เชยยังไงครับ ทุกวันนี้ยังเห็นวาทกรรมด่าคนต่างจังหวัดโง่ ขายเสียง ถ่วงความเจริญอยู่เลย ไหนจะช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาก็วาทกรรมมิดหลังคากาเหมือนเดิมอีก – at Khlong Nueng, Thailand
ถ้าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและหลักการ เราก็จะย่ำอยู่กับที่
ไม่เข้าใจว่านางแบกจะแบกรัฐบาลอนุทินทำไม เฮงซวยขนาดนี้ใครอยากชุมนุมไล่รัฐบาลก็ให้เขาไล่ไปเถอะ ตอนเพื่อไทยเป็นนายกมีพรรคสลิ่มร่วมรัฐบาลอยู่ยังไม่เห็นสลิ่มมาช่วยแบกเพื่อไทยเลย มันหาจังหวะขัดอยู่ตลอดอ่ะ อีหนูและภูมิใจไทยก็คือพรรคที่เคยแทงหลังเพื่อไทยมา 2 รอบแล้วไหม แล้วพอใจที่เพื่อไทยเป็นพรรคร่วมจริงๆ เหรอ เพื่อไทย Aim for นายกมาตลอดนะ You are the king not king maker นะคะ
เสื้อแดงไปชุมนุมอะถูกแล้ว ไม่งั้นประเทศนี้ก็จะมีแต่คนกทมเฟส1(และเฟส2)ที่มีแนวคิด 'เอาแต่ใจธิปไตย' ชุมนุมล้มรัฐบาล ย้ำเสมอว่า คนกทมทั้งเฟส1&2 มันไม่เคยยอมรับรัฐบาลที่มีจากการเลือกของคนชนบทหรอก ครั้งนี้ก็เช่นกัน – at Khlong Nueng, Thailand
ตลกอะ มโนแจ่ม สร้างวิกฤติเทียมขึ้นมาเอง ละมาเรียกร้องยุบสภาๆๆๆๆอยู่นั่น สภาเด้อไม่ใช่สิว ยุบง่ายขนาดนั้นเลยติ – at Khlong Nueng, Thailand
ก็ฟีลๆนี้ แต่อยากจะเถียง อยากจะเสนอหน้า วันๆพล่ามแต่อังเคิลๆๆๆ พอถามว่า เหตุการณ์อังเคิลมีที่ไปที่มาอย่างไร เงียบกริบ ถูกโปรแกรมมาแค่นั้น กับบางประเภทชอบไอซ์ชอบโรมมาก พอให้เล่าว่าสองคนนี้ทำไรบ้าง เล่าไม่ได้ งงกับพวกมัน – at Khlong Nueng, Thailand
Thaksin is that you?
Yodchanan is that you? – at Khlong Nueng, Thailand
[ เกษตรปลอดภัยของไทยไปต่อได้ ถ้าเกษตรกรมีความรู้ มีตลาด และรัฐช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ]
.
การมาขอนแก่นครั้งนี้ ทำให้ผมเห็นชัดขึ้นว่า เกษตรกรไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนารูปแบบการผลิตไปสู่เกษตรปลอดภัย สร้างมูลค่าเพิ่ม และมีรายได้ที่ดีขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เกษตรกรต้องมีองค์ความรู้ สามารถรวมกลุ่มกัน และมีตลาดรองรับ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานที่เกษตรกรไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง
.
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เป็นวันที่สองของการลงพื้นที่ขอนแก่น เป้าหมายของผมและ สส.ขอนแก่น เขต 1 และ 2 ของพรรคประชาชน ทนายป๊อก - วีรนันท์ ฮวดศรี และแบงค์ชัย - อิทธิพล ชลธราศิริ รวมทั้งทีม สส.นครราชสีมา ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์, ฉัตร สุภัทรวณิชย์ และ หนึ่ง ขัติยะนนท์ คือบ้านสว่าง อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชม ‘สหกรณ์การเกษตรผู้ปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษอำเภอซำสูง จำกัด’ ชมแปลงปลูกพืชปลอดสารพิษ และพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกร เพื่อรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาภาคการเกษตร
.
ในด้านลักษณะทางกายภาพ ซำสูงเป็นอำเภอที่มีขนาดเล็กที่สุดของจังหวัดขอนแก่น แต่มีทรัพยากรที่เอื้อต่อการทำเกษตร โดยเฉพาะแหล่งน้ำใต้ดิน จากเดิมที่ชาวบ้านทำนาปีและนาปรัง ก็ได้รับการส่งเสริมความรู้ให้หันมาปลูกผักปลอดสารพิษ จนปัจจุบันปลูกผักได้มากกว่า 60 ชนิด สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน โดยมีตลาดรองรับผลผลิต รวมถึงโครงการ ‘จริงใจ Farmer’s Market’
.
ผมคิดว่าที่นี่เป็นพื้นที่ต้นแบบที่น่าสนใจและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะชาวซำสูงแสดงให้เห็นว่า เมื่อเกษตรกรรวมกลุ่มกัน มีองค์ความรู้ และเชื่อมโยงกับตลาดได้ ก็มีโอกาสเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้ที่ดีขึ้น
.
แต่ในความเป็นจริง การแก้ปัญหาภาคการเกษตรไม่ได้จบแค่การทำให้ขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น เพราะเราต้องมองตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ว่าเกษตรกรมีความพร้อมในการผลิตมากน้อยแค่ไหน และสินค้าเหล่านั้นจะถูกรับซื้อและกระจายไปสู่ผู้บริโภคได้อย่างไร
.
เรื่องที่ดินและน้ำเป็นพื้นฐานสำคัญ หากเกษตรกรยังต้องเช่าที่ดินทำกิน ก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ยังไม่เริ่มปลูก ขณะที่บางพื้นที่ยังขาดแคลนน้ำและมีระบบชลประทานไม่ทั่วถึง ทำให้ไม่สามารถวางแผนการผลิตได้เต็มที่ ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองทั้งหมด
.
อีกเรื่องที่ต้องเร่งแก้คือหนี้สินเกษตรกร ทุกวันนี้รายได้เกือบทั้งหมดของเกษตรกรจำนวนมากหมดไปกับการชำระหนี้ จนแทบไม่เหลือเงินสำหรับเลี้ยงครอบครัวและลงทุนเพาะปลูกรอบใหม่ รัฐบาลจึงต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่แท้จริงของเกษตรกร ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย และพักชำระหนี้อย่างมีเงื่อนไข ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มช่องทางตลาด และยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอชำระหนี้และกลับมาตั้งตัวได้
ฟีลๆ "คนต่างจังหวัดเลือกรัฐบาล คนกรุงล้มรัฐบาล" งี้ปะ พวกบ้านนอกเลือกรัฐบาลไหนมาไม่ถูกใจ ก็เตรียมล้ม ฟิน – at Khlong Nueng, Thailand
ภูมิใจกับอดีตได้นะ ยังไงโอกาสที่ไทยจะกลับไปใกล้เคียงกับคำว่าเสือตัวที่5เช่นอดีตก็น่าจะริบรี่ เพราะเราปล่อยให้วาทกรรม "คอรัปชั่น โกงกิน" มามีอิทธิพลมากเกินไปจน ลืมไปโฟกัสที่การทำให้ประชาธิปไตยลงหลักปักฐาน หรือทำให้ประชาธิปไตยเป็นกลไกเดียวในการแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง – at Khlong Nueng, Thailand
เวียดนามมาแบบไม่มีอะไรเลย ผ่านสงคราม คนอดตาย โดนฝนเหลืองลงพื้นที่เกษตรกรรมเสียหายหนัก และเจอพายุบ่อยกว่าไทย คือ มาจากสถานะติดลบ แต่ลุกแรง ฟื้นแรง ทุกวันนี้ส่งออกข้าวนำเราไปแล้ว โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด นโยบาย Doi Moi 1 & 2 ก็ไม่ได้สร้างชาติได้วันเดียวเหมือนกัน เค้ามีความหิว ความกระหายที่อยากจะเจริญ เค้ามีเกาหลี/ญี่ปุ่น เป็น father figure เค้า put the right man on the right job เอาคนเก่งๆไปทำงานที่ตรงจุด วางรากฐานการศึกษาใหม่ ไปดูสิ ในเวียดนาม มีมหาลัยที่ collaborate จาก western country กี่มหาลัย เค้าเอาครูโง่ออกจากระบบ บังคับให้ครูต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษ ในอีก 1-2 ปีนี้ เพื่อจะเปลี่ยนระบบการศึกษาเป็นระบบสองภาษา ส่วนไทยยังภูมิใจกับของเก่า ของเก็บ เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย(ที่ไม่มีใครบอกว่ามึงเคยเป็น)
V. retweeted
Replying to @RyueieRyu
555 ผมก็อ่านอยู่ มันส์ดี ผมว่าทุกพรรค (น้ำเงิน แดง ส้ม) กำลัง embrace neoliberal แต่ทำแบบอายๆ
welfare is funded by growth
เมื่อเศรษฐกิจ (= รายได้ประเทศ ≈ รายได้รัฐ) ขยายตัวช้าเกินไป รัฐไม่มีตังค์ขยายสวัสดิการ ต้องเลือกระหว่างขึ้นภาษีหรือยอมถ่ายเททรัพยากรให้กลุ่มที่มีศักยภาพสูงสุด เพื่อให้ผลิตเพิ่ม ให้รายได้ประเทศขยาย แล้วค่อยกลับมาขยายสวัสดิการหลังรัฐมีตังค์ พูดง่ายๆ ว่าสวัสดิการใช้ตังค์ ต้องทำให้มีตังค์ก่อน
พรรคเพื่อไทยเคยหาตังค์จากการแปรสภาพรัฐวิสาหกิจ ขยายสวัสดิการโดยไม่ต้องขึ้นภาษี แถมเอกชนที่เข้ามาแข่งเก่งกว่ารัฐ แต่พรรคถูกกลุ่มราชการยำจนเละ จนไม่กล้าใช้กลยุทธ์เดิม และไม่มี dna ขึ้นภาษี ไม่มีนโยบาย tax and spend และยอมรับว่าเอกชนไทยปัจจุบันไม่มีศักยภาพแข่งขันในภาค tech
ผมว่าผู้บริหารพรรคคงทราบดีว่าทางเลือกเหลือน้อย ผมว่าทุกพรรคทราบดีนะ จึงไม่มีดราม่าการเมืองเลย แม้แต่ส้มยังไม่พูดอะไรเรื่อง upov และไม่ออกมาหนุนหลังคนประท้วงช่วงนี้ด้วย อีลีทประเทศรู้แล้วว่าอย่างเก่ง เราอาจจะเลือก soft neoliberalism ได้ (ถ้าโชคดี ถ้าเอกชนแสดงศักยภาพหน่อย)





















