🦦 retweeted
นี่เห็นน้องกับคุณครูผ่านหน้าฟีดบ่อยมาก และน้องก็พูดภาษาโบราณได้อย่างศัพท์ที่แทบไม่ได้ยินได้เห็นแล้วในสมัยนี้ก็พึ่งได้ยินจากน้องจนเอาไปหาความหมาย แต่มันมีจุดที่น่าแปลกใจอยู่คือน้องบอกน้องกับครูเป็นแม่ลูกกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ตายด้วยโรคห่า(มั้ง) บางทีก็บอกว่าชาติที่แล้วลำบาก อย่างคลิปนี้ก็ได้เรียนกับพระเทพกวี ซึ่งฐานันดรออกแนวขัดแย้ง ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้จากการฟังแค่นี้หรอกไม่อยากว่า แต่ไม่ว่าจะระลึกชาติได้จริงหรือแค่เป็นเด็กที่เผลอได้รับข้อมูลมาตั้งแต่เด็กจนเก็บมาจินตนาการ ควรรอบตัวควรจัดสรรให้น้องเติบโตเป็นเด็กทั่วไปเถอะค่ะ ครูพามาทำคอนเท้นฉ่ำ ๆ เรียกแม่เรียกลูกจริงจังเลย นี่ยังไม่รวมถึงการที่ครูทรีตน้องเป็นลูกเลยด้วยนะ แล้วเด็กคนคนอื่นในห้องถูกปฏิบัติเท่ากันไหม? ไม่รู้สิ อยากให้แยกตรงนี้ออกจากกันและพาเด็กออกจากสื่อด้วย สื่อเหมือนดาบสองคม ไม่อยากให้น้องมีดิจิตอลฟุตปริ้นติดตัวจนถึงตอนโต
อีกคลิปที่หาคำอธิบายไม่ได้
ครูปลาไปเข้าห้องน้ำ น้องก็อัดคลิปพูด Eng. หน้าตาเฉย มีดุเพื่อนที่ไม่นอนด้วย อีกคลิปครูปลามาถามน้อง ว่าไปเรียน Eng.ที่ไหนใครสอน น้องก็ตอบ "พระเทพกวี" และเล่านั่นนี่มากมาย มีคำโบราณที่ไม่คุ้นหูอีกหลายคำ
พอไปเสิร์ช “พระเทพกวี” หรือในอดีตใช้คำว่า “พระเทพกระวี” เป็นราชทินนามพระราชคณะชั้นเทพในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระเถระสำคัญหลายรูปที่เคยดำรงสมณศักดิ์นี้ เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ที่เคยได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระเทพกระวี ในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2397)
มีคนลองนำคำโบราณที่น้องพูดในคลิปทั้ง “พระเทพกวี”, “เงินใบไม้” และ “กระดาษผอ” มาร้อยเรียงตามหน้าประวัติศาสตร์จริง เรื่องราวทั้งหมดนี้ระบุว่าคือเหตุการณ์ใน “ช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ถึงต้นรัชกาลที่ 4” (ระหว่างปี พ.ศ. 2380 - 2400 หรือราว 170–180 กว่าปีก่อน)
#น้องอิ๋ม
🦦 retweeted
คนเมืองมักจะดูแคลนวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบนี้แหละ เพราะครอบครัวตัวเองไม่มีใครคิดจะทำให้ไง หรือไม่ก็ไร้รากเหง้าของตัวเอง
🦦 retweeted
น้องชายตอนเกิดหรือตอนแม่ท้องนี่แหละมีหลายคนทักว่าให้ดูแลดีๆ เขาหนีมาเกิด
พออายุไม่เกินอนุบาลพาไปพิพิธภัณฑ์เครื่องบินเรากับป๊าขึ้นไปเล่นบนเครื่องบินปกติ อยู่ดีๆ น้องร้องไห้บอกให้เจ้กับป๊ารีบลงมาบอกน้องเคยขับเครื่องบินตก แล้วน้องจำพวกชื่อรุ่นเครื่องบินรบแม่นมาก แค่เห็นหางก็บอกได้
ไม่เคยเชื่อเลยการระลึกชาติเลย จนได้มาเจอ "น้องอิ๋ม" 💕 น้องบอกรอคอยแม่ปลามาเกิดร่วม 100 ปี ชาตินี้พอเห็นครูปลา ก็วิ่งมากอดเลย รักมากไม่อยากจากกันอีก ถามกี่ครั้ง เล่ากี่รอบก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง แถมแต่ละครั้งจะมีคำโบราณที่ไม่ซ้ำกันอีก หลายคำผู้ใหญ่อย่างเรายังไม่รู้จักเลย แต่ปรากฎหลักฐานว่าเป็นคำที่คนในสมัยโบราณร่วม 100 ปีเค้าใช้กันจริงๆ #น้องอิ๋ม
มึง พ่อกุไปส่งพัสดุได้คิวที่ 99 ก็คิดว่าคนเยอะแน่เลยคิวเยอะแน่ ฮีก็นั่งรอ จนคนที่ 63 64 65 พอถึง 66 เรียกเท่าไหร่ไม่มาสักที จนเหลือพ่อกุนั่งรอคนเดียว เจ้าหน้าที่เลยเรียกไปขอดูคิว พ่อบอกผมคิวที่ 99 กูจะรั่ว 555555555555565556555555555555555555555555555555555555555
🦦 retweeted
พี่ที่ออฟฟิศเก่าคนนึง แต่งตัวชิลมาก ลากแตะ มาทำงานสายโดนหักเงินเป็นประจำ ทำตัวเหมือนคนไม่อยากทำอะไรแล้ว
วันนึงแกจะลาออกเลยถามว่าจะไปทำอะไร พี่แกตอบเรียบๆ ว่า ‘อ๋อ จะกลับไปดูแลตึกแถวให้เช่าของที่บ้าน 10 กว่ายูนิตครับ พอดีเบื่อๆ เลยลองมาทำงานออฟฟิศดู’ …สรุปเราต่างหากที่ต้องดิ้นรน 🤣
แต่ส่วนใหญ่ที่เจอ ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทอง แต่เป็น ‘ทองห่อผ้าขี้ริ้ว’ ทำตัวเหมือนมีทอง แต่จริงๆ ผ้าขี้ริ้วซ้อนกัน 10 ชั้น 555
🦦 retweeted
เคสระลึกชาติบางเคสก็เกินจะอธิบายได้จริงๆนะ อย่างน้องคนนี้ใช้คำเก่าได้เป็นธรรมชาติมาก พอโดนถามก็จะทำหน้างงด้วย เหมือนไม่รู้ว่าคนอื่นไม่ได้ใช้คำนี้แล้ว
ไม่เคยเชื่อเลยการระลึกชาติเลย จนได้มาเจอ "น้องอิ๋ม" 💕 น้องบอกรอคอยแม่ปลามาเกิดร่วม 100 ปี ชาตินี้พอเห็นครูปลา ก็วิ่งมากอดเลย รักมากไม่อยากจากกันอีก ถามกี่ครั้ง เล่ากี่รอบก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง แถมแต่ละครั้งจะมีคำโบราณที่ไม่ซ้ำกันอีก หลายคำผู้ใหญ่อย่างเรายังไม่รู้จักเลย แต่ปรากฎหลักฐานว่าเป็นคำที่คนในสมัยโบราณร่วม 100 ปีเค้าใช้กันจริงๆ #น้องอิ๋ม
🦦 retweeted
นานมากแล้ว มีน้องในออฟฟิตคนหนึ่ง มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์แบบยูนีคมาก แบบที่สายนางแบบน่าจะชอบ แต่น้องตัวเล็กไปนิด มาทำงานแต่ไม่ค่อยสุงสิงกะใคร แต่เราชอบดูการแต่งตัวมาก แปลกไม่เหมือนใคร แฟชั่นจ๋าๆเลย แต่น้องจะหายไปบ้าง กลับก่อนบ้าง ลาเช้าบ้าง แต่งานเสร็จนะ
วันหนึ่งได้คุยกะหัวหน้าเค้า จึงได้รู้ว่า น้องเค้าเป็นเซเลปท่านหนึ่ง ที่หายๆไป (แบบลาถูกต้อง) คือ ไปออกงานแฟชั่นโชว์ต่างๆ มีบัตรเชิญมาเรื่อยๆ แบรนด์เนมมีเยอะมาก เรียกได้ว่าเงินเดือนที่ได้ ไม่พอค่าแบรนด์เนมหรอก ไปออกงานทีได้เยอะกว่ามาก แต่มาทำงานหาแพชชั่นเฉยๆ เป็นไอดอลเรามาก อยากทำงานแบบไม่สนเงินบ้าง 😆
🦦 retweeted
เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเสียศักดิ์ศรีเพราะขอร้องให้แฟนที่คบกันมา 8 ปีอยู่ต่อ ทั้งที่รู้ว่าเค้าแอบคุยกับคนอื่น เพราะเสียดายทั้งเวลาและครอบครัวเค้าที่ดีกับเรามาก วันนั้นเราอ่อนแอเกินกว่าจะตัดใจได้
เราบอกเค้าว่า ถ้าวันไหนทำใจได้ เค้าจะไม่มีวันได้เจอหรือคุยกับเราอีก แล้วเราก็ทำได้จริงๆ จนปีนึงผ่านไป เค้าฝากเพื่อนมาขอคุยครั้งสุดท้าย ร้องไห้ บอกว่าคิดถึงและเสียใจมาตั้งแต่ 2-3 เดือนแรกที่เลิกกัน แต่ไม่กล้าขอโอกาส
วันนั้นเรายอมคุยเพราะอยากให้เค้าได้ขอโทษ ไม่ใช่เพราะอยากกลับไป เราบอกเค้าว่า เราให้โอกาสแกได้ขอโทษ แต่เราไม่เคยลืมความรู้สึกที่ตัวเองไร้ค่าในวันนั้นได้ ขอแค่ฟัง ไม่ขอรับอะไรกลับมาทั้งนั้น
แล้วจากวันนั้นชั้นภูมิใจและรักตัวเองมากขึ้นมาตลอด ไม่มีใครทำให้ชั้นลดคุณค่าตัวเองได้อีก
🦦 retweeted
นี่ไปทำงานพึ้งกลับถึงบ้าน แม่เล่าให้ฟังว่าผญคนเมื่อวานมันมาอีกแล้วช่วงทุ่มครึ่ง แม่เห็นเลยรีบโทรเรียกน้องชายลงมาอยู่เป็นเพื่อน ส่วนผญคนนั้น พอเห็นว่าแม่โทรศัพท์ก็รีบหนีไป น่ากลัวมากนะเอาจริงๆ
คือแกน่ากลัวมากกกก อยู่ดีๆมีผญ มาเคาะประตูบ้าน จะเข้าบ้านมาให้ได้ ยามที่เฝ้าในซอยบ้าน เค้าก็เดินมานางออก นางก็ผลักยามตลอด อ้างว่ารู้จักๆแม่ชั้น ถามยามอยู่นั่นคุณเป็นใครมายุ่งกับชั้นทำไม ญ คนนั้นก็เคาะประตูบอกขอน้ำ ขอนมกับแม่ชั้นให้ได้ จนยามดึงออกไปได้ นางเดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามบ้านแล้วก็ยืนกอดอก จ้องบ้านชั้นต่อ กุจะเครซี่
ในงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่ พี่ที่ทำงานคนหนึ่งบอกฉันว่า
“ที่นั่งของเธอไม่ได้จองไว้นะ”
“งั้นฉันกลับก่อนนะคะ”
“ห๊ะ?”
“ขอบคุณที่ทำงานหนักค่ะ”
ฉันก้มหัวที่ทางเข้าร้านแล้วเดินออกไป
รุ่นพี่ยืนงงอ้าปากค้าง
วันนั้นเป็นงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นราคาค่อนข้างสูงที่อยู่ใกล้สถานี
พนักงานใหม่รวมฉันมี 12 คน
รวมรุ่นพี่แล้วมี 30 คน
ที่ทางเข้าร้าน รุ่นพี่ที่เป็นผู้จัดกำลังดูรายชื่อ
เป็นผู้ชายที่ทำงานมาแล้ว 3 ปี
นิ้วเขาหยุดนิ่งที่ชื่อของฉัน
“อืม ที่นั่งของเธอไม่ได้จองไว้นะ”
เขาหัวเราะ
เพื่อนร่วมรุ่นรอบๆชะงักกันหมด
ฉันเดาได้ทันทีว่าทำไม
ในตอนรับน้อง ฉันถูกประธานบริษัทเรียกออกมาชม
ตั้งแต่วันนั้น รุ่นพี่คนนี้ไม่ทักทายฉันคนเดียว
เป็นการกลั่นแกล้งที่ชัดเจนมาก
“งั้นฉันกลับก่อนนะคะ”
เพื่อนร่วมรุ่นเลยจะวิ่งตามมา
ฉันยกมือห้ามไว้
“ทุกคนสนุกกันเถอะ”
ฉันกดปุ่มลิฟต์
ประตูเปิด
ข้างในมีผู้ชายใส่สูทยืนอยู่คนหนึ่ง
และปรากฏว่า…
เป็นประธานบริษัท
“อ้าว”
“สวัสดีค่ะ”
“งานเลี้ยงอยู่ที่นี่ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“จะไปไหน”
“ไม่มีที่นั่ง เลยจะกลับค่ะ”
รอยยิ้มบนหน้าประธานหายไปทันที
“ไม่มีที่นั่ง?”
“เขาบอกว่าไม่ได้จองไว้ค่ะ”
ประธานออกจากลิฟต์
เดินไปที่ทางเข้าร้าน
ฉันก็เดินตามไปโดยไม่รู้ตัว
ที่ทางเข้า รุ่นพี่ผู้จัดยืนนิ่งถือรายชื่ออยู่
ในแผนของวันนี้ตอนแรกไม่มีประธาน
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะแวะมาเซอร์ไพรส์
“พนักงานใหม่มีกี่คน”
“12 คนครับ”
“จองที่นั่งกี่คน”
“29 คนครัย”
“ขาดไป 1 คนนี่”
“เป็นความผิดพลาดครับ”
ตอนนั้นผู้จัดการร้านเดินออกมาจากด้านใน
เห็นประธานแล้วก้มหัว
นี่เป็นร้านประจำของประธาน
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนเสมอครับ”
“วันนี้จองไว้กี่คนตอนแรก”
ผู้จัดการทำหน้าลำบากใจ
แล้วก็พูดตามตรง
“ตอนแรก 30 ท่านครับ”
“ตอนแรก?”
“เมื่อวานผู้จัดโทรมาขอให้ลดลง 1 ที่นั่งครับ”
ทุกคนเงียบสนิท
ทั้งรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นได้ยินหมด
หน้าของรุ่นพี่ผู้จัดซีดเผือก
ประธานหยิบรายชื่อจากมือรุ่นพี่
มองเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง
แล้วหันกลับมาพูดว่า
“พนักงานใหม่ 12 คน”
“ตามฉันมา”
ประธานเดินนำออกจากร้าน
พนักงานใหม่ 12 คนรีบตามไป
รุ่นพี่ถูกทิ้งไว้ที่ทางเข้าร้าน
ร้านที่ประธานพาไปเป็นร้านซูชิเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามสถานี
มีแค่เคาน์เตอร์
ประธานชี้ไปที่ที่นั่งตรงกลางและบอกว่า
“นั่งตรงนี้”
นั่นเป็นที่นั่งของฉัน
คืนนั้นประธานจ่ายค่าอาหารทั้งหมดเอง
ไม่ได้เบิกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท
เช้าวันรุ่งขึ้นที่บริษัท มีกระดาษติดที่บอร์ดประกาศว่า
“ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป บริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่อีกต่อไป”
ที่นั่ง 29 ที่เมื่อวานรุ่นพี่ต้องจ่ายเองทั้งหมด
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา รุ่นพี่ผู้จัดถูกย้ายไปแผนกอื่น
และได้ยินว่าในที่ใหม่เขาไม่ได้รับหน้าที่จัดงานอีกแล้ว
ปีถัดมา ผู้จัดงานเลี้ยงต้อนรับคือฉัน
ประธานแต่งตั้งให้โดยตรง
ก่อนโทรจองร้าน ประธานสั่งฉันอย่างเดียว
“จองที่นั่งมากกว่าจำนวนพนักงานใหม่ 1 ที่”
“ทำไมคะ”
“เพราะฉันอาจจะไป”
ในตารางที่นั่งวันนั้น ที่นั่งสุดท้ายเขียนชื่อประธานไว้
และที่นั่งนั้นไม่เคยว่างอีกเลย
新卒歓迎会で先輩に「君の分の席は予約してないけど」と言われた
「じゃあ帰りますね」
「は?」
「お疲れさまでした」
私はそのままお店の入口で頭を下げた。
先輩がぽかんと口を開けていた。
新卒歓迎会の当日だった。
駅前の少し高い和食のお店だった。
新卒は私を含めて12人。
先輩たちを合わせて30人の予定だった。
お店の入口で幹事の先輩が名簿を見ていた。
入社3年目の男の先輩だった。
私の名前のところで指が止まった。
「あー君の分の席は予約してないけどww」
笑っていた。
周りの同期が固まった。
心当たりは1つだけあった。
内定式で社長に名前を出されてほめられた。
その日から先輩は私にだけ挨拶を返さなくなった。
わかりやすい嫌がらせだった。
「じゃあ帰りますね」
同期が追いかけてこようとした。
私は手で止めた。
「みんなは楽しんで」
エレベーターのボタンを押した。
扉が開いた。
中にスーツの男性が1人立っていた。
なんと、
🦦 retweeted
วันนี้ชั้นโดนลูกอีหน่อแตดที่ไหนไม่รู้ยืนเถียงกับกูว่ากูพิมพ์เอกสารผิด คำว่าว่างต้องใช้ไม้โทค่ะ กูห้ะ ว่างไม้เอกค่ะ แล้วยืนเถียงกับกูอยู่งั้นว่าว่างไม้โทค่ะ ๆๆๆ กูเลยโอเคค่ะ ว่างไม่โทค่ะ แต่ไม่แก้ค่ะ ขอยืนยันจะส่งแบบไม้เอก ถ้าโดนตีกลับเดี๋ยวจัดการเองค่ะ เลวจริง ๆ แต่ละวัน
🦦 retweeted
พี่ที่ทำงานถูกรางวัลที่ 1 ต้องลาออก เพราะมีแต่คนมายืมเงินแก ขนาดเจ้านายยังถามว่าจะให้อะไรกับที่ทำงานบ้าง แล้วก็ให้เลี้ยงไม่หยุดไม่จบไม่สิ้น แกเลยลาออกแม่งเลย
เจอโพสต์รีวิวไปรับรางวัลที่ 1 ด้วยตัวเองที่กองสลาก โดยซื้อผ่านเป๋าตังค์ ตอนแรกก็ งง ว่าซื้อผ่านเป๋าตังค์แล้วทำไมไม่รอเงินโอนเข้าบัญชีสวย ๆ เลย แต่ตอนนี้เข้าใจละ เพราะส่วนต่างโคตรเยอะ เงินรางวัล 6,000,000 บาท
✅ ไปรับเอง คธน 0.5% = 30,000 บาท
✅ รับผ่านบัญชี คธน 1.5% = 90,000 บาท
เป็นเราก็ยอมเดินทางไปรับเองอะ 🤭 ถ้าเป็นเพื่อน ๆ นะไปรับเองมั้ยหรือนั่งสวย ๆ รอรับเงินอยู่บ้าน 🧐
🦦 retweeted
ตอนแต่งงาน จ้างน้องฉัตร ตอนจ่ายตังแอบเสียดายมากว่าเออ เราต้องขนาดนี้เลยเหรอ แค่งานแปปเดียวเอง ฟุ่มเฟือยไปไหม แต่พอแต่งเสร็จคุ้มค่าทุกบาทมาก น้องฉัตรมือโปรมาก ใช้เวลาแต่งเกือบสี่ชม. แต่รูปวันงานนี้ดูกี่ทีก็ฟินว่าเออ เราก็เคยสวยได้ขนาดนี้เลยนะ
🦦 retweeted
เคยทำ OT เป็นร้อยชั่วโมง เพื่อให้เงินเดือนเกือบ 3 หมื่น (รวม OT) ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกัน เงินเดือนเริ่มต้น 3 หมื่น โดยที่ไม่ต้องทำ OT แน่นอนว่าคำตอบคือ "ไม่คุ้ม" และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดได้ว่า เราไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ต่อไป



































