
คุณวันเสาร์ #JeffSatur #วอแวxJEFFSATUR 🪐 \/ #SAM_CIRCRL #CIRCRL #isamsame 🐬\/ #NAY_PERSES 🐱\/ #PEEMWASU🐶 \/ #TadATLAS #TadThapana 🐶
Joined February 2014
- Tweets13K
- Following965
- Followers175
- Likes9.5K
Pinned Tweet
พี่กิตหามือถือที่จะขึ้นไปถ่าย บอกใครตั้งจอเป็น “ น้องภีมวสุ ” บ้าง แล้วมีจริงงงงงงง โซนหน้าเลย55555555555
#PEEMWASU
ไปลองมาแล้ว Yo-Chi อยู่ตรง Groove Central World
ตอนนี้มีสมัครสมาชิกครั้งแรก รับคูปองลด 20% น้า
โยเกิร์ตมาด้วยกัน 10 รส ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนทุกวันไหมแต่วันที่เราไปมี
-Cookies and Cream
-Signature Tarte
-Salted Butterscotch
-Mango
-Matcha
-Strawberry Cream
-Classic Vanilla
-Coconut
-Choccy
-Acai
ทางนี้ชอบ Matcha, cookies and cream😋
chacho 🪐✨💛 retweeted
กุให้เลย เบื้องหลัง เเรงเงา “ นินิว ฝน” 💢
ผกก. ก็ด่าไม่เเรงไม่เท่านี้ ด่ากันเองไปเลย
กุจะบ้า นินิวด่ายัยฝน เเบบชีเจตบอกใจเย็นๆ555
“ เห้ยยยยย บทสั้นเเค่นี้มึงท่องจำไม่ได้หรออีควาย “
“ มึงงไม่ต้องชื่อฝน ชื่อควายดีกว่า ”
ใครพลาดก็โดนด่าอ่ะ 😂🤬‼️
แรงอยู่
ญี่ปุ่นไม่ได้ถูก จีนถูกกว่า ระบบต่างๆก็ดีกว่า ใช้แอป Alipay ก็ทำได้ทุกอย่างแล้ว ตอนนี้ญี่ปุ่นล้าหลังด้านเทคโนโลยีมากเมื่อเทียบกับจีน
ญี่ปุ่น ห้องพักคับแคบเหมือนพวกบ้านคนจน แต่ราคาค่าเช่ากลับแพง คนญี่ปุ่นก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ทั้งๆที่มันเป็นภาษาสากลของคนทั้งโลก
ถ้าคุณจะด่าว่าประเทศไทยสกปรก
แต่รถไฟฟ้าของเราก็ไม่มีคนไปกระโดดให้รถไฟทับตายบ่อยๆอย่างที่ญี่ปุ่นเลยนะ
แถมคนไทยยังอาบน้ำทุกเช้า ตัวไม่เหม็น ปากไม่เหม็นเหมือนคนญี่ปุ่น ที่ใส่หน้ากากแล้วยังเหม็นเหมือนสัตว์เน่าตายในปาก
คนไทยไม่เมาแล้วนอนเกะกะตามสถานีรถไฟ บันไดห้าง หรือข้างถนนเหมือนคนไร้บ้านด้วย คนญี่ปุ่นที่เมาแล้วนอนตามชานชลารถไฟนี่ ตื่นเช้ามาได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไปทำงานมั้ย หรือว่าไปทำงานในสภาพสกปรกเหม็นๆแบบนั้นเลย
ถ้าจะพูดถึงความสกปรก คนญี่ปุ่นไม่ได้แค่สกปรกทางร่างกายนะ จิตใจของคนญี่ปุ่นยังสกปรกมากด้วย ชอบเดินชนนักท่องเที่ยวแรงๆโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่ประเทศไทยเรารักและปฏิบัติดีกับนักท่องเที่ยวตลอดนะ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เศรษฐกิจพึ่งพานักท่องเที่ยวมาก แต่กลับปฏิบัติไม่ดีกับนักท่องเที่ยว ไม่รู้จักบุญคุณของคนที่เข้าไปข่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เลย
ถ้าพวกคุณเก่งจริง บอกให้รัฐบาลคุณปิดประเทศสิ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไป พวกคุณจะได้มีที่บนชานชลารถไฟฟ้าไว้กระโดดฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นด้วย
แล้วดูที่คุณเขียนมา เหมือนเที่ยวอยู่แต่ในแถบเอเชีย คุณยากจนเกินกว่าที่จะไปยุโรปหรอ หรือว่าคุณพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ น่าสงสารนะ ทำไมคุณไม่ลองแสดงหนัง AV movie ดูล่ะ จะได้มีเงินไปเที่ยวประเทศแถบตะวันตกบ้าง
แล้วถ้าจะพูดถึงธุรกิจค้ากาม ประเทศคุณก็ทำธุรกิจหนังโป๊มานานกว่าคนอื่นอีกนะ ที่ชอบให้ผู้ชายอ้วนๆแก่ๆ หน้าตาไม่หล่อ ดูสกปรก มีเพศสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนกับพยาบาล
จริงๆแล้วคนญี่ปุ่นจิตใจสกปรกมากนะ ที่อยากมีเพศสัมพันธ์กับครู และ พยาบาล ทั้งๆที่อาชีพเหล่านั้นควรได้รับความนับถือด้วยซ้ำ และการที่อยากมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนก็ถือว่าสกปรกและผิดปกติอย่างที่สุดด้วย แต่เหมือนจะเป็นค่านิยมของคนญี่ปุ่นจริงๆ
จะว่าไป อีกเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกว่าประเทศคุณสกปรกมากเลยนะ ก็คือ แค่เดินเข้าไปเที่ยวในป่า ยังเจอคนญี่ปุ่นผูกคอตายเยอะเลย มันสกปรกและน่ารังเกียจมากเลยนะ ที่จะไปตายแล้วเน่าส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนที่มาเดินป่าแบบนั้น
ผมว่าคุณควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูดถึงประเทศอื่นในแง่ร้ายนะ เพราะประเทศคุณก็สกปรกไม่แพ้ใคร นี่ผมยังไม่อยากพูดถึงสิ่งที่พวกคุณทำกับคนเกาหลีและคนจีนที่นานกิงนะ รอให้คนจีนเค้ามาคุยกับคุณต่อละกัน
chacho 🪐✨💛 retweeted
น่าสงสารมากอะ🥹 รพ.อุ้มผาง ขอรับยามือ 2 ที่เหลือจากทุกๆคนที่ทานไม่หมด ส่งไปที่รพ. ได้นะคะ หรือจะช่วยโอนทำบุญบริจาคให้ รพ ก็ได้
📬จัดส่งได้ที่
โรงพยาบาลอุ้มผาง (บริจาคยาเหลือใช้และสิ่งของจำเป็น)
159 หมู่ 1 ตำบลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก 63170
โทรศัพท์: 061-2717201 หรือ 081-8872861
📍หรือไปฝากโครงการร้านยา
ที่ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส และร้านยาออลล์แคร์ ฟาร์มาซี กว่า 400 สาขาทั่วประเทศ
🏦 ธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี: 020133388387 (ชื่อบัญชี: เงินบำรุง รพ.อุ้มผาง - สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)
✨❤️เงื่อนไขการรับบริจาคยา
•อายุการใช้งาน: ต้องเหลืออายุการใช้งานต่ออย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป (ไม่รับยาที่หมดอายุแล้ว)
•ลักษณะยาเม็ด: ต้องอยู่ในแผงอะลูมิเนียมฟอยด์หรือแผงที่ปิดสนิทเท่านั้น
•ยาน้ำและยาทา: ไม่รับยาน้ำหรือยาทาที่เปิดใช้แล้ว
chacho 🪐✨💛 retweeted
ยาวหน่อยนะ จากใจคนเคยคิดว่าแปรงฟันอย่างเดียวก็พอ สรุปไปหาหมอฟันทีไรขูดหินปูนประจำ ยืนยันเลยว่าการป้องกันหินปูนไม่ได้อยู่ที่การขยี้แปรงฟันแรงๆ นะคะ
เพราะหินปูนมันเกิดจากคราบพลัค (คราบจุลินทรีย์) สะสมจนแข็งตัวต่างหาก
วิธีดูแลช่องปากไม่ให้หินปูนเกาะหนาที่ทำเองแล้วรอดจริง คือต้องจัดการคราบพลัคให้หมดตั้งแต่ยังไม่ทันแข็งตัวค่ะ
• ใช้ไหมขัดฟันทุกวันก่อนแปรงฟัน: อันนี้สำคัญมากก หินปูนชอบขึ้นตามซอกฟันที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง
• ใช้ที่ขูดลิ้น: เคลียร์คราบแบคทีเรียบนลิ้น ไม่ให้มันวนกลับไปเกาะตามซอกฟัน
• เลือกยาสีฟันที่มี Zinc Citrate / Pyrophosphate: ยาสีฟันสูตรที่ช่วยลดการสะสมของคราบพลัคและยับยั้งหินปูนโดยเฉพาะ
ตัวที่ใช้แล้วชอบยกให้ Dentiste' Pro Anti Tartar หรือพวกยาสีฟันสมุนไพรเข้มข้นขจัดคราบอย่าง Cora / Dentiste' ตัวปกติก็ช่วยได้ดีมาก
chacho 🪐✨💛 retweeted
ท่าพวกนี้ดีมาก ซ้อทำตลอด
แต่ในฐานะที่ตอนเริ่มเล่นเวทใหม่ๆ แล้วบาดเจ็บ จนต้องไป dry needling
หมอบอกว่า เริ่มเล่นแรกๆให้เริ่มน้อยๆ 1-2 เซตพอ แล้วดูว่าอาการหลังเล่นเป็นยังไง เพราะบางคนที่ไม่เคยออกเลย อยู่ดีๆมาเล่น กล้ามเนื้อมันรับโหลดไม่ไหว มันจะบาดเจ็บ
หมอบอกให้ค่อยๆเริ่มเล่น ทีละนิด ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องโหม เพราะถ้าเจบขึ้นมา พักยาว
ค่อยๆทำ 1-2 เซต ถ้าไม่เจบ ค่อยๆเพิ่มทีละอย่าง ระหว่าง จำนวนครั้ง หรือ นน ดัมเบล
จุดจบ Overshare ไหมงี้
- สามีบังเอิญไปรู้ว่าภรรยาเคยไปบอกเพื่อนว่าเสียใจที่แต่งงานกับเขา ฮีเลยหยุดทำทุกอย่างที่ภรรยาเคยบ่น แล้วสุดท้ายกลับกลายเป็นภรรยาที่รับไม่ได้
- ทั้งคู่แต่งงานกันมา 2 ปี วันนึงภรรยาเปิดโน้ตบุ๊กทิ้งไว้ แล้วแชตกลุ่มเด้งขึ้นมาพอดี สามีเห็นชื่อตัวเองเลยเผลออ่าน
- ภรรยาพิมพ์กับเพื่อนว่า บางทีก็คิดถึงตอนโสด เพราะเดี๋ยวนี้จะทำอะไรก็ต้องคุยกับใครอีกคนตลอด เพื่อนเลยถามว่าทำไมไม่คุยกับสามีตรง ๆ ภรรยาตอบว่า เพราะถ้าพูดกับเขา เดี๋ยวก็ต้องมานั่งรับมือกับความรู้สึกของเขาอีก 3 ชั่วโมง ประโยคนี้ทำสามีนั่งนิ่งไปเลย
- หลังจากวันนั้นสามีเลยหยุดถามว่าจะไปไหน หยุดเตือนเรื่องนัดครอบครัว หยุดถามว่าจะกลับมากินข้าวไหม ในเมื่อภรรยาคิดถึงชีวิตตอนโสด เขาก็จะปล่อยให้ใช้ชีวิตแบบนั้นเต็มที่
- ช่วงแรกภรรยาดูจะชอบด้วยซ้ำ เริ่มออกไปเที่ยวหลังเลิกงาน นัดเพื่อนช่วงวันหยุด วางแผนอะไรเองโดยไม่ต้องถามสามี ซึ่งสามีก็ไม่ว่าอะไรเลย จนรถภรรยาเสียแล้วโทรให้สามีไปรับ เขาตอบว่าไม่ว่าง วันเกิดแม่ตัวเองภรรยาลืม สามีก็ไม่เตือน แล้วพอภรรยาดันจองทริปกับเพื่อนตรงกับวันครบรอบแต่งงาน สามีก็แค่บอกว่าเที่ยวให้สนุก
- ผ่านไปประมาณ 3 อาทิตย์ กลายเป็นภรรยาที่เริ่มถามว่าทำไมช่วงนี้แทบไม่คุยกัน สามีตอบแค่ว่า ก็พยายามเคารพความเป็นอิสระที่เธอต้องการอยู่ไง ภรรยาเลยหาว่าสามีกำลังประชด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นคนบ่นกับเพื่อนว่าการแต่งงานเหมือนมีคนคอยจับตาดูตลอด แต่พอสามีหยุดทำทุกอย่างจริง ๆ กลับไม่มีความสุข
- สุดท้ายภรรยาถามตรง ๆ ว่า ยังอยากแต่งงานกับเธออยู่ไหม สามีตอบว่า ไม่รู้ และครั้งนี้ไม่ได้พูดเพื่อขู่ แต่เขาเริ่มไม่แน่ใจจริง ๆ ภรรยาขอโทษเรื่องแชต ยอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเองเอาแต่ไประบายกับเพื่อนแทนที่จะคุยกับสามี แต่สำหรับสามี สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่เรื่องที่เธอคิดถึงตอนโสด แต่คือการที่เธอเล่าให้เพื่อนฟังจนเขาดูเหมือนเป็นภาระ ทั้งที่คนพวกนั้นไม่เคยเห็นชีวิตแต่งงานของทั้งคู่จริง ๆ
- ภรรยาบอกว่าไม่ได้หมายความตามที่พิมพ์ไปทุกคำ สามีเลยถามกลับว่า แล้วคำไหนที่หมายความจริง ๆ ภรรยาก็ตอบไม่ได้ ไม่กี่วันต่อมาภรรยาขอเริ่มต้นกันใหม่ บอกว่าจะคุยกันตรง ๆ ให้มากขึ้น สามีก็เชื่อว่าเธอตั้งใจจริง แต่ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว
- ตอนนี้เขาไม่อยากเป็นฝ่ายคอยเตือน ไม่อยากต้องขอให้ภรรยาแบ่งเวลาให้ และไม่อยากเป็นคนพยายามโน้มน้าวอยู่ฝ่ายเดียวว่าชีวิตแต่งงานของพวกเขายังสำคัญ
- ภรรยามองว่าสามีกำลังลงโทษเธอเพราะสิ่งที่พูดในแชตส่วนตัว แต่สามียังติดอยู่กับความคิดเดียว คือ ตอนที่คิดว่าเขาจะไม่มีวันได้อ่าน เธอพูดถึงชีวิตแต่งงานของตัวเองเหมือนมันเป็นคุกได้ง่ายขนาดนั้น
- ตอนนี้ภรรยาอยากได้ความใกล้ชิดแบบเดิมกลับมา แต่สามีกลับไม่แน่ใจแล้วว่า เธอคิดถึงเขาจริง ๆ หรือแค่คิดถึงสามีคนเดิมที่คอยทำให้ชีวิตเธอง่ายขึ้น
#มินนี่แปลให้
This quoted post is unavailable.
นี่คือ 1 ในเหตุผล ที่ไม่เคยอยากให้แฟนอ่านแชท บางครั้งมันเป็นแค่มวลความรู้สึกในบางช่วงเวลาที่เรารู้สึกขึ้นมา อาจจะจริงหรืออาจจะไม่จริง บางครั้งการพูดกับเพื่อนมันเป็นการทบทวนตัวเองด้วย ถามว่ามันดีมั้ย แน่นอน มันไม่ดี แต่เรายังไม่อยากให้ใครมาแบกรับสิ่งที่อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ได้
จุดจบ Overshare ไหมงี้
- สามีบังเอิญไปรู้ว่าภรรยาเคยไปบอกเพื่อนว่าเสียใจที่แต่งงานกับเขา ฮีเลยหยุดทำทุกอย่างที่ภรรยาเคยบ่น แล้วสุดท้ายกลับกลายเป็นภรรยาที่รับไม่ได้
- ทั้งคู่แต่งงานกันมา 2 ปี วันนึงภรรยาเปิดโน้ตบุ๊กทิ้งไว้ แล้วแชตกลุ่มเด้งขึ้นมาพอดี สามีเห็นชื่อตัวเองเลยเผลออ่าน
- ภรรยาพิมพ์กับเพื่อนว่า บางทีก็คิดถึงตอนโสด เพราะเดี๋ยวนี้จะทำอะไรก็ต้องคุยกับใครอีกคนตลอด เพื่อนเลยถามว่าทำไมไม่คุยกับสามีตรง ๆ ภรรยาตอบว่า เพราะถ้าพูดกับเขา เดี๋ยวก็ต้องมานั่งรับมือกับความรู้สึกของเขาอีก 3 ชั่วโมง ประโยคนี้ทำสามีนั่งนิ่งไปเลย
- หลังจากวันนั้นสามีเลยหยุดถามว่าจะไปไหน หยุดเตือนเรื่องนัดครอบครัว หยุดถามว่าจะกลับมากินข้าวไหม ในเมื่อภรรยาคิดถึงชีวิตตอนโสด เขาก็จะปล่อยให้ใช้ชีวิตแบบนั้นเต็มที่
- ช่วงแรกภรรยาดูจะชอบด้วยซ้ำ เริ่มออกไปเที่ยวหลังเลิกงาน นัดเพื่อนช่วงวันหยุด วางแผนอะไรเองโดยไม่ต้องถามสามี ซึ่งสามีก็ไม่ว่าอะไรเลย จนรถภรรยาเสียแล้วโทรให้สามีไปรับ เขาตอบว่าไม่ว่าง วันเกิดแม่ตัวเองภรรยาลืม สามีก็ไม่เตือน แล้วพอภรรยาดันจองทริปกับเพื่อนตรงกับวันครบรอบแต่งงาน สามีก็แค่บอกว่าเที่ยวให้สนุก
- ผ่านไปประมาณ 3 อาทิตย์ กลายเป็นภรรยาที่เริ่มถามว่าทำไมช่วงนี้แทบไม่คุยกัน สามีตอบแค่ว่า ก็พยายามเคารพความเป็นอิสระที่เธอต้องการอยู่ไง ภรรยาเลยหาว่าสามีกำลังประชด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นคนบ่นกับเพื่อนว่าการแต่งงานเหมือนมีคนคอยจับตาดูตลอด แต่พอสามีหยุดทำทุกอย่างจริง ๆ กลับไม่มีความสุข
- สุดท้ายภรรยาถามตรง ๆ ว่า ยังอยากแต่งงานกับเธออยู่ไหม สามีตอบว่า ไม่รู้ และครั้งนี้ไม่ได้พูดเพื่อขู่ แต่เขาเริ่มไม่แน่ใจจริง ๆ ภรรยาขอโทษเรื่องแชต ยอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเองเอาแต่ไประบายกับเพื่อนแทนที่จะคุยกับสามี แต่สำหรับสามี สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่เรื่องที่เธอคิดถึงตอนโสด แต่คือการที่เธอเล่าให้เพื่อนฟังจนเขาดูเหมือนเป็นภาระ ทั้งที่คนพวกนั้นไม่เคยเห็นชีวิตแต่งงานของทั้งคู่จริง ๆ
- ภรรยาบอกว่าไม่ได้หมายความตามที่พิมพ์ไปทุกคำ สามีเลยถามกลับว่า แล้วคำไหนที่หมายความจริง ๆ ภรรยาก็ตอบไม่ได้ ไม่กี่วันต่อมาภรรยาขอเริ่มต้นกันใหม่ บอกว่าจะคุยกันตรง ๆ ให้มากขึ้น สามีก็เชื่อว่าเธอตั้งใจจริง แต่ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว
- ตอนนี้เขาไม่อยากเป็นฝ่ายคอยเตือน ไม่อยากต้องขอให้ภรรยาแบ่งเวลาให้ และไม่อยากเป็นคนพยายามโน้มน้าวอยู่ฝ่ายเดียวว่าชีวิตแต่งงานของพวกเขายังสำคัญ
- ภรรยามองว่าสามีกำลังลงโทษเธอเพราะสิ่งที่พูดในแชตส่วนตัว แต่สามียังติดอยู่กับความคิดเดียว คือ ตอนที่คิดว่าเขาจะไม่มีวันได้อ่าน เธอพูดถึงชีวิตแต่งงานของตัวเองเหมือนมันเป็นคุกได้ง่ายขนาดนั้น
- ตอนนี้ภรรยาอยากได้ความใกล้ชิดแบบเดิมกลับมา แต่สามีกลับไม่แน่ใจแล้วว่า เธอคิดถึงเขาจริง ๆ หรือแค่คิดถึงสามีคนเดิมที่คอยทำให้ชีวิตเธอง่ายขึ้น
#มินนี่แปลให้
chacho 🪐✨💛 retweeted
ที่บ้านเรามีเตรียมไว้สำหรับตัวเองและคนในบ้านเผื่อเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคยทำเช็คลิสไว้นานแล้วเผื่อจะเป็นประโยชน์ เตรียมไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
รายชื่อประเทศที่รัฐบาลบอกให้ประชาชนเตรียมน้ำ อาหารและสิ่งสำเป็นในการดำรงชีพ :
🇯🇵 Japan: 3 days
🇬🇧 UK: 3 days
🇫🇷 France: 72 hours
🇩🇪 Germany: 3–10 days
🇹🇼 Taiwan: 7 days
🇨🇭 Switzerland: 1 week
🇸🇪 Sweden: 1 week
🇳🇴 Norway: 1 week
🇪🇪 Estonia: 1 week
🇩🇰 Denmark: 3 days
🇵🇱 Poland: 3 days
🇳🇱 Netherlands: 72 hours
🇧🇪 Belgium: 72 hours
🇫🇮 Finland: 72 hours 🇱🇻 Latvia: 72 hours
🇱🇹 Lithuania: 72 hours
🇮🇪 Ireland: "Prepare for emergencies"
🇪🇺 EU (European Union): 72 hours
เมจิกโมเม้นสกายนานิวันนี้คือตอนสกายจับใบแรกขึ้นมา หันคุยกับสต๊าฟว่ามันคือเลข 98 แต่หันให้พี่เลโอดู พี่เลโอบอกว่าเลข 86 แล้วพอนานิหยิบใบที่สองขึ้นมาเป็นเลข 89 ที่มองกลับหัวจะเป็น 68 คือในฉลาก 100 ใบอ่ะ สกายนานิจับได้เลขเดียวกัน อึ้ง
chacho 🪐✨💛 retweeted
ละฮีบอกว่าในหัวเรามีเส้นด้ายสีแดงอยู่เยอะมากๆๆๆๆ พอมีวิทยาศาสตร์เข้ามา มนุษย์เริ่มส่องกล้องได้ ก็เลยรู้ว่าที่ฮีเคยบอกมันคือเส้นประสาท 😱
เรื่องบั้งไฟพญานาคมันไม่ชัด พูดลำบาก แต่อันนี้เหมือนจริงๆ ปีนี้ท่านผู้ว่าจังหวัดสายมู จัดใหญ่จัดเต็มด้วย เมฆเป็นร้อยเป็นพันแบบ แต่ที่เว้าตรงพระจันทร์ หรือ ดวงอาทิตย์พอดีแบบนี้ แถมมีลำตัวยาวลงไปต่ำกว่าส่วนหัวอีก เอาจริงๆเกิดมายังไม่เคยเห็นอะไรที่จังหวะจะพอดีขนาดนี้แล้วอยู่บนฟ้า
chacho 🪐✨💛 retweeted
เอาจริงๆนะ บอกมาเถอะว่ามันมีอะไรแน่ๆใช่ไหม 🤨??
ญี่ปุ่น : ขอให้คนในประเทศเตรียมอาหาร น้ำ และของใช้ส่วนตัวไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 วันนะคะ ถ้าเตรียมได้ถึง 1 สัปดาห์ยิ่งดี
ก่อนหน้านี้ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหภาพยุโรป ก็เคยบอกประชาชนของตัวเองให้เตรียมของฉุกเฉินไว้เหมือนกัน
สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น :
→ คุณโกชิ ฮอโซโน (รัฐมนตรีช่วยว่าการเรื่องภัยพิบัติ) จะออก “คำขอฉุกเฉิน” ให้ประชาชนทุกคน กระทรวงต่างๆ และจังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้
→ อยากให้ทุกบ้านมีอาหาร น้ำ และของใช้สุขอนามัยไว้ “อย่างน้อย 3 วัน” และ “ถ้าทำได้ 1 สัปดาห์” จะดีเลย
→ อยากให้แต่ละบ้านช่วยตัวเองได้ก่อน “แม้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ”
→ สาเหตุหลักที่เขาบอกคือเรื่องแผ่นดินไหว (อย่างร่องนันไก แผ่นดินไหวใต้โตเกียว แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามร่องต่างๆ) และการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ
→ วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งใหม่พอดี และจะออกคำขอในวันแรกที่หน่วยงานเริ่มทำงานเลยนะคะ
พอเห็นข่าว คนญี่ปุ่นหลายคนถึงถามกันออนไลน์ว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3 มาแล้วหรือเปล่า?” แต่ตามที่รัฐมนตรีบอก จริงๆ แล้วเป็นเรื่องแผ่นดินไหวกับภูเขาไฟนะคะ ไม่ใช่สงคราม
อีกแค่ประมาณ 6 วัน คนญี่ปุ่นทุกคนจะได้รับคำขอเดียวกัน: เตรียมอย่างน้อย 3 วัน ถ้าทำได้ก็ 1 สัปดาห์
🚨BREAKING: JAPAN WILL ASK EVERY CITIZEN TO STOCK FOOD, WATER AND TOILET SUPPLIES FOR AT LEAST 3 DAYS, IDEALLY 1 WEEK.
Britain, France, Germany and the EU have already told their people to keep emergency supplies ready.
Here's what's happening:
→ THE REQUEST: Disaster minister Goshi Hosono will issue an "emergency request" to every citizen, the central ministries and all prefectures on November 2.
→ 1 WEEK: He wants food, water and toilet supplies at home for "at least 3 days" and, "if possible, 1 week."
→ ON YOUR OWN: He wants every home able to get by "even without public help."
→ THE THREATS: a Nankai Trough quake, a quake right under Tokyo, giant quakes along the Japan and Chishima trenches, and a Mount Fuji eruption.
→ DAY ONE: Japan is LAUNCHING a new Disaster Management Agency that same day, and the request will come on its first day.
Think about this.
People in Japan saw the headline and asked online if World War 3 was coming.
The minister's own list is earthquakes and a volcano.
In 6 days, every citizen in Japan gets the same ask: 3 days at least, 1 week if possible.
Follow me. I'll post the full request on November 2, the day it goes out.
Readers added context they thought people might want to know
Japan’s government has long advised households to keep at least 3 days, and ideally about 1 week, of food and water at home for natural disasters such as earthquakes. This appears in the national Basic Disaster Management Plan and in Tokyo’s official preparedness guidance.
bichiku.metro.tokyo.lg.jp/en/why/
city.asahi.lg.jp/uploaded/attac…
วันก่อนฮีบอกว่าจะซื้อบ้านไม่ก็คอนโดแล้วแพลนไว้ขอแต่ง ใจร้องเจี้ยๆๆสภาพไม่พร้อม🥹 เลยขออาฟเตอร์ปาร์ตี้ด้วยนะ ขอแต่งชุดสวยๆ5555555
chacho 🪐✨💛 retweeted
ว่าแล้วคุ้นๆเป็นคนเดียวกับที่พูดว่า " ถ้าในวันที่ทุกสิ่งดูผิดพลาดไปหมด ใจที่ดีจะนำทุกสิ่งกลับเข้าที่เอง " เพราะแกไม่ยอมแพ้ทำมันทุกอาชีพที่ได้เงินแล้วแกก็สู้จากสาวโรงงานจนได้เป็นผู้พิพากษาเลย ไปฟังสัมแกโคตรอิมแพค
สงสารน้องงงง
มีคุณแม่คนนึงเริ่มสังเกตว่าลูกสาวที่อยู่ ป.6 ชอบเอากางเกงในไปซักเอง ไม่ยอมเอาไปซักรวมกับเสื้อผ้าอื่น ตอนแรกแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าลูกเริ่มโตแล้วคงเขิน ไม่อยากให้แม่เห็น
แต่หลัง ๆ แม่เริ่มเห็นว่าน้ำในอ่างหลังลูกอาบเสร็จมีสีแปลก ๆ เลยเคยถามอยู่หลายครั้งว่าใส่อะไรลงไปในน้ำหรือเปล่า ลูกก็บอกทุกครั้งว่าไม่ได้ใส่อะไร
แม่ไม่อยากคาดคั้นก็เลยไม่ได้ถามต่อ จนพักหลังลูกเริ่มถามทุกคืนว่า พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนไหม แล้วพอถึงตอนเช้าก็มักจะบอกว่าปวดท้อง ขอหยุดเรียนได้ไหม
แรก ๆ แม่ยังคิดว่าลูกอาจจะแค่ไม่อยากไปเรียน จนวันนึงเห็นลูกยืนร้องไห้ตอนกำลังใส่ชุดนักเรียน เลยถามว่า ที่โรงเรียนมีอะไรหรือเปล่า ลูกก็ตอบทันทีว่าไม่มี หนูแค่ไม่อยากไป
ผ่านไปอีกไม่กี่วัน แม่กำลังเก็บเสื้อผ้าแล้วไปเจอถุงเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก พอเปิดดูก็เจอกางเกงในของลูกที่มีคราบสีน้ำตาลอมเหลืองอยู่ข้างใน
แม่เลยเรียกลูกมานั่งคุยด้วย แล้วบอกว่า แม่ไม่ได้จะดุนะ แต่อยากรู้ว่าทำไมถึงต้องเอากางเกงในมาซ่อนไว้
ลูกดูตกใจมาก ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า แม่อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกโรงเรียนนะ แม่ก็งง เพราะยังไม่ได้พูดถึงโรงเรียนเลย เลยถามกลับว่า แล้วโรงเรียนเกี่ยวอะไรด้วย
ตอนนั้นลูกเงียบไปแล้วก็เริ่มร้องไห้ กว่าจะยอมเล่าก็ใช้เวลาอยู่นาน สุดท้ายถึงได้รู้ว่า วันนึงตอนอยู่ที่โรงเรียน ประจำเดือนของลูกมาโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วตอนนั้นลูกเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง
ลูกขอครูไปเข้าห้องน้ำ แต่พอกลับเข้าห้อง เพื่อนผู้หญิงคนนึงเห็นรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า แล้วเอาเรื่องนี้มาล้อต่อหน้าเพื่อนคนอื่น
วันต่อมาเพื่อนคนเดิมก็ยังเอาเรื่องนี้มาพูดอีก หลังจากนั้นทุกครั้งที่ลูกขอไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนคนนั้นก็จะหัวเราะ
แม่เลยถามว่า แล้วหนูไม่ได้บอกครูเหรอว่าถูกเพื่อนล้อ ลูกตอบว่า บอกแล้ว แต่ครูให้กลับเข้าห้องแล้วบอกว่า เพื่อนก็แค่ล้อเล่นกัน
หลังจากนั้นลูกก็เริ่มกลัวการไปโรงเรียน เพราะรู้สึกเหมือนคนอื่นกำลังจับตามองตัวเองอยู่ตลอด แล้วก็กลัวว่าจะโดนเอาเรื่องนี้มาล้ออีก แม่เลยพาลูกไปหาหมอเพื่อตรวจให้แน่ใจ คุณหมอบอกว่าคราบที่เห็นอาจเป็นช่วงที่ลูกเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก แต่ถ้ามีเลือดออกหรือปวดผิดปกติก็ควรมาตรวจอีกที
จากนั้นแม่ก็ไปคุยกับครูแนะแนวที่โรงเรียน และขอให้ช่วยจัดการเรื่องนี้แบบเป็นส่วนตัว เพราะไม่อยากให้ลูกต้องอายหรือถูกพูดถึงมากกว่าเดิม แต่พอครูเปิดประวัติเรื่องนี้ขึ้นมาดู กลับถามแม่ว่า ลูกสาวคุณเคยมาหาเราเรื่องนี้ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนแล้วนะ น้องไม่ได้บอกเหรอ
แม่ถึงกับหันไปมองลูก เพราะตัวเองไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ลูกก็ร้องไห้แล้วบอกว่า หนูเคยมาขอความช่วยเหลือแล้ว แต่เขาบอกให้หนูกลับเข้าห้องไปก่อน แล้วบอกว่าจะจัดการให้
ตรงนั้นแม่ถึงเพิ่งเข้าใจว่า ที่ลูกกลัวโรงเรียนขนาดนี้ มันอาจไม่ได้เริ่มจากวันที่ประจำเดือนมาเปื้อนเสื้อผ้า หรือวันที่โดนเพื่อนล้อด้วยซ้ำ
แต่มันเริ่มตั้งแต่วันที่ลูกพยายามไปขอความช่วยเหลือแล้วไม่มีใครฟังจริง ๆ สุดท้ายก็ต้องกลับเข้าห้องไปเจอเรื่องเดิมอยู่คนเดียว
#มินนี่แปลให้
Bir süredir altıncı sınıfa giden kızımın iç çamaşırlarını kendi başına yıkadığını fark ettim. Diğer çamaşırlarla birlikte çamaşır makinesine atmamı istemiyordu.
Başlangıçta büyüdüğü için utandığını düşündüm. Ancak garip olan, banyo yaptıktan sonra küvetin suyunun renginin değiştiğini fark etmeye başlamamdı.
Ona birkaç kez sordum:
“Kızım, suya bir şey mi koydun?”
Her seferinde, “Hayır anne, vallahi hiçbir şey koymadım.” diye cevap veriyordu.
Üzerine fazla gitmek istemedim. Ancak zamanla her gece bana şu soruyu sormaya başladığını fark ettim:
“Anne, yarın okula gitmek zorunda mıyım?”
Her sabah karnının ağrıdığını söylüyor ve evde kalmak için benden izin istiyordu. Başlangıçta okuldan kaçmak istediğini düşündüm. Ta ki bir gün okul üniformasını giyerken ağladığını görene kadar…
Ona sordum:
“Ne oldu canım? Okulda bir şey mi yaşadın?”
Hemen, “Hayır, sadece gitmek istemiyorum.” diye cevap verdi.
Birkaç gün sonra, kıyafetlerini düzenlerken çekmecesinde saklanmış küçük bir poşet buldum. İçinde sarıya çalan kahverengi lekeler bulunan iç çamaşırları vardı.
Kızımı çağırdım ve yanına oturdum.
“Canım kızım, sana kızgın değilim. Ama neden iç çamaşırlarını benden saklıyorsun?”
Telaşlandı ve şöyle dedi:
“Ne olur anne, okulla konuşma.”
Şaşırdım ve sordum:
“Okulun bununla ne ilgisi var?”
Sessiz kaldı, ardından ağlamaya başladı.
Uzun süre onunla konuşmaya çalıştıktan sonra sonunda anlatmaya başladı +++


















































