𝗗𝗶𝗺𝗲! ครบเครื่องเรื่องการเงิน แอปพลิเคชันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม #Dime #ไดม์

Thailand
Joined September 2021
คืนนี้ (22 ต.ค. 69) ตอนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ หุ้น SpaceX (SPCX) อีกราว 1.3 พันล้านหุ้นจะขายได้เป็นครั้งแรก ลองเทียบดูว่าตัวเลขนี้ใหญ่แค่ไหน ย้อนไปเมื่อครั้ง SpaceX เข้าตลาดเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา บริษัทขายหุ้นไป 639 ล้านหุ้น ระดมทุนได้ราว 8.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2.9 ล้านล้านบาท แต่ล็อตที่ปลดคืนนี้มีจำนวนหุ้นมากกว่านั้นราวสองเท่า ! 🔥 ฟังแล้วน่าจะเป็นคืนที่ราคาหุ้นโดนถล่ม หรือเปล่านะ ? ลองดูข้อมูลกันครับ ✋ Lockup คือการสัญญาว่า "ห้ามขายก่อน" ก่อนบริษัทเข้าตลาด หุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือพนักงาน กองทุน VC และนักลงทุนรุ่นแรกอยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้ทุกคนขายได้ตั้งแต่วันแรก ราคาคงรับแรงขายไม่ไหว จึงมีสัญญา Lockup ห้ามคนกลุ่มนี้ขายในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งปกติคือ 180 วัน โดย SpaceX ไม่ได้ปลดทีเดียว แต่แบ่งปลดเป็นหลายรอบ และบางรอบผูกไว้กับวันประกาศงบ รอบคืนนี้คือวันทำการเต็มวันที่สองหลัง SpaceX ประกาศงบไตรมาส 3 เมื่อ 20 ต.ค. 69 แปลว่า ราคาหุ้น SPCX ในเดือนแรกที่ IPO มาจากหุ้นแค่ไม่ถึง 5% ลองนึกถึงคอนโด 100 ห้องที่เปิดขายจริงแค่ 5 ห้อง ส่วนอีก 95 ห้องมีเจ้าของแล้ว แต่ติดสัญญาห้ามขายต่อ ราคาที่คนแย่งกันซื้อ 5 ห้องนั้นสะท้อนว่าคนอยากได้แค่ไหน แต่บอกไม่ได้ว่าราคาจะอยู่ตรงไหนเมื่ออีก 95 ห้องเริ่มประกาศขาย หุ้น SpaceX (SPCX) ก็เป็นแบบนั้น 5 วันหลังเข้าตลาด ราคาวิ่งไปถึง $225.64 แต่พอถึงกลางเดือน ก.ค. ก็ลงมาปิดที่ $131.11 ต่ำกว่าราคา IPO ที่ $135 และต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 42% ช่วงนั้นมีเหตุผลหลายอย่างที่กดราคา และหนึ่งในเหตุผลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ วันปลดล็อกที่กำลังจะมาถึง 🔻 วันที่ทุกคนกลัว 🔻 6 ส.ค. 69 คือวันปลดล็อกรอบแรก หุ้นราว 911.5 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณแสนล้านดอลลาร์ ขายได้พร้อมกัน สัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้เพิ่มจากราว 4.9% เป็น 11.8% ของบริษัท หนึ่งวันก่อนหน้านั้น หุ้นเพิ่งร่วงไป 14% หลังประกาศงบไตรมาสแรก แต่วันปลดล็อกจริง หุ้นกลับปิดบวก 6.1% และภายใน 5 วันทำการก็ขึ้นมาราว 35% กลับไปยืนเหนือราคา IPO ได้ ดู ๆ แล้ว ความกลัวไม่ได้หายไปไหน แค่มาถึงก่อนวันจริง กติกาวันปลดล็อกถูกระบุในเอกสาร IPO ตั้งแต่แรกอยู่แล้วคนที่กังวลก็มีเวลาเป็นเดือนที่จะขายก่อน ฝั่งที่มองว่าราคาจะลงก็เปิดสถานะ short ไว้แล้ว พอถึงวันจริงแรงขายเลยไม่ได้ถล่มทลายอย่างที่คาดนั่นเอง แต่อย่าเพิ่งจำไปเป็นสูตรนะครับ ยังมีสามเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วย ◾ เรื่องแรก คือ การดีดกลับรอบนั้นไม่ได้มาจาก Lockup อย่างเดียว ตลาดเริ่มย่อยตัวเลขงบชุดแรกได้ และมีนักวิเคราะห์ปรับคำแนะนำขึ้นด้วย ◾ เรื่องที่สอง หลังจากนั้นยังมีการปลดล็อกอีกหลายรอบ และราคาหุ้นลดลงในวันปลดล็อกครึ่งหนึ่งของจำนวนรอบทั้งหมด ◾ เรื่องที่สาม จริง ๆ แล้ว การปลดล็อก แปลว่าขายได้ ไม่ได้แปลว่าต้องขาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครขายเช่นกัน บทเรียนจากรอบแรกจึงไม่ใช่ "ปลดล็อกแล้วหุ้นขึ้น" แต่คือวันที่ทุกคนรู้ล่วงหน้ามักถูกคิดรวมไว้ในราคาแล้วบางส่วน  และคืนนี้ก็ยังไม่ใช่การปลดล็อกรอบสุดท้าย หลังรอบนี้ หุ้นที่ซื้อขายได้จะเพิ่มจากราว 22% เป็นราว 32% ของบริษัท ยังมีอีกรอบปลายเดือนนี้และอีกรอบในเดือน ธ.ค. ส่วนหุ้นของ Elon Musk ยังถูกล็อกไปจนถึง มิ.ย. ปีหน้า ตลาดเองก็จับตาว่าหุ้น SpaceX จะผ่านช่วงปลดล็อกแต่ละรอบได้อย่างไร เพราะผลที่ออกมาน่าจะกลายเป็นเกณฑ์เทียบสำหรับ IPO ใหญ่รายต่อไปที่ถูกพูดถึงกันอยู่ อย่างบริษัท AI เช่น Anthropic และ OpenAI ต่อไปเวลาเพื่อน ๆ เห็นหุ้น IPO ราคาพุ่งแรงในเดือนแรก ลองไล่เรียงความสงสัยต่อไปดูครับ 1. หุ้นที่ซื้อขายได้จริงมีกี่เปอร์เซ็นต์ของบริษัท ? และ 2. คนที่ถืออีกเกือบทั้งหมด จะขายได้ตั้งแต่วันไหน ? ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
1
3
22
1,685
ซื้อกองทุน KT-JEPQ รอบเดือน ต.ค. นี้ ได้ SGOV เข้าพอร์ตเพิ่มด้วยนะครับ เดือนนี้ ซื้อกองทุน KT-JEPQ ผ่านแอป Dime! สะสมครบทุก 500,000 บาท รับ SGOV มูลค่า 1,000 บาทเข้าพอร์ต ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์และมูลค่ารางวัลสูงสุด จะทยอยซื้อสะสมก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อครบในครั้งเดียวครับ ▪ ซื้อสะสม 500,000 บาท รับ SGOV 1,000 บาท ▪ ซื้อสะสม 1,000,000 บาท รับ SGOV 2,000 บาท ▪ ซื้อสะสม 2,500,000 บาท รับ SGOV 5,000 บาท ===== SGOV (iShares 0–3 Month Treasury Bond ETF) คือกองทุนรวม ETF ที่นำเงินไปลงทุนในตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ (US T-Bills) ที่มีอายุสั้นมากไม่เกิน 3 เดือน เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก คล้ายการพักเงินสด พร้อมจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือเป็นรายเดือน ที่สำคัญ คือ กำลังฮิตมาก ===== สำหรับคนที่วางแผนลงทุน KT-JEPQ อยู่แล้ว นี่คือโอกาสได้อีกสินทรัพย์เพิ่มเข้าพอร์ตครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ 👇 f.mtr.cool/z46pwfyyll ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข นโยบายการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทฯ  กองทุนรวมและหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก  ผู้ลงทุนยินยอมและรับทราบว่ารายการส่งเสริมการขายนี้ไม่ถือเป็นการจูงใจหรือเร่งรัดให้ผู้ลงทุนตัดสินใจใช้บริการหรือตัดสินใจลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแต่อย่างใด  เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
1
8
1,633
ปลายปีนี้ อุ่น 3 ต่อ กับประกันสุขภาพไดม์สุข เพียงซื้อประกันสุขภาพ ‘ไดม์สุข’ รายปี แผนไหนก็ได้ ก็ได้อุ่นใจ เพราะมีประกันสุขภาพติดตัวไว้ยาวตลอดปี แล้วยังอุ่นตัว เพราะรับฟรี ! ผ้าห่มมหาเศรษฐี 1 ผืน 💵 และอุ่นกระเป๋า ด้วยสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 25,000 บาท ✅ ซื้อออนไลน์ง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ* ✅ เลือกความคุ้มครองได้ตามงบและความต้องการ ✅ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 9 บาท/วัน** ✅ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีประกันสุขภาพติดตัวไว้วันนี้ อุ่นใจไปทั้งปี เหมือนมีผ้าห่มอุ่น ๆ แล้วอย่าลืมมาลงทะเบียนรับของรางวัลที่ f.mtr.cool/1mm0kyhoty 📆 ตั้งแต่ 21 ต.ค. - 31 ธ.ค. 69 เท่านั้น อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ f.mtr.cool/tn7u2r70a7 *การแถลงสุขภาพเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณารับประกันภัย หรือพิจารณาจ่ายเงินตามสัญญาประกันภัย **คำนวณจากเบี้ยประกันภัยรายปี 3,252 บาท หารด้วย 365 วัน (เฉลี่ยประมาณ 9 บาทต่อวัน) สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 26-30 ปี ภายใต้แผนที่มี ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) 50,000 บาท ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง พิจารณารับประกันโดย บมจ.เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) รายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันภัยและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศ เท่านั้น บล.เคเคพี ไดม์ เป็นเพียงผู้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
4
1,120
ทำไมเราถึงทำ "ไดม์สุข" 💙 สวัสดีครับ ผมวรพล วงศ์วัฒนกิจ ดูแลฝั่งผลิตภัณฑ์ของแอป Dime! ครับ วันนี้อยากเล่าเบื้องหลังสั้น ๆ ว่าทำไมแอปลงทุนอย่าง Dime! ถึงตัดสินใจทำประกันสุขภาพ ที่ผ่านมาผมเห็นผู้ใช้งานหลายคนค่อย ๆ สร้างแผนการเงินของตัวเอง ทยอยซื้อหุ้นสหรัฐฯ ทีละนิด เก็บทอง ลงกองทุนทุกเดือน ใช้เวลาเป็นปีกว่าพอร์ตจะโตขึ้นมาได้ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้แผนทั้งหมดสะดุดได้ในครั้งเดียว คือ วันที่ต้องนอนโรงพยาบาล ลองนึกภาพว่าเราป่วยหนักแบบไม่ทันตั้งตัว เงินสำรองฉุกเฉินที่มีอาจหมดในบิลเดียว แล้วถ้ายังไม่พอ เราอาจต้องขายหุ้นล้างพอร์ตที่ถือมานาน ในจังหวะที่เราไม่ได้เลือกเอง บางทีเป็นช่วงที่ตลาดกำลังลงพอดีด้วย ผมเชื่อว่าการดูแลการเงินที่ดี ไม่ได้มีแค่การทำให้เงินโต แต่ต้องเตรียมรับมือกับวันที่ชีวิตไม่เป็นไปตามแผนด้วย ไดม์สุขเลยเริ่มจากความตั้งใจง่าย ๆ ข้อเดียวครับ คือไม่อยากให้ใครต้องขายเงินลงทุนที่เก็บมานาน เพื่อเอามาจ่ายค่ารักษาตัวเอง โดยมีคำที่เรายึดตอนออกแบบ คือ "พอดี"  ทีมเราถามตัวเองตลอดว่า คนหนึ่งคนต้องการความคุ้มครองแค่ไหน งบเท่าไหร่ถึงจะไม่หนักเกินไป และทำอย่างไรให้การทำประกันเป็นเรื่องง่าย เราเลยออกแบบไดม์สุขมาเป็นดังนี้ครับ - ไดม์สุข ให้คุณเลือกเสริมความคุ้มครองเฉพาะที่ใช้จริง ไม่ต้องจ่ายเผื่อจนเบี้ยแพงเกินจำเป็น ถ้าต้องการความคุ้มครองเต็มที่ก็เลือกวงเงินค่ารักษาได้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งและโรคไต รวมถึงอุบัติเหตุ ค่าห้องสูงสุดคืนละ 5,000 บาท และยังเลือกโรงพยาบาลที่ไว้ใจได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องส่วนต่างค่าห้อง - สมัครง่าย เบี้ยเริ่มต้นแค่วันละ 9 บาท ไม่ต้องไปตรวจสุขภาพ สมัครในแอป Dime! ได้เลย จะจ่ายรายเดือนหรือรายปีก็ได้ - สำหรับคนที่มีประกันจากที่ทำงานแล้ว ก็ใช้ Deductible ช่วยประหยัดเบี้ย ข้อนี้ผมอยากเล่าเป็นพิเศษ เพราะคนทำงานหลายคนพึ่งประกันกลุ่มจากบริษัทอย่างเดียว ทุกปีค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นด้วย แต่วงเงินประกันกลุ่มของหลายบริษัทยังเท่าเดิมมาหลายปี ถ้าป่วยธรรมดาอาจยังพอจ่ายได้ แต่ถ้าเจอโรคร้ายแรงหรือต้องนอนโรงพยาบาลนาน ๆ วงเงินที่มีอาจไม่พอ และพอเปลี่ยนงานหรือลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง ความคุ้มครองนี้ก็หายไปทันที แต่การซื้อประกันอีกตัวที่ซ้ำกับสวัสดิการเดิม ก็เหมือนจ่ายเงินสองรอบเพื่อสิ่งเดียวกัน เราเลยมีทางเลือกที่เรียกว่า "ความรับผิดส่วนแรก" หรือ Deductible ให้สวัสดิการที่มีอยู่ดูแลค่ารักษาก้อนแรกไป แล้วไดม์สุขรับช่วงต่อในส่วนที่เกิน ค่าเบี้ยก็จะเบาลง เพราะไม่ต้องจ่ายซ้ำกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว และยังเลือกเสริมความคุ้มครองเฉพาะเรื่องที่ชีวิตต้องใช้จริง ๆ ได้ ไม่ต้องจ่ายเหมาทุกอย่างจนเบี้ยกลายเป็นภาระ ส่วนใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแผนไหนดี เราก็มีตัวช่วยแนะนำแผนให้ครับ แค่ตอบคำถาม 3 ข้อ ก็รู้ว่าแผนไหนเหมาะกับความต้องการตัวเอง 💙 เพราะประกันที่ดี ต้องใช้ง่ายในวันที่เราไม่สบาย วันที่ต้องใช้ประกันจริง ๆ คือวันที่เราไม่มีแรงจะไปจัดการเอกสารเยอะ ๆ เราเลยร่วมกับเจนเนอราลี่ ให้ผู้ใช้จัดการทุกอย่างผ่านแอป GEN365 ได้ตลอดเวลา ตั้งแต่หาโรงพยาบาลเครือข่ายใกล้บ้าน ยื่น E-Card แทนบัตรประกัน ยื่นเคลม ไปจนถึงคุยกับหมอผ่านวิดีโอคอล แล้วรับยาส่งถึงบ้านโดยไม่ต้องสำรองจ่าย เราอยากให้เวลาตอนป่วยเป็นเวลาพักฟื้น ไม่ใช่เวลาวิ่งตามเอกสาร 📍 และอีกเรื่องเล็ก ๆ ที่อยากฝากไว้ครับ ช่วงปลายปีแบบนี้ ถ้าใครกำลังทบทวนแผนการเงินอยู่ เบี้ยประกันสุขภาพนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 25,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ผมไม่อยากให้ใครรีบซื้อเพราะกลัวพลาดโปร ลองเข้าไปดูแผนในแอป Dime! เทียบกับสวัสดิการที่มีอยู่ตอนนี้ แล้วค่อยเลือกแบบที่พอดีกับชีวิตตัวเองครับ ถ้าสงสัยตรงไหน ทักมาถามทีมเราได้เสมอครับ วรพล วงศ์วัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง พิจารณารับประกันโดย บมจ.เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) รายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันภัยและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศ เท่านั้น บล.เคเคพี ไดม์ เป็นเพียงผู้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เท่านั้น ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
1
3
22
2,423
ตั้งใจ DCA มา 4 ปี อย่าให้การเข้าโรงพยาบาลไม่กี่วันทำพอร์ตพังเสียหายเลยครับ เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจวิธีป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนกันอยู่แล้ว ทั้งการกระจายพอร์ต การใช้เครื่องมือช่วยลงทุนต่าง ๆ หรือแม้แต่รู้ว่าตอนไหนควรถือเงินสดรอไว้เฉย ๆ แต่จริง ๆ แล้ว อีกความเสี่ยงที่ทำให้แผนการเงินคุณสะดุด อาจเป็นอาการเจ็บป่วยแบบที่ไม่ทันตั้งตัว   เพราะการนอนโรงพยาบาลเพียงครั้งเดียว สามารถทำให้เงินฉุกเฉินคุณหมดได้เลย ที่หนักกว่าคือ อาจถึงขั้นต้องขายหุ้นที่ทยอยสะสมมาหลายปี ในจังหวะที่คุณไม่ได้เลือกเองอีกด้วย   ประกันสุขภาพ ‘ไดม์สุข’ จะช่วยเป็นกันชนให้พอร์ตลงทุนของคุณ เริ่มต้นเพียงวันละ 9 บาท วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 200,000 บาท ถึงสูงสุด 1 ล้านบาทต่อปี เลือก ‘ไดม์สุข’ ติดตัวไว้ เพื่อให้เงินลงทุนได้ทำหน้าที่เติบโตต่อไปตามแผนเดิมของคุณครับ   👉 ดูแผนไดม์สุขในแอป Dime! ได้เลย ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง พิจารณารับประกันโดย บมจ.เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) รายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันภัยและความคุ้มครองเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศ เท่านั้น บล.เคเคพี ไดม์ เป็นเพียงผู้ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ให้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เท่านั้น ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
6
1,529
ไตรมาสล่าสุด SpaceX หาเงินจาก AI ได้มากกว่าจากจรวดถึง 4 เท่า SpaceX เพิ่งประกาศงบไตรมาส 3/2026 รายได้รวม 14,580 ล้านดอลลาร์ ในเงินก้อนนี้ มาจากธุรกิจจรวดแค่ 12% ถ้าได้ยินชื่อ SpaceX แล้วนึกถึงภาพบริษัทจรวดก็ไม่แปลกครับ เราจำกันแบบนั้นอยู่แล้ว แต่มาดูกันว่าบริษัทมีรายได้จากทางธุรกิจไหนบ้าง ? 📍รายได้ไตรมาส 3/2026 แบ่งเป็น 3 ส่วน (ตัวเลขการเติบโตเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน) (1) ธุรกิจ AI (บริษัทเรียกว่า SI) สัดส่วน 52% มีรายได้ 7,560 ล้านดอลลาร์ โต 830% (2) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink สัดส่วน 36% มีรายได้ 5,250 ล้านดอลลาร์ โต 69% (3) ธุรกิจจรวดและอวกาศ สัดส่วน 12% มีรายได้ 1,770 ล้านดอลลาร์ โต 6% ลองเอา (1) ตั้งหารด้วย (3) ดู 7,560 ÷ 1,770 = 4.3 แปลว่าไตรมาสนี้ SpaceX หาเงินจาก AI ได้มากกว่าจากจรวดกว่า 4 เท่า และเป็นไตรมาสแรกที่ AI แซง Starlink ขึ้นมาเป็นส่วนที่ทำรายได้มากที่สุด รายได้ AI โตเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ? ส่วนสำคัญมาจากการซื้อ Cursor ซึ่งเป็นแอปช่วยเขียนโค้ดด้วย AI ดีลนี้ปิดไปเมื่อเดือนสิงหาคม มูลค่าราว 60,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขโต 830% จึงมีส่วนหนึ่งที่มาจากการซื้อบริษัทที่มีรายได้อยู่แล้วเข้ามา อีกด้านหนึ่ง แม้จะมีกำไรแล้ว แต่เงินสดยังไหลออก ไตรมาสนี้ SpaceX มีกำไรสุทธิราว 4,400 ล้านดอลลาร์ เป็นไตรมาสแรกที่มีกำไรนับตั้งแต่เข้าตลาด ไตรมาสก่อนยังขาดทุนอยู่ 541 ล้านดอลลาร์ แต่ในไตรมาสเดียวกัน บริษัทใช้เงินลงทุน (capex) ไปราว 19,600 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI 19,600 > 14,580 = เงินที่ลงทุนไปมากกว่ารายได้ทั้งไตรมาส capex คือเงินที่บริษัทใช้ซื้อของชิ้นใหญ่เพื่อไว้หาเงินในอนาคต เช่น ศูนย์ข้อมูลหรือชิป ลองนึกถึงคนเปิดร้านกาแฟที่เพิ่งซื้อเครื่องชงราคาเป็นแสน กำไรแต่ละเดือนอาจเป็นบวกแล้ว แต่เงินในบัญชีจะลดลงก่อนได้ครับ SpaceX ก็อยู่ในสภาพนี้ กระแสเงินสดอิสระ คือเงินที่เหลือจริงหลังจ่ายค่าใช้จ่ายและลงทุนแล้ว ยังติดลบอยู่ 📍วันที่ต้องติดตาม คือ วันพฤหัสบดีนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. (เวลาสหรัฐฯ) หุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมสูงสุด 1,300 ล้านหุ้นจะพ้นช่วงห้ามขาย (lockup) lockup คือ ข้อตกลงที่ให้ผู้ถือหุ้นก่อนเข้าตลาด เช่น ผู้บริหาร พนักงาน และนักลงทุนรุ่นแรก ถือหุ้นไว้ระยะหนึ่งหลัง IPO โดยยังขายไม่ได้ ถ้าคิดที่ราคาปิดราว 148 ดอลลาร์  1,300 ล้านหุ้น × 148 ดอลลาร์ = 6.5 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ขายได้แล้วไม่ได้แปลว่าจะถูกขายออกมาทั้งหมด หลายคนอาจเลือกถือต่อ แอดจึงไม่สรุปว่าราคาจะขึ้นหรือลง แค่อยากให้รู้ว่ามีวันนี้อยู่ในปฏิทินครับ เกียมตัวไว้ให้ดี.. สรุปสั้น ๆ - สัดส่วนรายได้ SpaceX ไตรมาสนี้ แบ่งเป็น AI 52% / Starlink 36% / จรวด 12% - มีกำไรครั้งแรกหลัง IPO แต่ลงทุนมากกว่ารายได้ กระแสเงินสดอิสระยังติดลบ - รายได้ AI โตเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะซื้อ Cursor เข้ามา - 22 ต.ค. หุ้นเดิม 1,300 ล้านหุ้น ถึงเวลาพ้นช่วงห้ามขาย ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ที่มา f.mtr.cool/lqwguty483 f.mtr.cool/mmqknulhmb
1
9
34
2,273
ราคาหุ้นหลังตลาดปิดบวกรอแล้ว ! หลัง SpaceX และ Tesla ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ โดย Elon Musk มองว่าการรวมบริษัทจะช่วยให้ร่วมกันพัฒนา AI ระดับสูง หรือ “Superintelligence” โดยมีแนวคิด คือ เชื่อมธุรกิจดาวเทียมสื่อสารและอวกาศของ SpaceX เข้ากับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ AI ของ Tesla เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีล เงื่อนไขทางการเงิน โครงสร้างบริษัทหลังควบรวม หรือกรอบเวลาตัดสินใจ และหากเดินหน้าต่อ ยังต้องเจรจาเพิ่มเติม รวมถึงอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลก่อน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
8
29
2,213
ไม่กี่ปีก่อนเคยมีเรื่องราวเทคโนโลยีลวงโลกที่โฆษณาว่าสามารถใช้เลือดหยดเดียวจากปลายนิ้ว แค่หยดเดียวก็ตรวจโรคได้หลายร้อยรายการ รู้ผลภายในไม่กี่ชั่วโมง และตั้งตู้ตรวจไว้ในร้านขายยาใกล้บ้าน คำโฆษณานี้เคยมีมูลค่าสูงถึง 302,000 ล้านบาทเลย และสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สหรัฐฯ มีเพิ่งเปิดฉายภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ไปครับ "You Can See Everything" สารคดีเรื่อง Elizabeth Holmes จากค่าย A24 ที่ Nathan Fielder ร่วมกำกับกับ Lance Oppenheim เปิดตัวฮิตเป็นอันดับ 2 ของบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ และเป็นสารคดีที่เปิดตัวได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาล Elizabeth Holmes โกหกผู้คนมากมายอย่างไร ทำไมคนที่รวยที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดในอเมริกาถึงเชื่อเธอ ? เริ่มต้นจากเด็กสาวที่กลัวเข็ม ปี 2003 Elizabeth Holmes อายุ 19 ปี เรียนวิศวกรรมเคมีอยู่ที่ Stanford เธอตัดสินใจลาออกกลางคันเพื่อตั้งบริษัทชื่อ Theranos ซึ่งมาจากคำว่า Therapy กับ Diagnosis รวมกัน เธอเป็นคนเรียบง่ายและเข้าถึงใจคนฟัง เธอกลัวเข็ม และเชื่อว่าการตรวจเลือดในอนาคตไม่ควรต้องเจ็บปวดแล้ว ไม่ต้องแพง และใครก็เข้าถึงได้ ภาพลักษณ์ที่เธอนำเสนอก็ถูกออกแบบมาให้น่าเชื่อขึ้นไปอีก เธอใส่เสื้อคอเต่าสีดำแบบ Steve Jobs และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจนเป็นเอกลักษณ์ ถึงตรงนี้เธอมีสไตล์ มีที่มาที่ไปที่เล่าได้แล้ว สิ่งที่ยังขาดคือความน่าเชื่อถือ ต่อมา Holmes ก็ไปสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเปิดตัวรายชื่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งทำให้บริษัท Theranos ดูเหมือนองค์กรที่รวมคนสำคัญมากมายของวอชิงตันไว้เลย มี Henry Kissinger และ George Shultz อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ทั้งสองคน และมี James Mattis นายพลที่ภายหลังได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม George Shultz เชื่อมั่นในบริษัทนี้มาก ถึงขั้นชวนหลานชายของตัวเองชื่อ Tyler เข้ามาทำงานที่นั่นด้วย แต่บอร์ดของบริษัทที่บอกว่าจะเปลี่ยนวงการตรวจเลือด กลับแทบไม่มีแพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์ด้านห้องแล็บอยู่เลย ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครตั้งคำถามกับเรื่องนี้ เพราะเมื่อคนระดับนี้นั่งอยู่ในบอร์ด ทุกคนก็คิดไปเองว่าต้องมีใครสักคนตรวจสอบมาแล้ว หลังจากนั้นเงินก็เริ่มไหลเข้าบริษัท Rupert Murdoch เจ้าพ่อสื่อลงเงินราว 125 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,200 ล้านบาท ตระกูล Walton เจ้าของ Walmart, ตระกูล DeVos และ Larry Ellison ผู้ก่อตั้ง Oracle ก็ลงทุนด้วยเช่นกัน Walgreens เครือร้านขายยายักษ์ใหญ่ยอมเปิดพื้นที่ในร้านให้ Theranos ตั้งจุดบริการตรวจเลือดให้ลูกค้าจริง ช่วงปี 2014 - 2015 Theranos มีมูลค่าแตะ 9,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 302,000 ล้านบาท) Holmes ถือหุ้นราวครึ่งหนึ่ง จน Forbes ยกให้เธอเป็นมหาเศรษฐีหญิงที่สร้างตัวเองได้อายุน้อยที่สุดในสหรัฐฯ ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นบนเงินทุนที่ระดมได้รวมประมาณ 945 ล้านดอลลาร์ หรือราว 31,700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยออกมาภายหลังคือ Edison (เครื่องตรวจเลือดของ Theranos) พบว่าตรวจพบจริงเพียงราวสิบกว่ารายการ ไม่ได้ถึงหลายร้อยรายการตามที่โฆษณา ส่วนการตรวจที่เหลือ บริษัทแอบนำไปทำบนเครื่องตรวจทั่วไปที่ซื้อมาจากบริษัทอื่น แล้วเจือจางตัวอย่างเลือดเพื่อให้ปริมาณเพียงพอ ซึ่งทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ ก็คล้ายร้านอาหารที่บอกว่ามีสูตรลับประจำร้านและห้ามใครเข้าครัว แต่เมื่อมีคนแอบเข้าไปดู กลับพบว่าอาหารเกือบทุกจานซื้อมาจากร้านอื่นแล้วนำมาจัดใส่จานใหม่นั่นเอง Holmes ใช้คำว่า "ความลับทางการค้า" เป็นเหตุผลในการปิดกั้นการตรวจสอบ เธอไม่ยอมเผยแพร่งานวิจัยให้นักวิทยาศาสตร์ภายนอกตรวจทาน และให้พนักงานเซ็นสัญญารักษาความลับอย่างเข้มงวด ระหว่างนั้นมีกองทุนที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพบางรายถอยออกไปเงียบ ๆ มีรายงานว่า Google Ventures เคยส่งคนไปลองตรวจเลือดกับ Theranos แล้วตัดสินใจไม่ลงทุน แต่เสียงของคนที่ปฏิเสธก็ยังไม่ดังเท่าเสียงของคนที่สนับสนุน แล้วก็มาถึงจุดที่คนในครอบครัวออกมาพูด จำ Tyler หลานชายของ George Shultz ได้ไหมครับ ? Tyler ทำงานในบริษัทแล้วพบว่าผลตรวจคุณภาพของเครื่องไม่ผ่านเกณฑ์ เขาจึงร้องเรียนภายในบริษัท แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน เขาจึงไปบอกคุณปู่ของเขาเอง George Shultz เลือกเชื่อ Holmes มากกว่าหลานชายของตัวเอง Tyler ตัดสินใจพูดกับคนนอกร่วมกับ Erika Cheung อดีตพนักงานแล็บอีกคน ข้อมูลของพวกเขาไปถึง John Carreyrou นักข่าวของ Wall Street Journal และเดือนตุลาคม 2015 บทความชิ้นแรกที่เปิดโปง Theranos ก็ถูกตีพิมพ์ ตั้งแต่ตรงนั้นทุกอย่างพังลงเร็วมาก หน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาตรวจสอบห้องแล็บ Walgreens ยุติความร่วมมือ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตั้งข้อหาฉ้อโกง และปี 2018 Theranos ก็ปิดตัวลง Rupert Murdoch ขายหุ้นที่ลงทุนไป 4,200 ล้านบาทคืนให้บริษัทในราคา 1 ดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางภาษี จนในปี 2022 คณะลูกขุนตัดสินว่า Holmes มีความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุน แต่ไม่ได้ตัดสินว่าเธอมีความผิดในข้อหาที่เกี่ยวกับผู้ป่วยโดยตรง ศาลสั่งจำคุกเธอ 11 ปี 3 เดือน เธอเข้าเรือนจำในเดือนพฤษภาคม 2023 และมีกำหนดพ้นโทษวันที่ 16 สิงหาคม 2032 อ่านมาถึงตรงนี้ก็สงสัยว่า ทำไมคนเก่ง ๆ รวย ๆ ถึงยังพลาดได้ ถ้าแยกเรื่องนี้ออกเป็นส่วน ๆ จะเห็นว่าความเชื่อมั่นใน Theranos ถูกสร้างขึ้นจาก 4 อย่างที่เสริมกันครับ 1. ไอเดียเล่าที่พอดี ในเวลาที่เหมาะสม ใครจะอยากค้านไอเดียที่ทำให้การตรวจเลือดไม่ต้องเจ็บ 2. ชื่อเสียงของคนในบอร์ด ทุกคนคิดไปเองว่ามีคนตรวจสอบแล้ว ทั้งที่ความจริงแทบไม่มีใครทำหน้าที่นั้นเลย 3. ความลับที่ไม่ถูกตรวจสอบ เมื่อไม่มีข้อมูลให้ตรวจสอบ คนก็ใช้ชื่อเสียงของคนอื่นมาแทนข้อมูล 4. ความกลัวตกรถ (FOMO) เมื่อมหาเศรษฐีคนอื่นลงทุนกันหมดแล้ว การรอดูก่อนก็กลายเป็นความเสี่ยงไปด้วย เราเรียกข้อ 2 และข้อ 4 ว่า Social Proof คือการใช้การตัดสินใจของคนอื่นแทนการตัดสินใจของตัวเอง ข้อนี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าเราฉลาดแค่ไหน คนฉลาดเองก็อาจมั่นใจว่าคนฉลาดคนอื่นคงเช็กมาแล้วเหมือนกัน ถ้าจะมองให้ครบทุกด้านก็ต้องยอมรับว่า สตาร์ตอัปจำนวนมากมีความลับทางการค้าจริง และไอเดียที่ฟังดูเกินจริงบางอย่างก็เคยทำสำเร็จมาแล้ว การปิดข้อมูลไม่ได้แปลว่าบริษัทนั้นโกงเสมอไป แต่ถ้าบริษัทปิดข้อมูลแล้วยังขอให้เราเชื่อเต็มที่ เราอาจต้องระมัดระวังตรวจสอบให้มากขึ้นด้วยครับ กลับมาที่เลือดหยดเดียวนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเชื่อเรื่องเล่าของบริษัทไหน ลองถามพิจารณา 4 ข้อนี้ - ตัวเลขของบริษัทผ่านการตรวจสอบจากคนนอกแล้วหรือยัง ? - คนที่รับรองบริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นจริง หรือแค่มีชื่อเสียง ? - ถ้ามีคนถามคำถามยาก ๆ บริษัทตอบด้วยข้อมูลหรือตอบด้วยภาพลักษณ์ ? - ถ้าไม่มีใครลงทุนในบริษัทนี้เลย เราจะยังอยากลงทุนอยู่หรือเปล่า ? Theranos เป็นบริษัทเอกชน จึงไม่เคยต้องเปิดเผยงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบต่อสาธารณะ ต่างจากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งต้องรายงานงบทุกไตรมาส ถ้าวันไหนที่คุณเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ลองเปิดอ่านงบการเงินและรายงานประจำปีของบริษัทนั้นควบคู่ไปกับข่าว เพราะเรื่องเล่าที่ดีควรมีตัวเลขยืนยันได้เสมอครับ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ที่มา f.mtr.cool/vulee1uxkt ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
1
8
2,602
เรื่องเงินต้องดูแลให้ครบด้าน แอป Dime! เลยจัดเครื่องมือการเงินให้ครบเครื่องที่เดียว ! ✅ ออมและลงทุน รากฐานดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จะออมเงินบาทหรือเงินต่างประเทศอีก 9 สกุล จะลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ออปชัน หุ้นไทย DR ทองคำ กองทุนรวม หรือหุ้นกู้ ก็เลือกจัดพอร์ตได้ตามสไตล์ที่ชอบและเหมาะกับจังหวะชีวิต ✅ ใช้จ่าย มีเงินเก็บแล้วก็ต้องมีเงินไปใช้ชีวิตบ้าง ออกไปเจอโลกกว้าง เที่ยวให้เต็มที่ รูดจ่ายได้ทั่วโลกด้วยบัตรไดม์เนิน พร้อมสิทธิพิเศษอีกเพียบ ✅ ปกป้อง ปกป้องรางวัลจากวินัยทางการเงินเอาไว้ให้ดี เพราะชีวิตมีเรื่องให้ลุ้นเยอะพอแล้ว เรื่องไม่คาดคิดระหว่างเดินทางให้ไดม์ใจช่วยดูแล จะได้เที่ยวอย่างอุ่นใจ ไม่ต้องลุ้นทุกเรื่องจนหมดสนุก แต่เดี๋ยวก่อน ! กล่องเครื่องมือของเรายังมีช่องให้เติมอีก  เร็ว ๆ นี้ Dime! เตรียมเสิร์ฟเครื่องมือใหม่ ที่จะมาเติมเต็มแผนการเงินของเพื่อน ๆ ให้ครบเครื่องยิ่งกว่าเดิม พร้อมเพิ่มเกราะป้องกันให้ชีวิตอีกชั้นให้สุขขึ้น ทายกันออกไหมว่าเครื่องมือชิ้นต่อไปคืออะไร ?  ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
3
1,379
Bank of America (BAC) ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ เพิ่งถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับรวมกว่า 1,210 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4 หมื่นล้านบาท === Bank of America จริง ๆ ใช้ชื่อย่อว่า BofA และสัญลักษณ์หุ้น คือ BAC ดังนั้น แอดจึงขอใช้ BAC ในบทความนี้แทนนะครับ === โดยมีความผิดหลักคือ เห็นธุรกรรมน่าสงสัย แต่ไม่รายงาน หรือรายงานช้าไปหลายปี ถ้าเพื่อน ๆ เคยเปิดบัญชีลงทุนแล้วต้องกรอกตอบว่าทำอาชีพอะไร รายได้เท่าไหร่ เงินที่เอามาลงทุนมาจากไหน แล้วแอบสงสัยว่า ทำไมถามเยอะแบบนี้ ? บทความนี้จะตอบข้อสงสัยนั้นครับ แอดจะพาไล่ดูว่า BAC พลาดตรงไหน ทำไมการไม่รายงานถึงโดนปรับเยอะขนาดนี้ ? ก่อนอื่นเลย ทุกคนน่าจะทราบดีว่า ธนาคารไม่ได้มีหน้าที่ไล่จับผู้ร้ายเหมือนตำรวจ แต่สิ่งที่ธนาคารเห็นความผิดปกติก่อนตำรวจ คือ ธนาคารเป็นด่านแรกที่เห็นเส้นเงิน 💊 เริ่มจากคำว่า "ฟอกเงิน" พูดง่าย ๆ คือ เอาเงินที่ได้จากการทำผิดไปวนผ่านระบบหลายทอด จนออกมาดูเหมือนเงินที่ได้มาอย่างถูกต้อง ธนาคารจับคนร้ายไม่ได้ แต่เห็นเงินทุกบาทที่ไหลผ่าน กฎหมายจึงกำหนดให้ธนาคารทำ 2 อย่าง คือ 1. KYC (Know Your Customer) คือ ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร มีรายได้จากไหน และใช้บัญชีทำอะไร 2. AML (Anti-Money Laundering) คือ ระบบกันการฟอกเงิน ถ้าเส้นเงินเดินผิดไปจากสิ่งที่ลูกค้าบอกไว้ ธนาคารต้องส่ง "ใบแจ้งเบาะแส" ให้หน่วยงานรัฐในสหรัฐฯ เรียกใบนี้ว่า SAR (Suspicious Activity Report) ระบบนี้ทำงานเป็นทอด ๆ แบบนี้ครับ ธนาคารเห็นเงินผิดปกติ → ส่งรายงาน → หน่วยงานรัฐตามรอยเงิน → เจอเครือข่ายคนร้าย แปลว่า ถ้าด่านแรกเงียบ ทอดที่เหลือก็ไม่ได้เริ่มเลย ในโลกการเงิน การไม่รายงานจึงเป็นความผิดร้ายแรงพอ ๆ กับการช่วยปิดบังเงิน 🚨 BAC พลาดตรงไหน ? - มีธุรกรรมน่าสงสัยกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.68 แสนล้านบาท) ที่ไม่ได้รายงาน หรือรายงานล่าช้า - ในจำนวนนี้กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.36 หมื่นล้านบาท) เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสูงระดับความมั่นคง เช่น เครือข่ายฟอกเงินจากจีน และการฟอกเงินผ่านการค้าที่เชื่อมโยงกับชายแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก - ระบบตรวจจับของธนาคารครอบคลุมธุรกรรมมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ไม่ทั่วถึง - หลายกรณีธนาคารไม่ได้เจอเอง แต่รู้ตอนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือธนาคารอื่นมาสอบถาม - หน่วยงานกำกับระบุว่าธนาคารให้ความสำคัญกับรายได้ และจำกัดทรัพยากรด้านการกำกับดูแล - BAC ยอมรับว่าจงใจละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินของรัฐบาลกลาง ส่วนที่หนักที่สุดอยู่ตรงนี้ครับ ช่วงเวลาที่ FinCEN (หน่วยงานด้านอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ) ตรวจสอบคือ 1 ม.ค. 2018 ถึง 1 ก.ค. 2025 ระหว่างทาง ธันวาคม 2024 OCC (หน่วยงานกำกับธนาคาร) สั่งให้ BAC แก้ระบบแล้ว แต่หน่วยงานบอกว่าปัญหาสำคัญยังไม่หายไป แปลว่าโดนเตือนแล้ว แต่ยังแก้ไม่ทันนั่นเอง 🧲 ต่อมา รู้จักกับการ "ฟอกเงินผ่านการค้า" กันบ้างครับ ข้อนี้ฟังดูซับซ้อน แต่หลักการคือการแจ้งราคาสินค้าไม่ตรงกับความจริง ลองนึกภาพตัวอย่างสมมติ บริษัท A ส่งรถมือสองสภาพพังไปขายต่างประเทศ ราคาจริงคันละ 1 แสนบาทแต่ออกใบแจ้งหนี้ 1 ล้านบาท ผู้ซื้อปลายทางที่เป็นพวกเดียวกัน โอนจ่าย 1 ล้านบาทเต็ม ส่วนต่าง 9 แสนบาท = เงินผิดกฎหมายที่ข้ามประเทศไปได้ ในชื่อ "ค่าสินค้า" ในสายตาธนาคาร มันดูเหมือนการค้าปกติ ธนาคารจึงต้องถามเยอะ ลูกค้าทำธุรกิจอะไร คู่ค้าเป็นใคร ราคาสมเหตุสมผลไหม ถ้าไม่ถาม ก็ไม่มีทางรู้ว่าตัวเลขบนใบแจ้งหนี้ผิดปกติ คิดเลขค่าปรับให้ดู (คิดที่ 33.59 บาท/ดอลลาร์) FinCEN - สั่งปรับ 1,200 ล้านดอลลาร์ OCC - สั่งปรับ 750 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดเท่าที่ OCC เคยสั่งปรับธนาคาร OFAC - ยอมความ 11.66 ล้านดอลลาร์ จากการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร 475 กรณี เช่น ที่เกี่ยวกับรัสเซียและอิหร่าน บวกตรง ๆ ได้เกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยอดจริงไม่ใช่เท่านั้น เพราะ FinCEN นับเงินที่จ่ายให้ OCC เป็นส่วนหนึ่งของค่าปรับตัวเอง 750 (จ่าย OCC) + 450 (จ่าย FinCEN) = 1,200 ล้านดอลลาร์ 1,200 + 11.66 (OFAC) ≈ 1,211.66 ล้านดอลลาร์ ≈ 40,700 ล้านบาท ยอดนี้เป็นค่าปรับสูงอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ลองเทียบกับคดีฟอกเงินใหญ่ ๆ ที่ผ่านมาครับ - HSBC ปี 2012 ถูกปรับ 1,900 ล้านดอลลาร์ จากการปล่อยให้เงินของแก๊งค้ายาและประเทศที่ถูกคว่ำบาตรผ่านระบบ - TD Bank ปี 2024 ถูกปรับรวมราว 3,000 ล้านดอลลาร์ และรับสารภาพในคดีอาญา - American Express ถูกปรับ 350 ล้านดอลลาร์ ในเรื่องคล้ายกันกับ BAC กรณีดังกล่าว หน่วยงานกำกับกำลังส่งสัญญาณชัดว่าใหญ่แค่ไหนก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น โดย Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ก็พูดตรงๆ ว่า "แม้แต่สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุด ก็ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย" 📍กลับมาดูที่ประเทศไทยบ้าง.. ประเทศไทยก็มีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สถาบันการเงินรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ต้องรู้จักลูกค้าและรายงานธุรกรรมที่ผิดปกติเหมือนกัน ข่าวบัญชีม้าที่เห็นกันแทบทุกสัปดาห์คือตัวอย่างใกล้ตัวที่สุด บัญชีที่เปิดด้วยชื่อคนธรรมดา แต่ถูกใช้รับเงินจากแก๊งหลอกลวง ยิ่งด่านยืนยันตัวตนหลวม ชื่อและบัญชีของเราก็ยิ่งถูกเอาไปใช้ง่ายด้วย คำถามที่ดูน่าเบื่อตอนเปิดบัญชีจึงช่วย 2 อย่าง 1. ปกป้องระบบไม่ให้กลายเป็นทางผ่านของเงินผิดกฎหมาย 2. ปกป้องตัวเราไม่ให้ใครเอาตัวตนเราไปใช้ 📍และนี่อาจตอบข้อสงสัยของคุณได้ว่าทำไมแอป Dime! ต้องถามคำถาม  - อาชีพและรายได้ เพื่อให้ระบบรู้ว่าเงินเข้าออกแบบไหนถึงเรียกว่า ปกติสำหรับคุณ - ที่มาของเงินลงทุน เพื่อแยกเงินที่หามาอย่างถูกต้องออกจากเงินที่ถูกฟอก - ยืนยันตัวตนหลายขั้น เพื่อกันคนอื่นเปิดบัญชีในชื่อคุณ - ขอข้อมูลเพิ่มตอนมีเงินก้อนใหญ่ เราไม่ได้กล่าวหาว่าคุณผิด แค่ระบบเห็นว่าต่างจากรูปแบบเดิม แล้วเพื่อน ๆ ควรทำอะไร ? -ควรตอบตามจริง และอัปเดตข้อมูลเมื่อเปลี่ยนงานหรือรายได้เปลี่ยน - ไม่ให้ใครยืม เช่า หรือซื้อบัญชีไม่ว่าจะเหตุผลอะไร - ถ้ามีเงินก้อนจากมรดก ขายทรัพย์สิน หรือโบนัส เก็บหลักฐานที่มาไว้ เผื่อถูกตรวจสอบย้อนหลังครับ 📍กลับไปที่ประโยคแรกของโพสต์นี้ BAC ไม่ได้โดนปรับ 4 หมื่นล้านบาทเพราะขโมยเงินใคร แต่เพราะไม่ยอมถามหรือไม่ยอมรายงานในวันที่ควรทำ คำถามที่อาจดูน่ารำคาญ เป็นราคาของระบบการเงินที่ไว้ใจได้ และเป็นราคาที่ถูกกว่าการไม่ถามมาก ที่มา f.mtr.cool/1h3u2adygt ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
8
2
33
3,000
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการแล้ว สัปดาห์ที่แล้วร่วงไปเท่าไร สัปดาห์นี้เด้งกลับมาเท่าเดิม..ได้มั้ย ?
2
44
2,245
สัปดาห์ที่ผ่านมา หน้าฟีดโซเชียลมีเดียของหลายคนคงเต็มไปด้วยคำว่า "Tesla Roadster” เปิดจองในไทย ราคา 78,000 บาท ราคาดูจับต้องได้ง่ายเหมือนเงินดาวน์รถคันแรกเลย แต่หากอ่านเงื่อนไขต่อ จะพบว่าภายใน 10 วันต่อมา ต้องโอนเพิ่มอีก 1,598,000 บาท รวมเป็น 1,776,000 บาท สำหรับรุ่น Performance ซึ่งเริ่มผลิตปี 2028 เงินก้อนนี้คิดเป็นราว 89% ของราคา Model Y L ในไทย (1,999,000 บาท) ซึ่งเป็นรถรุ่นที่จ่ายแล้วรอรับได้เลย คำถาม คือ มันคุ้มไหม ? คำถามนี้คงแล้วแต่มุมมองของผู้ใช้งานแต่ละคนอยู่แล้ว แต่แอดจะชวนมาลองเปลี่ยนสลับฝั่งเป็น Tesla บ้างครับ  ถ้าวันนี้คุณไม่ใช่คนจอง คุณคือ Tesla ลูกค้าคนหนึ่งกำลังโอนเงินให้คุณ 1.776 ล้านบาทภายใน 10 วัน เพื่อซื้อของที่คุณจะเริ่มผลิตอีกประมาณ 2 ปี ระหว่างนี้คุณไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้คนจองเลยสักบาท ถ้าเป็นเงินกู้ธนาคาร การยืมเงินใครสักคน 2 ปีโดยไม่มีดอกเบี้ยแทบไม่มีให้เห็นแน่นอน ส่วนในธุรกิจรถ เรียกสิ่งนี้ว่า "เงินจอง" (เพื่อความเป็นธรรมจริง ๆ แล้ว เงินจองดังกล่าวสามารถขอคืนได้ ถ้าลูกค้าไม่โอเคกับราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ) และคุณในฐานะ Tesla ก็ไม่ได้ทำโมเดลธุรกิจนี้ครั้งแรกด้วย เพราะ Tesla เคยเปิดจอง Roadster มาแล้วตั้งแต่ปี 2017 คันละ $50,000 ส่วนรุ่น Founders 1,000 คันแรกคันละ $250,000 (Fortune) ผ่านมาเกือบ 9 ปีก็ยังไม่ได้ส่งมอบ และบริษัทยังไม่ได้บอกว่าเงินจองรอบนั้นจะเป็นอย่างไร ลองนึกถึงเวลา 9 ปีนี้ดูครับ.. ปี 2017 คือปีที่ iPhone X เปิดตัว เด็กที่เกิดปีนั้นตอนนี้เรียนประถมแล้ว ส่วนเด็ก ม.6 ปีนั้น ตอนนี้อายุใกล้ 30 ปีแล้ว ทั้งหมดนี้คือ ระยะเวลาที่คนจองรอบแรกรอรถอยู่ จนถึงตรงนี้ ไอเดียแบบนี้ดูดีมากสำหรับฝั่ง Tesla แอดชวนดูงบของบริษัทต่ออีกนิดครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 Tesla มีรายได้ $28.24 พันล้าน หรือพูดให้เห็นภาพคือในเวลา 91 วัน บริษัทสามารถหารายได้ได้ประมาณ 943,000 ล้าน ตกวินาทีละ 120,000 บาท ! เงินจอง Roadster หนึ่งคัน 1.776 ล้านบาท จึงเท่ากับรายได้ Tesla ประมาณ 15 วินาที เงินที่คนหนึ่งคนต้องเก็บเป็นสิบปี สำหรับบริษัทนี้คือเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ต่อให้มีคนจองหลายพันคัน ตัวเลขก็ยังเล็กเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ แถม Roadster ยังเป็นรถที่ผลิตจำนวนน้อย ไม่ได้มีไว้ทำกำไรเป็นหลักเลย แล้วถ้าเงินไม่ใช่ประเด็น Tesla ได้อะไรจากอีเวนต์ลักษณะนี้ ลองแจกแจงตัวเลขผลประกอบการของ Tesla ดู - รายได้ราว 71% มาจากการขายรถ ธุรกิจหลักจึงยังผูกอยู่กับการขายรถ - Operating margin 1.4% (Business Insider) ขายได้ 100 บาท เหลือกำไรจากธุรกิจหลักราว 1.40 บาท - Free cash flow ติดลบราว $1.1 พันล้าน หลังหักเงินลงทุน เงินสดไหลออกมากกว่าไหลเข้า - ราคาหุ้นอยู่ราว 215 เท่าของกำไรล่วงหน้า นักลงทุนยอมจ่ายสูงขนาดนี้ เพราะเชื่อในสิ่งที่ Tesla จะเป็นในอนาคต มากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่วันนี้ บริษัทที่กำไรบางขนาดนี้แต่ราคาหุ้นสูงขนาดนั้น บริษัทนั้นต้องมีมนต์เสน่ห์แน่นอน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การโชว์รถที่กระโดดได้ ที่เปิดตัวที่ฐานทดสอบของ SpaceX เป็นสัษลักษณ์ของความน่าสนใจของบริษัทนี้ได้เป็นอย่างไร สิ่งที่ Tesla ได้จากอีเวนต์นี้คือแสง คือสปอตไลต์ ไม่เน้นเงิน พอกลับมามองจากฝั่งนักลงทุน จะเห็นว่าคนจองรถกับคนถือหุ้น Tesla อยู่ในสถานะคล้ายกันมาก คนจองจ่าย 1.776 ล้านบาทวันนี้ เพื่อรถที่จะมาในอนาคต คนถือหุ้นจ่ายราคาที่สูงกว่ากำไรปัจจุบันหลายเท่า เพื่อธุรกิจที่จะมาในอนาคต ทั้งคู่กำลังซื้อความเชื่อ ต่างกันตรงที่คนจองรถยังขอเงินคืนได้ตามเงื่อนไข ส่วนราคาหุ้นสะท้อนความเชื่อนั้นทุกวัน ทั้งตอนที่มันแข็งแรง และตอนที่มันสั่นคลอน การซื้อความเชื่อไม่ใช่เรื่องผิด การลงทุนในบริษัทที่ยังไม่ทำกำไรเต็มที่ก็มีทั้งคนที่ได้ผลตอบแทนดีและคนที่ขาดทุน สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น คือการแยกอีเวนต์ ออกจากธุรกิจให้ได้ครับ วันที่ 21 ต.ค. 69 นี้ Tesla (TSLA) จะประกาศงบ Q3 ถ้าอยากรู้ว่าความเชื่อยังเดินไปพร้อมกับตัวเลขได้ไหม ลองดูปัจจัย 3 ตัวนี้ครับ 1. Margin ขายได้ 100 บาท เหลือกำไรมากขึ้นหรือน้อยลง ? 2. Free cash flow เงินสดกลับมาเป็นบวกหรือยัง ? 3. ยอดส่งมอบรถ ธุรกิจหลักยังโตอยู่ไหม ? เป็นเจ้าของธุรกิจที่ทั้งบ้าและน่าสนใจ ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ บนแอป Dime! ได้ง่าย ๆ เริ่มเพียง 50 บาท  ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
1
1
9
2,083
ใช้ Facebook ดู Netflix ฟัง Spotify ธุรกิจที่คุณใช้อยู่ทุกวัน กำลังจะประกาศผลประกอบการแล้วครับ สัปดาห์นี้ หุ้นดังหลายตัวทยอยเปิดงบ เซฟรูปไว้ แล้วเลือกบริษัทที่สนใจไปทำการบ้านต่อกันเลย  ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
4
16
1,970
หลายคนอาจไม่ได้สังเกตเห็นว่า ในเมนูออปชันหุ้นสหรัฐฯ บนแอป Dime! มีฟีเจอร์ให้เพื่อน ๆ มากดแสดงความคิดเห็นว่า ข่าวเด่นนั้นจะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์อย่างไรบ้าง ? ซึ่งหลังกดไปแล้ว ก็จะดูแนวโน้มได้ว่ามีคนอื่น ๆ เห็นตรงหรือตรงข้าวกับเรามากน้อยแค่ไหนด้วยครับ ลองเข้าไปจิ้ม ๆ เล่นกันดูได้เลย 🤏
8
1,483
⏰ เที่ยงแล้ว ! เข้าแอป Dime! เก็บคูปองส่วนลดค่าคอมกัน หุ้นสหรัฐฯ ออปชัน และหุ้นไทย เก็บคูปองจุก ๆ สูงสุดคนละ 58 รายการเลย
1
3
1,995
🇺🇸 สายหุ้นสหรัฐฯ รับส่วนลดค่าคอมฯ 50% สูงสุด 15 รายการ 📈 สายออปชันหุ้นสหรัฐฯ รับส่วนลดค่าคอมฯ สูงสุด 60% สูงสุด 40 รายการ 🇹🇭 สายหุ้นไทย รับส่วนลดค่าคอมฯ จัดเต็ม 100% สูงสุด 3 รายการ พิเศษ ! หลังจากนี้ เทรดหุ้นไทย กดเลือกคูปองส่วนลดค่าคอมฯ เองก่อนยืนยันคำสั่งซื้อได้แล้วนะครับ 📍 เปิดเก็บคูปองวันที่ 19 ต.ค. 69 เวลา 12:00 น. และใช้คูปองได้ถึง 24 ต.ค. 69 เวลา 06:00 น. ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ dime.co.th/th/articles/dime-…
1
2
660
วิธีเก็บและเลือกใช้คูปองครับ
504
ใกล้แล้ว ! เที่ยงนี้เตรียมเก็บคูปองลดค่าคอมพร้อมกัน สวัสดีวันจันทร์ แอดมาแจกความสดใสด้วยคูปองส่วนลดค่าคอมฯ คราวนี้มีหุ้นไทยด้วยนะครับ เทรดหุ้นสหรัฐฯ ออปชันหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นไทย รวมสูงสุด 58 รายการต่อท่าน 🇺🇸 สายหุ้นสหรัฐฯ รับส่วนลดค่าคอมฯ 50% สูงสุด 15 รายการ 📈 สายออปชันหุ้นสหรัฐฯ รับส่วนลดค่าคอมฯ สูงสุด 60% สูงสุด 40 รายการ 🇹🇭 สายหุ้นไทย รับคูปองฟรีค่าคอม สูงสุด 3 รายการ พิเศษ ! สายหุ้นไทย ตอนนี้กดเลือกคูปองส่วนลดค่าคอมฯ เองก่อนยืนยันคำสั่งซื้อได้แล้วนะครับ 📍 เปิดเก็บคูปองวันที่ 19 ต.ค. 69 เวลา 12:00 น. และใช้คูปองได้ถึง 24 ต.ค. 69 เวลา 06:00 น. ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ f.mtr.cool/lu2m3wceri  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ Dime! กำหนด l ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข นโยบายการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน l ผู้ลงทุนยินยอมและรับทราบว่ารายการส่งเสริมการขายนี้ไม่ถือเป็นการจูงใจหรือเร่งรัดให้ผู้ลงทุนตัดสินใจใช้บริการหรือตัดสินใจลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแต่อย่างใด  ════════════════════ #เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน ════════════════════ Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02
1
2
1,528
กดเก็บในหน้า “ฉัน” นะครับทุกคน
1
1
516
ใกล้แล้วววววว รอบนี้มีหุ้นไทยด้วยนะครับ !
1
508