นี่ว่าคนไม่เข้าใจการเลี้ยงสัตว์ป่า กับสัตว์เลี้ยงที่บ้านอ่ะ จะให้อยู่กรงสวย สะอาดแบบเลี้ยงปอมหรอ ตั้งแต่หมูเด้งอยู่ในน้ำเขียวๆละ สาระแนกันนัก
นี่เลื่อนไป เจอแต่คลิปเด็กนักเรียนบุลลี่กัน แกล้งกัน หรือคนต่อยกัน ผู้หญิงทะเลาะกระชากผมกัน อะไรไม่รู้ นี่กัววว ไม่ได้ชอบดู
เราเอง เก้งบ้านๆ ไม่ปรุงแต่งเยอะ หน้าไม่ขาววอก ไม่ศัลย์จมูกจนแหลม แต่ยังโสด
ทำไมกัน เส้าจัง 😢
ตอบในฐานะคนเคยไป BEEF 🥩 ร้านแรกทุกศุกร์และเสาร์ไม่เคยขาดต่อเนื่องกันเป็นปีๆ คือ เลิกเที่ยวแล้วครับ 555
ปัจจัยหลักคือ ไม่สนุกเหมือนเดิม คนที่คุ้นหน้าทยอยหายไป vibe เปลี่ยน เพลงแปลก คนรอบๆตัวที่เคยไปด้วยกันก็รู้สึกเหมือนกัน แล้วมีอย่างอื่นให้ทำแล้วสนุกกว่าด้วย ก็เลยเลิกไปเลย
เคยไปเที่ยว HCM เองละรู้สึกว่าก็เฉยๆ เก้งไปเที่ยวตรงไหนกันหมด เจอแค่ chinchin bar ละก็ไม่ได้สนุกมาก จนไปเที่ยวกับเพื่อนเก้ง local นางพาไปร้านฟีลแบบ the commons saladaeng แต่นั่งบนฟุตบาทริมถนน เจอเก้งเวียดเกือบร้อยชีวิต เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเก้งเวียดรวมตัวกันเยอะขนาดนี้ 555
ลองมาดูงาน edc ก่อน 5-6เวที ดีเจเป็นร้อย ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เฟรนลี่ขั้นสุด จะไปเต้นกับใครก็ได้ จะเปิดแฟลชถ่ายรูปหรอ คนข้างๆยกไฟช่วยส่อง รูปออกมาจึ้งสุด แล้วไม่มีบัตรนั่งบัตรยืน เพราะอยากจะนอนก็ทำได้ อยากนั่งชิงช้าสวรรค์ก็มี ที่ก็กว้าง เดินขาลาก หิวหรอ ร้านอาหารอย่างกะตลาดนัด
นิกิเมะ retweeted
ร้านผมเพิ่งเปิดได้ 12 วัน ก็โดนรีวิวหนึ่งดาวแล้วครับ
ผมเปิดร้านกาแฟได้แค่สิบสองวัน ก็โดนรีวิวหนึ่งดาวแล้วครับ
ลูกค้าคนนั้นเขียนว่า “ร้านนี้เงียบมาก เงียบจนไม่กล้าจาม ถ้าจะมานั่งคุยกับเพื่อน แนะนำไปร้านอื่น”
ผมนั่งอ่านอยู่หลังเคาน์เตอร์ตั้งนาน ตอนนั้นในร้านก็ไม่มีลูกค้าสักคน เลยยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่
ก่อนเปิดร้านผมคิดภาพไว้หมดแล้วนะ ว่าตอนเย็นจะมีคนมานั่งคุยกัน มีเสียงหัวเราะ มีคนมาประจำจนจำเมนูกันได้ สุดท้ายเปิดมาครึ่งเดือน เสียงที่ได้ยินบ่อยสุดคือเสียงตู้เย็นตัด
แม่โทรมาถามว่าวันนี้ขายดีไหม ผมบอกยังไม่ค่อยดี
แกถามอีกว่า “เปิดเพลงบ้างหรือเปล่า ร้านกาแฟเขาต้องมีเพลงสิ”
ผมบอกเปิดแล้วแม่ แต่ลำโพงมันเสีย เปิดดังหน่อยเสียงแตก แกก็เลยบอกเอาของที่บ้านมาใช้ก่อน
ผมลากลำโพงเก่าไปตั้งวันรุ่งขึ้น เปิดเพลงยุคเก้าศูนย์ตามที่แม่ชอบ ตอนสายมีลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา สั่งอเมริกาโนแล้วเปิดคอมทำงาน
ไม่ถึงสิบนาทีแกเดินมาถามว่า “พี่คะ ลดเสียงได้ไหม หนูต้องอ่านงาน”
ผมก็ลด
อีกพักหนึ่งแกมาอีก “ขอเบากว่านี้นิดหนึ่งได้ไหมคะ”
สุดท้ายผมปิดเลยครับ
แกยิ้ม บอก “ขอบคุณมากค่ะ” แล้วนั่งต่ออีกสามชั่วโมง
ตอนแกกลับผมยังนึกเลยว่า อย่างน้อยวันนี้มีลูกค้าคนหนึ่งที่ชอบร้านเงียบ ๆ ของผม
สองวันต่อมาอยู่ ๆ มีนักศึกษามาสี่คน สั่งน้ำคนละแก้วแล้วแยกย้ายไปนั่งคนละมุม ทุกคนมีคอมกับหูฟัง ไม่มีใครคุยกันเลย
วันถัดมามาอีกหกคน
พอวันเสาร์ เก้าอี้แทบไม่พอ
ผมงงมากว่ารู้จักร้านจากไหน เพราะไม่ได้ซื้อโฆษณา ไม่ได้ทำโปรโมชันอะไรด้วยซ้ำ
เลยลองถามน้องคนหนึ่ง เขาหยิบโทรศัพท์ให้ดู เป็นรูปรีวิวหนึ่งดาวของผมนั่นแหละครับ มีคนแคปไปลงกลุ่มนักศึกษา แล้วเขียนแคปชันว่า
“เจอแล้ว ร้านที่ไม่ต้องคุยกับใคร”
ใต้โพสต์มีคนตอบกันเต็มเลย บางคนบอกจะมาทำรายงาน บางคนบอกจะมานั่งอ่านหนังสือ มีคนหนึ่งพิมพ์ว่า “ขอให้เจ้าของร้านรักษาความเงียบนี้ไว้ด้วย”
ผมอ่านแล้วก็ขำ คือผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้านแนวนี้เลย ลำโพงมันเสียเฉย ๆ
แต่ลูกค้าเริ่มมาจริง ๆ ผมก็เลยลองจัดโต๊ะใหม่ เอาปลั๊กพ่วงไปไว้ตรงผนัง ซื้อโคมไฟมาเพิ่มสองดวง แล้วเขียนป้ายตัวเล็ก ๆ ว่า “คุยกันได้ครับ แต่อย่าเพิ่งตะโกน”
ถึงตอนนี้ร้านผมเริ่มมีลูกค้าประจำ บางคนเจอกันแทบทุกวันแต่ไม่เคยคุยกัน จนวันหนึ่งฝนตกหนัก น้ำไหลเข้าตรงประตู น้องที่นั่งทำงานอยู่ลุกมาช่วยผมยกพรม อีกโต๊ะช่วยขยับเก้าอี้ มีคนเอาทิชชูมาเช็ดพื้น
วันนั้นผมเพิ่งได้ยินเสียงทุกคนในร้านพร้อมกันเป็นครั้งแรก
อาทิตย์ก่อนมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา มองรอบร้านแล้วหัวเราะ บอกว่า “โห คนเยอะกว่าเดิมมากเลยนะพี่”
ผมจำหน้าไม่ได้ เขาเลยบอกว่าเคยมาช่วงร้านเปิดใหม่ วันที่ทั้งร้านมีแค่เขากับผม
ผมเริ่มคุ้น ๆ
เขาพูดต่อ “รีวิวหนึ่งดาวนั่นผมเขียนเองครับ”
ผมนี่วางผ้าเช็ดแก้วเลย
เขาบอกว่าวันนั้นพาเพื่อนมาคุยงาน แล้วพอร้านเงียบมาก ทุกคำที่พูดเหมือนดังไปทั้งร้าน เขาเกร็งจนคุยไม่ออก เลยหงุดหงิดไปหน่อย
เขาขอโทษแล้วบอกว่าจะกลับไปแก้คะแนนให้
ผมบอก “แก้เถอะพี่ หนึ่งดาวมันดูไม่ค่อยดี”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้ารีวิว แล้วนิ่งไปพักหนึ่ง
ก่อนจะถามว่า “ถ้าผมแก้เป็นห้าดาว คนจะยิ่งมาเยอะไหม”
ผมบอกไม่รู้เหมือนกัน
เขามองโต๊ะที่แน่นเกือบทั้งร้าน แล้วพูดว่า
“งั้นพี่ช่วยหาที่นั่งให้ผมก่อน เดี๋ยวผมค่อยแก้”
ตอนนี้รีวิวเขาเป็นห้าดาวแล้วครับ แต่ข้อความยังเหมือนเดิมทุกคำ
“ร้านนี้เงียบมาก เงียบจนไม่กล้าจาม ถ้าจะมานั่งคุยกับเพื่อน แนะนำไปร้านอื่น”
แค่เติมท้ายไปว่า “แต่ถ้าอยากนั่งเงียบ ๆ ร้านนี้ดีจริง”
ส่วนลำโพงเก่าที่แม่ให้มา ผมยังวางไว้หลังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม
ไม่ได้เปิดหรอกครับ
เมื่อวานแม่แวะมาเห็นคนเต็มร้าน แกดีใจใหญ่ ถามว่าทำไมทุกคนนั่งเงียบกันหมด
ผมบอกไม่รู้เหมือนกันแม่ แต่วันนี้กาแฟหมดตั้งแต่บ่ายสามแล้ว
แม่เลยยิ้มแล้วกระซิบว่า “งั้นเอาลำโพงกลับบ้านก็ได้เนอะ”
ผมบอก “พูดปกติก็ได้แม่ ไม่มีใครห้าม”
ปรากฏว่าทุกโต๊ะหันมามองพร้อมกันอีกแล้วครับ
ถ้ามีคนรีวิวร้านกาแฟว่า ‘เงียบเกินไป’ สำหรับคุณนี่คือข้อเสียหรือข้อดีครับ? ☕
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
เรื่องราวจากชีวิตประจำวันของใครบางคน ที่อะไร ๆ ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
ฝากกดติดตามกันไว้ แล้วมาเจอกับเรื่องเล่าใหม่ ๆ กันทุกวัน ประมาณหนึ่งทุ่มนะครับ
























