรู้ข่าวสาร
กลุ่มพวกนี้ขอเรียก (ไปก่อน) ว่า dormant citizen คือไปรอใช้สิทธิตาม รธน. แต่ไม่ไปแจมเรียกอำนาจนอกระบบ
กูสงสาร สส.พรรค+สก.เขต บางท่าน กับสมาชิกไม่กี่คนนี่แหละ ที่ทำจริง รับฟังจริง แล้วก็แบกพรรคไว้ แต่ระดับบอร์ดมันเป็นงี๊
ส่วนใครอยากแบกก็แบก ถ้าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง กูไป vote no แล้วไป เข้าชื่อเรื่องแก้/ออกกฎหมายเป็นตัวๆ ไปดีกว่า
ส่วนประเทศเหี้ยนี่ ก็ให้มันจมอ่าวไทยไปเหอะ
จริง ไม่ต้องไป 4 ข้อของป๊อกนะ
เอาแค่ "ประชาชนใหญ่กว่าพรรค" ที่พูดๆ กันนี่จริงไหมก่อน
สภาพมันคือ "สมาชิกเสียงดังกว่าพรรค ส่วนประชาชนโดนกระทืบ" มากกว่า
คือ ควรออกมากล้าพูดกันเลยไหม ว่าสมาชิกพรรค+พวกแก๊ง discord (ไม่ทุกคน แต่มีอยู่กลุ่มนึง) แม่งใหญ่กว่าพรรค ใหญ่กว่า voter
ย้อนไปดูได้ ราวๆ เดือน ตุลา นี่ผมก็เริ่มแสดงความไม่พอใจกับพรรค ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะเรื่องไปโหวตให้น้ำเงินนั้นขึ้น ทั้งๆ ที่ผมบอกว่า ปล่อยเป็น political deadlock ไปเถอะ เพราะมันไม่ได้เริ่มที่เรา แต่ไม่ได้ไปขับไล่อะไรเลย แม่งยังโดนอีกลุ่มนี้เข้ามาบี้
หลังจากนั้นผมก็ยกระดับเลย ผมจะ vote no (ไม่ใช่ no vote ไม่เหมือนกัน) เพราะพรรคมัน "ไม่ได้มาตรฐาน" พวกก็มา gaslight กันสารพัด (ไม่ใช้คำนี้แล้วจะบอกว่าอะไร) ว่าถ้าไม่เลือกสีน้ำเงินมาแน่ ทั้งๆ ที่พูดตรงๆ ว่าสีน้ำเงินมัน "ซื้อ" กระบวนการเลือกตั้งไปแล้ว ตั้งแต่ไปยกมือให้มัน แค่นี้ก็รู้ mentality แล้ว
ยังไม่นับรวมเอาใครมานั่งเป็นยุทธศาสตร์พรรคเพียงเพราะไปช่วยสู้คดีให้ แถมไม่สำนึกว่ายุค รปห.49 ทำอะไรไว้อีก เทียบกับไอซ์ ไอซ์มันยังมีสำนึกกว่า มันกล้าพูดกว่าว่าสมัยวัยรุ่นมันไม่รู้ มันก็ไป กปปส. แล้วมันโดนกับตัวมันถึงได้เปลี่ยนเลย
เนี่ย ขนาดกูพยายามไม่ด่าเหมารวมพรรคมาตลอด แยกส่วนด่า กูยังเละเลย แล้วคนอื่นจะเหลืออะไรวะ
ผมไม่ชอบความเห็นป๊อก แต่ถ้าป๊อกวิจารณ์ด้วยจิตบริสุทธิ์ ผมก็ไม่ล้ำเส้นนะ วิจารณ์มาก็วิจารณ์กลับ
คนทำงานวิชาการย่อมรู้ว่ามี argument ก็มี counter-argument มี thesis-antithesis-synthesis วน loop ไป
แต่ถ้าป๊อกมาทรงแบบไอ่เย็ดแม่ไชยยันต์ โดยเฉพาะอยู่ใกล้ในระยะ 100 เมตร...
...กรุณาหาเชือกมามัดผมหรือจิ้มยาสลบให้ทัน
สู้กับรัฐไทย... ผมพูดตรงๆ ว่ะ... ต้องมีคนทำ wet work
เมียผม แม่งยังพูดอ่ะ ขนาดไม่เคยเสนอไอเดียนี้ให้เมียฟังนะ
และกลับกัน คนทำ wet work ใจต้องเสียสละแบบสุดๆ
เพราะสิ่งที่ทำมันข้ามเส้นศีลธรรม+ไม่สามารถเอามาอ้างคุณงามความดีอะไรได้ แต่มันต้องทำ ไม่งั๊นไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีใครไปส่งบทเรียนกับฝ่ายตรงข้าม(ระดับรัฐ) ว่า "ถ้ามึงล้ำเส้นทำกับประชาชนขนาดนี้ มึงก็ต้องรับบทเรียน"
(...แต่ระดับ BRN กูก็ไม่นับอ่ะ อันนั้นเกินเส้นไปเยอะ คนที่เสี่ยงอย่างมีสติ อย่างมากก็ทำแบบ borderline แล้วรับเจ็บคนเดียว)
อันนี้ เพิ่งนึกออก ฝากเตือนด้วยความเป็นห่วง
เพราะฝั่งสีน้ำเงิน มันเล่นเกม state capture เยอะมาก
และไม่รู้ปลายปีจะมีสีอะไรนอกสภา มาผสมโรง(เล่นบทฮีโร่ปลอมๆ อีกแล้ว)รึเปล่า
พรรคหาคนประกบตัวแซ่บๆ ตัวมีแสงหน่อย ไม่ได้ให้เอามาเบรคอะไร แต่ให้มาดูความปลอดภัย/พยาน แล้วก็อาจจะช่วยทำงานไปในตัวด้วย จะเป็น สส. ด้วยกัน หรือ มีผู้ช่วยก็แล้วแต่เหอะ
จริงๆ ก็ทั้งพรรคอ่ะ ไม่รู้วางระบบความปลอดภัยข้าราชการการเมืองของพรรคยังไงบ้าง
ผมเตือนละนะ
จุดอ่อนของสายวิชาการ(ตอนนี้) ของพรรคส้ม คือ เหมือนตัว "นักสื่อสารวิชาการ" ของพรรคหายไป แน่นอน ทำพรรคการเมืองในประเทศนี้ตอนนี้ ต้องมีทั้งบุ๋นและบู๊
คือฝ่ายบุ๋น คุณจะสื่อสารเป็นวิชาการ กับ class นักวิชาการด้วยกัน อันนั้นก็ทำไป แต่มันจะต้อง "เผื่อ" ให้มีการสื่อสารถึงประชาชนด้วย นี่ยังไม่นับรวมว่า นักวิชาการ มันทำงานแบบทดลองทางความคิด ซึ่งบางประเด็น มันอาจจะทำได้ยากในความจริง ก็ต้องมีนักสื่อสารตรงนี้มาช่วยคุยกับคนทั่วไปว่า ไอ้ที่พรรคคิดจะทำมันมีทั้งใกล้ และ ไม่ใกล้ และเราจะหยิบไอ้อันใกล้ๆ มาทำก่อน ปูพื้นเป็น roadmap ทางการเมืองไว้
ฝ่ายบู๊ ก็ไม่ควรปล่อยให้เขาแบบ "บู๊จนแบก" เยอะ ตอนนี้ตัวบู๊ตัวชนเขาออกสื่อเยอะมาก หรือ (ด้วยความเป็นฝ่ายค้าน) แซมคนอื่นในพรรคเข้าไปบ้าง ไปเป็นบัดดี้กัน ตอนอภิปรายอาจจะคนนึง แต่เวลาออกสื่อ เช่น กรณีประธานสภา มันตุกติก ไล่ออกจากสภาแบบต้องมาพูดหน้าสื่อข้างนอก ลองให้ใคร ที่ไม่มีคิวอภิปรายแล้ว มาประกบด้วยคนนึง อันนี้ เผื่อเรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะสีน้ำเงินเล่นเกม state capture ไปเยอะมาก
กลัวทัวร์อะไรล่ะครับป๊อก โหย เขาซัดกันรึ่มๆ ตั้งแต่ ราวๆ ตุลาปีที่แล้ว เขาโดนกันระนาวละทัวร์อ่ะ ละที่ไม่กลัว ก็ไม่น้อย
จนนี่ครบปีละ พี่ไปอยู่ไหนมา จิบไวน์อยู่หรอ
อยากเพิ่มเติมว่า ฝั่ง "สีสัน" นี่จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากจะสีสันอ่ะ คือ เขาอภิปรายปุ๊บ สื่อเอามาเล่นมั่งล่ะ ไม่ก็ฝ่ายรัฐบาลนี่แหละ เปิดก่อนเอง ละพวกนี้คือถ้าเราไม่สวนกลับมั่งก็เอาใหญ่ เอาล่อเอาเถิดตลอด
อย่างล่าสุด ฝ้าย v โรม นี่แม่งไปไล่ๆ ดู มันเริ่มจากลูกเนวินนะ แล้วก็ลามมาเรื่อยๆ
สัส ใครๆ เขาก็อยากจะอภิปรายชิวๆ ทั้งนั้นแหละ
แต่ถามว่าไอ้ที่จงใจสร้างแสงมีไหม ในพรรคอ่ะ ก็มีเช่นกัน อันนี้ไม่ต้องรอป๊อกมาพูด เขาก็ด่ากันอยู่ทุกวันนะ มีอยู่ไม่กี่คนหรอก ละไอ้ที่มี แม่งออก/โดนอัปเปหิ เป็นพวกงูเห่าไปหมดละ
คนไม่ได้เป็น สส. นั่งกระดิกตีนจิบไวน์ มีเครดิตลี้ภัยล่วงหน้าบางประการ มันก็พูดได้
อ้อ เท่าที่สังเกต ป๊อกก็คลุมเครือว่าพูดถึงใคร? พรรค? ตัว สส.?
แต่ที่แน่ๆ บอร์ดบริหารพรรคอ่ะ ต้องแก้ยับๆ นี่ถึงเคยเสนอว่า ให้เท้งลงมาจากหัวหน้าพรรคก่อน แล้วสลับเอาคนอื่นขึ้น ตอนนี้เท้งขึ้น แต่เหมือน technocrat ที่ว่ามาชักใยพรรค มันไม่มีความแบบฟังเสียงสมาชิก/voter พรรค แม่งก็มาด่ากูอีก เอ้า กูให้สลับตัว ไม่ได้ให้หยุดทำงาน/ออกจากงาน จะวิชาการไม่วิชาการ ไม่รู้ล่ะ กูเห็นพรรคทำเรื่องง่ายเป็นเรื่องยากไปหมดละตอนนี้
แม่ง จะไม่ให้กู burnout กับพรรค กับการเมืองไทยตอนนี้ได้ไง
ℭ𝔒𝔘𝔑𝔗𝔈ℜℑ𝔑𝔗𝔈𝔏 𝔚𝔄ℜℜ𝔒𝔒𝔐 🇪🇪 🇺🇦 🇺🇸 retweeted
“Interpretive analysis is a basic step in the translation process; without it, there can be no translation.”
Jean Delisle
การสื่อสารของพรรคแมวซ่ม กับเรื่องดราม่าแปล แฮรี่พอตเตอร์ กับเรื่องประกาศน้ำท่วม
ผมรวมเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ
ถ้าคุณบอกว่าคุณติดตาม trend/movement ของฝ่ายออกซ้ายๆ ในไทย
มันมีปัญหาการ overcorrection เรื่องนี้จริงๆ
มันมีเรื่อง "ภาษาลิเก" ซึ่งการแก้ไข (correction) มันควรไปจบที่ "ใช้ภาษาให้ถูกระดับ" ก็จบแล้ว
แต่พอเป็นสภาวะแก้ไขแบบสุดโต่งล้นเกิน (overcorrection ที่ woke เองก็ชอบทำ) มันกลายเป็น "แบนทุกอย่างที่อ่านยาก/ภาษาราชการ"
ผมถึงได้บอกในโพสต์ก่อน แน่นอน ในยุคนึงมีการ gatekeep/ปิดกั้นความรู้ แต่ทำความรู้ให้เข้าถึงง่าย กลายเป็นว่าพยายามอ่านเอง พอเจอจุดที่ไม่เข้าใจ แทนที่จะไปปรึกษาผู้รู้ พวกนี้จะไม่ไปปรึกษา จะพยายามตีความเอง เพราะกลัว authority หรือ ผู้รู้กว่าบิดเบือน (ทั้งๆ ที่มันก็มีวิธีแก้เรื่องนี้อยู่)
มันทำให้อะไรหลายๆ อย่างบิดเบี้ยวไปไกลกว่าเดิมอีก มันเข้าทำนอง The road to hell is paved with good intention. จริงๆ ไปแล้ว
มันกลายเป็นฝ่ายเราเองเนี่ย เอาใจยากที่สุด
เอาแค่เรื่องการสื่อสาร คือพรรคก็พูดออกมาเลยสิ ไม่ก็เอาไปพูดแค่ในที่ประชุมสมาชิกพรรคก่อนก็ได้ ว่าพรรคเราขาดอะไร
เช่น ขาดตัวนักสื่อสาร นักทำ infographic ฯลฯ อะไรก็ว่าไป บอกมาว่าต้องการอาสา ผมว่าคนที่พร้อมสละทำให้ฟรีๆ ก็มี
แล้วก็เป็นฝั่งเราเองนี่แหละที่ anti-authority ไม่อยากสื่อสารยากๆ ไม่อยาก "ภาษาลิเก" ทั้งๆ ที่ (เคยพูดแล้ว) เป็นเรื่องการใช้ภาษาให้ถูกระดับ