ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
เล่าความนอกใจ ของตัวเองได้หน้าตาเฉย
แหม!! “ ไปหารอยยิ้มจากคนอื่น” พูดมาได้ จะอ้วก
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Okay. So let's lay out the rules then.
1. Malfoid was born female, has always been female, and at no point was ever male or has memories of being male. Since being born, she has grown up as a girl, and Heiress of House Malfoy.
2. The tags name is Malfoid. not galfoy, not Drarry (Gayyyy), not Malfoy. Malfoid. We are not changing it. If it offends you, that is the POINT.
3. Malfoid is about a resurrection of the Mytho-Poetic romantic love story. The kind of story where a noble man and noble woman come together to complete one another. There's some mutual saving involved, and it is principally a chaste and wholesome relationship.
4. Sexifying, pornifying, slutifying characters within the Malfoid tag runs directly counter to the intentions of rule #3, and if you think that the Malfoid movement is the place for your slut like whorecrux behavior, you are wrong and need to go be a slutblood somewhere else.
5. Malfoid is not a "GENDER BEND", because there was no male Draco at any point. Malfoid is the wholesale replacement of Draco as a character with a female who is occupying the same space, with a similar (But not identical) attitude as Draco. Malfoid is a "Gendered replacement". There's no transforming men into women, Malfoid is not Transgender as they were born Female and always have been.
6. The Malfoid tag is not about swapping all the characters genders, making a Harem anime, or producing a show of Harry having lots and lots of women to choose from because suddenly his best friend or dark arts teacher are suddenly female. This runs counterproductive to rule #3, as it dilutes the chasteness and wholesomeness of the Mytho-Poetic Romance that is predicated upon the singular love between two singular people.
7. Malfoid is considered a "Cultural Moment" within a sub-culture that is very large. If you are only here to shit on everyone's parade by saying how irrelevant or insignificant fan culture is, or how fanfiction is a waste of time, or any such nonsense... you can save your breath, we've all heard it before. Go and spend your efforts at demoralization and deconstruction elsewhere.
8. The Malfoid change to the story is integrated, adaptive only in how it enhances, fulfills and maintains the overall story of Harry Potter. Adaptations that improve narrative beats, enhance lore integrations or resolve standing plot points that weren't resolved or were resolved in a dis-satisfying way are preferred over vast departures from this sort of canon repurposing of the fiction. While the purpose is NOT to deviate out of the genre or feel, sheer fun and humor is welcome, provided they attempt to adhere as best they can to rules 1-7.
9. Malfoid is traditional in its romantic sensibilities, and by this nature, is ostensibly a RIGHT LEANING movement. There are many conservative and religious values wrapped up in the narrative tropes and underpinnings of the story, in and of itself, as well as the romantic resolutions between Malfoid and Harry.
With Malfoid still trending I'm starting to see more leftists, feminists, and neo cons entering the space and using typical arguments to try and steer away the virality of Malfoid
Remember Malfoid is always first and foremost about yearning and she's a biological female. The fan fics and creative arts are derivatives from this statement alone
We may have our disagreements about eye color, first name (lol still? Dracaena ftw), and lore. But never forget Malfoid exists to "make men yearn again"
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
1.4 ล้านครองใจมหาชน
เพื่อเป็นการตอบแทนเสียงที่เลือกเข้ามา
จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น...?
1.44 ล้านเสียงก็เหมือนเมียที่ถูกผัวซ้อมจนปางตาย ใครบอกผัวเธอเลวเลิกเถอะก็ไม่เชื่อ ทั้งรักทั้งหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงพิการหรือตุยก็ยอม
นี่ล่ะ...ความรักบังตา
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
คนอื่นต้องเสียสละ เราไม่ต้อง
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
อิตาลีเดือดไม่พัก‼️ จากฟลอเรนซ์ถึงโบโลญญ่า 🇮🇹🔥
เมื่อกลุ่มหัวรุนแรงอ้าง 'สิทธิและการประท้วง' แต่จบลงด้วยการทำลายเมือง เผารถ และปล้นร้านค้า... นี่ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย แต่มันคือ การก่ออาชญากรรม Looting is not Activism‼️ 🇮🇹🔥
#Bologna #Italy #อิตาลี #ข่าวต่างประเทศ #Europe
การเมืองมันจะไม่ดีเพราะมีนักการเมืองหลอกให้คนมาประท้วงแล้วก็ปล้นทำลายนี่แหละ
ตั้งคำถามได้ แต่ควรพัฒนาตัวเองเพื่อจะไปพัฒนาระบบต่อ
ไม่ใช่ปล้น
ในความคิดนี่นะ คนไทยแทบจะทุกคน อย่างน้อยต้องมีสักครั้งที่ถูกสอนให้ยอม บอกแต่ว่าพูดหรือทำไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ให้ทนไปซะ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วเรามีสิทธิที่จะตั้งคำถามหรือเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงแก้ไข
ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่สนนะว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่มันผิดปกติ แต่เพราะเรายังไม่มีความกล้ามากพอที่จะก้าวออกมาเพื่อเรียกร้องสิทธิของตัวเองด้วยซ้ำ
แน่นอนว่ามันมีคนที่กล้าที่จะออกมาตั้งคำถามหรือเรียกร้องถึงการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วล่ะ แต่ด้วยสภาพสังคมที่เราพอจะรับรู้ได้ในตอนนี้ คนที่ยังไม่เข้าใจ ไม่รับรู้ หรือไม่สนใจในสิทธิของตัวเองมันก็มีมากกว่าอยู่ดี มันเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งเลยที่ทำให้การเกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยมันเป็นไปได้ยากและใช้เวลานาน
ก็อยากให้ประเทศเรามันเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างนะ ไม่ใช่วนอยู่ในอ่างแบบนี้กับเรื่องเดิม ๆ สถานการณ์เดิม ๆ
แต่ทำไงได้ ขนาดนี่เองที่พิมพ์ออกมายังกะว่าตระหนักรู้ สุดท้ายก็ยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะเรียกร้องสิทธิของตัวเองในบางเรื่องอยู่ดี ;-;
คือยังไง คือแทนที่จะคิดว่าเรายังไม่มีก็พอเพียงแล้วขยันพัฒนาจนเองจนพอมีก็ค่อยไปหาซื้อมา พัฒนาไปตามอัตภาพ แต่กลับคิดว่า "ชั้นควรได้ไอนั่น ควรได้ไอนี่" คิดเสร็จไม่พอใจก็ปล้นเอามาเลยเหรอ
คนหรือสัตว์
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Ada yang ngikutin AI series Malfoid?
Cerita fanmade tentang Harry Potter dan Draconia Malfoy. It made the story ten times better. Kenapa?
Karena Malfoy tuh badly written. Seakan diciptakan cuma biar Harry keliatan ada lawan sepantarannya di sekolah.
As a Potterhead myself, aku merasa ganti Malfoy jadi cewe itu make a lot more sense, apalagi kalau building romance sama Harry.
Contoh: Di buku Harry Potter and the Half-Blood Prince, Draco disuruh bunuh Dumbledore. Momennya Lucius udah di Azkaban dan Voldemort lagi duduk di meja makan rumahnya Malfoy.
Itu kondisinya ga ideal banget buat keluarga Malfoy. Kek do or die. Tapi Malfoy malah nangis di toilet karena ga mau bunuh Dumbledore. Lah aneh banget. Sengaja dibikin selemah itu kah?
Draco karakternya udah ditulis dari buku pertama, tapi masa jelek gitu sampe buku ke 6?
Now it would make more sense kalau Draco cewe tsundere dan jatuh cinta sama Potter. Dia konflik batin karena tau dia di sisi yang berlawanan sama Harry.
Lebih make sense lagi di buku terakhir waktu Harry pura-pura mati, Narcissa ngecek dan nanya Malfoy gimana. Harry jawab "he's alive". Trus Narcissa boong ke Voldie kalau Harry udah mati.
Damn imagine kalau Malfoy itu cewe...
So I really like this concept and hopefully bisa diadopt ke layar sama Rowling awokwaokwaowao.
Menurutmu gimana?
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Replying to @TOFUCHAN2003
ขี้ขโมย ทำลายทรัพย์สิน นี่มันสันดานโจรชัดๆ
แต่เสือกมีคนอวย บอกว่าคำนึงถึงสิทธิตัวเอง
สิทธิพ่องมึงอ่ะ
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Replying to @TOFUCHAN2003
แล้วที่ไปทำร้ายทำลายคนอื่น ประชาชนผู้ไม่รู้เรื่อง ร้านค้า ข้าวของเสียหาย สิทธินั้นของเขาคืออะไร มองคนอื่นด้วยครับ จะหัวรุนแรงกันไปถึงไหน ยุคอะไรแล้ว
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Replying to @TOFUCHAN2003
เผาอารยธรรมรากเหง้าที่บรรพบุรุษสร้างมา แล้วคนเผาคือคนจากประเทศอื่น ศาสนาอื่น ย้ายเข้ามาอยู่ กูให้เลย แม่งเหี้ยที่สุดในประวิติศาสตร์
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
Replying to @TOFUCHAN2003
เค้ามีสิทธิปล้น ทำลายทรัพย์สินของคนอื่นด้วยเหรอ ตระหนักแบบใด สิทธิของตัวใหญ่กว่าสิทธิของคนอื่น
ให้ฉันเป็นลุงของเธอ retweeted
นางนาคจากพิพิธภัณฑ์แบบเดิมคือแบบนี้ เครื่องแต่งกายตามบันทึกเป๊ะ (ขอเซ็นเซอร์นิดนุง) เป็นสาวพื้นเมือง ส่วนพระทองคือพราหมณ์จากอินเดีย
ตำนานนี้ถูกนำมาปรุงแต่งใหม่หรือสร้างขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (โดยเฉพาะในยุคนโรดม) เพื่อสร้างความเป็นเอกราชจากฝรั่งเศสและสร้างอัตลักษณ์ชาตินิยม โดยพยายามเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับอาณาจักรโบราณต่างๆ เช่น ฟูนัน เจนละ และจามปา
กัมพูชาอ้างตำนาน "พระทอง-นางนาค"... ในทางประวัติศาสตร์เชื่อถือได้แค่ไหน? youtu.be/-cV2LBoolOs?si=2lTl…
สมัยเสื้อแดงเผากรุง มีนักวิชาการเอียงกะเทเร่บอก ทำได้ เพราะพวกเขา"โกรธแค้น"
ปสด.มาก
ประเทศที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ไม่ได้แปลว่าความรุนแรงทุกรูปแบบจะนับเป็นเสรีภาพ และการประท้วงจะมีเหตุผลเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้การปล้นหรือทำร้ายผู้บริสุทธิ์กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องได้อะ
ผู้หญิงคนนี้คือ Aline เจ้าของร้านอาหารแถว Place de la République โดนปล้นไม่พอ ร้านยังโดนเผา ข้าวของและอุปกรณ์ในร้านพังเสียหายแทบหมด แถมตัวคุณเขาเองยังโดนทำร้ายจนตาบวมปูดขนาดนี้... เขาไปเกี่ยวอะไรด้วยก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การสูญเสียทรัพย์สินหรือธุรกิจที่สร้างมาด้วยความเหนื่อยยาก แต่มันคือความสะเทือนใจจากความรุนแรงที่หนักหนาสาหัสมาก ตอนให้สัมฯ คำพูดแรก ๆ ที่คุณเขาเล่าคือ ช็อกมากที่เห็นคนที่เข้ามาปล้นเป็นเด็กอายุประมาณ 12 ปี..
ไม่ว่าจะมีความขัดแย้งหรือความไม่พอใจอะไรก็ตาม คนทำมาหากินธรรมดาไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ลองนึกถึงใจเขาใจเราดู ถ้าวันหนึ่งร้านหรือธุรกิจของเราโดนแบบนี้บ้างเราจะรู้สึกยังไง..
ร้านของ Aline ก็เหมือนกัน ธุรกิจของคุณเขาคือชีวิตของคนคนหนึ่งอะ มันคือเงินเก็บ คือความพยายามที่อาจสั่งสมมาตลอดทั้งชีวิต คืออนาคต หรืออาจเป็นทุกอย่างที่คุณเขามี แล้วนี่คือสิ่งที่คุณเขาสมควรได้รับอย่างนั้นเหรอ?
การชุมนุมประท้วงที่นำไปสู่ความรุนแรงในฝรั่งเศสมีมานมนาน การใช้ความรุนแรงในการต่อสู้กับรัฐหรือปะทะกับตำรวจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 หรือการประท้วงของนักศึกษาและแรงงานในปี 1968 มีทั้งการปะทะกับตำรวจและการนัดหยุดงานครั้งใหญ่
แต่การที่ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์การต่อสู้และความรุนแรงทางการเมืองมายาวนาน ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยิบเหตุการณ์ในอดีตมาใช้อธิบายหรือทำให้ความรุนแรงทุกรูปแบบในบริบทสังคมฝรั่งเศสปี 2026 กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หรือยอมรับได้ไปเสียหมดนะ
“ประวัติศาสตร์กับบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัยไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้แบบไร้รอยต่อทอเต็มผืนเมื่อไหร่ล่ะแก”
และประเด็นสำคัญที่คนมองข้ามกันอยู่เสมอคือ “คนที่ออกมาประท้วงอย่างสงบ กับคนที่ฉวยโอกาสก่อความรุนแรง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกัน”
ส่วนตัวการออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแยกแยะ ด่าพวกที่ปล้น เผา ทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ได้หมายความว่ากำลังต่อต้านหรือประณามผู้ชุมนุมที่เป็นจุดเริ่มตั้งแต่แรกแต่อย่างใด
ส่วนตัวเห็นด้วยด้วยซ้ำกับข้อเรียกร้องของนักศึกษา หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องค่าครองชีพที่แพงขึ้น ก็เห็นด้วยว่าประชาชนมีสิทธิเรียกร้องและนัดชุมนุมประท้วงเพื่อส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจรับฟัง
แต่ในขณะเดียวกัน การปล้น เผาร้าน และทำร้ายประชาชน ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อให้การประท้วงมีความหมาย เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือเพื่อจะเรียกอีกอย่างแบบหรูหราว่าเป็นการยกระดับการชุมนุม..
และแน่นอนที่สุดยืนยันคำเดิมคือ “การปล้นและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้สิทธิประท้วงที่สังคมต้องยอมรับได้ในระบอบประชาธิปไตย..”
/ขอบคุณที่อ่านจบ เป็นกำลังใจให้คุณ Aline คหสต. ล้วนไม่เข้าหูเข้าตาใครโปรดจัดการตัวเอง 💁🏻♀️

































