ภาคใต้ เรียกว่า ‘ก่ำชำ’ หรือ ‘กำจำ’ (ชื่อในภาคอื่นๆ : มะหวด สีหวด ชันรู นำซำ มะจำ สีฮอก ฮวดลาว ฮวดฆ่า)
ในภาษามลายูถิ่นเรียกว่า ‘ตือราแญ’, ‘ตาแย’ คงเพี้ยนมาจาก ‘terajam’ /ตือราญัม/ ในภาษามลายูมาตราฐาน
คำว่า ‘ชง’ ในภาษาใต้ มีหลายความหมาย เช่น
1.) คน : เช่น “ชงกาแคว” (คนกาแฟ)
2.) ยุ ส่งเสริม : เช่น “อิ! ชงจั๋งหนา” (แหม่! ยุจังเลยนะ)
3.) มึน, งง, ตื้อ : เช่น “ถั่มไร้มายโถก ชงเม็ดแหล่วกุ” (ทำอะไรไม่ถูกแล้ว โอ๊ยมึน)
4.) บ้า, สติฟั่นเฟือน : เช่น “ไอบาวนันใซ่เกือกคางเดี๋ยวกุแลๆ ชง” (คนนั้นใส่รองเท้าข้างเดียว น่าจะบ้า)
5.) หลงๆ ลืมๆ, เลอะเลือน : เช่น “ออกจากพัทลุงกุชงแม็ดนิ ไปไหนมายโถกเลยของ” (ออกจากพัทลง เลาะเลือน หลงๆ ลืมๆ ทาง ไปไหนไม่ถูกเลย : เพราะไม่ได้ออกนานมากแล้ว)
ส่วน ‘ชง’ ในความหมายที่ว่า :โชคร้าย, โชคไม่ดี : เช่น “รถกะชน หน่ามกะถวม บ้านกะไควมาย ชงหนัดชาดปี๋นิ” (รถก็ชน น้ำก็ถ่วม บ้านก็ไฟไหม้ โชคไม่ดีเลยปีนี้)
คำนี้น่าจะมาจากภาษาจีน (อาจจะหมิ่นหนานหรือแต้จิ๋ว) ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องโหราศาสตร์จีน ดวงชะตา
อีกคำหนึ่งที่เจอคือคำว่า ‘โซย’ (ซวย) หมายถึง โชคร้าย, โชคไม่ดี ที่ยืมมาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งทั้ง 2 คำพบได้ทั่วไปในภาษาใต้
ส่วนความหมายที่ ‘ไม่ถนัด’ น่าจะเป็นความหมายใน (3) : มึนตื้อ จนทำอะไรไม่ถูก หรือ (5) : หลงๆ ลืมๆ จนทำให้ทำอะไรไม่ค่อยถนัดนัก
‘อักษรเฉียงคฤนถ์’ (อักษรเฉียงพราหมณ์) ครับ
Replying to @levyhammann @NorOroN2495
ถ้าคนใต้คนไทยก็คงต้องอักษรขอม เพราะแต่ก่อนจารใบลานก็ทำแบบคนภาคกลาง คือใช้อักษรขอม แต่ถ้าภาษาเขมรโบราณทางใต้ โซนตากใบนราธิวาส ยันมาเลเซียเหนือที่เป็นชุมชนชาวไทย (ทั้งพุทธและมุสลิม) จะยังเก็บศัพท์โบราณไว้เยอะอยู่ เขาเรียกว่าภาษาเจ๊ะเห
𝗺𝗲𝗲𝗻 retweeted
เอาแค่ภูเก็ตนะ ภาษาใต้+จีนฮกเกี้ยนแบบเฉพาะของภูเก็ตกำลังจะหายไป เพราะรุ่นใหม่ๆจะพูดกลาง ด้วยค่านิยมคือกลัวติดทองแดง ไปโรงเรียนแล้วโดนล้อ จริงๆเด็กหาดใหญ่ก็น่าจะเหมือนกัน ฟังออกแต่ พูดไม่ได้5555
เห็นคนเหนือเขาตื่นตัว มีพยายามชุบชีวิตอักษรล้านนาให้กลับมาอยู่ในการรับรู้ของผู้คนคนเหนือ เห็นแล้วก็แอบอิจฉา คนใต้เราก็คงต้องรื้ออักษรยาวี อีสานบนก็อักษรไทยน้อย อีสานล่างก็อักษรขอม-เขมรโบราณ ภาคกลาง-ตะวันตกก็อักษรมอญ แล้วมาแชร์กัน มันจะเป็นคอมมูนิตี้ที่มีประโยชน์มากๆ เลยนะ
ถ้า ‘มอญ-เขมร’ มีอิทธิพลวัฒนธรรม ภาษา วิถี ขนบความเชื่อของคนลุ่มน้ำเจ้าพระยาฉันใด ‘มลายู’ ก็มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม ภาษา วิถี ขบบความเชื่อของคนใต้ฉันนั้น จากคนที่ชอบศึกษาภาษา วัฒนธรรมภาคใต้เมื่อก่อนเคยคิดว่ามันมีเส้นแบ่งที่ชัด แต่พอยิ่งศึกษากลับพบว่าเส้นแบ่งเหล่านั้นยิ่งจางลงเรื่อยๆ
ถ้าเป็นภาษาใต้จะเรียงแบบนี้ :
1. [ช่วย+หา+เดี๋ยว] เช่น “เบียสู้นกะหมาพรื่อมายเดี๋ยวช่วยห้าเดี๋ยว”
2. [เดี๋ยว+หา+ช่วย] เช่น “ถั่มเบียสู้นหว่ายไหน่เดี๋ยวห้าฉ่วยเอง”
ส่วนรูปแบบ [เดี๋ยว+ช่วย+หา] ก็เจอเหมือนกัน
วัฒนธรรมการโดปคาเฟอีนในยุคแรกๆ เริ่มจากพวกศูฟีในเยเมนในศตวรรษที่ 15 ที่ต้องการปฏิบัติศาสนกิจได้นานๆ โดยไม่ง่วงนอน จึงใช้การดื่มกาแฟเพื่อช่วยให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่วัฒนธรรมนี้จะแพร่กระจายไปทั่วจักรวรรดิออตโตมันและแพร่ไปทั่วโลก จนมาถึงพวกเราโดยเฉพาะในช่วงสอบหรือช่วงทำงาน ☕️
ภาษาอังกฤษสำเนียงใต้ :
- ‘หั่นโลน’ = Hello
- อิ๋นโถ่ดิว’ = Introduce
- ‘ติ๊ดเจชฺร้อ’ = Teacher
- ‘ซาปอด’ = Sport
- ‘ควุดบอน’ = Football
- ‘ทรึย’ = Thai
- ‘ซิ๊งเก้อ’ = Singer
- ‘ไอ๋คัมควอม’ = I come from (วัดแหลมห้วยสกุล) อยู่ไหนว่ะ 555
รร. ในภาคใต้มันมีวิชาภาษามลายู ภาษาอาหรับ สอนใน รร. สามัญด้วยนะเพราะเคยเรียน ไหนจะตาดีกาเสาร์ – อาทิตย์อีกที่เป็นภาคศาสนาก็ยังมีวิชาภาษาอาหรับกับภาษามลายูสอนทั้งแบบรูมีและยาวี สรุปเด็กใต้ได้เรียนทั้งใน รร. สามัญและตาดีกาเลย กำไรมาก ถึงจะพูดไม่ได้เลยแต่ก็ต้องฟังออกบ้างแหละ
แบบจำลองการออกเสียงและโทน
‘เก้ง’ (ออกเสียง: เกง˩) ในภาษาใต้หมายถึง ค้าง, ดองไว้, ไม่จัดการให้เสร็จสิ้น มักใช้กับสิ่งปฏิกูลที่ไม่ได้จัดการ เช่น
- “ชามเกง” = จานที่ยังไม่ได้ล้าง
- “พาเกง” = ผ้าที่ยังไม่ได้ซัก
- “คีเกง” = ขี้ที่ยังไม่ได้ล้าง (เด็กเล็กที่ยังล้างอุจจาระเองไม่เป็นเลยคาไว้แบบนั้น รอคนมาล้างให้)
เอาสูตรแม่เฒ่าเราไปใช้ :
- 1,064 = สิบร้อยหกสิบเส บาท
- 1,614 = สิบหกร้อยสิบเส บาท
Replying to @levyhammann
pretty close, yah! all the bengali letters have thai equivalents, since they both derive from the brahmi script. some of them have changed in pronunciation.
ম ม [m]
ল ล [l]
চ จ [t͡ʃ]~[t͡ɕ]
ছ ช🚫 ฉ✅ [t͡ʃʰ]~[t͡ɕʰ]
খ ข [kʰ]
ঙ ง [ŋ]
শ ষ স [ʃ] ศ ษ ส [s]


















