มีมี่เคียว retweeted
เหตุผลที่เรทติ้งพุ่ง เพราะตอบโจทย์ผุ้หญิงที่เป็นพวกชอบพุดว่าเฮียหึง
“คุณกรรมการนั่งสวยๆบนเก้าอี้ตัวนี้แล้วรับลมไปชิลๆเถอะครับ ส่วนที่เหลือผมจะจัดการให้เรียบร้อยเอง”
เคะใครใครก็หวงป่ะ คนสวยเลือดออก=พวกนั้นชะตาขาด ละยัยคุณหนูนั่งยิ้มภูมิใจเว่ออ
#LoveInDisguise
#LoveInDisguiseEp6
มีมี่เคียว retweeted
นาทีชีวิตคิดว่าโดนปล้น
ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยานไฟฟ้า
พุ่งตรงเข้ามาจอดเทียบเคาน์เตอร์
ร้านแบรนด์เนมมือสอง
ในเมืองเวยไห่ มณฑลชานตง ประเทศจีน
ทำเอาพนักงานผวาตกใจ
นึกว่ามีเหตุร้ายบุกกลางวันแสก ๆ
แต่ความจริงกลับพลิกมุม
เมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึก
เสียงบทสนทนาได้ว่า
เจ้าตัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมวันเกิดของแฟนสาว
จึงรีบเข้ามาเลือกซื้อสร้อยคอ
ราคา 13,800 หยวน (ราว 68,000 บาท)
แล้วสแกนจ่ายเงินทันที ด้วยความเร่งรีบ
เขาปฏิเสธทั้งการห่อของขวัญ
และไม่รอรับใบเสร็จ
ก่อนจะหยิบกล่องสร้อยแล้ว
ขี่รถออกไปทันที โดยกระบวนการทั้งหมด
ตั้งแต่ขี่รถเข้ามาจนออกจากร้าน
ใช้เวลาเพียง 43 วินาทีเท่านั้น
ทิ้งให้พนักงานยืนขำปนงงกับภารกิจ
เอาชีวิตรอดที่เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ
Via: Shanghai Dail
มีมี่เคียว retweeted
จิงคะพี่ ช่องนี้มันเลือกนักแสดงไม่เหมาะคะ
Replying to @PuangSad
ถ้าช่อง 7 จะเลือกนักแสดง ที่ดูไม่เหมือนองค์ชาย,ดูไม่เป็นราชนิกุล มาเล่นนะสิ
ช่อง one ทำดีแล้ว
มีมี่เคียว retweeted
อย่ามาหาว่าว่ากูโง่นะจ๊ะที่กูซื้อติ๊กฟ้าในราคาเป็น 10,000 มันสร้างรายได้ได้นะจ๊ะมีน้องน้องแท็กมาบอกกูแล้ว แล้วกูได้เจออาชีพในฝันกูแล้วค่ะ “ ด่าคนจนรวย” กูจะตั้งหน้าตั้งตาด่าอีพวกขายคิวกูทุกวันทุกชั่วโมงทุกนาที ขนาดเน็ตกูหมดกูก็รีบเติมมาด่าใหม่ทันที กูจะสร้างตำนานบทใหม่ กูจะเป็นเทพีสงคราม กูจะเป็นประธานมูลนิธิคนโซเดียมสูง และกูจะด่าจนรวยให้ได้
มีมี่เคียว retweeted
อจ.เคยหันไปถามคนไข้ OPD
👨🏻⚕️ ถ้าเจอหมอผมทอง กับ ผมดำ อยากรักษากับใคร
👩🏻 กับใครก็ได้ค่ะ
👨🏻⚕️ ไม่สิ คุณว่า หมอผมดำ ดูน่าเชื่อถือกว่าไหม
👩🏻 เผอิญหนูเปิดร้านทำผมค่ะ
คิดว่า สีผมแบบไหน ก็น่าจะไม่ต่างกัน
หนูขอหมอที่ตั้งใจก็พอแล้วค่ะ
แก๊งนศพ + ตัวผมที่อยู่ในห้อง 👍🏻👍🏻👍🏻
(กราบคนไข้ในใจ100รอบ)
สุดยอดมาก คือคนอื่นโดยมากจะเป็นเอาดาบฟาด มีแต่คนสุดท้ายที่ใช้ดาบฟันจริงๆ
เห็นคนโควทว่าแท่งนี่(เสื่อพันไม้?)มีความแข็งประมาณเดียวกับกระดูกสันหลังฟฟฟฟ เท่ากับว่าสู้กับลุง เราจะโดนฟันกระดูกสันหลังขาดสามท่อนสินะฟฟฟ
มีมี่เคียว retweeted
ตอนรีวิวหนมปังหมีเนยจำได้ว่าฮีบอกมันอร่อยไม่เหมือนเดิม หนมปังไม่นุ่ม เนยไม่ฉ่ำแล้วคลิปแมสมากจนทางร้านรับเรื่องโดยการขอส่งมาให้ลองใหม่ บอกว่าปรับปรุงแล้ว ฮีก็รับมาแต่.. สั่งอันที่ไม่ใช่ทางร้านส่งมาให้ด้วย เทียบกันว่าปรับปรุงจริงไหม สรุปว่าอร่อยเหมือนเดิมแล้ว จริงใจเว่อ55555
มีมี่เคียว retweeted
2 คริสตัล: มีโชคลาภที่มาแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม อาจเป็นเงินที่มีคนขอยืมหรือค้างจ่ายถูกส่งคืนมา หรือมีคนอยากซื้อสิ่งที่คุณทำหรือมีอยู่ ช่วงนี้ตั้งราคาตามมูลค่าจริงได้เลย อย่าลดราคาตัวเองเกินไปนะคะ
(สนใจดูดวงทัก Line : @ horo4you)
มีมี่เคียว retweeted
🔮สิ่งที่ไพ่อยากบอกคุณ🔮
เลือกตัวเลือกที่รู้สึกถูกชะตาที่สุดได้เลยค่ะ
(สนใจดูดวงทัก Line : @ horo4you)
มีมี่เคียว retweeted
ชาวเน็ต: บอก B ต้องคุยกับลิซ่ามาแล้วถึงได้ตอบแบบนี้
เฉลย: PR แจ้ง นขไม่ให้ถามเรื่องส่วนตัว ถามแต่เรื่องงาน แต่ นข ก็เตรียมมาล่ะไงถามอ้อมๆเอา
สรุป: B ตอบแบบไม่มีเตี๋ยม ตอบตามความรู้สึกเลยว่าสนิทพี่น้องในแก้งค์ โสดจีบได้
ลิซ่า: อัพไอจีค่าย that’s right, you lose - cut u off
มีมี่เคียว retweeted
ชั้นก็มี ยี่ห้อเดียวกับคุณยุ้ยล่ะ หวี 譚木匠 เป็นแบรนด์งานฝีมือระดับสูงของจีน ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ คนเริ่ดเขาใช้กัน ของชั้นมีลงลายสวยๆแค่ 3000 บาทไทย คิดว่าของแม่ยุ้ยน่าจะเป็นไม้พิเศษในตู้แยกมันเลยแพง แต่ใช้ดี ชั้นไม่ต้องทำทรีตเม้นผมเลย
แล้วแม่ยุ้ย hotpot man มารีวิว หวี อันละ 5000 บาท😱เจอในสนามบิน แต่จะว่า ดีไซน์ดี สวยอยู่นะ น่าใช้ แล้วรับประกันตลอดชีพ ถ้าพังเอาไปเปลี่ยนได้ทุกช้อป ก้อเริ่ดอยู่ #หวีอันละ5พัน
มีมี่เคียว retweeted
ถ้างานเดี่ยวจะเป็นน้องวอนอีค่ะที่เข้ามาเยอะกว่าเพื่อน แบรนเสื้อผ้าดังๆอย่าง wacky willy ก็ดึงตัวไป ส่วนเมมเบอร์อีก 4 คนได้งาน mlb นอกนั้นก็งานวงเป็นหลักค่ะ ทั้ง hollys coffee, domino's pizza, ร้านสะดวกซื้อ CU ล่าสุดก็ samsung
มีมี่เคียว retweeted
โพสนี้จากตัวแทนที่ไปส่งน้อง เขาบอกว่าแจ้งทุกอย่างนะ
อ๋า ฉันเพิ่งเข้าใจประเด็นในประกาศของ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 ประทับช้าง ที่รับนากไปเลี้ยง 😭
พออ่านเต็มๆแล้ว คือเขาพยายามจะบอกว่า การที่คุณเอาสัตว์ป่ามาให้เขาเลี้ยงเนี่ย ให้บอกมาด้วยดิ ว่าเป็นสัตว์มาจากไหน เพราะถ้ามันเป็นนากที่คนเลี้ยงมาก่อน แล้วเอามาเปลี่ยนที่อยู่ มันอาจมีสิทธิ์ตายได้นะ
แต่เทศบาลนครปฐมดันไปบอกเขาว่า "นากตัวนี้เป็นสัตว์ที่โดนทิ้ง หรือพลัดหลง" เขาเลยดูแลได้แค่นี้ แล้วมันก็ตาย
ก็คือโบ้ยไปทางเทศบาลนครปฐมนั่นแหละ ว่าทำไมให้ข้อมูลไม่ตรง มันมีผลนะว่าจะต้องดูแลสัตว์ตัวนั้นแบบไหน
ทีนี้ก็ต้องไปไล่บี้ละ ว่าเทศบาลได้ข้อมูลมาจากใคร หรือแจ้งแบบชุ่ยๆเอง
มีมี่เคียว retweeted
เป็นกุจบตั้งแต่ส่งเอกสารลงกลุ่มญาติแล้ว ตัวใครตัวมัน
แม่เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วโทรมาบอกให้ลูกสาวลาออกจากงาน กลับเชียงใหม่มาดูแล
ลูกสาวถามกลับแค่ประโยคเดียว
“แม่ ตอนแบ่งบ้าน แม่บอกว่าหนูเป็นคนที่แต่งออกไปแล้ว พอตอนนี้ต้องการคนดูแล หนูกลับมาเป็นลูกสาวแม่อีกแล้วเหรอ”
แม่ร้องไห้อยู่ปลายสาย
แม่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วัน ลูกสาวจะไปเจอจดหมายจากธนาคาร ในลิ้นชักข้างเตียงของแม่
พาริน อายุ 38 เป็นนักบัญชีอยู่กรุงเทพฯ
ณัฐ น้องชาย อายุ 35 เปิดอู่ซ่อมรถอยู่เชียงใหม่
พ่อเสียไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเด็ก แม่ขายกับข้าวในตลาด เลี้ยงลูกสองคนมาคนเดียว
พารินเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเงินกู้ กยศ. เสาร์อาทิตย์ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ
ณัฐเรียนไม่จบ ม.ปลาย แม่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเปิดอู่ให้
พารินไม่เคยค้านสักคำ
ทำงานปีแรก เงินเดือน 15,000 เธอส่งให้แม่เดือนละ 3,000
พอเงินเดือนขึ้นเป็น 38,000 เธอส่ง 5,000
แม่ป่วย เธอจ่าย ตู้เย็นเสีย เธอซื้อใหม่ น้องแต่งงาน เธอใส่ซอง 50,000
ปีนั้นเธอเพิ่งซื้อคอนโดเล็กๆ ต้องผ่อนทุกเดือน
หกปีก่อน แม่เรียกเธอกลับเชียงใหม่
บนโต๊ะมีเอกสารโอนบ้านวางอยู่
บ้านสองชั้นที่พ่อกับแม่ซื้อที่ดินปลูกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาว รวมที่ดินแล้วมูลค่า 2.8 ล้านบาท
“บ้านนี้ยกให้ณัฐ เขาเป็นลูกผู้ชาย ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องมีหลักประกัน”
พารินถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกหนูล่วงหน้าสักคำไม่ได้เหรอ”
แม่ขมวดคิ้ว “จะบอกทำไม แกแต่งออกไปแล้ว ยังจะกลับมาแย่งกับน้องอีกเหรอ”
ณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา
“พี่ไม่ต้องห่วง บ้านให้ผม ต่อไปเรื่องดูแลแม่ ผมรับเองทั้งหมด”
คืนนั้น พารินร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวนานมาก
ไม่ใช่เพราะบ้าน
แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า เงินทุกบาทที่ให้มาตลอดหลายปี ในสายตาแม่มันคือ “หน้าที่”
แต่พอพูดถึงสมบัติในบ้าน เธอกลายเป็นคนนอกทันที
วันรุ่งขึ้น เธอกลับกรุงเทพฯ
หกปีหลังจากนั้น เงิน 5,000 ไม่เคยขาดสักเดือน
ปีที่แล้ว แม่เส้นเลือดในสมองตีบ
พารินบินกลับเชียงใหม่ทันที ลางานสิบวันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ณัฐกลางวันเปิดอู่ กลางคืนแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน และต้องมีคนดูแลตลอด
พารินเสนอให้จ้างผู้ดูแล เดือนละ 15,000
ประโยคแรกที่ณัฐพูดคือ “แพงขนาดนั้น? ผมจะเอาเงินที่ไหน”
พารินบอกว่า “พี่ออกให้ก่อน”
สองเดือน ค่าผู้ดูแลกับค่ากายภาพ เธอจ่ายไปเกือบ 40,000
พอเดือนที่สาม ณัฐโทรมา
“ไม่จ้างแล้วนะผู้ดูแล แพงเกิน พี่กลับมาดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงพี่เขยก็มีรายได้อยู่แล้ว”
แม่รับสายต่อ
“แกเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ขาดเงินเดือนแกไปคนเดียว บ้านก็ไม่อดตายหรอก แกเป็นลูกสาว ดูแลแม่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ”
พารินถาม “ตอนยกบ้านให้ณัฐ เขาบอกว่าจะดูแลแม่เองทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
แม่ตอบ “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้น้องเขาก็ลำบาก”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ลำบากเหรอ”
แม่ไม่ตอบ
แล้วพารินก็ถามประโยคนั้นออกไป
ปลายสายเงียบไปนาน แล้วแม่ก็ร้องไห้
“แม่เลี้ยงแกมาจนโต ขอให้กลับมาดูแลแค่ไม่กี่เดือน แกมานั่งคิดบัญชีกับแม่เหรอ”
ไม่กี่วันต่อมา ณัฐโพสต์ในไลน์กลุ่มครอบครัว
“พี่ผมอยู่กรุงเทพฯ สบายดี แม่ป่วยขนาดนี้ ยังไม่ยอมกลับมาดูแล”
แนบรูปแม่นั่งรถเข็นอยู่คนเดียว
ป้าทักแชตส่วนตัวมา “เงินหาใหม่ได้ แต่แม่มีคนเดียวนะ”
น้าบอกว่า “น้องเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เป็นพี่ก็ช่วยแบกหน่อย”
พารินไม่ตอบใคร
สุดสัปดาห์นั้น เธอกลับเชียงใหม่ไปช่วยแม่จัดเอกสารสิทธิ์การรักษา
แล้วในลิ้นชักข้างเตียงของแม่ เธอก็เจอจดหมายฉบับนั้น
ใบแจ้งชำระหนี้สินเชื่อจำนองจากธนาคาร
ผู้กู้: ณัฐ
ทรัพย์ที่จำนอง: บ้านหลังนั้น
วันที่กู้: แปดเดือนหลังโอนบ้าน
ในลิ้นชักยังมีสมุดบัญชีของแม่
หกปีที่ผ่านมา ทุกเดือนที่เงิน 5,000 ของเธอเข้า วันรุ่งขึ้นจะมีเงิน 3,000 โอนออกไปบัญชีของณัฐ
หมายเหตุเขียนว่า: ค่าเทอมหลาน
พารินนั่งอยู่ข้างเตียง มือสั่นไม่หยุด
“หลักประกัน” ที่แม่ยกให้ลูกชาย ถูกจำนองให้ธนาคารไปนานแล้ว
เงินที่เธออดออมส่งมาทุกเดือน เอาไปเลี้ยงลูกของน้อง
และแม่ รู้ทุกอย่าง
คืนนั้น พารินส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว
ไม่ด่าใคร ไม่อธิบายอะไรสักคำ
มีแต่รูป
สลิปโอนเงินหกปี 72 ใบ ส่งทีละใบ
ใบเสร็จค่าผู้ดูแล
ใบเสร็จโรงพยาบาล
สองรูปสุดท้าย
วันที่โอนบ้าน
กับใบแจ้งหนี้จำนองจากธนาคาร
กลุ่มเงียบไปทั้งคืน
ป้าที่บอกว่า “แม่มีคนเดียว” ไม่โผล่มาพูดอีกเลย
วันรุ่งขึ้น ณัฐบุกมาหาเธอ
“พี่หมายความว่าไง พูดไปพูดมา ก็ยังติดใจเรื่องบ้านอยู่ใช่ไหม”
พารินมองหน้าเขา
“ติดใจ? บ้านหลังนั้นตอนนี้เป็นของแกเหรอ”
“มันเป็นของธนาคาร”
หน้าณัฐซีดลงทันที
พารินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ
“จ้างผู้ดูแลต่อ ทุกเดือนพี่ออกครึ่งหนึ่ง โอนตรงให้ผู้ดูแล ไม่ผ่านมือใครทั้งนั้น”
“แกอยู่ใกล้ กลางคืนกับเรื่องฉุกเฉินแกรับผิดชอบ”
“เรื่องให้พี่ลาออก ไม่ต้องพูดถึงอีก”
น้องสะใภ้ทำท่าจะพูด พารินหันไปมอง
“ชีวิตครอบครัวพวกเธอหยุดไม่ได้ แล้วชีวิตฉันหยุดได้ตามใจงั้นเหรอ”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก
สามเดือนต่อมา แม่เริ่มถือไม้เท้าเดินได้ช้าๆ
พารินพาแม่ไปทำกายภาพเสร็จ สองแม่ลูกนั่งรอรถอยู่หน้าโรงพยาบาล
จู่ๆ แม่ก็จับมือเธอไว้
พารินคิดว่า ในที่สุดแม่คงจะพูดอะไรสักอย่าง
แม่พูดว่า
“หนี้บ้านของน้อง ช่วงนี้เขาผ่อนไม่ค่อยไหว…แกช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
พารินนิ่งไปหลายวินาที
แล้วก็ดึงมือกลับ
รถมาถึง เธอพยุงแม่ขึ้นรถ ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับกรุงเทพฯ คนเดียว
ตั้งแต่เดือนถัดมา เงิน 5,000 เธอไม่โอนให้แม่อีก
ค่าผู้ดูแลยังจ่ายครบทุกบาท โอนตรงให้ผู้ดูแล
แม่โทรมาด่าว่าเธอใจดำ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?
ดัดแปลงจากประสบการณ์จริงของเพื่อน
มีมี่เคียว retweeted
ค่ะพี่ puaysoy
You’re unable to view this Post because this account owner limits who can view their Posts. Learn more













































