Pinned Tweet
สุนัขหาย พิกัด ซอยหลโยธิน 48 กทม.
หนีออกจากบ้านประมาณ 00.00 - 01.00 น. วันที่ 1/10/66
ชื่อคูรึม เพศผู้ (ยังไม่ทำหมัน) น้ำหนัก 2 กก. ไม่ใส่ปลอกคอ ฟันเขี้ยวล่างซ้ายมีรอยฟันผุ
พบเห็น โทร 093-1922929 (น้ำฝน)
#สุนัขหาย #ตามหา #หวยงวดนี้
คิดถึงคูรึม retweeted
ขออนุญาตนะคะ ใครมีความรู้สึกแบบนี้ แนะนำให้ไปตรวจระดับวิตามินในเลือด เราเคยรู้สึกอ่อนเพลีย อะไรก็ไม่อยากทำ คนก็ไม่อยากเจอ คิดไปว่าเพราะ introvert สรุป วิตามินดีเราต่ำ กินอาหารไม่พอ ไม่ออกกำลังกาย เราเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ดีขึ้นมากจริงๆ ค่ะ อยากให้ไปตรวจกันนะคะ วิตามินมีผลจริงๆ ค่ะ
ตายล่ะ ฉันเป็นบัญชี twitter คนไทยกลุ่มแรก ที่ยัง active อยู่หรอเนี้ย
Replying to @41ial
ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการยืนยันว่าใครเป็นบัญชีคนไทยคนแรกจริง ๆ เพราะช่วงแรกปี 2006 บัญชีจำนวนมากหายไปหรือไม่ใช้งานแล้ว
แต่บัญชีคนไทยที่เก่าแก่มากและยัง active อยู่ตัวหนึ่งคือ tiramisu (ID 55383) สมัครเมื่อ 10 ธันวาคม 2006 ซึ่งถือว่าลึกมากในยุคแรก ๆ ของทวิตเตอร์
คิดถึงคูรึม retweeted
ทุกคนนน เป็นหนังนะคะ แต่ว่าในหนังมีเกิร์ลกรุ๊ปนี้จริงๆ 555555 stan perfekt girl and the cast of perfect girl 🤘🏻
คิดถึงคูรึม retweeted
อวสานคนง่วงป่ะ พนงเค้าหลับแล้วเจ้าของร้านเลยเรียกผ่านกล้องว่าลูกค้ามา ก็ยังคงหลับต่อ จนเจ้าของร้านบอก ลูกค้าคะ ฝากเรียกพนักงานหน่อยค่ะ 5555555555 เอ็นดูมาก ตื่นมาลูกค้าเต็มร้านอะ
คิดถึงคูรึม retweeted
ดูทรงป้าว่าป้าน่าจะได้กลับเมกาว่ะ กลิ่นอายสมัยป้าสาวๆมันกลับมาอะ นี่ขนาดยังไม่เดจริงจัง เพลงยังดีขนาดนี้ ปล่อยบั้มเมื่อไหร่ป้าว่ามีจ่ายเงิน เชี่ยเพลงโคตรดีเลย
คิดถึงคูรึม retweeted
อันนี้เล่าได้ๆ จาก ปสก ส่วนตัว ผช ที่เคยเจอเคยคุย จ่ายให้หมด แต่เงื่อนไขกับสไตล์ต่างกันนิดนึง
ผช อินเดีย - offer ทั้งข้าว ของ แต่ต้องแลก sex (ดีนะหลบทัน)
ผช ฝรั่งเศส - กินหรูอยู่ดี ไม่ลำบาก แต่เหตุผลเยอะมาก
ผช เมกา - ทรง daddy เปย์ทุกอย่างแต่ เงื่อนไขคือถ้าไม่หรู ไม่คุณภาพดีไม่พาไป
ผช กาต้า&ดูไบ - เลี้ยงทุกอย่างแพงและเยอะเหมือนเลี้ยงหมู ถูก=ของไม่ดี และปิดจบด้วย “use my card”
ผช ปากี - ทรีทเหมือนเจ้าหญิง (แต่จู๋เท่านิ้วก้อย) รักมากกแต่สักพักหายเข้ากลีบเมฆ
ผช โมรอคโค - เลี้ยงทุกอย่าง
ผช ออส - ไม่เคยไปเดทจริงๆ เพราะชอบยื่นข้อเสนอเป็น holiday gf จ่ายทุกอย่าง หมดเวลาก็จบ
ผช สวิส - อีโก้สูง เลี้ยงแล้วต้องอวยยศเยอะๆ ห้ามเก่งเกิน
ผช แอฟฟริใต้ (คนขาว) - ขี้แอ๊ค ยิ่งเราสวยแบบ high maintenance ยิ่งดูแลดี (ฟีลอวดเราได้ไม่อาย)
ผช แอฟฟริกา (คนดำ) - เลี้ยงนะแต่ไม่ค่อยดีเท่าแถบอื่น ที่แน่ๆคือ narcicistic มากกก หยิบทุกประเด็น gaslighting ที่มีบนโลกมาใช้ และคบซ้อนมากกว่า 3 คนทุกคน ซ่อนเก่งด้วย 🤣
แถม
ผญ อาหรับ - เลี้ยงดีกว่าผู้ชายทั้งหมดบนโลก เต้นเก่ง น่ารัก ตามใจทุกอย่าง55
ทริคสังเกตคนดูแลดีๆ ให้สังเกตจากการพูดและไลฟ์สไตล์ ใครขี้โม้ = ขี้หมูขี้หมา อยู่บ้านนอนดีกว่า
จาก ปสก. ส่วนตัว Gen Z
ผญ ไทย - พยายาม offer ที่จะหาร/ผลัดกันจ่าย
ผญ จีน (มาเล ฮ่องกง) - ปกติที่ ผช ต้องจ่าย
ผญ อินโด (มุสลิม) - ค่อนข้างเรียกร้องให้ ผช จ่าย (ทั้งที่นางรวยกว่า)
ผญ เวียดนาม - คล้ายๆจีน กรุจ่ายหมด
ผญ ยุโรป (เหนือ) - หาร / ผลัดจ่ายเท่านั้น นางไม่ยอมทำลาย gender equality เด็ดขาด😂
เคสนี้อยู่ที่แต่ละคนนะผมว่า by individual, not by country หรอก อย่าเหมารวม hasty generalization ไปกันเยยย
คิดถึงคูรึม retweeted
ละชีเหมาะกับทวิตเตอร์มาก ไปอยู่ไหนมาน้อ55555555555555
อย่ามาหาว่าว่ากูโง่นะจ๊ะที่กูซื้อติ๊กฟ้าในราคาเป็น 10,000 มันสร้างรายได้ได้นะจ๊ะมีน้องน้องแท็กมาบอกกูแล้ว แล้วกูได้เจออาชีพในฝันกูแล้วค่ะ “ ด่าคนจนรวย” กูจะตั้งหน้าตั้งตาด่าอีพวกขายคิวกูทุกวันทุกชั่วโมงทุกนาที ขนาดเน็ตกูหมดกูก็รีบเติมมาด่าใหม่ทันที กูจะสร้างตำนานบทใหม่ กูจะเป็นเทพีสงคราม กูจะเป็นประธานมูลนิธิคนโซเดียมสูง และกูจะด่าจนรวยให้ได้
คิดถึงคูรึม retweeted
อ่านจนจบ ได้แต่เอามือทาบอก!
แม่เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วโทรมาบอกให้ลูกสาวลาออกจากงาน กลับเชียงใหม่มาดูแล
ลูกสาวถามกลับแค่ประโยคเดียว
“แม่ ตอนแบ่งบ้าน แม่บอกว่าหนูเป็นคนที่แต่งออกไปแล้ว พอตอนนี้ต้องการคนดูแล หนูกลับมาเป็นลูกสาวแม่อีกแล้วเหรอ”
แม่ร้องไห้อยู่ปลายสาย
แม่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วัน ลูกสาวจะไปเจอจดหมายจากธนาคาร ในลิ้นชักข้างเตียงของแม่
พาริน อายุ 38 เป็นนักบัญชีอยู่กรุงเทพฯ
ณัฐ น้องชาย อายุ 35 เปิดอู่ซ่อมรถอยู่เชียงใหม่
พ่อเสียไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเด็ก แม่ขายกับข้าวในตลาด เลี้ยงลูกสองคนมาคนเดียว
พารินเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเงินกู้ กยศ. เสาร์อาทิตย์ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ
ณัฐเรียนไม่จบ ม.ปลาย แม่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเปิดอู่ให้
พารินไม่เคยค้านสักคำ
ทำงานปีแรก เงินเดือน 15,000 เธอส่งให้แม่เดือนละ 3,000
พอเงินเดือนขึ้นเป็น 38,000 เธอส่ง 5,000
แม่ป่วย เธอจ่าย ตู้เย็นเสีย เธอซื้อใหม่ น้องแต่งงาน เธอใส่ซอง 50,000
ปีนั้นเธอเพิ่งซื้อคอนโดเล็กๆ ต้องผ่อนทุกเดือน
หกปีก่อน แม่เรียกเธอกลับเชียงใหม่
บนโต๊ะมีเอกสารโอนบ้านวางอยู่
บ้านสองชั้นที่พ่อกับแม่ซื้อที่ดินปลูกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาว รวมที่ดินแล้วมูลค่า 2.8 ล้านบาท
“บ้านนี้ยกให้ณัฐ เขาเป็นลูกผู้ชาย ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องมีหลักประกัน”
พารินถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกหนูล่วงหน้าสักคำไม่ได้เหรอ”
แม่ขมวดคิ้ว “จะบอกทำไม แกแต่งออกไปแล้ว ยังจะกลับมาแย่งกับน้องอีกเหรอ”
ณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา
“พี่ไม่ต้องห่วง บ้านให้ผม ต่อไปเรื่องดูแลแม่ ผมรับเองทั้งหมด”
คืนนั้น พารินร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวนานมาก
ไม่ใช่เพราะบ้าน
แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า เงินทุกบาทที่ให้มาตลอดหลายปี ในสายตาแม่มันคือ “หน้าที่”
แต่พอพูดถึงสมบัติในบ้าน เธอกลายเป็นคนนอกทันที
วันรุ่งขึ้น เธอกลับกรุงเทพฯ
หกปีหลังจากนั้น เงิน 5,000 ไม่เคยขาดสักเดือน
ปีที่แล้ว แม่เส้นเลือดในสมองตีบ
พารินบินกลับเชียงใหม่ทันที ลางานสิบวันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ณัฐกลางวันเปิดอู่ กลางคืนแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน และต้องมีคนดูแลตลอด
พารินเสนอให้จ้างผู้ดูแล เดือนละ 15,000
ประโยคแรกที่ณัฐพูดคือ “แพงขนาดนั้น? ผมจะเอาเงินที่ไหน”
พารินบอกว่า “พี่ออกให้ก่อน”
สองเดือน ค่าผู้ดูแลกับค่ากายภาพ เธอจ่ายไปเกือบ 40,000
พอเดือนที่สาม ณัฐโทรมา
“ไม่จ้างแล้วนะผู้ดูแล แพงเกิน พี่กลับมาดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงพี่เขยก็มีรายได้อยู่แล้ว”
แม่รับสายต่อ
“แกเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ขาดเงินเดือนแกไปคนเดียว บ้านก็ไม่อดตายหรอก แกเป็นลูกสาว ดูแลแม่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ”
พารินถาม “ตอนยกบ้านให้ณัฐ เขาบอกว่าจะดูแลแม่เองทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
แม่ตอบ “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้น้องเขาก็ลำบาก”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ลำบากเหรอ”
แม่ไม่ตอบ
แล้วพารินก็ถามประโยคนั้นออกไป
ปลายสายเงียบไปนาน แล้วแม่ก็ร้องไห้
“แม่เลี้ยงแกมาจนโต ขอให้กลับมาดูแลแค่ไม่กี่เดือน แกมานั่งคิดบัญชีกับแม่เหรอ”
ไม่กี่วันต่อมา ณัฐโพสต์ในไลน์กลุ่มครอบครัว
“พี่ผมอยู่กรุงเทพฯ สบายดี แม่ป่วยขนาดนี้ ยังไม่ยอมกลับมาดูแล”
แนบรูปแม่นั่งรถเข็นอยู่คนเดียว
ป้าทักแชตส่วนตัวมา “เงินหาใหม่ได้ แต่แม่มีคนเดียวนะ”
น้าบอกว่า “น้องเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เป็นพี่ก็ช่วยแบกหน่อย”
พารินไม่ตอบใคร
สุดสัปดาห์นั้น เธอกลับเชียงใหม่ไปช่วยแม่จัดเอกสารสิทธิ์การรักษา
แล้วในลิ้นชักข้างเตียงของแม่ เธอก็เจอจดหมายฉบับนั้น
ใบแจ้งชำระหนี้สินเชื่อจำนองจากธนาคาร
ผู้กู้: ณัฐ
ทรัพย์ที่จำนอง: บ้านหลังนั้น
วันที่กู้: แปดเดือนหลังโอนบ้าน
ในลิ้นชักยังมีสมุดบัญชีของแม่
หกปีที่ผ่านมา ทุกเดือนที่เงิน 5,000 ของเธอเข้า วันรุ่งขึ้นจะมีเงิน 3,000 โอนออกไปบัญชีของณัฐ
หมายเหตุเขียนว่า: ค่าเทอมหลาน
พารินนั่งอยู่ข้างเตียง มือสั่นไม่หยุด
“หลักประกัน” ที่แม่ยกให้ลูกชาย ถูกจำนองให้ธนาคารไปนานแล้ว
เงินที่เธออดออมส่งมาทุกเดือน เอาไปเลี้ยงลูกของน้อง
และแม่ รู้ทุกอย่าง
คืนนั้น พารินส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว
ไม่ด่าใคร ไม่อธิบายอะไรสักคำ
มีแต่รูป
สลิปโอนเงินหกปี 72 ใบ ส่งทีละใบ
ใบเสร็จค่าผู้ดูแล
ใบเสร็จโรงพยาบาล
สองรูปสุดท้าย
วันที่โอนบ้าน
กับใบแจ้งหนี้จำนองจากธนาคาร
กลุ่มเงียบไปทั้งคืน
ป้าที่บอกว่า “แม่มีคนเดียว” ไม่โผล่มาพูดอีกเลย
วันรุ่งขึ้น ณัฐบุกมาหาเธอ
“พี่หมายความว่าไง พูดไปพูดมา ก็ยังติดใจเรื่องบ้านอยู่ใช่ไหม”
พารินมองหน้าเขา
“ติดใจ? บ้านหลังนั้นตอนนี้เป็นของแกเหรอ”
“มันเป็นของธนาคาร”
หน้าณัฐซีดลงทันที
พารินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ
“จ้างผู้ดูแลต่อ ทุกเดือนพี่ออกครึ่งหนึ่ง โอนตรงให้ผู้ดูแล ไม่ผ่านมือใครทั้งนั้น”
“แกอยู่ใกล้ กลางคืนกับเรื่องฉุกเฉินแกรับผิดชอบ”
“เรื่องให้พี่ลาออก ไม่ต้องพูดถึงอีก”
น้องสะใภ้ทำท่าจะพูด พารินหันไปมอง
“ชีวิตครอบครัวพวกเธอหยุดไม่ได้ แล้วชีวิตฉันหยุดได้ตามใจงั้นเหรอ”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก
สามเดือนต่อมา แม่เริ่มถือไม้เท้าเดินได้ช้าๆ
พารินพาแม่ไปทำกายภาพเสร็จ สองแม่ลูกนั่งรอรถอยู่หน้าโรงพยาบาล
จู่ๆ แม่ก็จับมือเธอไว้
พารินคิดว่า ในที่สุดแม่คงจะพูดอะไรสักอย่าง
แม่พูดว่า
“หนี้บ้านของน้อง ช่วงนี้เขาผ่อนไม่ค่อยไหว…แกช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
พารินนิ่งไปหลายวินาที
แล้วก็ดึงมือกลับ
รถมาถึง เธอพยุงแม่ขึ้นรถ ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับกรุงเทพฯ คนเดียว
ตั้งแต่เดือนถัดมา เงิน 5,000 เธอไม่โอนให้แม่อีก
ค่าผู้ดูแลยังจ่ายครบทุกบาท โอนตรงให้ผู้ดูแล
แม่โทรมาด่าว่าเธอใจดำ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?
ดัดแปลงจากประสบการณ์จริงของเพื่อน
คิดถึงคูรึม retweeted
อ๋า ฉันเพิ่งเข้าใจประเด็นในประกาศของ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 ประทับช้าง ที่รับนากไปเลี้ยง 😭
พออ่านเต็มๆแล้ว คือเขาพยายามจะบอกว่า การที่คุณเอาสัตว์ป่ามาให้เขาเลี้ยงเนี่ย ให้บอกมาด้วยดิ ว่าเป็นสัตว์มาจากไหน เพราะถ้ามันเป็นนากที่คนเลี้ยงมาก่อน แล้วเอามาเปลี่ยนที่อยู่ มันอาจมีสิทธิ์ตายได้นะ
แต่เทศบาลนครปฐมดันไปบอกเขาว่า "นากตัวนี้เป็นสัตว์ที่โดนทิ้ง หรือพลัดหลง" เขาเลยดูแลได้แค่นี้ แล้วมันก็ตาย
ก็คือโบ้ยไปทางเทศบาลนครปฐมนั่นแหละ ว่าทำไมให้ข้อมูลไม่ตรง มันมีผลนะว่าจะต้องดูแลสัตว์ตัวนั้นแบบไหน
ทีนี้ก็ต้องไปไล่บี้ละ ว่าเทศบาลได้ข้อมูลมาจากใคร หรือแจ้งแบบชุ่ยๆเอง
นากตัวนี้ไม่มีฝูง ดังนั้นคนดูแลคือฝูงของเขา เหมือนบัวน้อยกอริลล่าที่พาต้า เขาก็มองคนดูแลเป็นฝูงของตัวเองไปแล้ว
พอนากโดนพรากไปจากฝูง เขาก็ร้องหาครอบครัวของเขา อยากกลับไปที่อยู่ที่เขาคุ้นเคย อาหารที่เคยได้กินเป็นหลักอย่างปลาก็ไม่มีเหมือนเดิม ต้องกินไก่ ที่หลบภัยก็ไม่มีให้ ต้องอยู่แบบโล่งๆซึ่งไม่ใช่วิสัยของนาก เขาไม่สบายใจ
วันแรกๆยังกินได้ แต่ตอนหลังคงรู้ตัวแล้วว่าไม่มีทางกลับไปบ้านหรือไปหาฝูงได้อีก ครึ่งเดือนเท่านั้นก็ซึมจนตาย
ทั้งคนรักสัตว์แบบไร้ความรู้ นักอนุรักษ์ที่มีแต่ใจ ไม่มีความรู้ ทั้งหน่วยงานรัฐ ไม่มีความคิดทั้งหมด ไม่เคยเข้าใจเรื่องสัตว์เลย คิดแต่ว่าจะทำตามหลักกฏหมายให้ถูกต้อง
แต่หลักการที่ว่านั้นไม่นับการคำนึงถึงภาวะทางจิตใจของสัตว์ ความรู้สึกจริงๆของสัตว์ที่ถูกพรากจากฝูงหรือสังคมเดิมของเขา เมื่อผิดพลาดขึ้นมา ก็ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ อินฟลูกับนักอนุรักษ์โยนให้รัฐ รัฐก็โยนว่าจำเป็นต้องทำตามกฏหมาย
เดี๋ยวเรื่องแบบนี้ก็เกิดอีก จะไม่ใช่ตัวสุดท้าย

















































