
Pumidech (Max) Puthongkham | Assistant Professor at @ChemChula | Electrochemistry | Harry Potter
Bangkok, Thailand
Joined December 2009
- Tweets7.8K
- Following354
- Followers498
- Likes5.5K
Max Puthongkham retweeted
ตอนแรกก็พยายามโฟกัสรองเท้า
จนจังหวะเห็น *คนมอบ*
5555555 แล้วคอมเมนท์คือคิดเหมือนกัน
Max Puthongkham retweeted
ไอ้สัสเด็กอุเทนถวายมาชุมนุมยืนตะโกนอยู่นอกรั้วว่าผมอยากเรียน...😂😂😂 เพราะรัฐมนตรี อว.สั่งปิดอาคารเรียน แล้วจะยกพวกไปกดดันที่กระทรวง
ไอ้พวก หค ถ้าพวกมึงแสดงพลังรวมตัวกันไม่ทำตัวเป็นขยะใครจะปิดสถาบันมึง กูแนะให้ทุบทิ้งเลยไม่ต้องปิด
Max Puthongkham retweeted
Introverts don’t recharge with sleep, we recharge by being left completely alone for 3–5 business days
Max Puthongkham retweeted
อาจารย์สุมาลียังน่ารักและติดตามข่าวสารโลกเวทมนตร์อยู่เสมอ อาจารย์เลยสละเวลามาให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่าทำไมถึงไม่ใช้ศิลานักปราชญ์แบบตรงตัว
Max Puthongkham retweeted
So excited for @NSF_CSOE to be bringing new electrosynthesis teaching labs to the organic chemistry community! Electrochemical
Alcohol Oxidation: An Accessible Electrosynthesis
Experiment for Sophomore-Level Organic Chemistry pubs.acs.org/jceda8/article-…
Max Puthongkham retweeted
ตอนเรียนมหาลัย มันมีวิชา writing 101 ที่สอนเขียนจาก from scratch ที่แปลว่าอาจารย์มานั่งสอนว่าอะไรจำเป็นและไม่จำเป็นในการเขียนวิชาการ สอนจนถึงการทำ citation, in-text citation, footnote สอนว่าต้องเขียนไม้ยมกแบบเว้นวรรค จำได้ขึ้นใจก็เพราะวิชานี้
เคยเจอเด็กมัธยมพิมพ์สระแอ เป็นสระเอสองตัวด้วย เห็นแล้วลมจับ
นี่ก็เป็นอีแก่เจนวายของออฟฟิศ ทำงานกับเด็กๆ ไม่เคยเจอถึงขนาดสร้าง folder ไม่เป็นหรอก แต่ส่วนใหญ่จะเจอแบบใช้ word แล้วตอนย่อหน้าใช้วิธีกด space bar 10 ครั้ง หรือใช้ excel เป็นแค่ sum แต่ทำ sumif sumproduct ไม่ได้ หรือ ทำ cell formatting ได้ แต่ทำ conditional formatting ไม่ได้
ซึ่งก็เคยนั่งคุยถึงรู้ว่า หลักสูตรยุคหลังไม่ได้เรียน ms office จริงจังแบบรุ่นเราแล้ว มันเป็นการทำไปเรียนรู้กันไปเอง มันไม่ได้เป็นความรู้พื้นฐานสะสมมาปลายปี ในขณะที่เราเรียน ms office ตั้งแต่มัธยม เรียนยันจัดหน้ากระดาษ margin ตั้งระยะกั้นหน้ากั้นหลัง ซึ่งสมัยก่อนมันมีสอบด้วย 555
ซึ่งพอน้องทำไม่เป็นก็สอน จะจำหรือไม่จำก็แล้วแต่น้องละ สอนทีเดียวเด้อ ซึ่งในยุคที่ copilot เสกได้ทุกอย่าง ก็ไม่รู้ละว่าต่อยังต้องสอนไหมนะ
สิ่งที่อยากเห็นคือสกิลพร้อมที่จะเรียนรู้และ growth mindset ไม่ใช่อ้างนู่นอ้างนี่แล้วไม่ยอมใช้
Max Puthongkham retweeted
พูดแบบใจร้ายเลยนะ ถ้าไม่มีสกิล Microsoft Office ก็ไม่ควรเข้าสู่ตลาดแรงงานในกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะด้านนี้ เพราะเอาจริงมหาลัยในกำกับของรัฐ โดยปกติมันมี Microsoft Office ให้ใช้ฟรีอะ มันควรใช้เป็นแบบเบสิกเลย
Max Puthongkham retweeted
ชั้นโตมาในยุคที่ทุกคนทำ word excel ppt เป็น จนงงว่า ทำไมถึงนับเป็นความสามารถพิเศษ หรือเป็น requirment สมัครงาน จนกระทั่งค้นพบว่า มีคนทำไม่เป็นจริง เปิดโลกจัด
Max Puthongkham retweeted
Introvert / Extrovert คือบุคลิกภาพที่เติมพลังงานให้ตัวเองได้จากการอยู่คนเดียว(In) หรือเข้าสังคม(Ex)
Present หน้าห้อง เป็น skill เป็น Presentation skill, Public Speaking skill ตอนเรียนกุก ๆ กัก ๆ ก็คือฝึกฝน
ถ้าเรียนจบไปแล้วไม่ได้มีอาชีพเจ้าหญิง/เจ้าชายของพ่อแม่ยังไงก็ต้องใช้
Max Puthongkham retweeted
The concept of aromaticity after 200 years of benzene dlvr.it/TVf5Tf 🧪
Max Puthongkham retweeted
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย มันเป็นปัญหาของ mobile-first generation เพราะเคยมีน้องเด็กเส้น Gen Z ในทีมที่ขาด skill ที่คนใช้ PC/Laptop ประจำทำได้แบบไม่ต้องคิด ยกตัวอย่างนะ
• ไม่รู้ว่าการกด Ctrl / Shift สามารถเลือกหลายไฟล์พร้อมกันได้ ไม่ต้องเลือกทีละไฟล์
• แยกไม่ออกว่าไฟล์อยู่ในเครื่อง, OneDrive, Shared Drive หรือ Network Drive
• ไม่รู้จัก path ของโฟลเดอร์ จะย้อนขึ้นไปหา folder แม่ ต้องกลับหน้าแรกทุกครั้ง
• เวลาโปรแกรมค้าง ไม่รู้จัก Task Manager / Force Quit จะปิดเครื่องอย่างเดียว
• เวลาต่อจอเพิ่มแล้วไม่รู้ว่า Duplicate / Extend คืออะไร
• Excel พื้นฐานอย่าง Filter / Paste Values ก็ยังต้องสอน
ตำแหน่งคือมาเป็นผู้ช่วย แต่เอาเข้าจริงนอกจากจะไม่ได้ช่วยงานแล้วยังเพิ่มงานให้อีก น้องบอกว่าปกติใช้แต่ iPad เลยเปิดคอมน้อยมาก แอบสงสัยเหมือนกันว่า แล้วตอนเรียนไม่ต้องทำรายงานอะไรที่ใช้คอมเลยเหรอ
แต่อันนี้พูดถึงน้องคนนี้คนเดียวนะ ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ทุกคนจะเป็นแบบนี้ เพราะในทีมเราก็มี Gen Z ที่เก่งมากๆ แบบเก่งจนตามไม่ทันเหมือนกัน 😅
ทุกคนคิดเห็นยังไงบ้างคะตามโพสต์ต้นเรื่อง
💬 คิดว่าระบบการศึกษาหรือการเรียนการสอนในปัจจุบัน มีส่วนทำให้เด็กขาดทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานจริงมากน้อยแค่ไหน?
ส่วนตัวจริงๆ เรื่องนี้มองได้สองมุม มุมนึงคือเด็ก Gen Z โตมาในยุคที่แท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนแพร่หลาย ระบบปฏิบัติติการแบบ Touch UI มันใช้ง่ายกว่า Desktop OS (Windows/Mac) ทำให้ทักษะการใช้เมาส์ คีย์บอร์ด หรือการจัดการไฟล์อย่างการสร้างโฟลเดอร์ (File Management) ถดถอยลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่อีกมุมหนึ่งในบริบทการทำงานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลักยังคงเป็น PC/Laptop ดังนั้นทักษะดิจิทัลพื้นฐาน (Digital Literacy) ก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่ดี
แต่ตอนสมัครงานมั่นใจว่าเค้าต้องใส่ในความสามารถว่ามี Skills Computerได้นะ
Max Puthongkham retweeted
“Ekonomistlerin Bilmesi Gereken Makine Öğrenme Yöntemleri”
Susan Athey ve Guido W. Imbens
🔗annualreviews.org/content/jo…
Max Puthongkham retweeted
ในฐานะที่มี PhD in neuroscience เนอะ ก็อยากพูดนิดนึงว่ายังการอ่านก็เป็นสิ่งที่ทดแทนไม่ได้ ยังไงการอ่านก็สำคัญอยู่ดี
เพราะการอ่านคือการสร้าง simulation ในหัว เวลาอ่าน ลำดับมันจะเป็นแบบ ใครอยู่ไหน → กำลังทำอะไร → ต้องการอะไร → อะไรเป็นเหตุ → โลกในเรื่องตอนนี้หน้าตาเป็นไง ซึ่งสมองของคนอ่านก็เปลี่ยนไปด้วยเวลาตัวละครทำอะไรหรือฉากมีการเปลี่ยนแปลง
แล้ว simulation ที่เกิดขึ้นในใจ มันไปกระตุ้นสิ่งที่เรียกว่าการกระทำและการรับรู้ด้วย เช่น
เขาหยิบแก้วขึ้นมา เดินไปที่ประตู แล้วมองออกไปยังสวน
คือสมองไม่ได้คิดแค่ว่า หยิบ → เดิน → มอง ไง สมองมันจะสร้างภาพจำลอง มันคือการดึงเอาความทรงจำต่างๆ พวกข้อมูลเชิงความหมาย + ความทรงจำตามเหตุการณ์ + ความรู้เกี่ยวกับโลก + ภาพในจินตนาการ ออกมา
การอ่านมันไม่ใช่สิ่งล้าหลัง เพราะมนุษย์ไม่ได้รู้หนังสือแต่เกิด มันคือการเรียนรู้ภายหลัง หลังจากที่มนุษย์สร้างระบบการเขียนขึ้นมา ดังนั้นมันทำให้เกิดการ reorganize สมองหลายส่วน มันคือการฝึกฝนทำให้มนุษย์พัฒนาไปเรื่อยๆ
การอ่านในความคิดของเราคือมันไม่ได้ล้าหลังเลยนะ แล้วมันก็แทนที่ด้วยภาพ (หนัง คลิป) หรือเสียง (เพลง เสียงจากคลิป) ได้ทั้งหมดอะ เพราะการอ่านเป็นกระบวนการทางปัญญาที่สมองต้องถอดสัญลักษณ์ภาษา เชื่อมความหมาย ความสนใจและความรู้เดิมที่เคยเรียนมาเพื่อสร้าง situation model และในพวกหนังสือบรรยาย เวลาอ่านก็เกิดการจำลองเหตุการณ์ สร้างพื้นที่ฉาก จำลองการกระทำ และ mental states ของตัวละครในสมองด้วย
ถึงพวกโซเชียล หนัง เพลง คลิป ใดๆ มันก็กระตุ้นการคิดและการสร้าง narrative model ได้เหมือนกัน แต่มี computational demands คนละแบบ เลยไม่ใช่สิ่งทดแทนกันโดยสมบูรณ์
ยังไงการอ่านหนังสือมันก็เทียบกับอย่างอื่นโดยสมบูรณ์ไม่ได้หรอก
ได้ลอง catering ของ Katsu Midori ละ ที่ออฟฟิศเลือกแพคเกจ 900 คำ + ซาชิมิ 160 คำ ดูแล้วปริมาณเหมาะกับคนประมาณ 150-200 คน พนักงานมืออาชีพดีนะ มาเซ็ตร้าน ปั้นรอก่อนงาน 2 ชั่วโมง พอถึงเวลากินคือจัดใส่จานรัวๆ ไม่ขาดช่วง
เอ็นดูตรงที่มีสายพานจิ๋วมาหมุนด้วย
































