Bkk ,Thailand
Joined October 2010
I came to Bangkok as the Head of the IMF and I am so proud to leave as Ambassador of Thai silk!
63
600
35
1,795
68,359
codePARE retweeted
มีคนทำเกมชื่อ 1 in 8 Billion เป็นเกมจำลองชีวิตที่ให้เราสุ่มเกิดใหม่เป็นมนุษย์หนึ่งคนบนโลก โดยใช้ข้อมูลสถิติประชากรจริง ๆ เราเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดประเทศไหน เป็นลูกใคร หรือมีฐานะยังไง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดวงล้วน ๆ แล้วผมลองสุ่มดู ผมเกิดเป็น William Hill เด็กผู้ชายชาวแคนาดา เกิดที่เมืองมอนทรีออล ในเดือนสิงหาคม 2026 พ่ออายุ 36 แม่อายุ 33 เป็นลูกคนแรกของครอบครัว แถมฐานะทางบ้านยังอยู่ในกลุ่มรายได้สูงสุด 20% ของประเทศอีกด้วย 55555 โอกาสที่จะได้เกิดในแคนาดามีแค่ 0.27% ส่วนอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ 80.2 ปี นี่แค่เริ่มต้นชีวิตก็ดูมีแต้มต่อกว่าคนอีกหลายพันล้านคนบนโลกละแห่ะ ๆ หลังจากนั้นเกมก็ให้เราใช้ชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ เจอเหตุการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วย ใครอยากรู้ว่าถ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชีวิตตัวเองจะเป็นยังไง ลองเล่นดู 1in8b.life
109
13,095
2,891
13,297
4,357,069
codePARE retweeted
คนที่อวยเวียดเช้าเย็น (ไม่รู้ว่าผมเข้าเกณฑ์หรือไม่?) ควรระมัดระวังจริง เศรษฐกิจเวียดนามมีความเสี่ยง ภาคอสังหามีฟองสบู่ ช้าหรือเร็ว จะเผชิญวิกฤต เช่นเดียวกันกับภาคการเงิน ไม่ต่างจากเราก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งหรือจีนก่อน three red lines และการที่รัฐพยายามสร้าง national champion (เช่น Vingroup) กำลังขยายความเสี่ยงออกสู่หลายๆ ภาค แต่ถึงแม้วันนึงภาคอสังหาอาจระเบิด หรือ vingroup เจ๊ง ส่งผลให้ gdp ปีนั้น -5% หรือ -8% so what? ศักยภาพเศรษฐกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลง ประชากรมี IQ เฉลี่ยสูงพอสมควร ระบบน้ำที่รัฐลงทุนไว้ไม่ได้จะหายไปไหน ระบบการศึกษายังดีกว่าเรา ขนาดราชการค่อนข้างเล็ก, FTA ยังอยู่ครบและรัฐบาลไม่ปฏิเสธ fdi เวลาพิจารณาศักยภาพประเทศ ให้พิจารณา factor (คน ทุน ที่ดิน) ผมว่าปฏิเสธยากว่าศักยภาพเวียดนามสูงกว่าเราอย่างมาก กฎหมายเอื้อการลงทุน เช่น ด้าน land-use ดีกว่าเราในหลายมิติ สร้างนิคมง่ายกว่า กฎหมายด้านแรงงานมีความยืดหยุ่นสูงกว่า เลียนแบบประเทศพัฒนาแล้ว
- ไทยติดกับดักรายได้ปานกลางไปแลัว คนไทยควรเลิกเทียบ (ไทย no hope) - ส่วนคนไทยที่อวย viet เช้าเย็น ก็ขอให้คุณมึงดูปัจจัยหลายๆด้านประกอบเยอะๆ ว่าใช้เวลามั้ย ละถ้าก้าวพลาดหรือไร มันก็ติดกับดักรายได้ปานกลาง (เวียดกับปินส์พึ่งเข้าปทรายได้ปานกลางค่อนสูง ระดับเดียวกับไทย มาเล)
3
232
2
188
13,144
codePARE retweeted
โทรคุยกับไอ้แสบ มันบอกว่ามันจะทำกิจกรรม Halloween มันอยากสอนเด็กๆ ให้รู้จัก Cryptocurrency ด้วยการให้เด็กๆ ซื้อเหรียญ Meme Coin theme Halloween.. แล้วมันจะเป็นคน Rug Pull เหรียญนั้นเอง 🥺 เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสความสยองของตลาด Crypto แบบัสมจริง 🤣 แต่ไม่ได้ใช้เงินจริงนะ.. มันจะสร้าง DEX Simulator ขึ้นมา.. ใช้ Wallet จำลองกับเงิน USDC ปลอมทั้งหมด.. ไม่มีการเชื่อมต่อกับเงินจริงหรือ Token ที่ซื้อขายได้ในตลาด.. มันบอกว่ามันจะจำลองการออก Token ชื่อ $BOO (ชื่อสมมติ มีคนใช้ชื่อนี้แล้ว เดี๋ยวมันค่อยคิดชื่ออื่น) แล้วสร้าง Liquidity Pool คู่ $BOO/USDC บน AMM แบบ Constant Product.. สมมติใส่ Liquidity เริ่มต้นเป็น 1,000 $BOO กับ 1,000 USDC จำลอง.. ราคาเริ่มต้นก็จะอยู่ที่ 1 USDC ต่อเหรียญ.. แล้วมันจะรับบทเป็น Founder ของ project และถือสิทธิ์ใน LP ทั้งหมด โดยไม่มีการ Lock Liquidity.. สมมติเด็ก 5 คนซื้อรวมกัน 500 USDC.. ราคาเหรียญพุ่งขึ้น 125% จาก Liquidity เริ่มต้นเพียง 1,000 USDC (ใช้ AMM แบบ Constant Product และไม่คิด Trading Fees) พอเด็กๆ กำลังดีใจกับกำไร.. ไอ้แสบจะประกาศว่า project กำลังจะ to the Moon 🚀… แล้วก็ถอน Liquidity ทั้งหมดออกจาก Pool ทันที! ทีนี้เด็กๆ ยังถือเหรียญอยู่.. แต่พอกดขาย.. 「Swap Failed: Insufficient Liquidity」 Happy Halloween!! 🎃 จากนั้นค่อยสอนเรื่อง Liquidity Risk.. Price Impact.. Liquidity Lock.. Rug Pull.. ว่าทำงานยังไง.. 😅 คนอื่นๆ เค้าจัดบ้านผีสิงให้เด็กๆ กลัวผี.. ไอ้แสบมันอยากสอนให้เด็กๆ กลัวการเป็น Exit Liquidity ตั้งแต่ยังเด็ก 😂
14
77
3
212
11,254
แนะนำทัวร์ให้แล้วนะคะ xitter.cf/siraxkyungsoo/status/2…
มีคนทักมาถามทัวร์เยอะมาก อยากขายเหมือนกันค่ะ แต่เห็นตอนนี้เค้า sold out แล้ว ยังไงลองเอารหัสทักไปสอบถามดูนะคะ เป็นโปรแกรมทัวร์นี้ตามภาพนะคะ ซื้อผ่าน Nidnoi tour แต่บริษัททัวร์คือ Me2Center ค่ะ — เรากับเพื่อนประทับใจมากๆ ไม่ชะโงกทัวร์ มีเวลาดื่มด่ำวิว ไม่ลงร้านด้วยค่ะ (ราคาต่างกันตามช่วงฤดูกาลค่ะ) อีกอย่างไกด์น่ารักมาก ไกด์ชื่ออลิสา หรือพี่ลิซ่า เป็นไกด์ตัวอย่างแบบว่าไกด์ท้องถิ่นยังเคารพ ขอเอาพี่เค้าเป็นแบบอย่าง ตอนไต่ระดับความสูง ไกด์คอยดูให้ลูกทัวร์สูดอแกซิเจนพร้อมกันทั้งรถ ให้ไม่แพ้ความสูง เตรียมมาม่า เครื่องปรุงไทยมาเต็มกระเป๋าเดินทาง เลือกจุดแวะพักรถแบบเลือกห้องน้ำมาให้แล้ว อาหารอร่อยทุกมื้อ คนที่ไม่ชอบอาหารจีนแบบเราเติมข้าวทุกมื้อ 55555555 ในกรุ๊ปมีครอบครัวใหญ่มาด้วยโดยที่เค้าเลือกมาเพราะไกด์ด้วยค่ะ แบบว่าจะเอาไกด์คนนี้เพราะเคยไปกันมา มีคุณยายน่าจะอายุ 80 ได้ก็ไม่มีอาการอะไร ไกด์คอยดูแลอย่างดี ปลอดภัยกันทั้งกรุ๊ปเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสยังเคยคิดว่าจะตามไกด์ไปเลยค่ะ ไม่ว่าพี่เค้าจะไปเมืองไหน คิดว่ายังไงต้องสนุกและปลอดภัยแน่ๆ 🤍✨ รูปขวาคือ จุดแวะพักรถเฉยๆ วิวยังสวยเลย คือพี่ไกด์เค้าคิดมาแล้วอย่างดี ไม่มีในโปรแกรมทัวร์ด้วย แต่วิวสวยอลังตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดท่องเที่ยว แล้วพี่ไกด์มีเอเนอจี้คิดท่าถ่ายรูป หามุมถ่ายให้ลูกทัวร์ด้วย เลิฟมาก
11
20
6,166
อยากแนะนำ จีน-เฉิงตู อีกเสียงค่ะ ที่อิ๊งไปมา สี่ดรุณี-ปี้เผิงโกว-ต๋ากู่ปิงชวน ไปกับทัวร์ 25k รวมทุกอย่าง โรงแรมดี อาหารอร่อยทุกมื้อ ถ้าไปเองน่าจะเซฟได้อีก แต่อิ๊งเน้นความสบาย ไปเดือนตุลา ล่องเรือได้ ใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติสวยมากกกก คุ้มสุดๆ ซ้ำได้อีก อยากไปให้ครบทุกฤดูเลย🏔️✨
งบสองหมื่นไปเที่ยวไหนได้บ้างคะ ที่ต่างประเทศ
33
2,001
17
1,925
605,331
codePARE retweeted
ตอนอยู่ ป.5 ฉันเขียนโกหกในไดอารี่ไว้ “วันนี้ไปล็อตเต้เวิลด์กับพ่อแม่ สนุกมากเลย” ความจริงวันนั้นฉันอยู่ในผ้าห่มฟังพ่อแม่ตะโกนด่ากันในห้องนอน แต่เพราะเป็นการบ้านเลยต้องหาอะไรมาเขียน และไดอารี่ครอบครัวที่มีความสุขก็ดูจะเขียนง่ายสุด คุณครูประจำชั้นเป็นคนที่คอยใช้ปากกาสีแดงเขียนคำตอบสั้นๆ ไว้ใต้ไดอารี่ทุกวัน ใต้ไดอารี่นั้นมีข้อความติดมาว่า “ครูอยากเห็นรูปที่ล็อตเต้เวิลด์ด้วย” ฉันกลัวเลยไม่เขียนเรื่องสวนสนุกอีก แล้วเขียนแต่เรื่องอาหารกลางวันแทน ครูยังตอบกลับทุกอันอย่างสม่ำเสมอ ไม่กี่เดือนต่อมาพ่อแม่หย่ากัน และฉันต้องย้ายโรงเรียน สมุดไดอารี่หายไปตอนย้ายบ้าน ผ่านไป 20 ปี ตอนจัดของย้ายบ้านเจอสมุดเก่าใต้กล่องเก่าๆ เลยเปิดดูด้วยความดีใจ แล้วมือฉันก็ชะงักที่หน้าสุดท้าย ข้อความที่ครูเขียนตอบวันสุดท้ายคือ... “ถ้ามีวันไหนเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ ครูจะอ่านให้ฟังเป็นคนแรกเลย รออยู่นะ” วันที่นั้นคือวันก่อนที่ฉันจะย้ายโรงเรียน และหลังจากนั้นมันว่างเปล่าเหมือนสมุดโน้ตใหม่ ฉันจึงโทรไปที่โรงเรียนเก่าถามเบอร์ครู ครูเกษียณแล้ว แต่ทางห้องพักครูบอกว่าจะส่งจดหมายไปให้ ฉันเลยเขียนไดอารี่อีกครั้งหลังจากผ่านไป 20 ปี โดยไม่โกหกเลยสักคำ เล่าเรื่องที่อยู่ในผ้าห่มวันนั้นว่าได้ยินเสียงอะไร และกลั้นหายใจยังไง บรรทัดสุดท้ายเขียนว่า “ขอบคุณที่ตอนนั้นอ่านไดอารี่ให้ฟังทุกวันนะคะ” 2 สัปดาห์ต่อมาได้จดหมายตอบกลับ ในซองมีตัวหนังสือที่เขียนด้วยปากกาแดงเหมือนเดิม “รออยู่นะ โตขึ้นมาได้ดีแล้วนะ คราวนี้ครูจะประทับตราให้” ใต้ข้อความนั้นมีตราประทับว่า “ทำได้ดีมาก” จดหมายนั้นตอนนี้ติดอยู่ท้ายสมุดไดอารี่ บางครั้งฉันเขียนไดอารี่วันนั้น แล้วส่งรูปให้ครูทางเบอร์โทร
초등학교 5학년 때 나는 거짓 일기를 썼음 "오늘은 엄마 아빠랑 롯데월드에 갔다 정말 재미있었다" 그날 사실 나는 부모님이 안방에서 소리 지르는 걸 들으면서 이불 속에 있었음 숙제라서 쓸 얘기가 필요했고 행복한 가족 일기는 베끼기 쉬웠음 담임 선생님은 매일 일기 밑에 빨간 펜으로 한 줄씩 답을 써주는 분이었음 그 일기 밑에는 이렇게 달려 있었음 "롯데월드 사진 선생님도 보고 싶다" 나는 겁이 나서 다음 날부터 놀이공원 얘기를 쓰지 않았고 대신 급식 얘기만 썼음 선생님은 급식 일기에도 꼬박꼬박 답글을 달았음 몇 달 뒤 부모님이 이혼했고 나는 전학을 갔음 일기장은 이삿짐에 섞여 어디론가 사라졌는데 20년이 지나서 이사 정리를 하다가 낡은 박스 바닥에서 발견했음 반가워서 열어봤다가 맨 마지막 장에서 손이 멈췄음 선생님이 마지막 날 쓴 답글이었고 내용은...
25
14,450
75
14,455
727,923
codePARE retweeted
ใครที่มีลักษณะแบบนี้เรียกว่าคนที่มีพลังงานดี - มักเป็นคนที่แมวเข้าหา หรือแมวชอบ - เด็ก ๆ มักรู้สึกสบายใจ และอยากอยู่ใกล้ - ดูอ่อนกว่าวัย หน้าตาอิ่มเอิบสดใส - เวลาบอกว่าไม่มีเงิน คนมักไม่ค่อยเชื่อ - หลายคนมองคุณด้วยความชื่นชม - เวลาเข้าไปร้านอาหารที่ว่าง ๆ ไม่นานคนก็เริ่มเข้ามาจนคึกคัก - คุณมีปัญญาและนิ่งสงบ แม้ชีวิตจะผ่านบททดสอบมามากมาย - ไม่นินทาคนอื่น พูดจาดี - ถึงผ่านความผิดหวังมามาก แต่ก็ไม่ยอมเป็นคนใจร้าย คุณล่ะเป็นคนมีพลังงานที่ดีมั้ยนะ 😌
24
8,870
174
11,725
415,332
codePARE retweeted
🇮🇩 Indonesian stock market is collapsing. Worst crash in 28 years.
347
2,213
250
14,195
614,772
สรุป 10 ข้อประธานเฟด 'เควิน วอร์ช' ขึ้นเวที IMF-World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ 1. ไม่ส่งสัญญาณดอกเบี้ย ไม่ตัดสินใจล่วงหน้าสำหรับการประชุมเดือน ต.ค. และ ธ.ค. โดยจะพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจ การจ้างงาน และเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงก่อนตัดสินใจ 2. เงินเฟ้อยังเป็นโจทย์ใหญ่ หลายประเทศยังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ แม้ได้รับผลกระทบต่างกัน การดำเนินนโยบายเข้มงวดขึ้นในหลายประเทศสะท้อนความมุ่งมั่นควบคุมเงินเฟ้อ 3. AI อาจเปลี่ยนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ระยะสั้น การลงทุน AI เพิ่มอุปสงค์ก่อนที่ผลด้านผลิตภาพจะปรากฏชัด จึงต้องจับตาผลต่อเงินเฟ้อ ส่วนระยะกลางคาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิต แต่ผลตอบแทนของผู้ลงทุนยังเป็นคำถาม 4. AI, SI หรือ NHI? วอร์ชพูดติดตลกถึงชื่อ SI หรือ Super Intelligence ก่อนที่คริสตาลินา กิออร์กิเอวา จะเสนอ NHI หรือ Non-Human Intellect เป็นช่วงผ่อนคลายระหว่างสนทนา 5. เศรษฐกิจโลกทนแรงกระแทกกว่าที่คาด หลายประเทศประคองเศรษฐกิจได้ดีกว่าที่เขาคาดเมื่อ 5–6 เดือนก่อน แม้เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนสหรัฐมีแรงหนุนจากการลงทุนที่ขยายตัวเกินกว่าภาค AI แต่แต่ละประเทศได้รับแรงส่งไม่เท่ากัน 6. ทำงาน 148 วัน ยังไม่คิดเรื่อง Legacy วอร์ชให้ความสำคัญกับการทำนโยบายให้เหมาะสม มากกว่าผลงานที่จะให้คนจดจำ โดยอาศัยประสบการณ์อดีตกรรมการเฟด โดยเฉพาะช่วงวิกฤติการเงินโลก 7. บทเรียนวิกฤติยังติดตัว ประสบการณ์วิกฤติการเงินโลกยังมีอิทธิพลต่อมุมมองการทำงาน เขามองว่าการมีบทเรียนฝังใจมากเกินไป ยังดีกว่ามีน้อยเกินไป 8. ความน่าเชื่อถือคือพลังของเฟด อำนาจของธนาคารกลางมาจากความน่าเชื่อถือของสถาบัน พร้อมให้ความสำคัญกับภารกิจอื่นนอกเหนือจากนโยบายการเงิน เพราะความผิดพลาดด้านใดก็อาจกระทบทั้งองค์กร 9. ผล AI ต่อการจ้างงานยังไม่ชัด ยังประเมินไม่ได้แน่ชัดในช่วง 12–18 เดือนข้างหน้า เฟดจึงตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญภายนอกศึกษาผลิตภาพและการจ้างงาน โดยจะรับฟังความคิดเห็นครั้งแรก 16 พ.ย. ที่ซานฟรานซิสโก 10. เฟดต้องปรับตามโลก โลกเปลี่ยนเร็ว จึงต้องกล้าตั้งคำถามกับแนวทางเดิม เปิดรับแนวคิดใหม่ และเข้าใจเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเลือกนโยบายให้เหมาะกับสถานการณ์ อ่านทั้งหมดได้ที่: bangkokbiznews.com/world/eco… #IMFWorldBank2026 #AnnualMeetings2026 #2026IMFWBG #AM2026Thailand #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
113
1
139
7,546
codePARE retweeted
เพิ่งฟังบทสัมภาษณ์ล่าสุดของป้าเยลเลน ความเห็นของป้าคือ 1. เงินเฟ้อวันนี้มาจาก supply shock ต่อเนือ่งกัน ไม่ใช่มาจากค่าจ้าง การขึ้นดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้โดยตรงได้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อกันการคาดการณ์เงินเฟ้อไม่ให้หลุดเป้า 2. ความเสี่ยงระยะยาวที่น่ากลัวอยู่ที่ฝั่งการคลัง 3. ตลาดแรงงาน ไม่น่ากังวล ความเสี่ยงขาลงของตลาดแรงงานน้อยกว่าเมื่อครึ่งปีก่อน อัตราว่างงาน 4.2% ตรงกับค่ามัธยฐานประมาณการอัตราปกติระยะยาวของ FOMC พอดี และยังลดลงมาเล็กน้อย ภาพที่ดูขัดกันคือ การสร้างงานเฉลี่ยในปีที่ผ่านมามีเพียงราว 40,000 ตำแหน่งต่อเดือน ตลาดอยู่ในโหมดไม่จ้างเพิ่ม และไม่เลิกจ้าง อัตราการลาออกต่ำมาก แรงงานกังวลเรื่องตกงาน ป้าเยลเลนชี้ว่าตัวเลขที่ต่ำแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจอ่อนแอ เพราะอุปทานแรงงานเองก็โตช้า การย้ายถิ่นฐานเข้าประเทศลดลงมาก และเบบี้บูมเมอร์เกษียณมากขึ้น ป้าเยลเลนคือผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน ในความเห็นของป้าเฟดกำลังทำตามพันธกิจด้านการจ้างงานได้ดีแล้ว 4. เงินเฟ้อ PCE ล่าสุดอยู่ที่ 3.4% เทียบปีต่อปี ส่วน Core PCE ประมาณ​3% ซึ่งป้าเยลเลนย้ำว่า "3% ก็ไม่ใช่ 2%" ที่สำคัญคือเงินเฟ้ออยู่เหนือเป้ามาห้าปีแล้ว มันเลยดูแย่! แต่ต้นตอรอบนี้ไม่ได้มาจากตลาดแรงงาน ผลิตภาพโตราว 2% ขณะที่ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเพิ่มเพียง 1.4% ในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงยังไม่ได้ขึ้นราคาสินค้าเพราะแรงกดดันค่าจ้าง ป้าเยลเลนมองว่าปัญหาคือ Supply Shock ที่มาต่อกันเป็นทอด ๆ ทุกครั้งที่เงินเฟ้อกำลังจะลง ได้แก่ 1. ภาษีนำเข้าของทรัมป์ ยกระดับราคาสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะส่งผ่านไปสู่ราคาแล้ว 2. สงครามอิหร่านราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์กลั่นพุ่ง กำลังการ กลั่นขาดแคลน กระทบต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งระบบ 3. กระแสบูม AI ราคาเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำขึ้นราคา ต้นทุนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นและส่งผ่านไปยังสินค้าผู้บริโภค ตามหลักการ Shock แต่ละครั้งเป็นแบบครั้งเดียว คือยกระดับราคาขึ้นแล้วเงินเฟ้อก็ควรชะลอลงเอง ป้าเยลเลนเห็นด้วยกับกรรมการสาย Dovish ใน FOMC ว่าหากรอนานพอ เงินเฟ้อน่าจะกลับสู่ 2% ได้ภายในสองสามปีข้างหน้า ป้าเยลเลนยอมรับตรง ๆ ว่าการขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าลดลง และไม่ได้หยุดกระแส AI และไม่ได้ย้อนผลของภาษีนำเข้า กลไกปกติของนโยบายตึงตัวคือทำให้ตลาดแรงงานอ่อนแอลง กดการเติบโตของค่าจ้าง แล้วต้นทุนแรงงานต่อหน่วยและเงินเฟ้อจึงลดตาม แต่วันนี้ค่าจ้างไม่ใช่ปัญหา และ Phillips Curve ระยะสั้นดูค่อนข้างแบน การกดเงินเฟ้อผ่านช่องทางนี้จึงต้องแลกด้วยการตกงานจำนวนมาก แต่สาเหตุที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย เพราะเราเคยเจอเหตุการณ์เงินเฟ้อยุค 70 มาแล้ว ตอนนั้น Supply Shock ชุดหนึ่งก็ควรเป็นแค่การยกระดับราคาครั้งเดียว แต่เฟดยุคนั้นทำไม่เต็มที่ การคาดการณ์เงินเฟ้อจึงสูงขึ้น สหภาพแรงงานที่แข็งแกร่งเรียกค่าจ้างชดเชยเงินเฟ้อ ทำให้เจ้าของกิจการต้องส่งผ่านต่อไปยังราคาสินค้า จนเงินเฟ้อติดล็อกและต้องใช้นโยบายตึงตัวอย่างหนักจึงแก้ได้ แต่วันนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น TIPS Spread ยังสอดคล้องกับเงินเฟ้อ 2% ในระยะยาว มีเพียงการคาดการณ์ของครัวเรือนที่ขยับขึ้นบ้าง ป้าเยลเลนเตือนว่า "เราอาจไปถึงจุดนั้นได้" และเฟดไม่ควรเดิมพันว่าจะไม่เกิด ป้าเยลเลนวิเคราะห์การขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนว่าเป็นการถอน "การลดดอกเบี้ยเชิงประกัน" ที่เคยทำไว้เพื่อป้องกันตลาดแรงงานทรุดออกไปหนึ่งครั้ง มติ FOMC ก็เป็นเอกฉันท์ และบันทึกการประชุมระบุชัดว่าความเสี่ยงได้ย้ายจากความอ่อนแอจากตลาดแรงงานไปสู่ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงนานเกินไปและการคาดการณ์เงินเฟ้อเปราะบาง ป้ายังพูดถึงตลาดพันธบัตรว่า Real Rates ที่ขึ้นมาไม่ใช่เป็นเพราะเงินเฟ้อ เธอมองว่า Yield ระยะยาวที่พุ่งแรงไม่ได้สะท้อนความกลัวเงินเฟ้อ หลักฐานคือค่าชดเชยเงินเฟ้อจาก TIPS แทบไม่ขยับ และ Yield ระยะยาวก็ขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศ สิ่งที่ขึ้นจริงคืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจาก 1. การแข่งขันระดมทุน รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลมหาศาลและต้องออกพันธบัตรแข่งกับบริษัท AI ที่ระดมทุนผ่านตราสารหนี้ในตลาดเดียวกัน 2. เฟดเข้มงวดกว่าที่เคยคิด ตลาดเชื่อว่าเฟดจะคุมเข้มมากขึ้นเพื่อคุมเงินเฟ้อ Yield ระยะยาวขยับแรงในวันที่สถานการณ์ตะวันออกกลางดูแย่และราคาน้ำมันขึ้น 3. R-Star สูงขึ้น ยุค Secular Stagnation ที่โลกท่วมด้วยเงินออมและโอกาสลงทุนน้อย เคยกด R-Star ลงเหลือราว 0.5% ตอนนี้ประมาณการขยับขึ้น เพราะ AI สร้างโอกาสลงทุนที่ดีและการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้น ป้าเยลเลนย้ำแล้วย้ำอีกว่านักลงทุนควรกังวลเรื่องการขาดดุลการคลัง แต่ในสหรัฐฯ ซึ่งกู้ในสกุลเงินตัวเอง ความเสี่ยงการคลังแสดงออกผ่านเงินเฟ้อมากกว่า และวันนี้ยังไม่เห็นสัญญาณนั้นในตลาด Forward Guidance และ Dot Plot ในยุคสมัยของ Warsh ป้าเยลเลนแยก Forward Guidance ออกเป็นสองแบบ แบบสุดโต่งคือที่เฟดใช้หลังวิกฤตการเงิน ดอกเบี้ย 0% นานเจ็ดปี เฟดเกือบสัญญาว่าจะคงดอกเบี้ยต่ำไว้นาน ควบคู่กับ QE เธอเรียกว่าเครื่องมือทุบกระจกฉุกเฉินและไม่ควรเป็นแนวปฏิบัติปกติ อย่างที่สองคือแบบพื้นฐาน คือการอธิบายต่อสาธารณะว่าเฟดเห็นอะไรและคำนึงถึงอะไร สิ่งนี้ยังจำเป็นเพื่อความโปร่งใสและแสดงถึงความรับผิดชอบ บันทึกการประชุมที่อธิบายเหตุผลของการขึ้นดอกเบี้ยเชิงประกัน ก็ถือเป็น Forward Guidance ในความหมายนี้ Dot Plot ซึ่งป้าเยลเลนบอกว่า Warsh ไม่ชอบสิ่งนี้ แต่เธอคิดว่ามันยังมีประโยชน์ เธอไม่เคยพบว่าจะมีคนไหนที่มองว่า Dot Plot เป็นคำสัญญา มันเป็นเพียงภาพรวมมุมมองของคณะกรรมการผู้เข้าร่วม 19 คน ณ วันที่ต้องพลอตความเห็น ข้อเสนอของเธอเพื่อปรับปรุง dot plot มีสามอย่างด้วยกัน 1. เผยแพร่ประมาณการทั้งชุดของแต่ละคนแบบไม่ระบุชื่อ เพราะวันนี้ Dot ที่ลดดอกเบี้ยอาจมาจากคนที่กังวลตลาดแรงงาน หรือคนที่มองเงินเฟ้อในแง่ดีก็ได้ 2.เผยแพร่ฉากทัศน์ที่แสดง Reaction Function เช่น ถ้า Shock รุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด เฟดจะคุมเข้มเท่าไร 3. เผยแพร่การพยากรณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งวันนี้เปิดเผยการคาดการณ์หลังห้าปีแม้เจ้าหน้าที่เองจะไม่อยากให้เผยแพร่ เธอเห็นด้วยที่ Warsh ตั้งคณะทำงานและเปิดรับมุมมองจากภายนอก และเห็นว่าการที่กรรมการ 19 คนต่างออกมาพูดเรื่องนโยบายเป็นปัญหาจริง เพราะมุมมองของประธานคือสิ่งที่มีค่าที่สุด มาถึงเรื่องสำคัญคือ เรื่องหนี้สาธารณะและเงื่อนไขของ Fiscal Dominance ป้าเยลเลนบอกว่ามันน่ากลัวจริง ๆ หนี้ต่อ GDP แตะ 100% ดอกเบี้ยจ่ายปีนี้เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และดุลการคลังเบื้องต้น (Primary Balance คือรายได้ลบรายจ่ายโดยไม่รวมดอกเบี้ยจ่าย) ขาดดุลประมาณ 2.5% ของ GDP {เงื่อนไขที่จะทำให้หนี้ต่อ GDP คงที่คือ ดุลเบื้องต้นต้องเกินดุลเท่ากับส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยบนหนี้ (r) กับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (g) คูณด้วยสัดส่วนหนี้ต่อ GDP} ในอดีต r ต่ำกว่า g มาก รัฐบาลจึงขาดดุลเบื้องต้นได้โดยหนี้ไม่บานปลาย แต่วันนี้ r ใกล้เคียง g แล้ว จึงต้องมีดุลเบื้องต้นอย่างน้อยเป็นศูนย์ แต่สหรัฐฯ ยังขาดดุล 2.5% และเมื่อหนี้เก่าถูก roll over ด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เงื่อนไขจะเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ หากสภาคองเกรสไม่ทำอะไร ตลาดจะเรียก Term Premium เพิ่ม ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหาแย่ลง ป้าบอกว่าทางออกมีแค่ขึ้นภาษี หรือแตะ Medicare และ Social Security ซึ่งไม่มีทางไหนที่ประชาชนจะยอมรับได้ง่ายๆ เรื่อง Fiscal Dominance ป้าเยลเลนแยกชัดสองระดับ วันนี้มันยังไม่เกิด เธอไม่เห็นหลักฐานว่าการตัดสินใจของเฟดถูกแรงกดดันการคลังหรือการเมืองครอบงำ แต่....แต่ เงื่อนไขเบื้องต้น ครบหมดแล้ว ปธน. พยายามใส่คนที่ีมีแนวคิดเหมือนกับเขาเข้าไปอยู่ใน FOMC ด้วยมุมมองว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเครดิตดีที่สุดจึงควรจ่ายดอกเบี้ยต่ำ, มีความพยายามปลด Powell อดีตประธานเฟดและผู้ว่าการ Cook รวมถึงการท้าทายหลักคดี Humphrey's Executor ส่วน Bessent รมต.คลังคนปัจจุบันพยายามกด Yield ระยะยาว ทั้งผ่านการแทรกแซงตลาดเงินตราและการขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตร ====== สรุปความเห็นของป้าเยลเลนกับเส้นทางการขึ้นดอกเบี้ย คือ เฟดควรขึ้นดอกเบี้ยพอให้ตลาดเชื่อว่าเฟดเอาจริง แล้วรอให้ Supply Shock จัดการดอกเบี้ยเอง สิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม 1. การคาดการณ์เงินเฟ้อ 2. TIPS Spread และผลสำรวจครัวเรือน ถ้าเริ่มขยับขึ้น สมมติฐานขึ้นอีกครั้งเดียวพอ อาจจะใช้ไม่ได้ 3. ราคาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และราคาชิป คือสองตัวแปรที่อาจยืดเวลาเงินเฟ้อออกไป 4. Real Yields และ R-Star หากการประมาณ R-Star ยังขยับขึ้นต่อ ดอกเบี้ยระยะยาวอาจไม่กลับไปต่ำเหมือนยุคก่อน 5. อุปทานพันธบัตร การขาดดุลการคลังบวกการระดมทุนของบริษัท AI กดดัน Term Premium
4
263
3
380
21,132
codePARE retweeted
🔴 LIVE NOW: Join Managing Director @KGeorgieva and U.S. @federalreserve Chair Kevin Warsh for a conversation on the forces reshaping the global economy. xitter.cf/i/broadcasts/1qKDzWdeb…
1
24
5
100
35,688
codePARE retweeted
วันก่อนกราฟิกร้อง วันนี้อินทีเรียก็ร้อง Claude Opus 5.5 สร้างภาพสามมิติแบบนี้จากแปลน 2D ได้เลย 🤣
2
337
5
341
21,731
codePARE retweeted
Koalas seem “lazy” because they sleep 18–22 hours a day to conserve energy. Their diet of eucalyptus leaves is low in calories, hard to digest, and toxic, so they’ve evolved a slow metabolism to survive.
93
1,114
122
7,483
191,522
ททท. จับมือ 7 สายการบินจัดแคมเปญ “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ส่วนลดตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ 500 บาท ใช้โค้ด "FLYTODOM" ผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบินไม่ต้องลงทะเบียน ใช้สิทธิ์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่หากต้องการส่วนลดทั้งขาไปและขากลับ ต้องแยกจองเป็น 2 Booking โดยเริ่มจองได้ตั้งแต่ 15 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2569 และเดินทางได้ตั้งแต่ 15 ต.ค. 2569 – 15 ม.ค. 2570 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน ใครมีแพลนเที่ยวไทยช่วงปลายปี เตรียมใช้โค้ดกันได้เลยครับ
26
13,263
390
13,238
2,403,126
เลข life path มันมหัศจรรย์มาก บอกได้ว่าความสามารถของเราคืออะไร ชีวิตเจอกับอะไร และชีวิตจะไปจบที่ไหน? Life path 1 - เกิดมาต้องยืนด้วยลำแข้ง ส่วนมากทำงานให้ตัวเอง Life path 2 - ดูแลคน ครอบครัว Life path 3 - ชอบเรียน สอน สื่อสาร อาจารย์ Life parh 4 - รับผิดชอบครอบครัว ลูกน้อง Life path 5 - ชีวิตช่วงแรกไม่ค่อยเป็นร่องรอย เกิดมาเพื่อค้นหาตัวเอง ด้วยการเดินทาง Life path 6 - เรียนรู้ที่จะอยู่ใน คสพ ไม่ให้คนมากเกินไป Life path 7 - ชอบอยู่คนเดียว เรียนรู้ในการเพิ่มทักษะ ทำงานละเอียด Life path 8 - สร้าง legacy ชื่อเสียง ใจร้อนกับคนและงาน สำเร็จช้ากว่าคนอื่น Life path 9 - ทำงานสายจิตบำบัด ให้ผู้อื่นฮีลใจ เช็คดวงการงาน เงิน ความรัก 24 ชม astro.zodiask.com
22
8,409
484
11,849
2,832,125
codePARE retweeted
A train in Kyoto traveling through a breathtaking autumn foliage landscape with the onboard lights turned off. In November, the trains from Ichihara and Ninose stations, will slow down allowing passengers to enjoy the natural show. [📹 Taras Grescoe]
50
642
40
4,288
157,400
ตาติ่งกลับมาแล้วค่าทุกคน แต่พรุ่งนี้ไม่อยู่บ้านอีกแล้ว ไปถอนฟัน 5555555555555 ชาวเนตเตรียมช่วยคุณหลานจำสตอรี่ไว้ตอบคำถามคุณยายละ แล้วแฟนคลับตาติ่งเยอะมากในเม้น 😂
อันนี้น่ารักมาก ดูไปยิ้มไป อยากให้ลูกหลานทุกคนเป็นแบบนี้ บางทีคนแก่เขาก็หลงลืมตามวัย อาจจะถามคำถามซ้ำๆ วนไปวนมาบ้างหรือถามเยอะบ้าง อยากให้ทุกคนเข้าใจและมองสิ่งนี้เป็นเรื่องน่ารักๆ ถามมาเราก็แค่ตอบไปแบบน้องคนนี้ นี่เคยเห็นบางคนเจอคนแก่ถามซ้ำๆ แบบนี้แล้วไปวีนใส่คือสงสารมาก
25
2,865
6
2,141
178,164
codePARE retweeted
ถ้า Gone Girl คือหนังที่เคยทำให้คุณนั่งเหวอว่า "เดี๋ยวนะ...อะไรนะ?!" ลิสต์นี้คือสิ่งที่คุณต้องตามเก็บ 🤯 1. Behind Her Eyes 🇬🇧 - เริ่มเหมือน relationship thriller ก่อนเรื่องจะค่อยๆ พาไปในทางที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะช่วงท้ายที่พลิกความเข้าใจที่มีต่อเรื่องทั้งหมด จบแล้วต้องนั่งประมวลผลว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น 2. Sharp Objects 🇺🇸 - นักข่าวสาวกลับบ้านเกิดไปทำคดีฆาตกรรม เหมือนเรื่องจบแล้ว คดีจบแล้ว เรากำลังจะกลับบ้าน... แต่ยังจ้า 😂 สำคัญมากเรื่องนี้ ดูเครดิตให้หมด เพราะหมัดสุดท้ายทำให้สิ่งที่เพิ่งเชื่อไปพังในไม่กี่วินาที 3. The Innocent 🇪🇸 - ความลับซ้อนความลับ ตัวละครที่คิดว่ารู้จักกลับไม่ใช่อย่างที่คิด พลิกหลายชั้นจนแทบไม่มีใครในเรื่องที่เราจะเชื่อได้เต็มร้อย 4. Clickbait 🇦🇺/🇺🇸 - ผู้ชายธรรมดาหายตัวไป ก่อนปรากฏในคลิปพร้อมข้อความชวนช็อก ทุกตอนค่อยๆ เปลี่ยนภาพที่เรามีต่อเขาและคนรอบตัว จนสุดท้าย คำตอบกลับอยู่ในจุดที่แทบไม่มีใครมอง 5. Fool Me Once 🇬🇧 - สามีที่ถูกฆ่าตายกลับปรากฏในกล้อง nanny cam แค่นี้ก็เริ่ม WTF แล้ว แถมความลับซ้อนความลับยังเล่นกับความเชื่อที่เรามีต่อตัวนางเอก ก่อนเฉลยปมสุดท้ายที่ทำให้ต้องมองทุกอย่างใหม่หมด 6. The Undoing 🇺🇸 - จากชีวิตไฮโซเพียบพร้อมสู่คดีฆาตกรรมฉาว เกมจิตวิทยาที่ทำให้เราสงสัยทุกคนรอบตัว จนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเชื่อได้แค่ไหน ความพีคไม่ใช่แค่ว่าใครคือคนร้าย แต่คือการที่เรื่องเล่นกับอคติของคนดูจนวินาทีสุดท้าย 7. The Stranger 🇬🇧 - แค่หญิงแปลกหน้าเดินมาบอกความลับเรื่องเดียว ชีวิตที่ดูเพอร์เฟกต์ก็ค่อยๆ พังครืน กลายเป็นโดมิโนของคำโกหก ยิ่งขุดยิ่งเจอว่าคนรอบตัวมีความลับซ่อนอยู่ทุกคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ายังไม่เคยดู Gone Girl แนะนำให้เริ่มจากเรื่องนี้ก่อนเลย เพราะนี่คือตัวแม่ของลิสต์ หลอกให้เราเชื่อเรื่องหนึ่งไปเต็มๆ ก่อนกระชากพรมแล้วเปลี่ยนเกมทั้งกระดาน และที่พีคคือมันไม่ได้พลิกแค่รอบเดียว แต่พลิกแล้วพลิกอีกจนจบ คำเตือน: อย่าอ่านสปอยล์ก่อนดูเด็ดขาด ไม่งั้นเสียของมาก 😂 #PKwatchlist #รีวิวซีรีส์ #แนะนำซีรีส์
26
732
18
839
44,376
codePARE retweeted
Water pup's first swim
80
1,181
49
20,129
1,115,108