
"Be kind to yourself." We do not have a great day, we MAKE a great day.🫶🏻 | #healthy🥗| Healthy food 🧍🏻♀️Weight training 👀🔎
Contact for work pls dm ✎
Joined February 2016
- Tweets4.4K
- Following24
- Followers7.8K
- Likes4.2K
Pinned Tweet
ค้นพบว่าการอ่านหนังสือให้เข้าใจคือ
-อ่านก่อนสอบ1อาทิตย์แบบจริงจัง
-ไม่อ่านติดต่อกันเป็นเวลานาน
-อ่าน35 พัก5 ทำให้อ่านได้นานขึ้น
-รอบแรกอ่านธรรมดา
-รอบ2อ่านพร้อมจด
-รอบ3อ่านแค่ที่จดออกมา
-รอบ4อ่านหัวข้อละบรรยายตามความเข้าใจ
-ก่อนสอบ1วันไม่ควรนอนดึก
วัยทำงานเป็นวัยที่เชิง psychology อยู่นะนี่บอกรุ่นน้องในทีมที่พึ่งเรียนจบตลอดเลยว่า “เธอไม่มีทางเจอคนที่อยากเจอได้หรอก” เราเลือกไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะให้ค่าหรือไม่ให้ค่า แล้ววางไว้ส่วนไหนของชีวิตเราก็ได้!
เวลาที่เราต้องอยู่ในที่ที่เราไม่ชอบ เจอคนที่เราไม่ชอบ คิดแค่ว่า “เราแค่ทำหน้าที่ตรงนั้นให้จบ ให้มันเสร็จสิ้น มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเองก็พอ แล้วเริ่มใหม่ move on อย่าจมกับอะไรที่ทำลายความรู้สึกเรานานๆ
พอเข้าวัยทำงานใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิดมาก คิดเยอะ น้อยใจ นอยอะไรมากมาย ไม่มีใครเขาตามใจหรือง้อเรา มันคือ Business benefits ปล่อยให้มันเป็นไป จอยๆ ไป แกคิดเยอะไปบางทีผลลัพธ์มันเปลี่ยนไม่ได้อะ
* เพราะชีวิตมันยาก ถึงต้องพยายามเปลี่ยน attitude จะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทำให้ดีให้จบ ไม่ต้องไปทุกข์มาก เพราะมันจะมีอะไรใหม่ๆรอเราอยู่เสมอแหละ
สังเกตง่ายมาก คนกลุ่มนี้จะยินดีกับคนอื่นง่าย ไม่ค่อยสนใจใครเน้นFocus on yourself เป็นหลัก เคยมีรุ่นพี่คนนึงเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยสุ่งสิงกับใครแต่พอคุยด้วยชีมี Positive energy ในตัวเองมาก Mindset ในการใช้ชีวิตดี เข้าใจชีวิตมาก นี่อยู่ด้วยกับนางมาสองปี ไม่เคยได้ยินนางนินทาใครให้ฟังเลย ชอบคุยเรื่องการพัฒนาตัวเอง การใช้ชีวิตปกติ ทำธุรกิจ ชอบชื่นชมคนอื่น ตกเย็นชีไปออกกำลังกาย เรียนภาษาจีน ว่างๆทำขนมกับแฟน
อยู่ด้วยแล้วรู้สึกได้รับพลังงานบวกไปด้วย คือคุยแล้วมันไม่เหนื่อย คนแบบนี้มีเสน่ห์มาก มารู้ว่าชีรวยมากตอนนั้นไถ่ TIKTOK อยู่ดีๆฟิดพี่แกขึ้นมา อยู่บ้านน่าจะราคาเกิน 20ล้าน ในหมู่บ้านหรูทำเลทองที่นึง แฟนชีเป็นเจ้าของโรงงานข้าวสาร มาทำงานขับรถ honda jazz หน้าไม่แต่ง แต่ในบ้านก็คือ รถไฟฟ้า 3 คัน BMW, Mercedes-Benz คือรถปกติของชีเลย
คนที่รวยและต้นดีอยู่แล้วเขาจะไม่พยายามโชว์ หรืออวดอะไร เขาจะใช้ชีวิตเงียบๆปกติ แต่มันจะมีออร่าทางความคิด การใช้ชีวิตนี่ละที่มันส่งให้เขาดูเป็นคนที่สะอาด น่าค้นหา และดูดีไปเองอะ
เราปฎิบัติตัวต่อคนอื่นยังไง ก็จะได้ผลแบบนั้นสนองกลับมานั้นละ เคยบอกคนรอบตัวไปเยอะมาก เราให้เกียรติคน เขาก็จะให้เกียรติเรากลับมา แต่ไม่ใช่ทำพฤติกรรมไม่ดีใส่คนอื่นแล้วคาดหวังว่าจะได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มันมักเลียนแบบ behavior ของคนที่อยู่ร่วมกันในแต่ละวัน ถ้าเราไม่ชอบอะไร จงอย่าเป็นคนแบบนั้นให้มันกัดกินสิ่งดีๆในชีวิตเราอะ ถ้าเราทำดีแล้วโดนหักหลังก็คิดว่า คนนั้นคือกลุ่มคนที่มี energy ไม่ตรงกัน จึงโดนคัดออกไป
การคบคนมีผลต่อ success การอยู่ในกลุ่มคนที่มี Negative energy ชีวิตจะไม่มีทางไปไหนคุยแต่เรื่องนินทา แซะ เอาชนะโฟกัสแต่ชีวิตคนอื่น คนกลุ่มนี้ลองสังเกตชีวิตเหมือนถูก Staff ในขณะที่ใครหลายๆคนที่เขา Focus on yourself ชีวิตเขาไปไหนต่อไหน จนมองผ่านพลังงานไม่ดีของคนเหล่านี้ไปแล้วอะ
เคยได้ยินทฤษฎีนึงชื่อว่า Crab Mentality ทำไมเราถึงไม่ควรโดดเด่นเกินหน้าเกินตาคนในองค์กร เพราะมันจะมีกลุ่มคนที่ไม่ได้หวังดีกับเรา จ้องจะทำร้ายเรา ดึงคนอื่นลงมาต่ำแทนที่จะ ช่วยยกกันขึ้น ขี้อิจฉา ขี้นินทาจากเป็นมิตรกับเราดีๆ ก็กลายเป็นคนที่ไม่รู้จักตึงใส่เราไปในทันที เวลาเราได้ดี หรือได้รับโอกาส
แต่กลับกันอยากจะบอกทุกคนว่า “เราไม่ควรลดแสงในตัวเองลง เพียงเพราะคนอื่นแสบตา ในความสามารถของเรา ”ถ้าจะโดดเด่นจนใครลงแดง นั้นคือปัญหาของเขา ให้เขาจัดการเองความอิจฉา ริษยา ในใจเขาเอง เรามีหน้าที่ พัฒนาตัวเอง เป็นแสงสว่างนำทางชีวิตให้ตัวเองต่อไป อย่าหยุดพัฒนา และโชว์ความสามารถและความก้าวหน้าของเราต่อไป
* ไม่ต้องไปนั่งแก้แค้นโพสต์ด่าใช้กำลังใดๆอะไรเลย แต่จงพัฒนาชีวิตของเราให้ก้าวหน้านั้นคือการแก้เผ็ด คนที่ไม่หวังดีกับเรา ได้ดีที่สุด
อย่าอินเกิน ! สุดท้ายแล้วพอเราลาออกไม่มีใครจำเราได้ขนาดนั้น ว่าเคยทำอะไรไว้ให้มีผลงานอะไร เราจะกลายเป็นแค่ใครคนนึงที่เป็นอดีตพนักงานเท่านั้น
เคยมีเพื่อนในแผนก2คน ตอนอยู่คนก็ชื่นชมปกติ ผลงานก็ทำไว้เยอะทำยอดTOPไว้หลายล้านต่อเดือน แต่พอเขาลาออกไปไม่ถึงเดือน คนก็ไม่พูดถึงแล้ว เพราะมีคนมาแทนแล้วทำได้เช่นกัน
*บอกเสมอว่า อยากให้วัยทำงานทุกคนหรือแม้กระทั่ง น้องๆที่เพิ่งจบมหาลัยแล้วกำลังจะก้าวไปเป็น First jobber คิดเสมอว่า Keep it in mind. “บริษัทขาดเราได้” ไม่ต้องโหมงานหนักทุ่มเท ทำตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่สู้ทุกอย่างทำทุกงาน สุขภาพทั้งจิตใจและร่างกายเราสำคัญที่สุด ต่อให้เราไม่อยู่ มันก็คือหน้าที่บริษัทที่เขาจะจัดหาคนอื่นมาทำแทนเราได้อยู่ดี
ฟังดูเหมือนโหดร้ายนะ งานของเรามีคนทำแทนเราได้เสมอ และวัยทำงานอย่าเรียกร้องอะไรกับบริษัทมากเกินไป เพราะทุกอย่างคือธุรกิจ Mutual benefits เราได้อะไร เขาได้อะไร ในโลกความเป็นจริงไม่มีใครตามใจเราขนาดนั้น แต่มันคือโจทย์ที่บอกว่า “เราทำอะไรให้เขาได้ในขนาดที่เรายังเป็นพนักงานอยู่”
ชอบประโยคนึงของผู้บริหารที่ทำงานด้วยตอนนี้มาก“ ถ้าไม่กล้าลอง ก็ไม่วันรู้ว่าเราไปไกลได้แค่ไหน อย่ากลัวความผิดพลาด ยิ่งเราผิดเราจะยิ่งเรียนรู้มากกว่าใครหลายคน โอกาสอะไรเข้ามาให้รับไว้ก่อน ทำได้ไม่ได้ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก ระหว่างทางมันฝึกฝนกันได้
แต่ถ้าปฏิเสธโอกาสตรงหน้า เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า โอกาสตรงนั้นมันจะกลับมาหาเราอีกเมื่อไหร่ อย่าเป็นคนวิ่งหนีโอกาส แต่จงเป็นคนที่วิ่งเข้าหาโอกาสนั้น
*พอมาย้อนคิดก็รู้สึกว่าเออแกพูดดี impressed มากอะ ไม่แปลกใจที่ทำไมเด็กหลังห้องเกเรคนนึง แต่กลับพัฒนาตัวเองทามกลางคนดูถูก จนมาเป็นผู้บริหารขนาดนี้ได้ ไม่มีใครรู้อนาคต นอกจากการกระทำและวิธีคิดในการใช้ชีวิตตริงๆ
พออายุเริ้มเยอะขึ้น แอบรู้สึกว่าทุกคนก็กำลังพยายามในแบบของตัวเองแหละ บางเรื่องอาจจะยากหน่อย บางเรื่องก็ง่ายมาก ถ้ามันถูกที่ถูกเวลาของมัน
คือทุกอย่างมันต้องใช้เวลา และความพยายามหลายๆอย่างที่จะผ่านมันไปในแต่ละอย่าง แต่อยากให้ทุกคนแบบอดทนทำสิ่งนั้นซ้ำๆ แล้วมันจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นกับเราจริงๆ “ถ้าไม่อดทนไม่ใช้เวลา ก็ไม่ได้เรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะสำเร็จมั้ย แน่ๆคือเราได้เติบโตกว่าการอยู่ที่เดิมแน่นอนอะ”
*No pain no gain on rain no flowers. อดทนทำต่อไปนะ ถ้ายังอยากเห็นสิ่งนั้นที่จะเกิดขึ้นกับเรา
ส่วนตัวให้เลย 90% เคยพูดทุกอย่างที่อยากทำสรุปไม่สำเร็จสักอย่าง และสิ่งที่เราพูดโดนคนก้อปไปด้วย
Evil eye สำคัญมากมุมเราเองนะ อย่าพูดอะไรที่ตัวเองอยากได้ อยากมี หรืออยากทำ กับใครไปเรื่อยอะ จะความสัมพันธ์ ความรักกับแฟนอะไรก็แล้วแต่ แรงริษยา กับพลังงานลบจากคนรอบตัว รุนแรงมาก! “อย่างที่บอกเลยเราหวังดีกับคนอื่นก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะยินดีกับความสำเร็จของเรา มันอาจจะฟังดูโหดร้ายนะ แต่ถ้าคนรู้จักที่เราคบมีไม่เท่าเราแล้วเราไปได้ไกล โอกาสที่เขาจะยินดีกับเราก็มีน้อยมากจริงๆ
ยิ่งเราพูดเยอะ โชว์สิ่งที่เราทำเยอะ คนรู้มาก โอกาสที่จะสำเร็จจะไม่มีเลย มันจะมีเรื่องให้ต้องติดขัด อุปสรรคจากที่ไม่มี ก็มีเหตุการณ์อะไรที่ต้องเข้ามาให้เราล้มแบบง่ายๆ
**พอโตขึ้นใช้ชึวิตให้เงียบและมีสติมากที่สุด แต่เราเองก็ต้องพร้อมนะ พร้อมที่จะให้คนรอบตัวเราหายไป เพราะมันก็จะคัดคนที่ไม่ดีศีลความดีไม่ตรงกับเราออกไปเหมือนกัน ย้ำเสมอ!!
ส่วนตัวไม่เห็นใจอะ เลิกทำ Content อัดคลิปร้องไห้อะไรแบบนี้เถอะ เหมือนพยายามทำให้ลูกค้าผิดทั้งทีตัวเองทำสินค้าออกมาไม่ดี คนที่ควรเห็นใจคือคนที่เขาบริโภคของคุณค่ะ เขาทำงานหาเงินมา การจะมาซื้อสินค้าสักตัว อย่าไปทำลายความเชื่อใจใคร เพราะต่อให้ผลิต Brand ขึ้นมาใหม่ คนจะไม่มีทาง Support คุณเหมือนเดิมแน่นอน
การจะทำอะไรออกมาขายสักอย่าง ไม่ว่าจะ Brand ไหน ต้องให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ อธิบายสิ่งที่ผู้บริโภคสงสัยให้ได้ และควรเร็วคือต้อง Take action ไวไม่ใช่ให้เขามาสุ่มตรวจ หวาดระแวงเอง แล้วหายเงียบไป อย่าคิดว่าลูกค้าเดี๋ยวนี้ไม่ฉลาดนะ ต่อให้จะเป็นกลุ่มคนอายุเยอะ เขาดูยันหน้าซองจริงๆ
💥 จากดราม่าโปรตีนตกฉลาก ‼️ “คุณแป้ง CEO Wink White” อัปเดตชีวิตหลังเผชิญมรสุมดราม่า ยอมรับว่าช่วงเวลานั้นทุกอย่างเหมือนพังทลายลง จนรู้สึกเหมือนชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว 🥺
➖ น้ำหนักลดเหลือเพียง 38.7 กิโลกรัม ร่างกายอ่อนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาล
➖แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอได้กลับมาทบทวนชีวิต และคิดได้ว่า สุดท้ายแล้วเราอาจไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย… แค่ได้กินอิ่ม นอนหลับ และยังมีลมหายใจอยู่ต่อไปก็พอ
💢แต่ในมุมหนึ่ง คนที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าล่ะ? เขาเรียกร้องอะไรได้บ้าง? สำหรับเจ้าของธุรกิจก็คงเป็นช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิต แต่สำหรับลูกค้า เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจากสินค้า คือความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยเลย #โปรตีนตกฉลาก
อย่าพยายามเป็นคนที่จัดการทุกเรื่อง ชนะทุกอย่าง ให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการมากจนเกินไป มันทำให้ชีวิตไม่มีความสุข กลับกันอะไรที่ตั้งใจทำไปแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงขอให้เราภูมิใจกับตัวเองเยอะๆเถอะ ที่ได้ลองทำมัน !
แกอย่าคาดหวังและหาคำตอบกับชีวิตมากจนเกินไป แล้วเราจะพบว่าความสุขมันไม่ได้เริ่มจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เสมอไปนะ บางอย่างมันเริ่มจากอะไรแค่เล็กๆน้อยๆอะ ชีวิตคนเราพอเปลี่ยนมุมมองความคิด การกระทำเราก็จะเปลี่ยนไปด้วย การใช้ชีวิตมันจะง่ายขึ้นเยอะ
อย่าปล่อยให้ตัวเองโทรมนี่พูดบ่อยมาก ลองแต่งตัวสวยๆ แต่งหน้า ทำตัวให้สะอาด มีกลิ่นหอมทั้งวัน Positive energy แกจะมีทั้งวัน โอกาสหรือการพบเจอคนมันจะ impressed มากกว่า สิ่งนี้คือการเคารพและให้เกียรติตัวเองจากภายใน เพราะสิ่งแรกที่คนมองเราคือในวิแรกเลย ว่าจะเคารพเรามั้ยคือบุคคลิกภายนอก
การแต่งตัวดีและเหมาะสมกับสถานที่ มันบ่งบอกถึงการใส่ใจและให้เกียรติคนรอบข้างและสถานที่ที่ไป รวมไปถึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรารักตัวเองมากแค่ไหน คำว่าสวยไม่จำเป็นต้องตรง Beauty standards ทุกคนมีความสวย ความหล่อของตัวเอง แค่แต่งตัวดูดี เลือกโทนสีเป็น ฉีดน้ำหอมที่บ่งบอกบุคคลิกตัวเอง วางตัวดี communicate ถูกเวลา ก็โครตจะมีเสน่ห์ละเอาจริงๆ
อย่าดูถูกคนที่เขา“ใจเย็น ใจดีอยู่ตลอดเวลาแล้วคิดว่าเขาซื่อตามใครไม่ทันอะ“ คนกลุ่มนี้แค่เลี่ยงความขัดแย้ง เพราะไม่อยากเสียเวลาไปกับอะไรที่ทำให้อารมณ์เสียโดยไร้สาระ จริงๆคนกลุ่มนี้ ช่างสังเกต เห็นรับรู้ทุกอย่างที่ทุกคนพูด หรือปฏิบัติทั้งหมดนั้นละ ไม่ว่าจะน้ำเสียง คำพูด สีหน้าท่าทาง แค่จังหวะการพิมพ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ตรงความรู้สึกก็ยังรู้
เขาจะรับรู้ว่ามี energyอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป เพราะขี้สังเกตมาก!
มันคือกลุ่มคนที่มี Emotional Quotient สูง เข้าใจบริบทที่เจอ ในขนาดเดียวกันก็เข้าใจความรู้สึกตัวเองว่าการตอบโต้ไปไม่มีประโยชน์ เท่ากับความนิ่ง แต่ถ้าถึงจุดที่แบกไม่ไหวแล้ว ก็คือจะไม่แบกเลย เพราะทุกคนมีขีดความอดทนจำกัด จึงเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัว ในขนาดเดียวกันก็น่าเห็นใจ พอไม่ทนกลับกลายเป็นคนที่ไม่น่ารักไปเฉยเลย !
ส่วนตัวตั้งเป้าเรื่อง Self-care ค่ะ คือการออกกำล้งกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน อาจจะไม่ได้ออกเยอะแบบหลายๆคน เน้นสม่ำเสมอและต่อเนื่อง แต่จะเล่น Weight training แทน Cardio เปลี่ยนการกินอาหารตามใจปาก มาเป็นสุขภาพมากขึ้น ลอง Challenge ตัวเองมาแล้ว 4-5เดือนรู้สึกหุ่นดีขึ้นเยอะ ใส่เสื้อผ้าแล้วมันกระซับเข้ารูปละสวย กว่าตอนผอมๆแห้งๆแบบแต่ก่อน มั่นใจ ชีวิตดี นอนหลับสบาย คนชมกว่าตอนไม่ออก
ถ้าในเรื่อง Mental health ไม่ค่อยรับรู้เรื่องคนอื่นเท่าไหร่อะ ว่าใครเป็นอะไร ทำอะไร เน้นโฟกัสตัวเองเป็นหลัก รู้สึกเวลาว่างตอนนี้จะฝึกไม่จับมือถือไถ่ฟิด อ่านหนังสือ นั่งทำงานเงียบๆคนเดียวตามร้านกาแฟงี้ พอทำไปนานๆรู้สึกเราปล่อยวางได้เยอะ สุขภาพจิตดีขึ้น mood ไม่ค่อยสวิง นิ่งแต่มีความสุขมาก
เห็นด้วยมากเลยค่ะ พอเข้าวัย 30 สิ่งเล็กๆที่ธรรมดาคือสิ่งที่มีความสุขง่ายแล้วก็ Basic ที่สุดอะ เช่น ตั้งเป้าหมายสั้นๆว่าวันนี้จะไปออกกำลังกาย กินอาหารอร่อย ได้ไปวิ่งสวนสาธารณะ หรือจะอ่านหนังสือก่อนนอนแทนการเล่นมือถือ พอเรามี goal ของตัวเองเราจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
รับรู้เรื่องคนอื่นให้น้อยลง ทำให้สมองมันเบาสบาย นอนหลับดีขึ้น เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครไปไหน ทำอะไร พูดถึงใคร มีความรู้สึกยังไง ไม่ต้องรู้ว่าทุกคนมี feeling ต่อทุกสิ่งยังไง เพราะเมื่อไหร่ที่เราสนใจและแคร์ทุกคน จะกลายเป็นตัวเราที่ต้องจมกับความทุกข์สะเอง
*พออายุมากขึ้นแค่สุขภาพจิตดี ร่างกายแข็งแรงโฟกัสตัวเองให้มากกว่า การรับรู้สิ่งอื่นทำตัวง่ายๆชิวๆ มันเป็นเรื่องเล็กๆนะ แต่มันเป็นความสุขง่ายๆที่ไม่ต้องวุ่นวายกับใครดี
October Theory แนวคิดที่เชื่อว่า เดือนตุลาคมเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ โดยสิ่งที่ไม่คู่ควรหรือไม่เหมาะสมจะ แม้แต่คนที่พลังงานไม่ตรงกัน จะถูกตัดออกไป และสิ่งใหม่ๆจะเข้ามาแทนที่
และในด้าน psychology เราว่าเหมือนเดือนตุลาเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูฝนและเข้าใกล้สิ้นปี และอากาศเย็น กระตุ้นให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้น เกิดการทบทวนและตั้งเป้าหมายใหม่ ว่าก่อนสิ้นปีมีแพลนอะไร หรือในปีใหม่เราจะทำอะไรที่ดีขึ่นกว่าเดิม
แอบเหมือนการ Reset ชีวิตตัวเองเหมือนกันนะ แต่ไม่ว่าทั้งปีเราจะผ่านอะไรมา จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ นี่รู้สึกว่าทุกเส้นทางมันได้เรียนรู้อะ เรามักจะเห็นตัวเองใน Version ใหม่ๆอยู่เสมอในแต่ละปี ทุกปีคือการเติบโตค่ะ ผ่านมาได้ก็แปลว่าเก่งแล้ว อย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไป พัก/ขี้เกียจก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ในวันที่รู้สึกเหนื่อย
นี่ว่าจังหวะชีวิตสำคัญมากจริงๆ สังเกตว่าถ้ายังไม่ถูกที่ถูกเวลา เรามักจะมีปัญหามาให้เราได้แก้ไขอยู่ตลอดอะ สิ่งนึงที่รู้สึกใช้ชีวิตแบบมีความสุขมากขึ้นคือ ไม่ว่าทางเลือกจะใช่หรือไม่ใช่ ทำให้สุดทางที่เราไหวไปก่อน ถึงผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ต้องสนใจแต่ระหว่างทางเราจะได้เรียนรู้อะไรมากมายแน่นอน I want to see what happens. If I don’t give up. คือถ้าอยากเห็นว่าทางข้างหน้าเป็นยังไง อย่ายอมแพ้ เดี๋ยวสิ่งนั้นก็เกิดกับเราเอง แค่มันต้องใช้เวลา
◟✦ memory.𓎆 retweeted
ชอบประโยคที่บอกว่า… “ตุลาคมนี้จะเป็นเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง” บางสิ่งที่เคยหนักจะค่อย ๆ เบาลง บางคำขอที่เฝ้ารอจะเริ่มมีคำตอบ และบางประตูที่เคยปิดจะเปิดออกในเวลาที่พอดี ขอให้เดือนใหม่นี้พาเราออกจากเรื่องเดิม ๆ ที่ทำให้เหนื่อย พาไปพบโอกาสที่เหมาะสม ผู้คนที่จริงใจ และข่าวดีที่ทำให้หัวใจกลับมามีความหวังอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เรากลัวในตอนแรก ทว่าเมื่อผ่านไป เราจะเข้าใจว่า…ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังพาชีวิตไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าเดิม ตุลาคมนี้ ขอให้เราได้เติบโตอย่างงดงาม และได้รับสิ่งดี ๆ ที่คู่ควรกับหัวใจเสียที
พออายุเริ่มมากขึ้น อย่าหาคำตอบกับชีวิตมากจนเกินไป อย่าจริงจังกับอนาคตเยอะ บางอย่างในชีวิตไม่มีคำตอบอะไรตายตัวอะ Control what you can Accept what you can't ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ในขณะเดียวกันก็จงปล่อยวางในสิ่งที่มันไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน นี่บอกคนรอบตัวเสมอ “รอยยิ้มและความสุขของเรามีค่า” มันน่าเสียดายแอบเศร้าอยู่เหมือนกัน ถ้าคนอื่นที่ไม่ได้แคร์เรา จะมาเอารอยยิ้ม ความสดใสไปจากเรา
สังเกตคนที่ส่งต่อความสุขให้คนอื่นได้ เป็นคนที่โครตมีเสน่ห์ Aura จับมากๆอะ เหมือนกลุ่มคนพวกนี้คือคนที่มี energy อยู่ตลอดเวลา เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ในขณะเดียวกันก็เข้าใจคนอื่นด้วย โครตจะ impressed แม้ในบางครั้งเราจะเจอเรื่องเครียดๆอะไรมา แต่คนเหล่านี้ นี่ละที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบมันดีขึ้นมาได้แบบไม่น่าเชื่อ เพราะเขามีความสุขกับเรื่องเล็กๆ เขาเลยส่งต่อความสุขให้คนรอบๆตัวได้ง่ายอะ ชอบอะไรแบบนี้มาก
"Same Day, Same Height, Same Energy" หายากมากที่คนเราจะบังเอิญมาพบกันได้ขนาดนี้ ชอบที่เขามี Positive energy ให้กันและกันอะ รู้สึกว่าความคิดโตทั้งคู่ ไม่แปลกใจที่ปีนี้แมสขนาดนี้ เขาถึงบอกเวลาพลังงานมันตรงกัน destiny ก็มักจะเจอคนที่เหมาะสมกับความสำเร็จของกันและกัน ในจังหวะเวลานึงของชีวิตแหละ มันคือ Work partner ที่ลงตัว ชอบประโยคที่ว่า "เราจะดีใจ และมีความสุขเสมอ ถ้าคนใดคนนึงเติบโตหรือมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ แม้มันอาจจะไม่ต้องเกี่ยวกับเราก็ได้"
25 Nov 25 Nov
170cm. 170cm.
ENFJ INFJ
จุฬา จุฬา
น้องลีด พี่คฑากร
คู่นี้หรอ เคมีปีศาจที่เขาตามหากันให้ควัก🖤
#LenaLalina #MiuNatsha #LenaMiu










