ถึงแม้ในชีวิตกุจะยังไม่เคยเจอผชเหี้ยก็ตามแต่พอกุได้เล่นโซเซียลถึงได้รุ้ว่าผชเหี้ยๆควรหายไปซะเวลาด่าผชและปกป้องเหยื่อก็จะมีชายแท้มาเมนต์ว่า“เป็นผญมีปมละสิเจอแต่แฟนแย่ๆพ่อไม่รักใช่ไหม”อะไรทำนองนี้คือแบบมรึงงการที่กุยังไม่เคยเป็นเหยื่อไม่ได้หมายความว่ากุจะออกมาเรียกร้องไม่ได้ป่ะ
ผู้ชายมันทุบตีแฟนเป็นเวลา 3 ชั่วโมง 20นาที นับเป็นจำนวนครั้งที่ทุบตีได้ 514ครั้ง ฝ่ายหญิงอวัยวะภายในทั้งแตก ซี่โครงหัก 20กว่าจุด และแน่นอนว่าเธอเสียชีวิต…
แพทย์ชันสูตรศพที่ดังมากๆ ทำคดีโหดร้ายมานับไม่ถ้วน ดูๆไปยังต้องหยุดดูเพราะมันโหดร้ายมากๆ
ขอโทษที่ต้องหยาบคาย แต่มึงไม่น่าเกิดมาเป็นคนเลยม สงสารน้องผู้หญิงอะ อายุ 20กว่าเอง🥲 xitter.cf/deoksu_kr/status/21141…
ชั้นไม่ได้เป็นติ่งดาราไทย ไม่เคยเจอดราม่าประสาทแดกในทวิตมาก่อนนอกจากรัฐบาลไทยที่กุแช่งกุวัน,จนกระทั่งเข้าไปแอพไหนก็เจอแต่พวกหมาบ้าพม่าที่ด่าไม่หยุดเห็นวันแรกๆพอทน,พอกุจะมาเสพทวิตฟินๆเลื่อนเอาๆเสือกเจอแต่พวกเกรียนคีย์บอร์ดกุพอเลย จริงๆแม่งเกลียดไทยเห็นช่องโหว่ทีด่าเอามันส์เลยน้า
ไม่ชอบสเตลล่าแต่ชั้นก็เห็นใจนาง
Stolas is rambling about how sad he is over losing Vassago. Meanwhile, Stella is going through the horror and pain of pregnancy. 😭 In the end, he found solace in being a father. Octavia look precious! 🥹💞
#HelluvaBoss #HelluvaBossSeason3 #s3e5
vivisea retweeted
This new "Lilith" portrait from #HelluvaBossSeason3 offers new symbolism that make it more obvious than ever that the depicted woman is NOT Lilith. She's Eve. Symbolism shared with the woman in Heaven the show wants us to believe is Lilith. The fruit of knowledge (both this woman and Lucifer's portrait feature the apple) is a symbolism related to Lucifer and Eve, never to Lilith. And said symbolism is a prominent element in both "Lilith" portraits in HB. Another prominent element are the roots. In this new portrait, roots are wrapping around this woman's body, just like the root-like shoe laces are wrapping around the woman in Heaven's legs. That's Eve guys.
#HazbinHotel
ชั้นไม่ไหวกับอะไรแบบนี้เลย🥲 พออ่านเหมือนทำให้คิดได้และตื่นรู้จริงๆว่าทำไมชั้นต้องมาซีเรียสกับเรื่องไรสาระด้วยได้เป็นมนุษย์ก็ประเสริฐแล้ว
ทำงานในโรงฆ่าสัตว์มา 5 ปี จะบอกความลับให้ฟัง
สัตว์พวกนี้จะรู้หมดว่าวันไหนตัวเองจะต้องตาย
ฉันทำงานในโรงฆ่าสัตว์มา 5 ปีเต็ม ทุกวันต้องคลุกคลีกับหมู วัว แกะ เห็นสัตว์เกิดและตายจนนับไม่ถ้วน
บอกตรงๆจากใจเลย ก่อนเข้าวงการนี้ ฉันก็เหมือนคนทั่วไป คิดว่าสัตว์คงกินนอนไปวันๆมึนๆงงๆ จนตายไปโดยไม่รู้เรื่องรู้อะไร สัตว์จะไปเข้าใจเรื่องความตายได้ยังไง
แต่พอผ่านมา 5 ปี ฉันสังเกตแววตาและการเคลื่อนไหวของมัน แล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองไร้เดียงสาขนาดไหน
เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้เหล่านี้ ในใจพวกมันกระจ่างแจ้งเหมือนกระจกเงา วันไหนที่มันต้องจากไป พวกมันรู้ตัวดีอย่างชัดเจนเลยล่ะ
ในวันธรรมดาทั่วไป พวกสัตว์จะคึกคักมาก หมูเบียดหมู แกะขี่แกะ แย่งอาหารกันเล่นหยอกกัน แววตาสดใสดูเชื่อง ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็นอน ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่ขัดขวางการกินของพวกมัน
แต่พอถึงวันที่ต้องเข้าโรงเชือด บรรยากาศจะเปลี่ยนไปทันที ราวกับพลิกหน้าหนังสือ สัตว์ทั้งคอกเหมือนนัดกันไว้ จู่ๆ ก็เงียบกริบลงพร้อมๆ กัน แล้วเบียดตัวเข้าหากันเป็นก้อนกลมๆ ร่างกายสั่นเทาเหมือนคนจับไข้
ความสั่นนั้นไม่ได้มาจากความหนาว แต่มันคือความกลัวที่ซึมลึกออกมาจากกระดูก เวลาคุณไล่ให้มันเดินไป มันจะเอาเท้าทั้งสี่ข้างตะกุยยึดพื้นไว้แน่น
หมูตัวใหญ่หนักหลายร้อยกิโลกรัมที่ปกติแค่ไล่นิดหน่อยก็วิ่งจู๊ด วันนั้นกลับปักหลักนิ่งอยู่กับที่แล้วพยายามถอยหลัง หนีจากช่องทางเดินด้านหน้าที่ราวกับเป็นประตูนรก
คนโบราณชอบพูดว่า "ทุกสรรพสิ่งมีจิตวิญญาณ" เมื่อก่อนฉันฟังแล้วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ตอนนี้ฉันเชื่อสนิทใจเลย
อาการของวัวยิ่งมองยิ่งรู้สึกสะท้อนใจ วัวตัวไหนมีกำหนดฆ่าในวันนั้น มันจะไม่กินไม่นอนตั้งแต่เช้า เอาแต่ก้มหน้ายืนนิ่งอยู่ตรงมุมกำแพง ไม่ขยับตัว
ฉันเคยเห็นสิ่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วนด้วยตาตัวเอง น้ำตาเม็ดโตๆ ไหลร่วงลงมาจากตาของมัน ดวงตาที่เปียกชุ่มคู่นั้นจ้องมองมาที่คุณ ไม่ดิ้นรน ไม่ขัดขืน ไม่ร้อง มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเงียบๆ
ครั้งหนึ่ง วัวแก่ตัวหนึ่งถูกเจ้าของจูงมาส่ง เจ้าของยืนมองดูมันจากนอกรั้ว วินาทีนั้นตาของมันแดงก่ำขึ้นมาทันที มันจ้องมองเจ้าของตรงๆ ด้วยสายตาที่เชื่องและต่ำต้อย เดินตามพวกเราไปโดนหันกลับมามองเจ้าของทีละก้าว ฉันไม่มีวันลืมได้ลงเลยตลอดชีวิต
แกะก็เหมือนกัน ปกติจะกระโดดโลดเต้นตัวนุ่มนิ่มน่ารัก แต่พอถึงเวลาสุดท้ายกลับเงียบผิดปกติ เบียดกายเข้าหาเพื่อนร่วมฝูงและตัวสั่น เวลาต้อนแกะตัวปกติจะพุ่งไปข้างหน้า มีแค่วันนั้นแหละที่ผลักกันไปมา ไม่มีใครเดินนำเลย
นานๆ ทีจะมีลูกแกะที่ถูกจูงแยกออกมาเดี่ยวๆ ส่งเสียงร้องแหลมเล็กอันน่าเวทนาออกมา มันไม่ใช่การก่อกวน แต่เป็นเพราะมันกลัวจริงๆ
นานวันเข้า พวกเราคนงานไม่จำเป็นต้องดูใบสั่งของ ไม่ต้องจำหมายเลข แค่ดูจากสภาพของพวกมันก็ประเมินได้ค่อนข้างแม่นยำแล้วว่าตัวไหนที่ร่าเริงสดใส แสดงว่าวันเวลาของมันยังอีกยาวไกล ส่วนตัวไหนที่เงียบขรึมสั่นเทา ไม่กินไม่นอน แววตาตื่นตระหนกหวาดกลัว แสดงว่านั่นคือกำหนดการของสัตว์ตัวนั้น
คุณอาจจะบอกว่าพวกมันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ดูขั้นตอนการทำงานไม่เป็น แล้วพวกมันรู้ได้ยังไง
ความจริงแล้วเหตุผลไม่ได้ซับซ้อนเลย พอเพื่อนพ้องค่อยๆ หายไปทีละตัวและไม่มีวันได้กลับมาอีก พวกที่อยู่ข้างหลังก็เห็นทั้งหมด
ประกอบกับบรรยากาศรอบตัว เสียงร้องคร่ำครวญอันหดหู่ของพวกเดียวกัน พวกมันไวต่อความรู้สึกมากกว่ามนุษย์เราเป็นร้อยเท่า
คำโบราณว่าไว้ "แม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างมดก็ยังรักตัวกลัวตาย" นับประสาอะไรกับสัตว์ใหญ่เหล่านี้? การที่พวกมันเงียบ สั่น หลั่งน้ำตา ไม่ใช่เพราะมันโง่ แต่เป็นความสิ้นหวังอันลึกล้ำที่ไม่สามารถย้อนคืนอะไรได้อีกแล้ว
5 ปีผ่านไป สภาพจิตใจของฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ยังเป็นวัยรุ่นใจแข็ง คิดแค่ว่ามาทำงาน พอเห็นบ่อยๆก็เริ่มชิน แต่ยิ่งทำไปใจกลับยิ่งอ่อนแอ ยิ่งรู้สึกว่าควรจะมีความเคารพในชีวิต
เมื่อเดินออกจากโรงเชือด ฉันไม่เคยทานอาหารทิ้งขว้างอีกเลย เบื้องหลังเนื้อสัตว์ทุกชิ้นล้วนเคยเป็นชีวิตที่เคยสดใส เคยหวาดกลัว และเคยดิ้นรนต่อสู้มาก่อน
ตั้งแต่เกิดจนถึงวันสุดท้าย พวกมันไม่เคยทำอะไรผิดเลย แต่กลับยอมรับชะตากรรมที่กำหนดไว้แล้วอย่างสงบ
พอหันกลับมามองดูพวกเรา มีเสื้อผ้า มีอาหาร มีชีวิตที่ราบรื่นปลอดภัย แต่กลับชอบไปเครียดกับเรื่องไร้สาระ จมดิ่งอยู่กับเรื่องได้เรื่องเล็กน้อย ลองคิดแล้วมันก็น่าขันอยู่เหมือนกันนะ
เพราะฉะนั้น การมีชีวิตอยู่ก็คือวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ความเรื่องมาก ความวิตกกังวล ความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหลาย พอมาวอยู่ต่อหน้าความตายแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลย
มีความเคารพ รู้จักเห็นคุณค่า และเมตตาต่อสรรพสิ่ง นั่นคงจะเป็นการฝึกตนที่ดีที่สุดในชีวิตของมนุษย์
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว อยากจะถามหน่อยว่า ครั้งต่อไปที่คุณกำลังทานข้าว จะนึกถึงสิ่งมีชีวิตที่เคยยืนเงียบและสั่นเทาเหล่านั้นบ้างไหม แล้วจะรู้สึกขึ้นมาหรือเปล่าว่าข้าวอุ่นๆ ตรงหน้านี้ รสชาติต่างไปจากเดิม?
พม่าเป็นเพื่อนบ้านที่กุรักมากที่สุดเพราะผูกพันกับพี่เลี้ยงและแม่บ้านมาตั้งแต่เด็กถึงจะรู้ว่าชอบแอบขโมยเงินแต่ก็พ่อแม่กุไม่ทักไม่ว่าอะไรปล่อยให้ขโมยเพราะชอบขโมยทีละร้อยสองร้อยเลยไม่ซีเรียส,งง?นอนก็ฟรีข้าวก็ฟรีค่าไฟค่าน้ำไม่เคยเก็บแถมให้เงินเดือน,วันหยุดพวกนางก็ชอบไปเที่ยวกลับดึก
ทำไมอะไรแบบนี้ต้องมามีตอนชั้นอยู่ต่างประเทศทุกทีเลยยย ช่วงเปิดเทอมมีอีเว้นที่เข้าทางฉันในไทยตลอดด พอปิดเทอมกลับไทยมาไม่มีไรทำ😭
แอบไปส่องสำนักพิมพ์แก้วกานต์มา แอบเหงาๆ แต่ราคาหนังสือจึ้งมากนะ เล่มละ 30,50 บาทอะ ชุดหนังสือ bridgerton, red white royal blue ก็มี แวะไปอุดหนุนกันได้นะ
📍บูธ J42
#งานหนังสือ #งานหนังสือ2569 #มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่31 #BookFairTH























