BINGO (@TATATAMTAMMY) header
BINGO (@TATATAMTAMMY) profile picture
Joined January 2025
Photo by BINGO (@TATATAMTAMMY)Photo by BINGO (@TATATAMTAMMY)Photo by BINGO (@TATATAMTAMMY)
เราไม่ใช่คนขาว
ถ้าแต่งโดยที่ไม่เปลี่ยนสีผิว ก็โดนทัวร์ลงเหมือนเดิม ไวท์วอชชิ่งหรือ อิกนอแร้น อยู่ดี ทำไรก็ผิด หลังๆเริ่มเบื่ออตฟละ
152
คนไทยเกลียดลิซ่าขนาดที่ยอมไลค์ ยอมรีคนที่แต่ละทวิตเอาแต่แซะ ด่า คนอื่นเลยหรอ? จะปั้นไร่ยอง จี้จี้ เพิ่มอีกคนหรอ?
ลิซ่าต้องมีโค้ชกูรูด้านการตอบคำถามด่วนเลยนะ โดยเฉพาะเวลาสัมภาษาอังกฤษ นาง29ปีแล้ว คำตอบเหมือนเด็ก ไม่มีความรู้ ไม่ฉลาดตอบ ภาพลักษณ์นางจะพังเพราะปากตัวเองอ่ะ พูดไม่คิด ไม่คิดให้ดีก่อนพูด พูดหาสาระไม่ได้
6
4
390
BINGO retweeted
บางทีกับคนไม่อยากคุยหรอก แต่กับแมวเดินผ่านแวะทักทุกตัว แล้วไม่สนด้วยว่าแมวใคร
10
2,797
11
1,720
62,908
BINGO retweeted
A woman just existing in the same space is enough to provoke men, cause he would never do this to another man.
men are so annoying like why would he do that😭
377
4,184
57
62,234
2,454,627
คุณแม่ของเพื่อน หาย รบกวนชาวทวิตหน่อยค่ะ
7,308
1
1,134
70,776
กตัญญูแล้วจะเจริญจริงหรอ เห็นแต่ละคนที่กตัญญูไม่เห็นเจริญเลย มีแต่โดนสูบวิญญาณ แบกคนในบ้านหลังแอ่น จนไม่เหลืออะไรให้ตัวเอง บางคนที่รู้จักบอกว่าถ้าใช้หนี้ให้พ่อแม่หมดก็จะฆตต. เพราะไม่เหลือความฝัน ไม่มีอะไรที่ต้องการ ชีวิตว่างเปล่าไม่มีทางให้ไปแล้ว นี่หรอรางวัลของคนดี
101
16,321
232
9,794
637,569
เพิ่งเล่น Heaven's secret : requiem จบ กุชอบเรื่องนี้มากแต่ผิดหวังกับตอนจบสุดๆๆๆๆๆ จบแบบไม่จบบังคับกูไปเล่นเรื่องใหม่อีก จะเล่นให้รู้เรื่อง ก็ต้องไปเล่นภาคอื่นในซีรีส์มาก่อน ยิ่งเล่นยิ่งรำคาญ กุเบื่อหน้าอีvickyจะตายห่าอยู่แล้ว ฝืนเล่นสุดๆ ไม่จอยๆๆ
7
BREAKING : กระทรวงต่างประเทศไต้หวัน ออกแถลงการณ์ผิดหวังรัฐบาลไทย หลังนายกฯ อนุทินเยือนจีนและรับรองถ้อยแถลง "ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้" ชี้ บั่นทอนอธิปไตย พร้อมเรียกร้องไทยอย่าร่วมกดดันไต้หวัน เตือน ไทยอาจได้รับผลกระทบ จีนบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
71
36,628
677
10,986
1,574,578
โฟกัส 🐾เท้า ก่อนเลย ใหญ่มาก น้องน่ารักเดินแล้วมีเสียง ปิบปิบ ปะ 🤭 🐆❤️ #น้องหนึ่ง #เสือลายเมฆ #สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
55
2,286
28
2,135
76,212
BINGO retweeted
Thailand has officially recognized its native cat the elegant Siamese as national cultural heritage and living symbols of the country.
92
9,279
240
19,757
1,808,529
หมาสีขาวที่รับพัสดุที่เป็นไวรัลดัง น้องเป็นถึง CEO ผู้ก่อตั้งเพจ The ภาระ อันโด่งดังเลยนะ🤣 น้องชื่อภาระ เพราะตอนเจ้าของเอาน้องมาเลี้ยงตอนแรกโดนแม่บ่นว่าเป็นภาระ แต่ที่บ้านก็รักน้องนะ ดูแลอย่างดี เห็นเล่าฮาๆแบบนี้ แต่จริงๆสตอรี่น้องเศร้ามาก เป็นลูกหมาจรอยู่กับศพแม่ที่กองขยะ แต่ท่ามกลางเรื่องราวแย่ๆ ก็มีแสงสว่าง น้องเจอมนุษย์ใจดี ช่วยเหลือน้องเอาน้องมาเลี้ยง และตั้งชื่อขำๆว่าภาระ และแล้วชีวิตทั้งของน้องและมนุษย์ใจดีก็เปลี่ยนไป กำเนิดเพจ The ภาระ อันโด่งดัง เป็นเพจสัตว์เลี้ยงที่เล่าเรื่องหมาแมวจรรวมทั้งไก่ที่ช่วยเหลือมา ในมุมน่ารักขำขัน เราชอบที่เค้าทำให้แมวจรหมาจรก็เป็นเซเลปได้ แล้วแต่ละตัวน่ารักมากด้วย เป็นบ้านที่โคตรบันเทิง ตอนนี้สมาชิกในบ้านคือเยอะมาก สัตว์หลากหลายชนิดเว่อ อบอุ่นสุดๆ 5555 ลองไปติดตามกันนะคะ เป็นเพจที่น่ารักจริงๆ เพจดีๆแบบนี้ ควรสนับสนุน 📌 facebook.com/share/14cDAw2kn…
Theภาระ เป็นเพจสัตว์ที่น่ารักจริงนะ เลี้ยงหมาแมวจร ชอบที่ทำคอนเท้นให้คนเห็นว่าหมาแมวจรก็น่ารักได้ ตำนานคลิปไวรัลเขย่าถุงอาหารเพื่อให้หมาน้ำตาลไปเรียกหมาขาวมารับพัสดุ ก็ของเพจนี้ ซึ่งหมาขาวนี้แหละชื่อภาระ เป็นอดีตลูกหมาจรนอนอยู่กับศพแม่ที่กองขยะ เขาเอามาเลี้ยงจนน้องเติบโตอย่างดี
4
965
5
557
115,245
ทนไม่ไหวค่าไฟแพงมาก! ผู้ใช้โซเชียลร้อง หอพักแห่งหนึ่งในเชียงใหม่คิดค่าไฟเกือบ 9 บาท โดยเฉลี่ยครึ่งหนึ่งอ้างเป็นค่าบำรุงรักษาเพื่อเลี่ยง สคบ. แต่ไร้การดูแลอำนวยความสะดวก ซ้ำค่าไฟเดือนงวดปัจจุบันหนักที่สุด อ่านข่าว : ch3plus.com/news/socialnews/… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวโซเชียล #เชียงใหม่
13
129
8
182
27,370
BINGO retweeted
“หนูชื่อ ‘มู่หลาน’ อายุ 7 ขวบ หนูอยู่ในด่านกักกันตั้งแต่ยังเด็ก เจออุบัติเหตุทำให้ขางอ แต่หน้าหนูไม่งอนะคะ : ) แถมร่างกายหนูยังแข็งแรง พร้อมจะวิ่งสนุกกับนุดไปนานๆ ขอโอกาสให้หนูมีบ้านสักครั้ง หนูจะมอบความรักแบบไม่ยั้งเลย 🐶” สนใจรับอุปการะ เป็นบ้านหลังสุดท้ายให้ ‘มู่หลาน’ 🦴 ติดต่อได้ที่ SOS Animal Thailand Foundation 📱สแกน QR code 🟢Line : @sosanimalthailand ☎️โทร 082-3905070 #โกฮังหัวใจโกโฮม #GOHANTheMovie #โกฮังพาเพื่อนโกโฮม #AdoptDontShop
1,862
6
753
34,458
ไปหาอ่านข่าวดู คือ - เหตุเกิดปี 54 ขับรถชนสาวลาวจนขาด2ท่อน - พอชนเสร็จพยานเห็นว่าได้นั่งแท็กซี่หลบหนีไป - ตอนเกิดเหตุ อายุ 19 ปี - ตอนนั้นได้ติดต่อจะขอเข้ามอบตัว - แต่ระหว่างนัดหมายเวลาเข้ามอบตัวก็มีผู้ใหญ่นายตำรวจโทรมาขอเลื่อนออกไปก่อน - เนื่องจากเจ้าตัวอ้างว่าอยู่ในระหว่างเช็งเม้ง ขอกลับจากเทศกาลเช็งเม้งก่อนแล้วจะไปมอบตัว - พอมามอบตัวก็ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ หญิงสาวคนดังกล่าวได้วิ่งข้ามถนน ขณะที่รถเมล์จอดอยู่ริมทางข้าม - โดยรถของตนเองวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ทันสังเกตุเห็น - เบรกรถไม่ทัน จึงได้ชนร่างหญิงสาวกระทบกระจกหน้าแตก เป็นเหตุให้กระจกและขอบหลังคาตัดร่างขาด 2 ท่อน - ก่อนตำรวจจะปล่อยตัวผู้ต้องหาไปชั่วคราวโดยไม่ต้องมีการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง - ชดใช้ค่าเสียหายให้แม่ผู้เสียชีวิต 50,000 บาท - สินไหมทดแทน 20,000 - ช่วยเหลือเงิน 30,000 ในการใช้จ่ายสวดพระอภิธรรมศพ
เออมีเมียมีลูกมีคดีติดตัว
24
7,086
30
3,175
874,766
BINGO retweeted
เสียใจแทนน้องแมวทุกตัวเลยที่เจ้าของย้ายบ้านแล้วเลือกที่จะทิ้งน้องไว้ 😔 เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันหาบ้านให้น้องอีกแรงนะคะ ถึงจะมี condition แต่ก็ยังหวังว่าทวิตหาบ้านของน้องจะได้รับการมองเห็นเยอะๆจนทำให้ได้พบกับใครสักคนที่ยินดีจะรับเลี้ยงน้องในฐานะเจ้าของ ให้น้องได้มีบ้านอีกครั้งนะ #Adoption #AdoptDontShop #แมวหาบ้าน
น้องแมวฝากหาบ้าน🏡🤎 - ตัวผู้ - อายุ 1-2 ขวบ ⚠️ เป็นเอดส์แมว ⚠️ - ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว1เข็ม✅ - น้องเคยเป็นแมวมีเจ้าของ แต่เขาย้ายบ้านแล้วทิ้งน้องไว้😭 📍 พิกัด : ระยอง ชลบุรี 💌 ติดต่อ : @ML78728
5
4,211
3
994
96,691
3 ปีหลังการจากไปของ ‘จีจี้’ ตัวเลขความรุนแรงในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่สังคมยังตั้งคำถามกับ ‘เหยื่อ’ มากกว่าผู้กระทำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ หญิงสาววัย 20 ปี ได้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก และชื่อของ ‘จีจี้’ กลายเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม 3 ปีผ่านไป เรื่องราวของเธอถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป แต่เพื่อชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เหตุใดความสัมพันธ์ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับใครบางคน คำถามนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ลดลง ทว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เหตุรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45% และในกลุ่มคู่รักเอง ตัวเลขก็พุ่งสูงถึง 50-70% อย่างไรก็ตาม แม้โพสต์ดังกล่าวจะพยายามชวนให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ผ่านข้อมูล ข้อเท็จจริง และบทเรียนจากกรณีของจีจี้ ทว่าสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นกลับไม่ใช่เพียงเนื้อหาของโพสต์ แต่เป็นปฏิกิริยาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ทำความเข้าใจความรุนแรง แต่ตั้งคำถามต่อผู้เสียชีวิตแทน เช่น “ทำไมไม่เลิก” “ทำไมไม่หนี” หรือแม้กระทั่งโยงไปถึงเรื่องเงินและสถานะ ความคิดเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘การโทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) อย่างชัดเจน และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพราะตราบใดที่สังคมยังตั้งคำถามกับเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ ความรุนแรงก็ยังมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า • ความรุนแรงในครอบครัวที่ทวีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในปี 2566 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,086 ข่าว ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 1 ปี แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าจำนวน คือระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่ขยับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว ขณะที่เหตุฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว และเหตุฆ่ายกครัว เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่กำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากขึ้น ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แนวโน้มยิ่งชัดเจน การทำร้ายกันเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือสูงขึ้นกว่า 70% แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงของความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และยาเสพติดยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงเดิม แต่จำนวนเหตุที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของความรุนแรงที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 283 เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% สะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (IPV) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและกระทบผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ทุกปี ผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 3 คน หรือเกือบ 43.5 ล้านคน และผู้ชายมากกว่า 1 ใน 6 คน หรือ 20.7 ล้านคน เคยเผชิญความรุนแรงจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือการคุกคามติดตาม (Stalking) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เมื่อดูเฉพาะผู้หญิง พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เกือบ 1 ใน 4 เคยถูกทำร้ายร่างกาย และราว 1 ใน 8 เคยถูกสะกดรอยตาม นอกจากนี้ ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ไม่เพียงเผชิญความรุนแรง แต่ยังได้รับผลกระทบตามมา เช่น บาดเจ็บทางร่างกาย ต้องหยุดงานหรือเรียน มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องเข้ารับการรักษา หรือถึงขั้นแจ้งความกับตำรวจ ความรุนแรงลักษณะนี้มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย และอาจดำเนินต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะเรียกว่า ‘ความรุนแรงในการเดต’ (Teen Dating Violence) โดยมีผู้หญิงราว 16 ล้านคน และผู้ชาย 11 ล้านคน ระบุว่า เคยเจอความรุนแรงจากคนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเผชิญความรุนแรงไม่ได้เท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่น ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ทำให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชนในบางบริบท มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น ในการเผชิญความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกายจากคนรัก • คืนโอกาสชีวิต ด้วยการไม่ทนต่อความรุนแรง ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ Bring Back 2nd Chance of Life เพื่อชวนสังคมทบทวนความเชื่อเรื่องโอกาสครั้งที่สองในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง พร้อมย้ำว่า การให้อภัยหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณีอาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต ซึ่งการจากไปของจีจี้สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อสังคมใน 3 มิติ มิติแรก คือการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์ แนวคิดเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เตือนให้เห็นว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว มักมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ การตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของตัวเอง มิติที่สอง คือการคืนโอกาสและความฝันให้คนรุ่นใหม่ จีจี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีศักยภาพและอนาคตที่ควรได้เติบโต การสูญเสียครั้งนี้จึงสะท้อนความสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝันอย่างเต็มที่ มิติสุดท้าย คือปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนในความสัมพันธ์ใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และย้ำว่าความขัดแย้งไม่ควรถูกแก้ไขด้วยอำนาจหรือความรุนแรง • โทษเหยื่อ=ผลิตซ้ำความรุนแรง ปรากฏการณ์การโทษเหยื่อที่มักเห็นในพื้นที่คอมเมนต์ ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติที่ฝังลึกในสังคม จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติความรุนแรงและเป็นการโยนความรับผิดชอบจากผู้กระทำไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับว่าเหยื่อสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ แต่ในความเป็นจริง ความรุนแรงในความสัมพันธ์มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักเผชิญทั้งการควบคุมทางจิตใจ การข่มขู่ ความกลัว และความหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนนอกมอง ขณะเดียวกัน การโทษเหยื่อยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกรอบคิดปิตาธิปไตย ที่มองความสัมพันธ์เป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อเกิดความรุนแรง ความผิดจึงถูกผลักไปที่ผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียน แม้จะมีข้อมูล งานวิจัย และแคมเปญจากหลายภาคส่วนที่พยายามสื่อสารเรื่องความรุนแรงและการยุติการโทษเหยื่อมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทสนทนาในสังคมกลับวนอยู่ที่จุดเดิม พื้นที่คอมเมนต์ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ ‘ตัดสิน’ มากกว่าพื้นที่ ‘ทำความเข้าใจ’ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเขียนถึงประเด็นการโทษเหยื่อในหลายกรณี และยังคงเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหยื่อหลายคนยังคงถูกตั้งคำถาม ถูกตัดสิน และถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ย้ำให้เห็นว่า เรายังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อกันมากกว่านี้ บางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อาจเป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองว่า เรากำลังมองเหยื่อด้วยความเข้าใจ หรือด้วยอคติ และก่อนจะพิมพ์ข้อความใดลงไปในพื้นที่สาธารณะ อาจต้องถามอีกครั้งว่า คำพูดของเราจะช่วยเยียวยาหรือซ้ำเติม เพราะการกล่าวโทษเหยื่อไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงและตอกย้ำบาดแผลของผู้ถูกกระทำ ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ และเหยื่อของความรุนแรงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกจดจำในหน้าข่าวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเป็นธรรมไม่ต่างกัน อ้างอิง - cdc.gov/intimate-partner-vio… - facebook.com/share/p/1BruJUE… - bit.ly/4dXNhur เรื่อง: นลินี ค้ากำยาน ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Gender #ความรุนแรงในครอบครัว #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การโทษเหยื่อ #VictimBlaming #GenderViolence #จีจี้สุพิชชา #สุพิชชาปรีดาเจริญ
2
7,262
24
2,632
385,692
📣 ด่วนที่สุด!!! หาอาสาสมัคร (จำนวนมาก) ช่วยประคองโลมา ที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จ.ภูเก็ต 🐬 ผู้ป่วย : น้องสโนว์ไวท์ ♀ (โลมากระโดด)
17
10,136
55
6,773
697,505
ชีวิตของเจ้า ‘เสืออ้วน’ แมวจรประจำ MRT ศูนย์สิริกิติ์ แจ็ค—วินมอเตอร์ไซค์หน้า MRT เล่าว่าเริ่มดูแลเสืออ้วนตั้งแต่ช่วงปี 67 ตอนแรกเป็นลูกแมวอยู่ที่ถนนมีแผลตามตัว เลยมีคนอุ้มมาข้างๆ วินมอเตอร์ไซค์ แต่น้องหลบคนอยู่ตลอด จึงต้องวางอาหารทิ้งไว้ พอให้อาหารเรื่อยๆ น้องก็ค่อยๆ เข้าหาคน
13
7,681
102
5,975
1,327,670
เคยจะส่งบางแก้วไปเรียนรร. แต่ทำไงครูฝึกก็ไม่รับ ตามตื๊ออยู่งั้นจนหมา 6 เดือนกว่าแล้วเขาถึงรับ สรุปไปเข้าคลาสเรียนว่ายนำ้ทำไงมันก็ไม่ยอมว่ายเลย ทำแค่รอยคอ 4 ขากางออกเหมือนกบอืด ๆ แล้วปล่อยให้น้ำที่หมาตัวอื่นทำกระเพื่อมส่งมันถึงอีกฝั่ง ครูเอาคลิปกล้องวงจรปิดให้ดูละชั้นอายมาก😭
ที่เค้าบอกว่าหมาไทยฝึกยาก ไม่ใช่ไม่ฉลาด แต่มันบิดเก่ง😭
13
33,164
112
18,164
3,397,985