ตอนดูตาที่หลงๆลืมๆแบบนี้อะเหนื่อยมาก ถามคำถามเดิมทั้งวัน หลังๆพอเริ่มเข้าใจความเป็นไปของโรค ก้จะแข่งกันตั้งชื่อเมนูอาหารว่าทำไรให้แกกิน อ่อมน้องวัว ก้อยกะปอม ข้าวลอดส่อง นึกไรออกก็พูดไป ให้แกสบายใจในการกิน แต่อาหารจิงคือปั่นเหลว ไม่ก็ชงอาหารทางการแพร่ดให้อะ
-- . --- .-- retweeted
ตาติ่งกลับมาแล้วค่าทุกคน แต่พรุ่งนี้ไม่อยู่บ้านอีกแล้ว ไปถอนฟัน 5555555555555 ชาวเนตเตรียมช่วยคุณหลานจำสตอรี่ไว้ตอบคำถามคุณยายละ แล้วแฟนคลับตาติ่งเยอะมากในเม้น 😂
-- . --- .-- retweeted
‼️หาบ้านด่วนมาก ตอนนี้ลูน่าไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้ ต้องออกมาอยู่ รร.แมวชั่วคราวค่ะ‼️ อยากให้อ่านเรื่องราวน้องในเทรด🥹 รบกวนช่วยแชร์ ช่วยหาบ้านให้น้องด้วยนะคะทุกคน น้องถูกเลี้ยง ถูกรัก ถูกดูแลมาอย่างดีค่ะ😢🙏🏻🏡🍀🐈⬛💗📍 #หาบ้านให้แมว
พี่ๆคะ น้องมาหาบ้านใหม่ค่ะ
ป๋มชื่อ ด.ช. ลูน่า / อายุ 7-8 เดือน
ตอนนี้ขอให้คำว่าน้องมีปัญหาครอบครัว และในระยะยาวอาจจะมีผลกับสภาพจิตใจน้องแมว
📌น้องน่ารักและถูกรักมาอย่างดี ทำหมัน ทำวัคซีน หยดเห็บหมัดประจำ
ถ้าบ้านไหมยังว่าง สามารถติดต่อมาพูดคุยกันก่อนได้นะคะ
#ทาสแมว #แมวหาบ้าน
ยิ่งโตขึ้นยิ่งกลัวการมีความสัมพันธ์ใหม่ๆว่ะ เพราะรู้สึกว่าที่ผ่านมากูก็รักษาความสัมพันธ์กับใครไว้ไม่ได้เลย กลัวคนที่เค้ามารู้จักเราแล้วเค้าจะเสียใจ
-- . --- .-- retweeted
'ทนายด่าง' เผยส่งคำเชิญนายกฯ กล่าวคำรำลึกคน 6 ตุลา ส่งรัฐมนตรีมาแทนแต่กลับก่อนขึ้นพูดรำลึกเพราะติดภารกิจ
#MatichonTV #6ตุลา #ทนายด่าง
-- . --- .-- retweeted
#6ตุลา ประกาศที่ มธ. 🔥 พร้อมยื่นร่างกฎหมาย #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา 21 ตุลาคมนี้ ในนามแห่งคนที่ยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย เราจะสู้เพื่อ #ปล่อยเพื่อนเรา ทุกคน!
-- . --- .-- retweeted
กฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเป็นมรดกจากการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 ที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินแก้ไขบทลงโทษในการกระทำที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้เพิ่มมากขึ้น
สมชาย ปรีชาศิลปกุล จึงชวนมองเส้นทาง 50 ปีของมาตรา 112 ตั้งแต่คำสั่ง ปร. 41 หลังรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 จนถึงการดำเนินคดีอย่างกว้างขวางหลังรัฐประหาร 2557
the101.world/50-years-of-6-o…
-- . --- .-- retweeted
นักศึกษา มช. ร่วมรำลึก 50 ปี เหตุการณ์ '6 ตุลา'
.
ครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาฯ เหตุการณ์สังหารหมู่กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษามหาวิทยาวิทยาเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นักศึกษากลุ่มนิติซ้ายจากคณะนิติศาสตร์ได้แขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่หน้าคณะเขียนข้อความ "ลบมรดก 6 ตุลา" และป้าย "หมวด 1 มาตรา 1 อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน" พร้อมทั้งจัดงานนิทรรศการลบมรดก 6 ตุลา บริเวณด้านข้างคณะ และจะจัดเสวนา "ในนามของความมั่นคง" โดยอาจารย์ภาสกร ญี่นาง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค. 2569) เวลา 20.30 น.
.
นักศึกษากลุ่มนิติซ้ายระบุ จากเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลา 2519 สู่คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มอัตราโทษในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท รวมถึงมาตรา 112 กลุ่มกิจกรรมนักศึกษานิติซ้ายขอร่วมรำลึก ทบทวน และตั้งคำถาม ในฐานะนักศึกษากฎหมาย ผู้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ และผู้เชื่อว่ากฎหมายมิได้อยู่เหนือการตั้งคำถาม เพราะการรำลึกมิใช่เพียงการหวนกลับไปมองอดีต แต่คือการทบทวนว่า มรดกจากอดีตยังคงกำหนดปัจจุบันของเราอย่างไร ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา เพื่อไม่ให้หน้าต่อไปของประวัติศาสตร์ถูกเขียนซ้ำด้วยอำนาจแบบเดิม
.
นอกจากนี้ยังพบป้ายผ้าเขียนข้อความ "NEVER FORGET OCT 6 1976" ที่บริเวณหน้าคณะมนุษยศาสตร์ มช. ด้วย
.
อ่านต่อที่ลิงก์ในคอมเมนต์
-- . --- .-- retweeted
ตำรวจเวียดนาม จับกุมชาย 12 คน ในนครโฮจิมินห์ ซึ่งร่วมกันออกตระเวนขโมยแมวตามชุมชนต่างๆ ก่อนขายต่อให้โรงชำแหละ เบื้องต้นมีข้อมูลว่า แก๊งนี้ขโมยแมวส่งขายไปแล้วประมาณ 2,700 ตัว
.
ตำรวจเวียดนามใช้เวลานานหลายเดือนในการสืบหาข้อมูลของแก๊งขโมยแมวแก๊งนี้ ก่อนจะได้เบาะแสของหัวหน้าแก๊งอายุ 39 ปี และสมาชิกในเครือข่ายอีก 11 คน จนกระทั่งสามารถวางแผนจับกุมผู้ต้องหาได้แบบยกแก๊ง
.
จากการสอบสวน กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า พวกเขาจะเน้นขโมยแมวจากบ้านเรือนและชุมชนย่านชานเมืองเป็นหลัก และช่วงเวลาที่จะออกตระเวนขโมยแมว คือ ช่วงเวลาระหว่าง 23.00-04.00 น. ของทุกวัน ไม่มีวันหยุด และในแต่ละวัน จะสามารถขโมยแมวได้ขั้นต่ำ 4-10 ตัว
.
โดยหลังจากขโมยแมวมาได้ พวกเขาจะนำแมวเหล่านี้ไปกักขังยังบ้านพักหลังหนึ่งที่เขตเถื่อยอาน ของนครโฮจิมินห์ ก่อนจะทยอยนำแมวส่งขายตามโรงชำแหละ ตามตลาด หรือร้านอาหารที่มีเมนูทำจากเนื้อแมว ในราคาขั้นต่ำประมาณ 70,000 ดองเวียดนาม หรือราว 90 บาทต่อกิโลกรัม
.
สำหรับแมวที่ยังไม่ถูกส่งไปชำแหละ ทางตำรวจเวียดนามได้ประสานกับองค์กรพิทักษ์สวัสดิภาพสัตว์แห่งหนึ่ง ในการช่วยเหลือ พาไปตรวจสุขภาพ รักษาอาการบาดเจ็บ ก่อนจะช่วยติดต่อ “เจ้าของเดิม” หรือ “หาบ้านใหม่” ให้กับพวกมันต่อไป
.
ทั้งนี้ การบริโภคเนื้อสุนัขและแมว ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายในเวียดนาม แม้กระแสต่อต้านการบริโภคเนื้อเหล่านี้ จะถูกรณรงค์อย่างหนักโดยภาคประชาชนและกลุ่มอนุรักษ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
.
ที่มา : VnExpress
.
#แมว
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
กฎหมายแต่ละฉบับกว่าสภาจะออกได้ใช้เวลานาน แต่คณะรัฐประหาร แค่ดีดนิ้วออกประกาศ/คำสั่ง ก็สามารถแก้ไข/ยกเลิกกฎหมายที่สภาตรา
ประกาศ/คำสั่งจำนวนไม่น้อยมีสถานะเป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ จะยกเลิกได้ต้องให้สภาพิจารณา บางฉบับอยู่ยาวแม้คณะรัฐประหารจากไปแล้ว
ilaw.or.th/articles/59561
-- . --- .-- retweeted
การรำลึกถึง การ #สังหารหมู่ที่ธรรมศาสตร์ เมื่อเช้าตรู่วันที่ 6 ตุลา 19 ไม่ใช่เพียงระลึกถึงเหล่าคนธรรมดา ที่ถูกฆาตกรรมโดยรัฐ แต่เป็นการตระหนักว่าเรายังคงอยู่ในห้วงทรงจำนั้นมาตลอด 6 ตุลาไม่เคยจบ ฆาตกรไม่เคยถูกลงโทษ ชีวิตคนที่ถูกกระทำโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม .
-- . --- .-- retweeted
น้องๆสามวิยังไม่ได้บ้านนะคะ🥺🙏🏻 เด็กๆน่ารัก ปลอดโรค ได้รับวัคซีนเรียบร้อย พร้อมย้ายบ้านสุดๆ ใครเอ็นดู ทักมาได้เลยนะคะ🧡
-- . --- .-- retweeted
พี่ซี จันทนา คนเสื้อแดงที่ติดคุกจากการแย่งปืนทหาร ในการชุมนุมปี 2553 และถูกพิพากษาให้จำคุก 18 ปี 6 เดือน ติดคุกจริง 7 ปี 3 เดือนกับอีก 10 วัน
เธอรับโทษครบแล้ว ออกมาแล้ว และยังมีความหวังในการต่อสู้ เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองอย่างไม่ลดละ ไม่หมดหวัง
แม้ยังต้องแบกความเจ็บปวด
-- . --- .-- retweeted
วิชิตชัย อมรกุล เหยื่อ 6 ตุลาคม 2519 ลูกรักของพ่อ “เขาผิดอะไร ทำไมต้องป่าเถื่อน ขนาดนี้”
.
“เราไปธรรมศาสตร์กันเถอะ งานนี้สำคัญมาก”
.
ไม่มีใครรู้ว่า นี่ คือ ประโยคสุดท้ายที่เพื่อนฝูงได้ยินจากปากของเปี๊ยก วิชิตชัย อมรกุล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาบอกกับมิตรสหายในช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2519
.
และหลายคนจะไม่ได้ยินเสียงมุ่งมั่นแบบนี้อีก ตลอดชีวิต
.
วันที่ 6 ตุลาคม 2519 สิ่งที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลายเป็นข่าวใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันของประเทศ คนจำนวนมากกลับรับรู้กันทั้งสังคม แต่ไม่อาจพูดอะไรได้ นาทีนั้น ชายชรารุดเดินทางจากอุบลราชธานี มุ่งหน้าเข้ามายังเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อร่วมชุมนุม สนับสนุนนิสิตนักศึกษา หรือสนับสนุนฝ่ายขวา แต่เจ้าตัวเพียงเพื่ออยากมาพบลูก หลังรู้ข่าวว่าบุตรสุดที่รัก อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเช้าวันพุธนี้
.
เขาพยายามออกค้นหาหลายที่ ทั้งไปโรงเรียนตำรวจบางเขน หลังทราบว่า เป็นที่คุมขังผู้ชุมนุมในธรรมศาสตร์กว่า 3 พันคน แต่ไม่มีชื่อของลูกชายสุดที่รัก แม้จะเป็นห่วงและร้อนรน แต่ยังคงมีความหวัง เขารีบเดินทางไปทั่วโรงพยาบาล เพื่อดูว่าลูกได้รับบาดเจ็บหรือไม่
.
แต่ไม่มีความคืบหน้า
.
เวลาเดินผ่าน บัดนี้ความหวังเริ่มลางเรือน ชายชราจากภาคอีสาน เริ่มเจ็บปวด พรั่นพรึง และค่อยๆ ทำใจบนความหวาดหวั่น เขาไปดูศพที่ตายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลายร่างแหลกเหลวก เพราะถูกทารุณกรรมอย่างป่าเถื่อน
.
สำรวจผ่านไปนับสิบศพ ก็ยังหาไม่พบ
.
ยังมีโอกาส! ชายชราเชื่อ บางทีลูกอาจจะยังคงมีชีวิตอยู่
.
เข้าป่าหนีเอาตัวรอด หรือหลบซ่อนภัยของทางการ
.
เขาเชื่อว่า บุตรสุดที่รัก วิชิตชัย อมรกุล ยังมีลมหายใจ ณ โลกใบนี้
.
จนกระทั่งเพื่อนสนิทของลูก มาช่วยเขาดูศพอีกรอบ
.
ความหวังที่อยากให้เป็นความจริง ก็ฉุดดึงสู่ฝันร้าย อย่างเจ็บปวด
.
ร่างหนึ่งนอนไร้ลมหายใจ ใบหน้าเหลวแหลก มีเชือกผูกคอ มีรูกระสุนปืนที่ท้อง ลำตัวบอบช้ำ จนแยกไม่ออกว่าคือใคร ทว่าเพื่อนของวิชิตชัยมองอย่างละเอียด แล้วเขาก็เห็น
.
รองเท้ากีฬาที่ศพนี้ใส่อยู่ คู่นั้น ที่มีรอยชำรุดและซ่อมแซม
.
นี่คือรองเท้าคู่โปรดของวิชิตชัย อมรกุล
.
ชายชรา ถึงกับเข่าอ่อน น้ำตาหลั่งออกมาทันที
.
“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้”
.
วิชิตชัย อมรกุล หรือ เปี๊ยก เป็นชายหุ่นมาดนักกีฬา ลูกคหบดี ของตระกูลอมรกุล แห่งจังหวัดอุบลราชธานี วิชิตชัยสอบติดมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ ยังความปลาบปลื้มให้กับพ่อแม่ และครอบครัวอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในสมาชิกสิงห์ดำรุ่นที่ 28 และเป็นที่รักของเพื่อนๆ
.
ในปี 2518 เปี๊ยกมีผลคะแนนดีเยี่ยม แถมยังเป็นนักกีฬาทีมฟุตบอลของคณะ ท่ามกลางกระแสเสรีภาพ การเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม หลังเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่พุ่งสูงลิ่ว รั้วแห่งปัญญาชนแทบทุกแห่ง ตื่นตัวกับประเด็นทางสังคม สิ่งนี้ปลุกเร้าให้วิชิตชัย กระโจนเข้าร่วมการเคลื่อนไหว เชกเช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากในประเทศนี้
.
นิสิตแห่งคณะรัฐศาสตร์ เข้าร่วมประท้วงขับไล่ฐานทัพสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่ในไทย และมีส่วนในการเข่นฆ่าเพื่อนบ้านประเทศข้างเคียงในสงครามอย่างโหดเหี้ยม ไม่เพียงแค่เรื่องระดับโลก ปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวนาชาวไร่ที่เดินเท้าเข้ากรุงเทพ วิชิตชัยก็เข้าร่วมด้วย
.
เพราะถือว่า การเป็นปากและเป็นเสียงให้กับเพื่อนร่วมประเทศ จะนำไปสู่ความฝันอันสวยงามว่า สังคมจะดีกว่านี้ได้
.
ต้นเดือนตุลาคม ปี 2519 อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนระอุ ขบวนการนิสิตนักศึกษาชุมนุมเรียกร้อง ต่อต้านการเดินทางกลับของเณรถนอม ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน เขาเป็นจอมพลถนอม กิตติขจร ผู้ทรงอำนาจในเมืองไทย และมีส่วนร่วมต่อการสังหารหมู่ในเดือนตุลาคม 2516 จนต้องสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เดินทางลี้ภัยต่างแดน พร้อมถูกประณามเรียกขานจากคนทั้งประเทศว่า ทรราชย์
.
ผ่านไปแค่ 3 ปี เจ้าตัวเดินทางกลับมาบวชเณร โดยมีกลุ่มฝ่ายขวาให้การสนับสนุน นำไปสู่ความไม่พอใจของสังคม การชุมนุมเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชิตชัยรู้ข่าว จึงบอกกับเพื่อนฝูงว่า “เราไปธรรมศาสตร์กันเถอะ งานนี้สำคัญมาก”
.
ไม่มีใครรู้ว่า นี่คือการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายของเปี๊ยก
.
ด้วยร่างกายที่แข็งแรง ปราดเปรียว เจ้าตัวอาสาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัย อันเป็นหน้าที่ประจำที่รับผิดชอบมาหลายครั้งแล้ว ทว่าการชุมนุมประท้วงของนิสิตนักศึกษาในต้นเดือนตุลาคม แตกต่างจากครั้งก่อนหน้า และไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีก
.
ความรุนแรงได้คืบคลาน ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 5 ตุลาคม และมาปะทุเป็นโศกนาฏกรรมในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519
.
ตำรวจ กลุ่มฝ่ายขวา ระดมอาวุธหนักถล่มเข้าไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชิตชัยในฐานะการ์ด หมอบและวิ่งฝ่าห่ากระสุน ลำเลียงคนเจ็บอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวกลัวแค่ไหน รู้เพียงอย่างเดียว่า เขากล้าหาญอย่างยิ่งในวันนั้น
.
ขณะเพื่อนคนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุน ล้มคว่ำอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันการศึกษา ที่ปรีดี พนมยงค์ สมาชิกคนสำคัญของคณะราษฎร ก่อตั้งขึ้น เพื่อหวังให้ประชาชนได้รับความรู้ ได้ประโยชน์การศึกษา แต่เช้าวันพุธ ที่ 6 ตุลาคม 2519 มันกลับเป็นทุ่งสังหารสยองขวัญ
.
เพื่อนคนนั้นล้มเจ็บ เสียงกระสุนยังปลิวว่อน กลิ่นความตายปลิวฟุ้ง แต่วิชิตชัย อมรกุลไม่กลัว เขาฝ่าไปช่วยมิตร
.
เสี้ยววินาทีนั้น มือสังหารลั่นไกปืนเอ็ม 16 กระสุนพุ่งด้วยความเร็วสูง ทะลุเข้าที่ท้องเปี๊ยก ทะลุหลัง เลือดนองเต็มพื้น เด็กหนุ่มวัยแค่ 19 ปี ขาดใจตายทันที
.
แต่ความเลวร้ายยังไม่จบแค่นั้น
.
พลันที่กลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และขบวนการจัดตั้งฝ่ายขวาทั้งหลาย บุกทำลายรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวกเขารุมทึ้งร่างไร้ลมหายใจของเปี๊ยกอย่างโหดเหี้ยม เอาเชือกผูกคอ แล้วลากร่างไปตามพื้น ก่อนเอาท่อนไม้ เก้าอี้เหล็ก หรือ ของแข็งที่หยิบฉวยมาได้ กระหน่ำฟาดอย่างเมามัน นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนเอาเชือกไปผูกคอ มัดไว้กับกิ่งไม้ใหญ่ เพื่อประจานศพนี้ ให้โลกได้เห็น
.
ขณะที่ร่างถูกแขวน ความสะใจยังไม่เพียงพอ ความเกลียดชังมาเหนือกว่าความเป็นคน หลายคนเอาท่อนไม้กับเก้าอี้ฟาดซ้ำไปอีก พร้อมพ่นคำด่าหยาบคาย บ้างเอารองเท้ายัดใส่ปาก กินเวลานานหลายนาที จึงปลดเชือก ก่อนเอาน้ำมันราด เพื่อจุดไฟเผาตรงยางรถ
.
ศพเขาถูกนำไปเก็บ ไว้ที่โรงพยาบาล หากไม่มีรองเท้ากีฬาคู่โปรด พ่อและเพื่อนก็คงไม่รู้ว่า นี่คือร่างของเปี๊ยก ซึ่งถูกสังหารโหดทั้งก่อนตาย และหลังสิ้นลมหายใจไปแล้ว นี่คือเรื่องเศร้า หนึ่งในหลายๆ เรื่องจากเหตุการณ์เช้าวันพุธ ที่ 6 ตุลาคม 2519
.
ครอบครัวอมรกุล จัดงานศพให้กับวิชิตชัยอย่างเงียบๆ ที่วัดธาตุทอง เพื่อนฝูงมาร่วมงานกันไม่มาก เพราะบางส่วนถูกจับ จำนวนมากหนีเข้าป่า หลายคนเดินทางมาด้วยสภาพสะบักสะบอม เพราะถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมในวันเกิดเหตุ และได้รับการประกันตัว แต่แทบทุกคน ไม่มีใครกลั้นน้ำตาไว้ได้ พวกเขานั่งลงร้องไห้คร่ำครวญหน้าโลงของเปี๊ยก
.
ชายชราจากอุบลราชธานี หัวใจแหลกสลาย น้ำตาคลออยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับพร่ำถามผู้คนที่มาร่วมงานว่า “วิชิตชัย ลูกชายผม คนหนุ่มหน้าตาดีที่สุดในละแวกบ้าน เขาถูกกระทำจนแม้แต่ผม ที่เป็นพ่อ ยังจำเขาไม่ได้ เมื่อไปเห็นหน้าที่โรงพยาบาล”
.
ผ่านไปหลายสิบปี กว่าที่สังคมจะรำลึกถึงวิชิตชัย กว่าจะมีคนเริ่มพูด กระนั้นผ่านไป 50 ปีจนถึงพ.ศ.นี้ ทุกอย่างยังคงเต็มไปด้วยคำถาม ทำไมเด็กหนุ่มอนาคตไกล ต้องมาตายอย่างทารุณโหดเหี้ยมแบบนี้
.
“ลูกชายผม คนหนุ่มมองโลกในแง่ดี รักเพื่อน รักครอบครัว และรักชาติ เรียนเก่งและมีอนาคตยาวไกล” พ่อของวิชิตชัยพูดในงานศพ เมื่อปี 2519 ตราบจนถึงปี 2569 คำถามที่พ่อคร่ำครวญ ยังคงไร้ซึ่งคำตอบ
.
“เขามีความผิดอะไรหรือ ถึงต้องกระทำกับเขาอย่างป่าเถื่อน...ถึงเพียงนี้...”