ห้ามพลาด ! 'CP Innovation Exposition 2026' มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 วันที่ 20 – 22 ต.ค. นี้ ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค
เครือซีพีเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น 'Future Fest' ภายใต้แนวคิด 'RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND' รวมไอเดีย ประสบการณ์ และกิจกรรมล้ำสมัยไว้ในที่เดียว เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 3 วันเต็ม
ไฮไลต์สำคัญภายในงาน
90 ผลงานนวัตกรรมจากเครือซีพีใน 10 ประเทศทั่วโลก พร้อมบูธเทคโนโลยีจากพันธมิตรธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ
70+ สปีกเกอร์ระดับโลก ทั้งผู้บริหารเครือซีพีและผู้เชี่ยวชาญ ร่วมเจาะลึกเทรนด์ผ่านมุมมอง 8 มิติ (8 Beyonds) ได้แก่ Connectivity, Biology, Convenience, Ecosystem, Spaces, Sustainability, Global Food และ Transactions
3 เวิร์กชอปจุดประกายไอเดีย ได้แก่ การฝึกสติสู่การสร้างนวัตกรรม (Mindfulness), การวางกลยุทธ์รับมือความเปลี่ยนแปลงด้วย LEGO SERIOUS PLAY และศิลปะไร้ขีดจำกัดร่วมกับศิลปินออทิสติกจาก ARTSTORY
1 เวที Final Pitching ครั้งแรกกับ 'HealthyLicious' เฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคตเพื่อร่วมต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพี
บูธ CP Coffee Fest และอาหารแห่งอนาคต HealthyLicious ตลอดแนว Skyline ชั้น 2 (ฝั่งอีสต์)
การเดินทาง
รถไฟฟ้า BTS: ลงสถานีปุณณวิถี (ทางออก 6) เดินเชื่อม Skywalk เพียง 3 – 5 นาที
รถประจำทาง: สาย 2, 23, 25, 38, 45 และ 511
รถยนต์ส่วนตัว: จอดได้ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค, Cloud 11 และโลตัส อ่อนนุช (ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด)
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ฟรีที่ cpinnoexpo2026.com หรือสแกน QR Code แล้วพบกัน 20 – 22 ตุลาคมนี้ !
#CPInnovationExposition2026 #btbeartai
ชิปมือถือยิ่งแรงก็ยิ่งดี แต่ถ้าแรงแล้วร้อนจนเครื่องทำงานได้ไม่เต็มที่ก็คงต้องพักก่อน ล่าสุดมีข่าวลือว่า Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ชิปตัวแรงรุ่นใหม่ของ Qualcomm มีปัญหาเรื่องความร้อนตอน Samsung เอาไปทดสอบ จนมีรายงานว่า Samsung อาจเปลี่ยนไปใช้ Exynos 2700 ชิปที่ตัวเองพัฒนาขึ้นมาแทนใน Galaxy S27 Ultra
.
ข่าวนี้มาจากสื่อเกาหลีใต้ที่บอกว่า ตอนเอา Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ไปทดสอบตอนใช้งานหนักต่อเนื่อง ชิปก็ร้อนขึ้นสูงจนต้องลดความแรงลงไม่ให้เครื่องร้อนเกินไป แต่ Exynos 2700 ที่ Samsung พัฒนาเองผลทดสอบกลับได้ดีกว่า
.
แต่ Qualcomm ก็ออกมาแก้ข่าวนี้แล้ว เพราะ ดอน แมคไกวร์ (Don McGuire) ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของบริษัท โพสต์ทาง X ว่าข่าวเรื่อง Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ที่บอกว่าร้อนเกินไปคือไม่จริง และยืนยันว่าชิปรุ่นนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความร้อนเหมือนที่เป็นข่าว แถมบอกด้วยว่าบริษัทยังทำงานกับผู้ผลิตมือถือเหมือนเดิมอยู่
.
และ Qualcomm ยังอธิบายด้วยว่า มือถือแต่ละรุ่นปรับการทำงานของชิปไม่เหมือนกัน เพราะต้องดูทั้งเรื่องความแรงและการกินไฟให้เหมาะกับเครื่อง บริษัทเลยมองว่าผลทดสอบของ Samsung อาจคลาดเคลื่อนหรือทำให้เข้าใจผิดได้ แต่ใครจะพูดถูกก็ต้องรอดูตอน Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 อยู่ในมือถือจริง ๆ ว่าจะเป็นยังไง
.
#Qualcomm #Snapdragon #btbeartai
ถ้าเลือกเกิดได้ เราอยากได้ชีวิตแบบไหนกัน ? แต่ถ้าเราเลือกไม่ได้เลย ทั้งประเทศที่เกิด ครอบครัว หรือฐานะตั้งต้นล่ะ นี่คือเกม 1 in 8 Billion หรือ 80億分の1 (หนึ่งในแปดพันล้าน) เกมจำลองชีวิตที่กำลังเป็นกระแสในญี่ปุ่น และออนไลน์ หลายคนเข้าไปลองเล่นขำ ๆ แต่พอเห็นชีวิตที่ตัวเองสุ่มได้บางคนถึงกับอินหนักจนร้องไห้ก็มี
.
เกมนี้เล่นฟรีผ่านเว็บ ไม่ต้องโหลดแอปฯ แค่กดเริ่มก็จะได้สุ่มเกิดแล้วใช้ชีวิตไปตั้งแต่เกิดจนถึงวันสุดท้าย ระหว่างทางมีทั้งเรื่องเรียน งาน ความรัก ครอบครัว และเหตุการณ์ไม่คาดคิด บางช่วงยังมีตัวเลือกเองด้วยว่าเราจะเลือกชีวิตต่อยังไง
.
แต่เกมไม่ได้สุ่มทุกอย่างขึ้นมาเองล้วน ๆ แต่ใช้สถิติจากหลายแหล่ง เช่น สหประชาชาติ (UN) ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การอนามัยโลก (WHO) มาประกอบการจำลองชีวิต ทั้งเรื่องจำนวนเด็กเกิดใหม่ อายุขัย รายได้ การศึกษา และสุขภาพ
.
แล้วอัตราดรอปคนไทยยากแค่ไหน ?
.
ข้อมูลในเกมบอกว่า เด็กที่เกิดใหม่ทั่วโลกมีแค่ประมาณ 0.45% ที่เกิดในไทย หรือก็คือประมาณ 1 ใน 223 คน เฉลี่ยแล้วแต่ละปีมีเด็กเกิดในไทยราว 591,200 คน หรือประมาณนาทีละ 1 คนกว่า ๆ
.
ส่วนสถิติชีวิตในไทยก็มีให้ดูด้วย อย่างโอกาสที่เด็กเกิดใหม่จะเสียชีวิตก่อนอายุครบ 5 ขวบอยู่ที่ประมาณ 0.9% ส่วนอายุคาดเฉลี่ยของผู้หญิงอยู่ที่ 80 ปี และผู้ชายอยู่ที่ 72.6 ปี เรียกว่ากาชาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ลุ้นว่าจะเกิดประเทศไหน แต่ยังเห็นภาพชีวิตผ่านข้อมูลสถิติของแต่ละประเทศด้วย
.
ตอนลองเล่นสุ่มได้เป็นผู้ชายชาวอินเดียชื่อ อาคาช กุมาร (Akash Kumar) เกิดปี 2026 ที่เมืองลัคเนา แล้วก็ใช้ชีวิตยาว ๆ ไปจนถึงอายุ 84 ปี ระหว่างที่เล่นก็มีทั้งเรื่องครอบครัว ความรัก เพื่อน และการทำงาน แถมตอนแก่เกมก็ยังให้เลือกอีกว่าจะใช้ชีวิตช่วงเกษียณยังไง จากเกมที่เริ่มจากการสุ่มเล่น ๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่า แค่เราเกิดมาคนละที่ ชีวิตก็อาจไม่เหมือนกันเลยจริง ๆ
.
#เกมจำลองชีวิต #1in8Billion #btbeartai
Prime Video เลิศเกินคุณน้าใช้ AI ปรับปากนักแสดงให้ซิงก์ตรงเสียงพากย์เป๊ะ !
สำหรับใครที่เป็นสายดูซีรีส์พากย์ไทย อาจจะยอมรับได้ที่เสียงพากย์ไม่ตรงกับปาก ล่าสุด Prime Video นำเทคโนโลยี AI และ VFX มาช่วยแก้เรื่องนี้ โดยเทคโนโลยีนี้จะคอยปรับการขยับปากของนักแสดงให้ไปพร้อม ๆ กับเสียงของนักพากย์แบบเนียน ๆ ทำให้ภาพและเสียงจะไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยให้เราอินกับเนื้อเรื่องได้ยาว ๆ แบบไม่รู้สึกขัดใจ
โดยทาง Prime Video ยืนยันว่าการทำงานของ AI จะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างรัดกุม เพื่อรักษาเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้สร้างสรรค์ผลงานไว้ทุกประการ และเพื่อเป็นการโชว์ของ Prime Video ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับออริจินัลซีรีส์เยอรมันอย่าง 'Maxton Hall – The World Between Us'
โดยนำร่องใช้กับเสียงพากย์ภาษาอังกฤษในซีซัน 1 และ 2 ซึ่งผู้ชมทุกคนสามารถเข้าพิสูจน์กันได้แล้ววันนี้ว่าเนียนจริงมั้ย นี่ถือเป็นการขยับตัวที่น่าจับตามองมากของ Prime Video เพราะในอนาคตมีแผนจะขยายเทคโนโลยีนี้ไปสู่ซีรีส์เรื่องอื่น ๆ อีก ลองคิดดูว่าถ้าซีรีส์พากย์ไทยทุกเรื่องปากตรงเป๊ะกับเสียง การดูซีรีส์ของเราจะม่วนขึ้นอีกขนาดไหน ใครลองไปดูแล้วชอบมั้ยปากกับเสียงพากย์ตรงกันรึเปล่า คอมเมนต์มาพูดคุยกันครับ
#PrimeVideo #btbeartai
ช่วงนี้วงการจอยเกมเหมือนแข่งกันทำไซซ์จิ๋ว ยิ่งจิ๋วคนยิ่งไฮป์ ซึ่ง XBOX ที่เป็นตัวตึงสำหรับสายเกมเมอร์ในราคาที่เอื้อมถึงก็ยอมไม่ได้ ต้องลงมาสู้ตลาดนี้บ้าง เลยปล่อย ‘XBOX Nano Controller’ ออกมา โดยชูจุดเด่นเรื่องการพกพาที่สะดวก ขนาดเล็กถนัดมือคนมือเล็ก ๆ หรือเกมเมอร์จิ๋วทั้งหลาย น้ำหนักเบาจนสามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย
.
ไซซ์จอยรุ่นนี้มีความยาวประมาณ 5 นิ้วนิด ๆ (เทียบเท่ากับการกางนิ้วชี้และนิ้วโป้งสุดมือพอดีสำหรับคนนิ้วเล็ก) และหนักเพียง 99 กรัม (3.5 ออนซ์) ถือเป็นจอยเกมที่เล็กและน่าจะเบาที่สุดของแบรนด์ในตอนนี้ ถ้าเทียบกับสมาร์ตโฟนก็ถือว่าเล็กและสั้นกว่ามาก แต่เรื่องฟังก์ชันยังจัดเต็ม เพราะให้ปุ่มมาตรฐานมาครบทั้ง 18 ปุ่ม กดมันสะใจเหมือนเดิม แค่ย่อส่วนลงมา บวกกับดีไซน์กะทัดรัดจึงช่วยให้จัดเก็บลงกระเป๋าและพกพาไปเล่นเกมที่ไหนก็ได้
.
ตัวจอยมาพร้อมแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ และมีปุ่ม Action Button ที่ผู้เล่นตั้งโปรแกรมเองได้สำหรับฟีเจอร์ที่ใช้บ่อย เช่น การแคปภาพหน้าจอหรือบันทึกวิดีโอเกมเพลย์ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ผ่านระบบ XBOX Wireless และ Bluetooth รองรับทั้ง XBOX, PC, สมาร์ตโฟน และทีวี
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ bt.th
.
#XBOXNano #btbeartai
ใครจะไปคิดว่า Getty Images แพลตฟอร์มรวมภาพถ่ายชื่อดังที่สื่อและแบรนด์ทั่วโลกใช้กัน จะต้องมาเจอปัญหาการเงินหนักขนาดนี้ ! ล่าสุดบริษัทเตรียมเข้าสู่กระบวนการ Chapter 11 ที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีปัญหาหนี้ปรับแผนการเงินและจัดการหนี้ใหม่ได้ โดยไม่ต้องปิดกิจการทันที พร้อมถอนตัวออกจากตลาดหุ้น และกลับไปเป็นบริษัทเอกชนอีกครั้ง
.
ตอนนี้ Getty Images เลยเจอปัญหารุมทั้ง AI ที่ช่วยให้คนสร้างภาพขึ้นมาใช้เองได้ แทนการซื้อภาพสต็อก รวมถึงปัญหาทางธุรกิจที่สะสมมานาน
.
ตามแผนที่ประกาศวันที่ 12 ตุลาคม 2026 Getty Images จะปรับโครงสร้างหนี้ให้เสร็จภายในสิ้นปี ตระกูล Getty และ Koch Equity Development จะใส่เงินลงทุนเพิ่มสูงสุด 533 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 18,000 ล้านบาท และเข้าถือหุ้นบริษัททั้งหมดหลังปรับโครงสร้างเสร็จ
.
แต่การเข้าสู่กระบวนการ Chapter 11 ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะปิดตัวนะ เพราะ Getty Images ยืนยันว่าจะยังเปิดให้บริการและดำเนินธุรกิจตามปกติระหว่างจัดการเรื่องหนี้
.
AI สร้างภาพเริ่มกระทบธุรกิจภาพสต็อก
.
ปัญหาที่ Getty Images ต้องเจอคือ AI สร้างภาพที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนลูกค้าบางส่วนสามารถสร้างภาพขึ้นมาใช้เองได้ ไม่ต้องซื้อภาพสต็อกเหมือนเมื่อก่อน แถมบริษัทยังมีหนี้ก้อนใหญ่ และแผนควบรวมกิจการที่ไม่สำเร็จอีก
.
ก่อนหน้านี้ Getty Images วางแผนควบรวมกิจการกับ Shutterstock มูลค่าดีลประมาณ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 124,000 ล้านบาท แต่หน่วยงานดูแลเรื่องการแข่งขันของสหราชอาณาจักร (CMA) กังวลว่าการรวมสองบริษัทเข้าด้วยกันจะทำให้การแข่งขันในตลาดภาพข่าวลดลง เลยเสนอให้ Shutterstock ขายธุรกิจภาพข่าวออกไป แต่ Getty Images ไม่เห็นด้วย สุดท้ายทั้งสองบริษัทเลยยกเลิกแผนควบรวมกิจการในเดือนกรกฎาคม 2026
.
คดีลิขสิทธิ์ AI
.
นอกจากเรื่องหนี้แล้ว Getty Images ยังฟ้อง Stability AI บริษัทที่พัฒนา AI สร้างภาพ เพราะมองว่าบริษัทเอาภาพที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI และในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ศาลสูงอังกฤษตัดสินให้ Getty Images แพ้ในประเด็นลิขสิทธิ์บางส่วน แต่ก็ชนะในบางประเด็นที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้า ส่วนคดีในสหรัฐฯ ก็ยังสู้คดีกันกันอยู่
.
หลังจากนี้คงต้องมาดูกันต่อว่า Getty Images จะจัดการกับหนี้ก้อนใหญ่ และ AI ที่เข้ามาแย่งลูกค้าได้ยังไง
.
#GettyImages #AI #btbeartai
ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้ลงชื่อเกิน 10,000 คนแล้ว แต่ยังสามารถลงได้อยู่ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569
แฟนคลับ แฟนเพลง ศิลปินไทยหรือต่างชาติ ถ้าเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นี้ สามารถลงชื่อได้ที่ลิงก์นี้น้า
fairticket.org
“พ.ร.บ. บัตรคอนเสิร์ต” แก้ปัญหารีเซลบัตรเกินราคา โทษปรับ 5 เท่า ขั้นต่ำ 50,000 บาท
.
คนที่ชอบไป #คอนเสิร์ต ดู #ละครเวที หรือชมซีรีส์พร้อมนักแสดง ต้องเคยพบเจอปัญหานี้แน่นอน นั่นก็คือ “การขายบัตรรีเซล”
.
ถ้าย้อนเวลากลับไปสักประมาณ 10 ปีก่อน การกดบัตรคอนฯ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างคนในด้อมด้วยกัน พูดตรง ๆ คือ กดใครกดมัน กดได้ก็ได้ไป กดไม่ได้ก็อดดู แน่นอนว่ามันมีปัญหาอยู่แล้ว เพราะมีทั้งคนที่กดไม่ได้ ไม่ว่างกด ทำให้ก่อกำเนิดอาชีพใหม่ในวงการนี้ คือ “#ร้านรับกดบัตร”
.
ร้านรับกดบัตร ในช่วงเริ่มแรกจะคิดค่าจ้างกดในจำนวนเงินหลักร้อยบาท ทำให้มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่เมื่อผ่านเวลามา ร้านรับกดบัตรก็คิดค่าจ้างกดสูงขึ้น ทุกวันนี้มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน การแข่งขันที่สูงขึ้นเปลี่ยนให้การกดบัตรกลายเป็นศึกระหว่างแฟนคลับและร้านรับกดบัตร
.
ถ้าคุณคิดว่านี่คือที่สุดแล้ว ก็อาจจะยัง เพราะปัจจุบันนี้ เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยกดมากขึ้น เรียกง่าย ๆ ว่า “#บอตกดบัตร”
.
บอตกดบัตร ถูกวางระบบมาให้ฝ่าทุกขั้นตอนยืนยันตัวตน เข้าถึงหน้าผังได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเว็บกดบัตรจะพยายามหาทางแก้ แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ 100%
.
ทุกสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้คนที่มองเห็นโอกาสว่างานนี้จะมีคนต้องการบัตรเยอะ กดเผื่อขายไว้ก่อน และนำออกมาขายในราคาแพง บางงานบวกเพิ่มจนถึงหลักแสนบาทก็มี
.
และสิ่งที่ตามมาติด ๆ ก็คือ #มิจฉาชีพ หลอกขายบัตร คนที่กดบัตรไม่ได้ แล้วอยากได้บัตรมาก ๆ มักจะเป็นเหยื่อชิ้นเด็ดที่โอนไว ถูกใจมิจจี้
.
ด้วยปัญหาทั้งหมดที่ว่ามา ทำให้เกิดการ “#ร่างพระราชบัญญัติกํากับการซื้อขายบัตรเข้าชมการแสดงและกิจกรรมบันเทิง” หรือ “พ.ร.บ. บัตรคอนเสิร์ต” ออกมา
.
โดย พ.ร.บ. นี้จะเข้ามาควบคุมการขายต่อ และการกว้านซื้อบัตรเข้าชมงาน โดยมีเจตนานําไปขายต่อเพื่อแสวงหากําไร รวมไปถึงการห้ามใช้ ห้ามผลิต ห้ามพัฒนา ห้ามขาย/ให้เช่าบอตกดบัตร ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือขายก็ตาม
.
ซึ่งโทษจะมีตั้งแต่ปรับไปจนถึงจำคุก และทั้งจำทั้งปรับ อย่างเช่น ขายต่อบัตรเกินราคาหน้าบัตร ปรับไม่เกิน 5 เท่าของส่วนต่างระหว่างราคาขายต่อกับราคาหน้าบัตร+10% ขั้นต่ำ 50,000 บาท, กว้านซื้อบัตรเพื่อนำไปขายต่อ ปรับ 50,000-500,000 บาท, ใช้บอตหรือโปรแกรมอัตโนมัติ จอง สำรอง หรือซื้อบัตร จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผลิต พัฒนา จำหน่าย ให้เช่า ให้บริการ หรือเผยแพร่บอต โดยรู้ว่าจะถูกใช้ซื้อบัตร จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น
#พรบบัตรคอนเสิร์ต #ส่งต่อบัตรคอน #btbeartai
สายฟังเพลงเตรียมตัวโดนตกได้เลย เพราะ Sony กลับมาปล่อย Walkman รุ่นใหม่ทีเดียว 3 รุ่น ได้แก่ NW-WM1ZM3, NW-WM1AM3 และ NW-ZX900 แต่ละรุ่นจัดเต็มเรื่องคุณภาพเสียง พร้อมอัปเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
3 รุ่น 3 สไตล์
เริ่มที่รุ่นท็อปอย่าง NW-WM1ZM3 จากตระกูล Signature Series ที่ Sony จัดเต็มเรื่องวัสดุและคุณภาพเสียง ตัวเครื่องทำจากทองแดงไร้ออกซิเจน (OFC) ความบริสุทธิ์ 99.99% ขึ้นรูปอย่างละเอียดและเคลือบทอง เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวน แถมยังใช้สาย KIMBER KABLE ที่พัฒนาต่อยอดจากเครื่องเล่นเสียงระดับไฮเอนด์ของ Sony อีกด้วย
ส่วน NW-WM1AM3 ก็อยู่ในตระกูล Signature Series เหมือนกัน แต่เปลี่ยนมาใช้ตัวเครื่องอะลูมิเนียมอัลลอย พร้อมแผ่นด้านหลังที่ทำจากทองแดงไร้ออกซิเจนเคลือบทอง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว และระบบเสียง S-Master HX ที่รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง รวมถึงการเชื่อมต่อหูฟังแบบ Balanced (4.4 mm)
และ NW-ZX900 อีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ Walkman เน้นคุณภาพเสียง แถมเอาเทคโนโลยีด้านเสียงจากรุ่นระดับสูงมาใช้ในตัวเครื่องที่มีดีไซน์เรียบหรู พร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว
อัปเกรดเสียง แบตเตอรี่ก็อึดขึ้น
ทั้งสามรุ่นรองรับ Native DSD และมีเทคโนโลยี DSD Remastering Engine ที่แปลงเสียง PCM เป็น DSD ความถี่ 11.2 MHz รวมถึงรองรับการฟังเพลงผ่าน Wi-Fi
เรื่องแบตเตอรี่ รุ่น NW-WM1ZM3 และ NW-WM1AM3 ฟังเพลงไฟล์ MP3 ได้นานสูงสุด 35 ชั่วโมง ส่วน NW-ZX900 อยู่ที่ 40 ชั่วโมง ถ้าใช้แอปฯ สตรีมเพลงจะใช้งานได้นานสูงสุด 31 และ 35 ชั่วโมง Sony ยังปรับหน้าจอให้แสดงปกอัลบั้มได้ชัดขึ้น และแพ็กเกจจิงก็ลดการใช้พลาสติกลงด้วย
ราคาเริ่มต้นหลักหมื่น ไปจนถึงเกือบ 2 แสนบาท
มาถึงเรื่องราคากันบ้าง งานนี้ต้องบอกว่ารุ่นท็อปไม่ธรรมดาเลย !
NW-WM1ZM3 ราคา 5,899.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 197,800 บาท) เทียบกับรุ่นก่อน NW-WM1ZM2 ที่ราคา 3,699.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 123,900 บาท)
NW-WM1AM3 ราคา 2,999.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 100,600 บาท) จากเดิม NW-WM1AM2 ราคา 1,399.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 46,900 บาท)
NW-ZX900 ราคา 1,899.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 63,700 บาท) ส่วน NW-ZX707 รุ่นก่อนหน้าเปิดตัวที่ 899.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 30,200 บาท)
เรียกว่ารุ่นใหม่แพงขึ้นกว่ารุ่นเดิมราวเท่าตัวเลย ตอนนี้ทั้งสามรุ่นเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในสหรัฐฯ และ Sony ยังไม่ได้ประกาศราคาไทยอย่างเป็นทางการ ใครที่รอซื้อในไทยคงต้องรออัปเดตกันอีกที
#Sony #Walkman #btbeartai
CMF แบรนด์เทคโนโลยีในเครือ Nothing เปิดตัวลำโพงพกพารุ่นแรกของแบรนด์อย่าง CMF Speaker Series โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ Speaker S และ Speaker M ทั้งคู่มาในดีไซน์ทรงเรขาคณิตที่ถอดเปลี่ยนแผงหน้าและปุ่มหมุนได้ แถมทั้งสองรุ่นยังมีให้เลือก 4 สี ทั้ง ขาว เทาเข้ม ส้ม และฟ้าเทอร์ควอยซ์ และเตรียมวางขายในไทยตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569
.
มีให้เลือก 2 รุ่น 2 สไตล์
.
CMF Speaker S เป็นรุ่นเล็กที่เน้นพกพาง่าย จะหนีบกับสายสะพายหรือแขวนกับคาราบิเนอร์ก็ได้ มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 45 มม. กำลังขับ 10W RMS ส่วน CMF Speaker M เป็นรุ่นใหญ่ที่ให้เสียงทรงพลังขึ้น มาพร้อมไดรเวอร์คู่ กำลังขับ 35W RMS และมีหูหิ้วในตัว เหมาะกับการเปิดเพลงในห้องหรือเวลาไปสังสรรค์
.
ทั้งสองรุ่นยังมีฟีเจอร์ Adaptive Tuning ที่ช่วยปรับเสียงให้เหมาะกับเพลงแบบเรียลไทม์ พร้อม Ultra Bass สำหรับเพิ่มเสียงเบส และ Wide Soundstage ที่ช่วยให้เสียงฟังดูกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังปรับเสียงตามความชอบผ่านแอปฯ Nothing X ได้อีกด้วย
.
เชื่อมต่อลำโพงหลายตัวได้ แถมกันน้ำกันฝุ่น IP68
.
CMF Speaker S และ M สามารถเชื่อมต่อลำโพงรุ่นเดียวกัน 2 ตัว เพื่อแยกเสียงซ้าย-ขวาได้ ส่วน Party Mode ใช้เทคโนโลยี Auracast ช่วยให้เชื่อมต่อลำโพงหลายตัวที่รองรับและเปิดเพลงพร้อมกัน
.
ทั้งสองรุ่นรองรับ Bluetooth 6.0, NFC และระบบจับคู่กับอุปกรณ์อย่าง Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair รวมถึงเชื่อมต่ออุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกันได้ และยังเล่นเสียงผ่านสาย USB-C ได้ด้วย
.
ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง แค่ชาร์จ 10 นาทีก็ฟังเพลงต่อได้อีกสูงสุด 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 โดยจมน้ำลึกได้สูงสุด 1.5 เมตร นาน 30 นาที
.
ราคา และวันวางขาย
.
CMF Speaker Series เริ่มวางจำหน่ายในไทยตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดย CMF Speaker S ราคา 2,699 บาท และ CMF Speaker M ราคา 4,299 บาท
.
ใครสนใจก็หาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง AIS, BaNANA, Dotlife, PowerBuy และ True หรือสั่งซื้อผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ได้เหมือนกัน โดยมีโปรโมชันลดสูงสุด 20% สำหรับการซื้อออนไลน์ และส่วนลด 20% ถ้าซื้อคู่กับสมาร์ตโฟนตามเงื่อนไขของร้านค้าที่ร่วมรายการ
.
#CMF #ลำโพงพกพา #btbeartai
ข่าวดีของแฟนเกม เมื่อ CASETiFY จับมือกับ KOJIMA PRODUCTIONS ปล่อยคอลเล็กชันพิเศษออกมา โดยการร่วมมือครั้งนี้ฉลองสองเรื่องใหญ่ คือ CASETiFY ครบรอบ 15 ปี และสตูดิโอ KOJIMA PRODUCTIONS ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10
งานนี้ออกแบบร่วมกับ ฮิเดโอะ โคจิมะ (Hideo Kojima) ผู้สร้างเกมชื่อดัง และโยจิ ชินคาวะ (Yoji Shinkawa) ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังงานอาร์ตของสตูดิโอ ทั้งคู่ดึงจินตนาการจากงานของทั้งคู่มาแปลงเป็นงานดีไซน์ที่ไม่ใช่แค่พิมพ์ลายกราฟิกลงบนเคสเหมือนทั่วไป แต่เพิ่มรายละเอียดที่สัมผัสได้ โดยได้แรงบันดาลใจจากจักรวาลของ KOJIMA PRODUCTIONS และสัญลักษณ์ประจำตัวจากซีรีส์ DEATH STRANDING
คอลเลกชันนี้เปิดตัวด้วยเคสสุดเท่ Yoji Shinkawa Original Design – 3D Crafted Aluminum Case เคสที่ผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปสามมิติ พร้อมยกทัพเคสกันกระแทกประสิทธิภาพสูงอีกหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นเคสคาร์บอนไฟเบอร์ Yoji Shinkawa Art Edition – From Sapiens to Ludens ที่มาพร้อม Camera Ring สีทอง, เคสคาร์บอนไฟเบอร์ Ludens Emblem และเคสสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยลายโลโก้ของสตูดิโอ ลวดลายเทป และผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ KOJIMA PRODUCTIONS
ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากคอลเลกชัน KOJIMA PRODUCTIONS x CASETiFY จะได้รับการ์ดสะสมออฟฟิเชียลจากสตูดิโอเป็นของขวัญพิเศษ โดยการ์ดจะบรรจุในซองแบบสุ่ม แต่ละซองมีการ์ด 1 ใบ เพิ่มความสนุกและความตื่นเต้นในการสะสมเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อเคส Yoji Shinkawa Original Design รุ่น 3D Crafted Aluminum จะได้รับการ์ดดีไซน์เอกซ์คลูซิฟ 2 แบบ ซึ่งไม่มีจำหน่ายหรือรวมอยู่ในสินค้าอื่นของคอลเลกชันนี้
นอกจากนี้ คอลเลกชันนี้ยังครอบคลุมไอเทมไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ เช่น สายคล้องข้อมือ DEATH STRANDING Qpid Wristlet พวงกุญแจตัวละคร Dollman และ Ludens Duck พร้อมด้วยขาตั้งสำหรับโทรศัพท์ดีไซน์เมทัลลิก อิงจากดีไซน์ Ludens Golden Disk และตราสัญลักษณ์ KOJIMA PRODUCTIONS
คอลเลกชัน KOJIMA PRODUCTIONS x CASETiFY เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยเปิดให้ลงทะเบียนรายชื่อรอซื้อ (Waitlist) ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พร้อมวางจำหน่ายทางออนไลน์ แอปพลิเคชัน CASETiFY Co-Lab และ CASETiFY Studio สาขาต่าง ๆ ทั่วโลก ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือครั้งนี้ได้ที่ CASETiFY.com และ Instagram, TikTok และ YouTube
#KOJIMAPRODUCTIONS #CASETiFY #btbeartai
ข่าวนี้สำหรับทาสแมวที่ชอบเล่นเกมโปเกมอน เพราะถ้าเข้าไปหน้า App Store/ Google Play Store แล้วเซิร์ช ‘Cat Collector’ เราจะเจอกับแอปฯ มี่มีน้อนแมวตาแป๋วอยู่ในตาข่าย นี่แหละคือแอปฯ เกมจับแมวที่ทำออกมาเพื่อสนอง Need ของทาสแมวโดยเฉพาะ
.
ฟีเจอร์ และวิธีเล่น
แอปฯ นี้เป็นเกมที่ให้เราถ่ายรูปแมวที่ไหน เวลาไหนก็ได้เพื่อเก็บสะสมน้อน ๆ คล้ายเกมโปเกม่อน ซึ่งแมวที่เราถ่ายรูปก็จะสะสมให้อัตโนมัติในคอลเลกชัน ที่สำคัญตัวแอปฯ มีการวาดแผนที่ให้ด้วยว่าแมวที่เราถ่ายไปอยู่ตรงไหน
.
วิธีเล่นก็คือง่าย ๆ แค่ให้เราโหลดแอปฯ ตั้งชื่อบัญชี ใส่รูปโปรไฟล์ จากนั้นเริ่มภารกิจล่าแมวได้ ถ้าเราเจอแมวที่ไหนก็ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ใช้จุดที่เขียนว่า ‘Catch’ ซึ่งพอเข้าไปในคอลเลกชันน้อนในมุมขวาสุด ‘My Cat’ เราก็จะได้เห็นน้อนถูก Crop เหลือแค่ร่างแมวพร้อมแบ็กกราวนด์สีสันสดใสให้เราเลือก
.
ตรงมุมล่างซ้ายสุดมือจะมี ‘Feed’ ซึ่งอันนี้เป็นฟีลโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มย่อม ๆ ที่เอาไว้อวดแมว ซึ่งสิ่งนี้จะเหมาะสำหรับคนที่มีเพื่อนในแอปฯ นี้ (ไม่จำเป็นต้องติดตามกันก่อน) โดยเราก็สามารถเลื่อนดูแมวที่คนอื่นถ่าย/จับได้ แถมยังเซฟรูปแมวคนอื่นไว้ในคอลเลกชันเราได้ด้วยนะ ซึ่งเวลาเซฟมันก็จะแจ้งเตือนเจ้าของภาพน้อน ซึ่งถ้าใครที่เพิ่งเล่นแล้วอยากดูแมวคนอื่น ๆ ก็ให้ไปตรงมุมที่เขียนว่า Explore อยากติดตามใครก็คลิปโปรไฟล์แล้วกดติดตามได้เลย ทั้งนี้ถ้าอยากรู้ว่าใกล้ ๆ เรามีใครเล่นแอปฯ นี้บ้างก็กดตรง Nearby เพื่อเช็กได้เหมือนกัน (เผื่ออยากเปิดลายแทงถ่ายแมวตามกันได้)
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ bt.th
.
#CatCollector #ล่าแมว #btbeartai
ใครที่อยากได้ลำโพงที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ห้อง JBL Pulse 6 น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะฟังเพลงได้แล้ว ยังมีไฟ 360 องศาที่เปลี่ยนสีและขยับตามจังหวะเพลงได้ด้วย จะเปิดฟังตอนพักผ่อนหรือใช้ในงานปาร์ตี้ก็ได้ แถมยังมีหูหิ้วที่เรืองแสงในตัว พกไปที่ไหนก็ง่าย
.
เสียงดีขึ้น พร้อมไฟให้เลือกถึง 16 ธีม
.
JBL Pulse 6 มาพร้อมเทคโนโลยี AI Sound Boost ที่ช่วยวิเคราะห์เสียงเพลงแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เสียงออกมาดีขึ้นและลดเสียงเพี้ยน ส่วนระบบเสียงก็ปรับปรุงใหม่ ให้เสียงฟังเป็นธรรมชาติและสมดุลมากขึ้น พร้อมเบสลึก ๆ หนักแน่น และเสียงที่กระจายได้รอบทิศทาง 360 องศา
.
แถมไฟของรุ่นนี้ก็มีให้เลือกถึง 16 ธีม มีทั้งธีม Ambient สำหรับสร้างบรรยากาศสบาย ๆ จำนวน 10 ธีม คือ Universe, Firefly, Sea, Campfire, Aurora, Blossom, Cheers, Storm, Sky และ Hover ส่วนสำหรับ Party อีก 6 ธีม คือ Neon, Loop, Bounce, Trim, Switch และ Freeze โดยที่ไฟจะขยับไปตามจังหวะเพลง
.
มีโหมดไฟสำหรับช่วงพักผ่อนด้วย
.
นอกจากไฟสำหรับปาร์ตี้แล้ว JBL Pulse 6 ยังมี Sunset Mode ที่ค่อย ๆ หรี่แสงลงตามเวลาที่ตั้งไว้ในแอปฯ JBL One เหมาะกับคนที่อยากเปิดไฟสลัว ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศก่อนนอน
.
ส่วนใครที่อยากได้ไฟข้างเตียง ก็แค่แตะตัวลำโพงสองครั้งเพื่อเปิดโหมด Bedside Lamp ได้เลย ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าหลายขั้นตอน และยังมีหูหิ้วโลหะดีไซน์ใหม่ที่มีไฟในตัวทำตัวลำโพงอีก
.
เชื่อมต่อลำโพงหลายตัว เพิ่มความสนุกได้อีก
.
ถ้าใช้ลำโพงตัวเดียวยังไม่สะใจ JBL Pulse 6 ก็เชื่อมต่อกับลำโพง JBL รุ่นอื่นที่รองรับ Auracast™ ได้ ทำให้เสียงดังกระจายได้กว้างขึ้น แถมยังซิงก์ทั้งเสียงและไฟเข้าด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็น JBL Pulse 6 ตัวอื่น ลำโพง JBL PartyBox หรือ JBL PartyLights รุ่นที่รองรับ
.
ส่วนการเชื่อมต่อก็รองรับ Bluetooth 6.0 และเล่นเสียงแบบ Lossless ผ่าน USB-C ได้ด้วย ใครอยากร้องคาราโอเกะก็เชื่อมต่อกับไมโครโฟน JBL EasySing Mic Mini ได้ และการตั้งค่าต่าง ๆ ทั้งการเลือกธีมไฟ เปิด Sunset Mode หรือปรับ EQ ก็ทำได้ผ่านแอปฯ JBL One
.
แบตเตอรี่ใช้ได้นาน 12 ชั่วโมง กันน้ำกันฝุ่น IP68
.
JBL Pulse 6 เปิดเพลงได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง แถมยังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 จะพกไปใช้งานที่ไหนก็ง่าย ตัวลำโพงยังผลิตจากวัสดุรีไซเคิลด้วย โดยหูหิ้วทำจากโลหะรีไซเคิลถึง 93%
.
JBL Pulse 6 เปิดตัวในราคา 11,900 บาท วางขายผ่านโชว์รูมมหาจักร ร้าน Sound City และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ด้วย
.
#JBLPulse6 #ลำโพง #btbeartai
ใครที่ใช้ LINE คุยกับเพื่อนหรือทำงานเป็นประจำ มีข่าวให้ตื่นเต้นกันอีกแล้ว ในงาน LINE CONVERGE 2026 ที่ไต้หวัน ได้ประกาศว่า LINE Premium เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ถึง 6 อย่าง ที่ช่วยให้จัดการแชตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ข้อความที่ส่งไปแล้ว ตั้งเวลาส่งข้อความ หรืออ่านแชตโดยไม่ให้ขึ้นว่าอ่านแล้ว ใครที่เคยเจอสถานการณ์ส่งข้อความผิดหรือเห็นแชตแล้วแต่ยังไม่พร้อมตอบก็น่าจะชอบการอัปเกรดนี้
6 ฟีเจอร์ใหม่ที่ LINE เตรียมทยอยเปิดให้สมาชิก LINE Premium ใช้งาน หลายฟีเจอร์ก็มาจาก LINE Labs เดิมที่เคยเปิดให้ทุกคนได้ลองใช้ ตอนนี้ปรับเป็นฟีเจอร์แบบเสียเงินแล้วก็มี
1. แก้ไขข้อความหลังส่งได้
เคยเป็นไหม ส่งข้อความไปแล้วเพิ่งเห็นว่าพิมพ์ผิด หรือส่งข้อมูลผิดไปนิดเดียว แต่ต้องยกเลิกข้อความแล้วพิมพ์ส่งใหม่ ต่อไปสมาชิก LINE Premium จะแก้ไขข้อความที่ส่งไปแล้วได้เลย ไม่ต้องลบแล้วส่งใหม่ให้เสียเวลา ฟีเจอร์นี้เคยเปิดให้ทุกคนได้ทดลองใช้ ก่อนที่ตอนนี้จะปรับเป็นของ LINE Premium
2. ส่งข้อความแบบไม่แจ้งเตือนเสียง
ใครที่ชอบส่งข้อความตอนดึก ๆ หรือกลัวรบกวนอีกฝ่ายตอนกำลังประชุม ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ส่งข้อความแบบไม่มีเสียงแจ้งเตือนได้ ฟีเจอร์นี้เคยอยู่ใน LINE Labs ให้ได้ทดลองใช้มาก่อนเช่นกัน
3. บันทึกเสียง และวิดีโอคอลได้
ส่วนใครที่ใช้ LINE คุยงานหรือโทรคุยเรื่องสำคัญ ฟีเจอร์นี้จะช่วยบันทึกการโทรทั้งแบบเสียง และวิดีโอเก็บไว้เป็นไฟล์ได้ จะได้ย้อนกลับมาฟังหรือดูรายละเอียดทีหลังตอนลืมข้อมูลที่คุยไว้
4. ตั้งเวลาส่งข้อความล่วงหน้าได้
ใครที่ชอบลืมส่งข้อความสำคัญน่าจะชอบฟีเจอร์นี้ เพราะเราสามารถพิมพ์ข้อความเตรียมไว้ก่อน แล้วตั้งเวลาให้ระบบส่งให้อัตโนมัติได้ เช่น ข้อความอวยพรวันเกิด การเตือนเรื่องงาน หรือส่งข้อความหาคนที่อยู่คนละเขตเวลาแบบไม่ต้องรอให้ถึงเวลาแล้วส่งเอง
5. แอบอ่านข้อความโดยไม่ขึ้นว่าอ่านแล้ว
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราเปิดอ่านข้อความ และอ่านเนื้อหาได้ครบ แต่ไม่ทำให้สถานะในแชตขึ้นว่าอ่านแล้ว เหมาะกับเวลาที่อยากอ่านข้อความก่อน แต่ยังไม่พร้อมตอบทันที
6. เลือกเวลาให้ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วได้
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราควบคุมได้ว่าจะให้ข้อความแสดงสถานะว่าอ่านแล้วเมื่อไหร่ เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้สถานะอ่านแล้วขึ้นตอนไหน ทำให้มีเวลาคิดคำตอบก่อน
LINE จะทยอยปล่อยทั้ง 6 ฟีเจอร์ให้สมาชิก LINE Premium ได้ใช้กันตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2570 ส่วนในไทยจะได้ใช้เมื่อไหร่ ตอนนี้ยังต้องรอ LINE ประกาศกันอีกที
#LINE #Features #btbeartai
ใครไม่รู้มาดูทางนี้ ! มีวิธีเช็กว่าเราทำบัตรประชาชนมากี่ครั้งด้วยนะ
วิธีดูให้สังเกตที่ตัวเลขชุดมุมขวาล่าง (ตัวเลขชุดใต้รูป)
เราจะเห็นว่ามีตัวเลขอยู่ทั้งหมด 3 ชุด
สมมุติว่าเป็น
"1234 - 10 - 12345678
แต่ละชุดก็จะใช้ระบุ
ชุด 1 (4 ตัว) 1234 บอกว่าบัตรนี้ออกที่ไหน
ชุด 2 (2 ตัว) 10 บอกจำนวนครั้งที่ทำบัตรฯ ถ้าเป็น 10 เท่ากับทำมาแล้ว 10 ครั้ง
ชุด 3 (8 ตัว) บอกเวลา-วันที่ออกบัตร เพื่อใช้ตรวจสอบว่าเป็น "บัตรที่ถูกต้องและเป็นใบล่าสุด"
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เมื่อปี 2556 หรือ 13 ปีก่อน กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือระบุว่า การขอสำเนาบัตรสมาร์ตการ์ดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ควรให้ถ่ายเพียงด้านหน้า เพราะมีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญครบถ้วนแล้ว
แต่ปัจจุบันยังมีการสแกนหลังบัตรด้วย เพราะระบบยืนยันตัวตนออนไลน์บางระบบ ยังใช้ Laser ID ด้านหลังร่วมกับข้อมูลหน้าบัตรเพื่อตรวจสอบสถานะบัตร
แต่เอาจริง ๆ หลายคนก็สแกนทั้งหน้ากับหลังให้อยู่ดี !
กลับมาที่จำนวนครั้ง ใครดูแล้วตัวเลขเยอะนี่ น่าจะเป็นคนที่ชอบทำบัตรหายว่าไหม ?
#บัตรประชาชน #btbeartai
ถ้าวันหนึ่งเรากำลังขับรถไปทำงานแบบตาสว่างสุด ๆ ดีดกาแฟมาเต็มสูบ แต่จู่ ๆ รถดันร้องเตือนว่า ‘ตื่นได้แล้วพี่ อย่าหลับใน !’ ฟังดูเหมือนโดนรถกวน ๆ ใช่ไหม แต่จะบอกว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ และไวรัลในต่างประเทศ เห็นว่ามีหนุ่มเอเชียคนหนึ่งเอารถ Lexus มาขับ แล้วโดนกล้องตรวจจับใบหน้าทักว่าเขากำลังหลับตาทั้งที่เจ้าตัวเบิกตาโพลงมองถนนอยู่แท้ ๆ หนุ่มตี๋โดนเข้าแล้วล่ะ
.
ทำไมรถถึงดูไม่ออกว่าเราตื่นอยู่ ?
กล้องตรวจจับบนแผงหน้าปัดระบบอินฟราเรดรุ่นใหม่จะคอยตรวจสอบระดับการลืมตาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินจากระยะความกว้างที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการตรวจจับตำแหน่งของใบหน้า เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้ขับขี่ที่อาจกำลังมีอาการหลับในขณะขับรถ
.
ถ้าไปกางคู่มือของ Lexus ดู จะเห็นเลยว่ากล้องหน้าพวงมาลัยมันคอยจับตาดูเราอยู่ 3 ตำแหน่งคือ ตำแหน่งใบหน้า ทิศทางสายตา และ ‘ระดับการลืมตา’ พูดง่าย ๆ ถ้าอัลกอริทึมคำนวณแล้วรู้สึกว่าตาเปิดกว้างไม่พอมันจะตีความว่าง่วงทันที (ในคู่มือยังบอกไว้ด้วยนะว่าถ้าปรับเบาะหรือพวงมาลัยไม่เป๊ะจนกล้องจับหน้าได้ไม่เต็ม ระบบก็อาจรวนได้เหมือนกัน)
และนี่ก็ไม่ใช่เคสแรกด้วย
.
ก่อนหน้านี้รถค่ายจีน Xpeng ก็มีประเด็นนี้เหมือนกัน โดยมีผู้ขับขี่ในประเทศจีนกำลังเจอปัญหาฮาร์ดแวร์ของระบบ DMS (Driver Monitoring System – ระบบตรวจจับใบหน้า/ดวงตาผู้ขับขี่) ในรถยนต์มีปัญหาในการอ่านและประมวลผลใบหน้าของชาวเอเชีย ปัญหาของรถคือการเอา มาตรฐานแบบเดียวมาวัดตาคนทั้งโลก ระบบตรวจจับความง่วงดันใช้เกณฑ์ตัวเลขตายตัวแค่ค่าเดียวมาตัดสินว่าอันไหนคือลืมตา อันไหนคือหลับตา ทีนี้พอซอฟต์แวร์ตั้งเกณฑ์ความกว้างของดวงตาไว้ระดับหนึ่ง ใครที่เกิดมาตาตี่หรือรูปตาเล็กกว่าเกณฑ์นั้นตามธรรมชาติ ระบบก็จะฟันธงทันทีว่า ‘คุณพี่หลับในแน่ ๆ’
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ bt.th
.
#Lexus #btbeartai
Bixby คุยภาษาไทยได้แล้ว พร้อม Galaxy AI รองรับ 24 ภาษา
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับผู้ใช้ Samsung Galaxy ในไทย เพราะล่าสุดซัมซุงประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ เปิดให้ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง 'Bixby' รองรับการสั่งงานด้วยภาษาไทยอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมอัปเกรดน้อง 'Galaxy AI' ให้ครอบคลุมการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
Bixby เข้าใจภาษาไทย พูดไทยก็รู้เรื่อง
ตอนนี้เราสามารถพูดคุยและสั่งงาน Bixby ด้วยประโยคสนทนาในชีวิตประจำวันได้เลย ไม่ต้องคอยจำคีย์เวิร์ดคำสั่งเป๊ะ ๆ หรือเข้าไปตั้งค่าเมนูให้วุ่นวาย ช่วยให้การคุมเครื่องลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งนอกจากภาษาไทยแล้ว รอบนี้ยังเพิ่มภาษาโปแลนด์และเวียดนามเข้ามาด้วย รวมแล้ว Bixby จะรองรับการสั่งงานทั้งหมด 12 ภาษาทั่วโลก
เงื่อนไขการใช้งานและรุ่นที่รองรับ
ใครที่อยากลองใช้ Bixby ภาษาไทย จะต้องอัปเดตซอฟต์แวร์เครื่องให้เป็น One UI 9 (Android 17) และอัปเดตแอปพลิเคชัน Bixby ใน Galaxy Store ให้เป็นเวอร์ชัน 4.1.21.2 หรือใหม่กว่า เพื่อเข้าไปกดเปลี่ยนภาษาในการตั้งค่า
สำหรับช่วงแรก (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2569) ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานในกลุ่มสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดก่อน ได้แก่
Samsung Galaxy S26 Series
Samsung Galaxy Z Fold 8
Samsung Galaxy Z Fold 8 Ultra
Samsung Galaxy Z Flip 8
ส่วนผู้ใช้รุ่นอื่น ๆ อดใจรอกันอีกนิด เพราะซัมซุงจะทยอยปล่อยอัปเดตตามมาในภายหลัง
Galaxy AI เก่งขึ้น รองรับเพิ่มเป็น 24 ภาษา
โดยฟีเจอร์แปลและสรุปข้อความหลัก ๆ อย่าง Call Assist, Note Assist, Interpreter และ Transcript Assist ได้เพิ่มภาษาฮังการีและมาลายูเข้ามา ทำให้ตอนนี้ฟีเจอร์ยอดฮิตอย่าง Live Translate สามารถใช้งานได้มากถึง 24 ภาษา
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Now Nudge ที่คอยวิเคราะห์หน้าจอเพื่อแนะนำสเตปการทำงานถัดไป ก็ขยายให้รองรับเพิ่มอีก 8 ภาษา (เช่น ดัตช์, ฟิลิปปินส์, สวีเดน, ตุรกี) ขยับเป้ารองรับรวม 24 ภาษาเช่นเดียวกัน
ซัมซุงเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตชุดภาษาใหม่ของ Bixby ให้ดาวน์โหลดผ่านเมนูตั้งค่า (Settings) ใครใช้รุ่นที่รองรับอยู่เข้าไปอัปเดตและลองใช้งานกันได้เลยครับ
#Bixby #btbeartai
เงินเยียวยาน้ำท่วมมีทั้งหมดกี่แบบ ? ขอยังไงให้ได้เงินเร็ว !
เชื่อว่าตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่ยากลำบากของหลายคน นอกจากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เงินไม่น้อย
รัฐบาลจึงได้เคาะ 3 ช่องทางเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2569 ที่ประชาชนสามารถขอรับสิทธิ์ได้ตามเกณฑ์ความเสียหายจริง โดยแต่ละแบบมีเงื่อนไขและวงเงินช่วยเหลือที่แตกต่างกัน
1. เงินทดรองราชการ (ช่วยด่วน ซ่อมบ้าน-เครื่องมือทำกิน)
เงินก้อนนี้ไม่ใช่การชดใช้ความเสียหายทั้งหมด แต่เป็นเงินงบประมาณฉุกเฉินที่รัฐบาลสำรองจ่ายออกมาก่อน เพื่อช่วยพยุงประชาชนให้กลับมาตั้งหลักได้เร็วที่สุด
หมวดที่พักอาศัย : ช่วยค่าซ่อมแซมบ้านสูงสุด 88,600 บาท/หลัง และช่วยค่าเช่าที่พักชั่วคราวเดือนละ 2,500 บาท สูงสุด 2 เดือน (พิเศษสำหรับพื้นที่ กทม. จ่ายสูงสุด 3,000 บาท/เดือน)
หมวดอาชีพ : ค่าซ่อมโรงเรือนเกษตรสูงสุด 6,800 บาท/ครอบครัว และค่าชดเชยเครื่องมือประกอบอาชีพหลักสูงสุด 13,500 บาท/ครอบครัว
หมวดชีวิตและร่างกาย : บาดเจ็บสาหัสจนต้องแอดมิต 3 วันขึ้นไปรับ 5,000 บาท, พิการรับ 16,600 บาท และกรณีเสียชีวิตจ่ายค่าจัดการศพสูงสุด 35,700 บาท (หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้รับเพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท)
ช่องทางยื่นเรื่อง : ยื่นด้วยตนเองที่ อบต., เทศบาล หรือสำนักงานเขตใน กทม. ตามพื้นที่ประสบภัย
2. เงินช่วยเหลือตามมติ ครม. (เหมาจ่ายรายครัวเรือน)
มาตรการเยียวยาสำหรับผู้ประสบภัยช่วง 15 พ.ค. – 30 ก.ย. 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 66 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยคิดเป็นเงินช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย
รับเงินสูงสุด 9,000 บาท/ครัวเรือน : เมื่อน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน หรือน้ำท่วมไม่ถึง 7 วันแต่มีทรัพย์สินภายในบ้านเสียหาย
รับเงิน 5,000 บาท/ครัวเรือน : เมื่อถูกน้ำล้อมบ้านเกิน 7 วันจนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ หรือพักอาศัยบนอาคารสูงที่แม้น้ำไม่ท่วมห้องพัก แต่ได้รับผลกระทบจากการตัดน้ำตัดไฟเกิน 7 วัน
กรณีเสียชีวิต : หากเสียชีวิตจากอุทกภัยหรือดินโคลนถล่มโดยตรง (เช่น จมน้ำ, น้ำพัด, ไฟดูด) ทายาทจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าปลงศพ 2,000,000 บาท/ราย
ช่องทางยื่นเรื่อง : ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่ อปท./สำนักงานเขต (กรณีเสียชีวิต ญาติต้องไปยื่นด้วยตนเองเท่านั้น)
3. โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ (สินไหมคุ้มครองโครงสร้างและชีวิต)
เป็นสิทธิประโยชน์จากระบบประกันภัยที่ภาครัฐจัดสรรให้ คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ถึง 1 ต.ค. 2570
หมวดที่อยู่อาศัย : คุ้มครองเฉพาะ 'โครงสร้างบ้าน' (ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหรือของใช้ในบ้าน) เมื่อเกิดอุทกภัยหรือน้ำล้อม จ่ายเงินก้อนเบื้องต้น 10,000 บาท/ครั้ง และประเมินเบิกเพิ่มได้ตามจริงรวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท/หลัง
หมวดชีวิตและร่างกาย : เสียชีวิตจ่าย 2,000,000 บาท/คน และทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรจ่าย 200,000 บาท/คน
ช่องทางแจ้งเคลม : เคลมผ่าน ThaiNatCat.Org, LINE OA: @Thainatcat, Call Center 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ โดยต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD และรอรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน
เปิดทริกยื่นเรื่องยังไง ให้ได้เงินไวที่สุด !
แม้ระบบออนไลน์จะดูสะดวกสบาย แต่ในสถานการณ์จริงที่ระบบมักรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมากจนเกิดความล่าช้า การเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเองที่ 'องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต./เทศบาล) หรือสำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่' คือช่องทางที่ทำให้ได้รับเงินรวดเร็วและแน่นอนที่สุด (แต่อาจต้องเสียเวลาทำเรื่องทั้งวัน)
การไปยื่นตรงกับเจ้าหน้าที่จะช่วยให้เราตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้ทันที หากมีจุดผิดพลาดหรือเอกสารไม่ครบก็สามารถแก้ไขได้ตรงจุด ไม่ต้องรอระบบตีกลับในภายหลัง โดยสิ่งที่ต้องเตรียมใส่ซองไปให้พร้อม มีดังนี้
เอกสารส่วนตัว : สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
เอกสารสิทธิ์ที่พักอาศัย : โฉนดที่ดิน หรือสัญญาเช่าบ้าน (หากเป็นบ้านเช่าที่ไม่มีสัญญา ให้ขอหนังสือรับรองการอยู่อาศัยจริงจากผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้าน)
หลักฐานความเสียหาย : ภาพถ่ายหรือวิดีโอน้ำท่วมที่เห็นความเสียหายชัดเจน ข้อสำคัญคือต้องถ่ายรูปเก็บไว้ทุกมุมก่อนเริ่มเก็บกวาดหรือทำความสะอาด
บัญชีรับเงิน : หน้าสมุดบัญชีธนาคาร โดยต้องผูกพร้อมเพย์ด้วย 'เลขบัตรประชาชน' เอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
กรณีไปยื่นเองไม่ได้ : สามารถทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้
ยื่นรับสิทธิ์ซ้ำซ้อน หรือไม่ได้เดือดร้อนจริง ปภ. เรียกเงินคืนได้
แม้รัฐบาลจะเร่งโอนเงินเพื่อบรรเทาทุกข์ให้เร็วที่สุด แต่ในขั้นตอนหลังบ้านจะมีการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรและการซ้ำซ้อนของสิทธิ์ (1 บ้านเลขที่ / 1 สิทธิ์) หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบภายหลังว่า มีการสวมสิทธิ์ ยื่นขอรับเงินซ้ำซ้อนในบ้านหลังเดียวกัน หรือแจ้งข้อมูลเท็จโดยไม่ได้เดือดร้อนจริง ทาง ปภ. มีสิทธิ์เรียกเงินเยียวยาคืนเต็มจำนวน
สำหรับประชาชนที่ได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี (งบกลาง) ไปแล้ว แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าตนเองไม่เข้าเกณฑ์ หรือได้รับเงินซ้ำซ้อน สามารถดำเนินการโอนเงินคืนเข้าระบบของรัฐได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 คืนเงินตามแบบฟอร์ม ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต เพื่อขอรับและกรอกแบบฟอร์มการคืนเงิน พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่กำหนด
วิธีที่ 2 คืนเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT (ทำได้ด้วยตัวเอง) สามารถทำรายการโอนคืนผ่าน Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทยได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปธนาคาร ตามขั้นตอนดังนี้
1. เข้าแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
2. เลือกเมนู 'จ่ายบิล'
3. ในช่องค้นหา พิมพ์รหัส 701617
4. เลือกรายการ 'กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อการรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์'
5. ระบุ เลขที่บัตรประชาชน ของผู้ที่ต้องการคืนเงิน
6. ในช่องประเภทการชำระ ให้พิมพ์ระบุว่า 'รายได้แผ่นดิน'
7. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการคืน แล้วกด 'ถัดไป'
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ beartai.com/read/1510691/
#เงินเยียวยาน้ำท่วม #ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม #btbeartai



















