Pinned Tweet
Finally 5m แล้วครับ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนนิดๆ ผมจะสรุปวิธีของผมทั้งหมดให้ อาจจะเหมาะกับพวก introvert ที่ไม่ค่อยถนัด reply วันละ 500 วันละ 1000
.
1. ผมแลกฟอลทุกวัน วันละเยอะน้อยแล้วแต่ว่าง แต่พักหลังน้อยลงเพราะ เพื่อนๆติ๊กฟ้าเริ่มหายาก อาจเพราะแลกหมดแล้วหรือบางคนถอดใจ
2. ผมใช้ Gemini ช่วยคิดคำถาม คิดประเด็น เพื่อมาแชร์ หรือแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆติ๊กฟ้า (เวลาไปแลกก็คอมเม้นพร้อมเอาไปแปะ) วันละ 4-5 โพสต์
3. เคล็ดลับการให้ post เราแมสคือ พอโพสต์ปุ๊ป ไปไล่หาฟอล หาแปะ ชวนคุยทันที ภายใน 1 ชั่วโมง ให้ไปคอมเม้นสัก 20-30 คน ถ้า post ไม่วิ่ง หรือไม่ไปให้พอ อีก 1-2 ชม. ลง post ใหม่ แล้วทำแบบเดิม วันนึงจะได้โพสต์แมสสัก 1-2 โพสต์ก็พอ
**สำคัญ นอกจากขอแลกฟอลแล้ว ต้องแลกรี แลกคอมเม้นด้วย
**เป็นกำลังใจให้ทุกคน อย่าหักโหมจนเกินไป
**อยากให้ไปรี หรืออยากแลกอะไร คอมเม้นไว้ได้เลยครับ ช่วยกัน
Clean Energy Fuels Corp. (สัญลักษณ์: $CLNE ) ราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ (Average Price Target): ประมาณ 4.00 - 8.00 ดอลลาร์สหรัฐ (อัปเดตกลางปี 2026: หุ้นพลังงานสะอาดขนาดเล็ก (Small-cap) ที่เป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในอเมริกาเหนือด้านการเปลี่ยน "ก๊าซชีวภาพและขยะ" ให้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกหนักและอุตสาหกรรม)
🏢 1. ลักษณะธุรกิจ (Business Model)CLNE
ไม่ใช่บริษัทขุดเจาะน้ำมันดั้งเดิม แต่เป็นผู้บุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติสำหรับภาคขนส่ง (Transportation) โดยมีจุดโฟกัสหลักที่ ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน (RNG - Renewable Natural Gas) โครงสร้างธุรกิจคือ:
-จากฟาร์มหมู/วัว สู่ปั๊มน้ำมัน: บริษัทร่วมลงทุนสร้างระบบกักเก็บก๊าซมีเทน (Digesters) ตามฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่และบ่อขยะ เพื่อดูดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งกลิ่นเหม็นเหล่านั้นมาสกัดให้บริสุทธิ์
-เครือข่ายสถานีบริการ: มีปั๊มก๊าซธรรมชาติ (CNG, LNG และ RNG) มากกว่า 600 แห่งทั่วสหรัฐฯ และแคนาดา เน้นให้บริการตามเส้นทางหลวงสายหลักสำหรับรถบรรทุกขนส่งสินค้า (Heavy-duty Trucks) ขยะขนส่ง และรถบัส
-การขายคาร์บอนเครดิต: รายได้ก้อนใหญ่ของ CLNE ไม่ได้มาจากแค่ค่าเติมก๊าซ แต่มาจากการนำเครดิตพลังงานสะอาด (เช่น RINs และ LCFS ของรัฐแคลิฟอร์เนีย) ไปขายให้กับบริษัทน้ำมันที่ปล่อยมลพิษเกินกำหนด
🤝 2. ดีลและข่าวสารล่าสุด (Recent Deals & Catalysts)
-อเมซอน (Amazon) คือลูกค้ารายใหญ่: บริษัทเซ็นสัญญาระยะยาวในการจัดหาเชื้อเพลิง RNG ให้กับกองทัพรถบรรทุกขนส่งของ Amazon นับหมื่นคัน (โดย Amazon ได้รับสิทธิซื้อหุ้นของ CLNE ด้วย ซึ่งเป็นการผูกมัดทางธุรกิจระยะยาว)
-จับมือยักษ์ใหญ่พลังงาน: CLNE จับมือตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับ TotalEnergies และ BP เพื่อลงขันด้วยเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ในการสร้างโรงงานผลิตก๊าซ RNG จากฟาร์มโคนมทั่วอเมริกา
-กฎหมายมลพิษเป็นใจ: รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้กฎหมายลดการปล่อยไอเสียจากรถบรรทุกดีเซล การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า (EV Trucks) ยังมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักแบตเตอรี่และระยะเวลาชาร์จ รถบรรทุกเครื่องยนต์ก๊าซ RNG จึงเป็นทางออกที่ผู้ประกอบการขนส่งทำได้ทันทีในปัจจุบัน
📊 3. งบการเงินและผลประกอบการ (Financial Highlights)
-รายได้ผันผวนตามราคาเครดิต (Credit Price Volatility): แม้ยอดขายปริมาณก๊าซ (Gallons sold) จะเติบโตขึ้นทุกปี แต่รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทมักจะสวิงขึ้นลงตาม "ราคาประมูลคาร์บอนเครดิต" ในตลาด หากราคาเครดิตตก กำไรบริษัทก็จะหดตัวตาม
-อยู่ในช่วงลงทุนหนัก (Capex Intensive): บริษัทยังคงอยู่ในโหมดเผาเงินสดเพื่อสร้างบ่อหมักก๊าซชีวภาพแห่งใหม่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 ปีกว่าจะสร้างเสร็จและเริ่มรับรู้รายได้
-โครงสร้างหนี้: มีพันธมิตรรายใหญ่อย่าง TotalEnergies คอยหนุนหลังทางการเงิน ทำให้สถานะงบดุลและสภาพคล่องของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงล้มละลายแม้ราคาเชื้อเพลิงจะผันผวน
🎯 4. มุมมองนักวิเคราะห์ (Analyst Views & Recommendations)ปัจจุบันมูลค่าตลาด (Market Cap) ของ CLNE จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก (Small-cap) มูลค่าไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์
-มติส่วนใหญ่ "เก็งกำไร / ถือสะสม" (Speculative Buy / Hold): นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทเป็นผู้เล่นแบบ Pure-play ในธีม ESG ที่มีอนาคต แต่ระยะสั้นงบการเงินยังไม่นิ่ง โดยให้กรอบราคาเป้าหมายที่ 4.00 - 8.00 ดอลลาร์สหรัฐ
้-ข้อดี: ก๊าซ RNG มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ติดลบ (Carbon Negative) เพราะนอกจากจะไม่ขุดฟอสซิลเพิ่มแล้ว ยังไปช่วยดูดมีเทนจากขยะไม่ให้ลอยขึ้นชั้นบรรยากาศด้วย ถือเป็นโซลูชันลดโลกร้อนที่จับต้องได้จริงที่สุดในตอนนี้
-ข้อควรระวัง: หากนโยบายภาครัฐเปลี่ยน หรือบริษัทผลิตรถบรรทุกสามารถพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้า (EV) หรือไฮโดรเจน (Hydrogen) ที่วิ่งได้ไกลและราคาถูกลง ความต้องการใช้ก๊าซ RNG ก็อาจถูกท้าทายในระยะยาว
Centrus Energy Corp. (สัญลักษณ์: $LEU ) ราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ (Average Price Target): ประมาณ 60.00 - 80.00 ดอลลาร์สหรัฐ (อัปเดตกลางปี 2026: หุ้นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ผู้กุมกุญแจสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิง "ยูเรเนียมสกัดเข้มข้นสูง" สำหรับเตาปฏิกรณ์ยุคใหม่แห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา)
🏢 1. ลักษณะธุรกิจ (Business Model)
Centrus เป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และบริการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) ให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โครงสร้างธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วน:
-Low-Enriched Uranium (LEU): จัดหาและขายส่งเชื้อเพลิงยูเรเนียมแบบดั้งเดิมให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า (Base load power)
-Technical Solutions (ดาวเด่นของบริษัท): เป็นการวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifuges) ขั้นสูง รวมถึงการเป็น ผู้ผลิตเชื้อเพลิง HALEU (High-Assay Low-Enriched Uranium) เชิงพาณิชย์เพียงรายเดียวในสหรัฐฯ ซึ่ง HALEU เป็นเชื้อเพลิงบังคับที่ต้องใช้ใน "เตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กยุคใหม่ (SMRs)"
🤝 2. ดีลและข่าวสารล่าสุด (Recent Deals & Catalysts)
-กฎหมายแบนยูเรเนียมรัสเซีย: สหรัฐฯ ได้ประกาศแบนการนำเข้ายูเรเนียมจากรัสเซีย (ซึ่งเคยเป็นผู้จัดหารายใหญ่ของโลก) ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเร่งอัดฉีดเงินทุนมหาศาลเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ในประเทศ (Domestic Supply Chain) ซึ่ง Centrus คือผู้รับผลประโยชน์อันดับหนึ่ง
-สัญญาประวัติศาสตร์จากกระทรวงพลังงาน (DoE): Centrus ได้รับเงินทุนสนับสนุนและสัญญาจัดซื้อจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เพื่อเดินเครื่องโรงงานสกัดยูเรเนียม HALEU ในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นการปลดล็อกการผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ยุคใหม่ในแผ่นดินอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
-ความตื่นตัวเรื่อง SMRs: สตาร์ทอัพพลังงานนิวเคลียร์อย่าง TerraPower (ที่บิล เกตส์ หนุนหลัง) และ X-energy ต่างกำลังเร่งสร้างเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMRs) ซึ่งเตาเหล่านี้ทำงานไม่ได้เลยหากไม่มีเชื้อเพลิง HALEU จาก Centrus
📊 3. งบการเงินและผลประกอบการ (Financial Highlights)
-รายได้เป็นก้อน (Lumpy Revenue): งบการเงินของ LEU อาจดูเหวี่ยงไปมาในแต่ละไตรมาส เนื่องจากธรรมชาติของธุรกิจขายเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะรับรู้รายได้ก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบสินค้าล็อตใหญ่สำเร็จ (ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน)
-ยอด Backlog ระยะยาว: บริษัทมียอดคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) ที่แข็งแกร่งมากทะลุหลักพันล้านดอลลาร์ โดยเป็นสัญญาระยะยาวที่ล็อกราคาไว้แล้ว ช่วยลดความผันผวนของราคายูเรเนียมในตลาดโลก
-อัตรากำไรสูงปรี๊ดจาก HALEU: เชื้อเพลิงเกรดพิเศษอย่าง HALEU มีมูลค่าเพิ่ม (Value-added) สูงกว่ายูเรเนียมปกติมาก ทำให้อัตรากำไร (Margin) ในกลุ่มธุรกิจ Technical Solutions เติบโตอย่างโดดเด่น
🎯 4. มุมมองนักวิเคราะห์ (Analyst Views & Recommendations)
-ปัจจุบันมูลค่าตลาด (Market Cap) ของ LEU จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก (Small-cap) มูลค่าไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ (มีความผันผวนสูง)
-มติส่วนใหญ่ "แนะนำให้ซื้อ" (Buy): นักวิเคราะห์สายพลังงานมองว่านี่คือหุ้นที่มีคูเมือง (Moat) ที่เกิดจาก "ใบอนุญาตของรัฐบาลและความมั่นคงแห่งชาติ" ซึ่งคู่แข่งหน้าใหม่ไม่มีทางกระโดดเข้ามาทำแข่งได้ง่ายๆ โดยให้กรอบราคาเป้าหมายที่ 60.00 - 80.00 ดอลลาร์สหรัฐ
-ข้อดี: เป็นหุ้น Pure-play ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดแบบไร้คาร์บอน (Zero-carbon) และเป็นทางรอดเดียวของวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิง SMRs ในโลกตะวันตก
ข้อควรระวัง: ความเสี่ยงด้านการเมืองและกฎระเบียบ หากนโยบายรัฐบาลเปลี่ยน หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMRs ของลูกค้าสร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด (Delay) จะกระทบต่อยอดขาย HALEU ของบริษัททันที
Qualcomm Incorporated (สัญลักษณ์: $QCOM ) ราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ (Average Price Target): ประมาณ 170.00 - 190.00 ดอลลาร์สหรัฐ (อัปเดตมิถุนายน 2026:
ยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังครองเมืองในฐานะราชาแห่ง "On-Device AI" และกำลังใช้ความได้เปรียบด้านการประหยัดพลังงานเข้ายึดตลาดพีซีและยานยนต์อัจฉริยะ)
🏢 1. ลักษณะธุรกิจ (Business Model)
-Qualcomm ดำเนินธุรกิจแบบไร้โรงงานผลิต (Fabless) โดยเน้นการวิจัยและออกแบบชิปเซ็ตระดับโลก โครงสร้างรายได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่เกื้อหนุนกัน:
-QCT (Qualcomm CDMA Technologies): คิดเป็นรายได้ประมาณ 80-85% ของบริษัท คือการขายชิปเซ็ตฮาร์ดแวร์ตระกูล Snapdragon สำหรับสมาร์ทโฟน (ชิปประมวลผลและโมเด็ม 5G) และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มชิปยานยนต์ (Automotive) และชิปคอมพิวเตอร์พีซี (PC)
-QTL (Qualcomm Technology Licensing): คิดเป็นรายได้ประมาณ 15-20% แต่เป็นส่วนที่ทำกำไรสุทธิมหาศาล (Margin สูงกว่า 70%) เนื่องจากเป็นการเก็บค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเทคโนโลยีระบบการสื่อสารไร้สาย (3G, 4G, 5G) จากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลก ไม่ว่าเครื่องนั้นจะใช้ชิปของ Qualcomm หรือไม่ก็ตาม
🤝 2. ดีลและข่าวสารล่าสุด (Recent Deals & Catalysts - อัปเดตมิถุนายน 2026)
-งาน Investor Day (24 มิถุนายน 2026): ตลาดกำลังจับตามองงานนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าผู้บริหารจะประกาศโรดแมปชิปสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไป และการขยายสัญญากับลูกค้ายักษ์ใหญ่ในกลุ่มยานยนต์และคลาวด์
-การจับมือกับ AWS (Amazon Web Services): ขยายขอบเขตจาก Edge AI สู่ Data Center โดยนำชิปประมวลผล AI100 Ultra เข้าไปช่วยเร่งความเร็วในการประมวลผลบนระบบคลาวด์ของ AWS โดยเน้นจุดขายด้านการประหยัดพลังงาน
-การยึดหัวหาดตลาด AI PC: ชิป Snapdragon X Series กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์สาย Windows (Copilot+ PC) ที่ค่ายผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำทุกแบรนด์ (HP, Dell, Lenovo, Asus) เลือกใช้ในรุ่นแฟล็กชิปพรีเมียม
📊 3. งบการเงินและผลประกอบการ (Financial Highlights)
-รายได้กลุ่มยานยนต์พุ่งกระฉูด: งบไตรมาสล่าสุดแสดงให้เห็นว่ารายได้จาก Snapdragon Digital Chassis (ชิปยานยนต์) เติบโตถึง 38% YoY สะท้อนว่าบริษัทสามารถลดการพึ่งพาตลาดสมาร์ทโฟนที่อิ่มตัวได้สำเร็จ
-กระแสเงินสดแข็งแกร่งและ P/E ต่ำ: ปัจจุบัน QCOM ซื้อขายที่ Forward P/E ประมาณ 20-22 เท่า ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มชิป AI ตัวอื่น (เช่น Nvidia หรือ AMD) ในขณะที่บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระสูงพอที่จะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี
Redwire Corporation (สัญลักษณ์: $RDW ) ในช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ถือว่าเป็นช่วงที่หุ้นมีความผันผวนสูงมากจากหลายปัจจัย:
1. ประกาศระดมทุน 500 ล้านดอลลาร์ (ความเสี่ยงเรื่อง Dilution)
-ข่าวใหญ่ที่สุดที่กดดันราคาหุ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (กลางเดือนมิถุนายน 2026) คือการที่ Redwire ยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เพื่อจัดตั้งโครงการระดมทุนแบบ At-The-Market (ATM) มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์
-โครงการนี้ทำให้บริษัทสามารถทยอยขายหุ้นใหม่เพื่อระดมเงินสดเข้าบริษัท (สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน) ข่าวนี้ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่อง Dilution Effect (มูลค่าหุ้นเดิมเจือจางลงเพราะมีหุ้นใหม่เข้ามาในระบบ) ส่งผลให้ราคาหุ้น RDW ร่วงลงอย่างรุนแรงเกือบ 17% ทันทีที่มีข่าวออกมา
2. ผลกระทบจากอภิมหา IPO ของ SpaceX
-ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตลาดหุ้นอวกาศก็ถูกสั่นคลอนด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ของยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX ด้วยมูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อ Redwire แบบ "ดาบสองคม" ในช่วงเดือนมิถุนายน:
-แรงกดดัน: ในวันแรกๆ ที่ SpaceX เข้าตลาด เม็ดเงินลงทุนถูกดึงออกจากหุ้นอวกาศขนาดเล็กอย่าง RDW เพื่อไปไล่ซื้อหุ้นของ SpaceX ทำให้ราคาหุ้น RDW หดตัวลง
-แรงหนุน: แต่ในเวลาต่อมา (ราววันที่ 11-12 มิถุนายน) กระแสความตื่นตัวในอุตสาหกรรมอวกาศที่เกิดจาก SpaceX ก็กลับมาเป็นแรงหนุน ทำให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอวกาศทั้งหมด ส่งผลให้หุ้น RDW ดีดกลับขึ้นมาได้กว่า 11%
3. พื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่ง (อัปเดตจากงบไตรมาสล่าสุด)
-แม้ราคาหุ้นจะผันผวนหนัก แต่ตัวเลขพื้นฐานทางธุรกิจที่ประกาศออกมายังคงเติบโต:
-รายได้โตระเบิด: ไตรมาสล่าสุดบริษัทมีรายได้เติบโตถึงเกือบ 58% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ 97 ล้านดอลลาร์
-Backlog ทุบสถิติ: มียอดคำสั่งซื้อรอส่งมอบ (Backlog) สูงทำสถิติใหม่ที่ 498.1 ล้านดอลลาร์
-นวัตกรรมใหม่: เพิ่งประสบความสำเร็จในการส่งมอบต้นแบบแขนกลหุ่นยนต์สำหรับดวงจันทร์ (MANUS lunar robotic arm) ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
Americans sleeping on this: The real winner in the latest US stock bounce isn't just Big Tech.
Semis are back (INTC, MU flying), but small caps ($IWM +2%+) quietly outperforming on any rate relief hopes.
Fed might hike, but peace deal vibes + AI spend = upside.
Hot take: If you're only holding Magnificent 7, you're missing rotation opportunities.
Agree or nah? Name your top US stock pick for summer 2026 👇
“มือใหม่ ยังไม่เคยลงทุนหุ้นเลย แต่อยากเริ่มหุ้นสหรัฐ? ผมสรุปให้แบบจับมือทำ 5 ขั้นตอนนี้ ทำตามได้จริง ไม่ต้องมีเงินก้อนโต”
ขั้น 1: เลือกโบรกเกอร์ (Webull/Dime ฯลฯ) เปิดบัญชีออนไลน์
ขั้น 2: เริ่มด้วย ETF ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ → VOO (S&P 500) หรือ QQQ (Nasdaq)
ขั้น 3: DCA ทุกเดือน (ตั้ง auto ได้) + เปิด DRIP reinvest ปันผล
ขั้น 4: กระจายความเสี่ยง (อย่า All in NVDA)
ขั้น 5: มีวินัย + อย่าตามกระแส
🤖 Made with AI
Why the US Stock Market feels "different" in mid-2026 🧵
Chips led Thursday's rebound (S&P +1%, Nasdaq +1.9%) despite Fed rate-hike talk.
Intel surging on potential Apple deal — classic "this time it's real" AI narrative.
But valuations are stretched. Shiller PE near bubble levels historically.
My take: Long-term bullish on US tech dominance, but hedge with quality value names.
What's your portfolio looking like? $QQQ vs $IWM? Drop thoughts 👇
#USStocks #Investing2026
EP.6 มันส์จนใจวาย 😭🔥
บลูกระโดดลงทะเลช่วยลม + ปากต่อปาก + ลมสารภาพรักกลางสถานการณ์ชีวิตตาย...
ฟรีนเบคเคมีแรงเกินต้าน!
คุณชอบฉากไหนที่สุดในตอนนี้? คอมเมนต์เลยyy
#เสน่หาวาโยตอนที่6 #FreenBecky #เสน่หาวาโย
🚨 US Stocks just bounced hard this week — but is the AI/Chip rally sustainable?
Intel ($INTC) +11% on Apple partnership rumors. Micron ($MU) & Marvell ($MRVL) ripping too.
Meanwhile SpaceX keeps sliding post-IPO.
Real talk for retail investors:
- Buy the dip in semis if you believe in AI long-term?
- Or rotate to value?
Drop your biggest US stock conviction right now 👇 $NVDA $AAPL $SPY
#StockMarket #Investing
ข่าววันนี้: กันสาดปูนถล่ม
หลายคนคงคิดว่า “แค่กันสาด”
แต่ถ้าเป็นตึกสูงหรือคอนโดเก่า ๆ ล่ะ?
ผมว่าเราควรเรียกร้องให้ตรวจสอบโครงสร้างเสริม (กันสาด, ระเบียง, ป้ายโฆษณา) ทั่วกรุงเทพฯ แบบจริงจังแล้ว
คุณเห็นด้วยไหม? คอมเมนต์ “เห็นด้วย” หน่อยครับ
#กันสาดถล่ม #ความปลอดภัย
คุณคิดว่า “การแต่งงาน” ควรสู้เพื่ออะไร?
เพื่อรัก? เพื่อธุรกิจ? หรือเพื่อลูก?
#วาดฝันวันวิวาห์EP1 #วาดฝันวันวิวาห์
EP.1 ดูจบแล้ว ดราม่ากว่าที่คิดมากกก 😭
แม่ผัวนี่โหดจริง... นีนสู้ชีวิตสุด ๆ
แต่รัญชน์ก็ไม่ได้เข้าข้างแม่เต็มที่
คุณรู้สึกยังไงกับตอนแรก?
ชอบนีนหรือรัญชน์มากกว่ากัน? คอมเมนต์เลย!
#วาดฝันวันวิวาห์EP1 #LingOrm #หลิงออม
ลงทุนหุ้นเมกากับแมน l investing retweeted
Replying to @mansobta
ทีมชน์มั้ยพี่คะ
LINGORM ILF EP1
#วาดฝันวันวิวาห์EP1
ลงทุนหุ้นเมกากับแมน l investing retweeted
Replying to @mansobta @4567ladyydal
ลงทุนหุ้นเมกากับแมน l investing retweeted
Replying to @mansobta @Jujulylolo
สนุกเนอะๆ เราชอบมากเลยค่ะ ศุกร์หน้ามารีวิวใหม่นะคะ
ลงทุนหุ้นเมกากับแมน l investing retweeted
Replying to @mansobta










