พอมาดู "อดีตคนพรรคส้ม" ออกมาแล้วได้ทำงาน เมื่อเทียบกับคนใหม่ที่มาแทนแล้วได้เป็นสส.ตามกระแสแล้ว
ได้แต่...เฮ้อออออ ทั้งคนเลือกและพรรคส้ม เลือกกระแสไม่เน้นเนื้องาน
🏛️❤️ กลับมาทำงานด้านนิติบัญญัติที่รัฐสภาอีกครั้ง ในบทบาทใหม่ แต่ยังคงยึดมั่นในหลักการเดิม คือการปกป้องสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน
แก้วขอขอบพระคุณ สส.เปิ้ล กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ที่ให้ความไว้วางใจแต่งตั้งแก้วเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ…
ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รัฐมีหน้าที่ต้องป้องกัน คุ้มครอง และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงเพียงการทำร้ายร่างกายจนเกิดบาดแผลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความรุนแรงทางจิตใจ การข่มขู่คุกคาม การล่วงละเมิดทางเพศ การบังคับควบคุม และความรุนแรงทางเศรษฐกิจ เช่น การยึดรายได้ การกีดกันไม่ให้คู่ชีวิตประกอบอาชีพ หรือการใช้เงินเป็นเครื่องมือในการควบคุมอีกฝ่าย
สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ถูกกระทำจำนวนมากไม่สามารถออกจากความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรงได้ เพราะมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ต้องดูแลบุตร กลัวการถูกทำร้ายซ้ำ หรือถูกกดดันจากครอบครัวและสังคมให้ยอมอดทนเพื่อรักษาสถาบันครอบครัว
แก้วเห็นว่า การรักษาสถาบันครอบครัวต้องไม่สำคัญไปกว่าการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว
ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับพรรคเพื่อไทย มีหลักการสำคัญที่แก้วสนับสนุน ได้แก่
🔴 ขยายคำนิยามความรุนแรงในครอบครัว ให้ครอบคลุมทั้งความรุนแรงทางร่างกาย จิตใจ เพศ และเศรษฐกิจ รวมถึงเด็กที่ต้องพบเห็นความรุนแรง แม้ไม่ได้ถูกทำร้ายโดยตรง เพราะเด็กที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรงย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจและพัฒนาการเช่นกัน
🔴 ขยายขอบเขตของคำว่าบุคคลในครอบครัว ให้สอดคล้องกับความหลากหลายของครอบครัวในสังคมปัจจุบัน ไม่จำกัดเฉพาะคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่คำนึงถึงความสัมพันธ์และการพึ่งพาอาศัยกันในความเป็นจริง โดยต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการตีความเกินเจตนารมณ์ของกฎหมาย
🔴 เปลี่ยนจากการเน้นไกล่เกลี่ย มาเป็นการยึดผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centred Approach) เพราะการบังคับให้ผู้เสียหายกลับไปประนีประนอมกับผู้กระทำความรุนแรง อาจนำไปสู่การถูกกระทำซ้ำ โดยเฉพาะกรณีความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งร่างของพรรคเพื่อไทยเสนอให้ห้ามไกล่เกลี่ย
🔴 สร้างระบบคุ้มครองฉุกเฉินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งการประเมินความเสี่ยง การจัดให้มีผู้จัดการรายกรณี (Case Manager) การประสานงานของทีมสหวิชาชีพ และมาตรการคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ผู้ถูกกระทำสามารถเข้าถึงความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องรอจนเกิดความสูญเสียร้ายแรง
🔴 เพิ่มการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ถูกกระทำ ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพจิต ที่พักปลอดภัย และความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยไม่ต้องกลับไปพึ่งพาผู้กระทำความรุนแรง
🔴 เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ พร้อมสร้างระบบประสานงานระหว่างตำรวจ ศาล อัยการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญกับกระบวนการที่ซ้ำซ้อนและสร้างบาดแผลทางจิตใจเพิ่มเติม
สำหรับการทำงานในชั้นกรรมาธิการ แก้วตั้งใจให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการกำหนดนิยามทางกฎหมายให้ชัดเจน การคุ้มครองเด็กและกลุ่มเปราะบาง การป้องกันการคุกคามจากอดีตคู่รัก ตลอดจนการสร้างหลักประกันว่าผู้ถูกกระทำจะได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เพศวิถี หรือรูปแบบความสัมพันธ์
นอกจากนี้ แก้วยังตั้งใจนำหลักการจากอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้กฎหมายไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น
แก้วเชื่อเสมอว่า กฎหมายที่ดีไม่ได้วัดจากความเข้มงวดของบทลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการป้องกันความรุนแรง ช่วยชีวิตผู้คน และทำให้ผู้เสียหายเข้าถึงความยุติธรรมได้จริง
การกลับมาทำงานที่รัฐสภาครั้งนี้ แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนที่ผ่านมา แต่ความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนไม่เคยเปลี่ยนแปลงค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับความไว้วางใจอีกครั้ง แก้วจะนำความรู้ ประสบการณ์ และความตั้งใจทั้งหมดมาทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด
เพราะบ้านควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ใช่สถานที่ที่ใครต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว ❤️
#พรรคเพื่อไทย #ความรุนแรงในครอบครัว #DomesticViolence #สิทธิมนุษยชน #รัฐสภา #กฎหมายเพื่อประชาชน
Pi CiJa retweeted
คำทำนายที่ว่า "ระบบนอร์ดิกสุดท้ายจะพัง เพราะคนหมดไฟทำงาน โดนภาษีเอาไปหมด และเอกชนต้นทุนสูงจนแข่งขันไม่ได้" น่าจะพูดมาตั้งแต่ยุค 1970 แล้วนะเนี่ย
ความจริงคือ สวีเดนเคยเจอปัญหานั้นตอนช่วงปี 1970–1980 จริงครับ แต่หลังจากวิกฤตปี 1990 กลุ่มประเทศนอร์ดิกเขา "อัปแพตช์ใหม่" เรียบร้อย
ถ้าเรากางตัวเลขทางเศรษฐกิจจริงในปัจจุบันมาเทียบกับประเทศทุนนิยมสุดโต่งอย่าง สหรัฐอเมริกา ผลมันออกมาน่าดูเลยทีเดียว
ก่อนอื่นต้องตอบคำถามแรกที่ว่า
สวัสดิการทำให้เอกชนแข่งขันยากจริงไหม?
คนมักคิดว่าสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจสร้างธุรกิจ
แต่ตัวเลขจริงคือ...
สวีเดน (ที่มีประชากรแค่ 10.5 ล้านคน) คือประเทศที่สร้าง Unicorn (สตาร์ทอัพมูลค่าเกินพันล้านดอลลาร์) ต่อหัวประชากรสูงเป็น อันดับ 2 ของโลก (เป็นรองแค่ Silicon Valley) ทั้ง Spotify, Skype, Klarna, Minecraft, IKEA, Volvo ส่วน เดนมาร์ก ก็มีบริษัทยาที่มูลค่าสูงที่สุดในยุโรปอย่าง Novo Nordisk, Maersk และ LEGO
ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index โดย WIPO) สวีเดนครองอันดับ 2 ของโลก ชนะสหรัฐอเมริกาที่อยู่อันดับ 3
ขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก (IMD World Competitiveness) เดนมาร์กและสวีเดนติด Top 10 ของโลก
การเลื่อนชนชั้นทางสังคม (WEF Global Social Mobility Index) ถ้าคุณขยันทำงาน โอกาสสร้างตัวเปลี่ยนฐานะการเงินใน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน คืออันดับ 1–4 ของโลก ในขณะที่ประเทศทุนนิยมจ๋าอย่าง สหรัฐอเมริกา หล่นไปอยู่อันดับ 27 ของโลก
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะการมี Safety Net ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนเก่ง ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลาออกมาสร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าทำธุรกิจเจ๊งแล้วลูกจะไม่มีที่เรียน หรือพ่อแม่จะไม่มีหมอรักษา ต่างจากระบบทุนนิยมสุดโต่งที่คนไม่กล้าล้มเพราะล้มแล้วตายเลย
หลายคนเข้าใจผิดว่าภาษีนอร์ดิกแพง แปลว่าบริษัทเอกชนต้องโดนรีดภาษีจนต้นทุนสูง เอาล่ะ งั้นมาดูตัวเลขจริงครับ
Corporate Income Tax
สวีเดน: 20.6%
ฟินแลนด์: 20.0%
เดนมาร์ก / นอร์เวย์: 22.0%
ประเทศไทย: 20.0%
สหรัฐอเมริกา (รวมภาษีรัฐบาลกลาง+มลรัฐ): ~25% – 28%!
นอร์ดิกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและ VAT สูงครับ แต่เก็บภาษีบริษัทเอกชนในอัตราที่ต่ำกว่าอเมริกา และพอ ๆ กับไทย เพื่อไม่ให้ไปถ่วงต้นทุนการแข่งขันของเอกชน
ที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนต้องแบกต้นทุนจ่ายค่าประกันสุขภาพให้พนักงานเฉลี่ยคนละ $16,000 – $24,000 ต่อปี (ราว 5.5 – 8 แสนบาท/คน/ปี) แต่ในนอร์ดิก เอกชนไม่ต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลตรงนี้เลยเพราะรัฐดูแลให้หมด และได้แรงงานที่การศึกษาสูง สุขภาพจิตดี ทำให้ Productivity ต่อชั่วโมงสูงติดท็อปโลก
ถ้าสวัสดิการทำให้คนไม่อยากทำงานจริง อัตราคนทำงานในนอร์ดิกต้องต่ำกว่าอเมริกาใช่ไหมครับ? แต่ดูตัวเลขจาก OECD (ประชากรวัยทำงาน 15–64 ปี) ล่าสุดครับ:
อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate)
กลุ่มนอร์ดิก (ไอซ์แลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์) สูงถึง 78% (อัตราการมีงานทำจริง ~73%)
สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง) อยู่ที่ ~61% (อัตราการมีงานทำจริง ~59%)
ทำไมคนนอร์ดิกถึงทำงานเยอะกว่าอเมริกา 23% ได้ล่ะ? ก็เพราะเขามีศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนของรัฐที่ดีมาก ทำให้ผู้หญิงกว่า 80% ไม่ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน
นอร์ดิกเปลี่ยนจากสวัสดิการแบบให้เปล่า มาเป็นระบบ Workfare คือเวลาคุณตกงาน รัฐจ่ายเงินชดเชยให้สูงจริง (70–80% ของเงินเดือนเดิมเพื่อไม่ให้ครอบครัวพัง) แต่ห้ามนอนดูซีรี่ย์เอไอแนวตั้งอยู่บ้านนะ!
รัฐจะบังคับให้คุณต้องเข้าคอร์ส Reskill ฟรีตามที่ตลาดต้องการ ต้องส่งการบ้านว่ายื่นสมัครงานไปกี่ที่ในแต่ละสัปดาห์ และต้องไปสัมภาษณ์งานตามที่ศูนย์จัดหางานจับคู่ให้ ถ้าใครอู้ ไม่ยอมไปเรียน หรือปฏิเสธงานที่หามาให้ รัฐจะสั่งตัดเงินช่วยเหลือทันที คนจึงไม่ขี้เกียจ แถมแรงงานทั้งประเทศถูกอัปสกิลใหม่ตลอดเวลา
คำทำนายว่านอร์ดิกจะพังเพราะจ่ายสวัสดิการจนถังแตก ลองกางตัวเลข หนี้สาธารณะต่อ GDP เทียบกันดูครับ
เดนมาร์ก: หนี้สาธารณะแค่ ~26% – 27% ของ GDP
สวีเดน: หนี้สาธารณะแค่ ~32% – 36% ของ GDP
นอร์เวย์: มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าทะลุ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 80 ล้านล้านบาท)
ประเทศไทย: หนี้สาธารณะ ~65% – 68% ของ GDP
สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง): หนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 120%+ ของ GDP!
แน่นอนว่ากลุ่มนอร์ดิกไม่ใช่ไม่มีปัญหาครับ ปัจจุบันเขาก็มีโจทย์ใหม่เรื่อง "สังคมสูงอายุ" และ "การรับผู้อพยพ" (ที่ทักษะและภาษายังไม่ตรงกับตลาดงานขั้นสูงของเขา) ซึ่งเขาก็กำลังปรับนโยบายแก้กันอยู่
แต่ถ้าวัดกันด้วยตัวเลขเศรษฐกิจจริงในศตวรรษที่ 21 คำทำนายที่ว่า มีรัฐสวัสดิการแล้วคนจะขี้เกียจ เอกชนจะพัง สู้ทุนนิยมเพียวๆ ไม่ได้นั้น ถูกตัวเลขจริงของทั้งอัตราการมีงานทำ จำนวนสตาร์ทอัพ ดัชนีการแข่งขัน และวินัยทางการคลังของกลุ่มนอร์ดิก หักล้างไปจนหมดสิ้นแล้ว
Pi CiJa retweeted
กลายเป็นคดีที่ตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของ AI อีกครั้ง ... เมื่อ ChatGPT แนะนำหญิงป่วยลมชักให้หยุดยาและปิดบังแพทย์ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
Bowen Wan หญิงชาวจีนวัย 31 ปี อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Amazon ที่ซีแอตเทิล เธอป่วยเป็นโรคลมชักรุนแรงมานานนับสิบปี
เธอเริ่มใช้ ChatGPT ในปี 2023 จากการสืบสวนพบว่าเธอสนทนากับ ChatGPT จนเห็นว่ามันเป็นเพื่อน ตามรายงานพบว่ารูปแบบการให้คำแนะนำของ ChatGPT สนับสนุนให้เธอแบ่งเม็ดยาโรคซึมเศร้าด้วยตนเอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
ในเดือนพฤศจิกายน 2025 Wan อยู่ในกลุ่มพนักงานที่ Amazon เลิกจ้างทั้งที่เธอเพิ่งจะยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร หากเธอต้องการอยู่ในสหรัฐฯ ต่อ เธอต้องหางานใหม่ให้ได้ภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์
Wan กังวลว่ายากันชัก lamotrigine ที่เธอทานอยู่ทำให้คิดช้าและพูดติดขัดจนสัมภาษณ์งานไม่ได้ ตามบันทึกที่เธอได้สนทนากับ ChatGPT ทั้งภาษาจีนและอังกฤษได้แนะนำให้เธอลดการใช้ยาจาก 400 mg. จนเหลือศูนย์ภายในไม่กี่สัปดาห์ และยังแนะนำให้เธอปกปิดเรื่องนี้กับแพทย์ นอกจากนี้ ChatGPT ยังตีความอาการที่น่าจะเป็นสัญญาณของโรคลมชักว่าเป็นอาการปกติหรือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ถึงแม้ว่าเธอจะแสดงความกังวลในบทสนทนาหลายร้อยครั้งแล้วก็ตาม
ระหว่างการลดยา Wan มีอาการผิดปกติหลายครั้ง เช่น อ่านข้อความไม่เข้าใจ หมดสติช่วงสั้นๆ และรู้สึกแปลกๆ ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดอาการชักจากสมองตรงส่วนกลีบขมับ แต่ ChatGPT กลับอธิบายว่าเกิดจากสมองกำลังปรับตัว
ในบทสนทนาของ Wan หลายร้อยครั้งเธอกังวลเรื่องการลดยาเอง แม้บางครั้ง ChatGPT จะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ แต่ในหลายบทสนทนาก็บอกให้เธอไม่ต้องกังวล แม้เธอจะถามว่าควรกลับมาทานยาไหม ChatGPT ยังคงแนะนำให้เธอหยุดยาและให้อดทนต่อไป
ต้นเดือนกุมภาพันธุ์ 2026 พ่อแม่ของ Wan อยู่ที่ประเทศจีนไม่ได้รับการติดต่อจากเธอ จึงขอให้คนรู้จักช่วยประสานงานกับตำรวจซีแอตเทิล ถึงได้ทราบว่า Wan เสียชีวิตเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลการชันสูตรพบว่าเธอเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคลมชัก (SUDEP)
ครอบครัวของ Wan ยื่นฟ้อง OpenAI และ Sam Altman โดยกล่าวหาว่า ChatGPT ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่มีใบอนุญาต ทำให้ผู้ใช้เชื่อว่าอาการถอนยาที่อันตรายเป็นผลลัพธ์ที่ดี และทำให้แพทย์กลายเป็นอุปสรรคแทนที่จะเป็นผู้ที่ควรปรึกษา
ด้าน OpenAI ระบุว่า เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบ บริษัทระบุว่าทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อปรับปรุงการตอบสนองในสถานการณ์ที่อ่อนไหว และย้ำว่า ChatGPT ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษาพยาบาล ส่วน GPT-4o รุ่นที่เกี่ยวข้องกับคดี ถูกนำออกจาก ChatGPT แล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026
nytimes.com/2026/10/27/well/…
Pi CiJa retweeted
“ปฏิญญากรุงเทพฯ” ความร่วมมือ 62 ชาติ เชื่อมข้อมูลบนฟ้าดูแลคนบนดิน ขับเคลื่อนเทคโนโลยีอวกาศสู่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ
วันนี้ผมได้รับเกียรติทำหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพร่วมกับ UN ESCAP ต้อนรับผู้แทนจาก 62 ชาติเอเชีย-แปซิฟิก ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศของภูมิภาคไปจนถึงปี 2030 ครับ
หมุดหมายสำคัญของงานนี้ คือการที่ทุกประเทศมีฉันทามติรับรอง "ปฏิญญากรุงเทพฯ" ร่วมกัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นของประเทศไทยเพียงผู้เดียว แต่เกิดจากความตั้งใจของทุกชาติที่มองเห็นตรงกันว่า ปัญหาใหญ่อย่างน้ำท่วม ภัยแล้ง ฝุ่นควันข้ามแดน และความมั่นคงทางอาหาร เป็นเรื่องที่เราต้องพึ่งพาและแบ่งปันข้อมูลกัน
ทุกวันนี้เรามีทั้งดาวเทียมและ AI ที่แม่นยำขึ้นมาก โจทย์สำคัญก้าวต่อไป คือการเชื่อมโยงระบบข้อมูลของภูมิภาคเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยน "ข้อมูลบนฟ้า" ให้กลายเป็น "การตัดสินใจบนดิน" ที่ช่วยแจ้งเตือนและปกป้องชีวิตผู้คนได้ทันเวลาในยามวิกฤต
ขณะเดียวกัน เราตั้งเป้าที่จะเปลี่ยน "เทคโนโลยีอวกาศให้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ" ด้วยการเปิดพื้นที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย GISTDA ไปจนถึงสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี และภาคเอกชน ให้เข้ามาร่วมใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อต่อยอดเป็นนวัตกรรมและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ขอขอบคุณมิตรประเทศทุกชาติ ทีมงาน UN ESCAP รวมถึงพี่ๆ น้องๆ ทีมงานเบื้องหลังทั้งชาว อว. และ GISTDA ทุกท่านที่ทุ่มเทผลักดันจนเกิดความร่วมมือสำคัญในวันนี้ครับ
พวกเราจะเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือที่ดูแลทั้งชีวิตผู้คนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคไปพร้อมกันครับ
"ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ผมเกิดมาแล้วเป็นนักการเมืองเลยนะครับ ผมก็เป็นคนที่มีที่มาที่ไปตามปกติ เมื่อก่อนคนเคยถามว่า 'เฮ้ย อยู่ไหน ไม่เห็นเคยเจอเลย อยู่ดี ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาเลย' คือเรียนว่าอยู่ในห้องแล็บครับ อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วก็ทำเรื่องพวกนี้ ทำเรื่อง Brain-Computer Interface (BCI) มานานแล้ว ทำมา 20 ปีแล้วครับ ทำตั้งแต่วันที่คนถามว่า 'ทำทำไม' จนถึงตอนนี้ที่คนถามว่า 'คนไทยมีคนทำเรื่องนี้ด้วยเหรอ' ซึ่งก็ยังไม่มีใครรู้อยู่ดีครับ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
โดย ดร.ยศชนัน กล่าวบนเวที Thailand's path towards AI Sovereignty
เส้นทางไทยสู่อธิปไตยปัญญาประดิษฐ์ ในงาน TNN Tech Forum 2026
AI Warfare : The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ
#TNNTechForum2026 #AIRacingforHumanity #TNNTech #TNNTechAIWarfare
Pi CiJa retweeted
แชร์ข้อมูลผิดพลาดจนผู้อื่นอาจเสียหาย แล้วบอกเพียงว่า “ขอตรวจสอบ” — พรรคประชาชนกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องพวกพ้องมากกว่าหลักการหรือไม่?
กรณีสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาทที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีข้อความกล่าวอ้างเชื่อมโยงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก่อนที่จะมี สส.พรรคประชาชนนำข้อมูลดังกล่าวไปแชร์ต่อ และต่อมาธนาคารกสิกรไทยได้ออกมาชี้แจงว่าไม่พบเลขบัญชีผู้รับเงินที่ปรากฏในภาพอยู่ในระบบของธนาคารนั้น ทำให้ดิฉันต้องกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งถึงมาตรฐานความรับผิดชอบของพรรคประชาชน
สิ่งที่ดิฉันเห็นว่าน่ากังวลไม่ใช่เพียงความผิดพลาดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบ แต่รวมถึงท่าทีของผู้บริหารพรรคในการชี้แจงต่อสังคม ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า พรรคกำลังให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของคนในพรรค มากกว่าการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ที่ถูกพาดพิงหรือไม่
ดิฉันรับทราบว่าโฆษกพรรคระบุว่าได้พูดคุยกับ สส.ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว แต่การพูดคุยตักเตือนภายในเพียงเท่านี้ เพียงพอกับผลกระทบที่อาจเกิดจากการเผยแพร่ข้อกล่าวหาร้ายแรงต่อสาธารณะแล้วจริงหรือ?
ยิ่งเมื่อมีคำอธิบายจากผู้บริหารพรรคว่าข้อมูลต้นทางไม่ได้มาจากพรรค และการแชร์ข้อมูลของ สส.หนึ่งคนไม่ได้ลดทอนความน่าเชื่อถือของหลักฐานอื่นที่ฝ่ายค้านรวบรวมไว้ ดิฉันยิ่งอยากถามว่า แล้วความรับผิดชอบต่อผู้ถูกพาดพิงอยู่ตรงไหน?
เหตุใดเมื่อเกิดความผิดพลาดจากคนในพรรค คำอธิบายจึงมุ่งไปที่การรักษาความน่าเชื่อถือของพรรค มากกว่าการอธิบายว่าจะแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่นอย่างไร?
สำหรับดิฉัน นี่เป็นอีกครั้งที่ต้องตั้งคำถามต่อมาตรฐานการปฏิบัติต่อสมาชิกของพรรคประชาชน โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคนในพรรค
พรรคที่เรียกร้องให้ผู้อื่นรับผิดชอบอย่างเข้มงวด ควรพร้อมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนของตนเองจะได้รับการตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่มีคำอธิบายหรือข้อยกเว้นเพิ่มเติมทุกครั้งเมื่อผู้ถูกตั้งคำถามเป็นสมาชิกฝ่ายตนเอง
หลักการที่แท้จริงต้องใช้กับทุกคน ไม่ใช่ใช้เฉพาะกับฝ่ายตรงข้าม ส่วนคนของตัวเองกลับได้รับความผ่อนปรนเป็นพิเศษ
และที่สำคัญ ดิฉันอยากย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นว่าจะต้องปกป้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือในฐานะนักการเมืองที่ดิฉันเห็นด้วย
ดิฉันสามารถไม่เห็นด้วยกับนายอนุทินในทางการเมืองได้หลายเรื่อง สามารถวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศ การตัดสินใจทางการเมือง และการใช้อำนาจของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่
แต่การไม่เห็นด้วยทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะต้องยอมรับการเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือรองรับ หรือเพิกเฉยเมื่อมีข้อมูลที่อาจทำให้บุคคลหนึ่งได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง
คนที่เราไม่ชอบก็มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม คนที่เราเห็นต่างก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคนที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองก็ไม่ควรถูกกล่าวหาโดยปราศจากพยานหลักฐานที่เพียงพอ
การมีหลักการไม่ได้หมายความว่าเราต้องปกป้องเฉพาะคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่หมายความว่าเราต้องยอมรับสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม แม้บุคคลนั้นจะเป็นคนที่เราไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงก็ตาม
หากวันนี้ผู้ถูกพาดพิงเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีโอกาสเข้าถึงสื่อ มีบุคลากรให้คำปรึกษาทางกฎหมาย และมีช่องทางชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว ก็อาจมีความสามารถในการปกป้องชื่อเสียงของตนเองได้มากกว่าประชาชนทั่วไป
แต่ลองคิดดูว่า หากเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นกับประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง เขาจะทำอย่างไร?
สมมติว่ามีใครสักคนนำภาพสลิปที่ไม่ถูกต้องมาเผยแพร่ พร้อมข้อความชวนให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลนั้นรับเงินสินบนจำนวน 7 ล้านบาท แล้วมีผู้มีชื่อเสียงหรือผู้แทนราษฎรนำไปแชร์ต่อจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
คนธรรมดาคนนั้นจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?
เขาอาจถูกตั้งคำถามจากเพื่อนร่วมงาน ถูกเพื่อนบ้านมองด้วยความสงสัย ถูกนายจ้างตั้งข้อกังขา หรืออาจได้รับผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและการประกอบอาชีพ
ลูกของเขาอาจต้องตอบคำถามที่ตัวเองไม่เข้าใจ พ่อแม่ของเขาอาจต้องเผชิญกับคำครหาที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น และครอบครัวของเขาอาจต้องแบกรับผลกระทบทางจิตใจจากข้อกล่าวหาที่ภายหลังพิสูจน์ได้ว่าไม่มีมูล
แม้จะมีการชี้แจงความจริงในภายหลัง ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เคยเห็นข้อมูลผิดพลาดจะได้รับทราบคำชี้แจงนั้นด้วย
ข่าวที่ไม่ถูกต้องอาจเผยแพร่ไปถึงคนจำนวนมากภายในไม่กี่นาที แต่การกอบกู้ชื่อเสียงและความไว้วางใจของคนคนหนึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปี
และประชาชนธรรมดาจำนวนมากไม่ได้มีทรัพยากรเพียงพอที่จะว่าจ้างทนายความ ดำเนินคดี หรือเข้าถึงสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตนเอง (1/3)
Pi CiJa retweeted
ชอบข้อคิดของคุณแขกครับ มีเหตุและผลดี
ถูกใจผมมากครับ
ชอบ ชอบ
ลองดูวิดีโอของ Sit Beautiful with Kamphaka สิ! #TikTok vt.tiktok.com/ZSgq3asUQ/
Pi CiJa retweeted
ข่าวจากพรรคอ่อมแก่ VS ข่าวจากพรรค (ที่อ้างตัวว่าเป็น) พรรคคนรุ่นใหม่
🔴 ฝั่งหนึ่งพูดเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว งานรายได้สูง นวัตกรรม
🟠 อีกฝั่งพูดเรื่องการปกป้องคนแชร์สลิปปลอม (ที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองจากก้านสมอง) และไม่แม้แต่จะเสนอทางออกเชิงนโยบายที่จับต้องได้ 😓
Pi CiJa retweeted
เลือดไหลไม่หยุด! เปิดตัวเลขจริงแค่ 6 เดือน คนไทยจ่าย 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติทะลุ 1.38 แสนล้าน คนไทยถูกดูดเงินเกลี้ยงกระเป๋า!
.
คนไทยจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มต่างชาติไปเท่าไหร่ ผมมีตัวเลขจริงมาให้ดูครับ
.
ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลประเทศไทย ผมติดตามเรื่อง "#การขาดดุลดิจิทัล" มาตลอด พูดง่ายๆ ก็คือ เงินที่คนไทยจ่ายออกไปให้บริการดิจิทัลของต่างชาติ มันมากกว่าเงินที่เราหาเข้ามาจากบริการดิจิทัลของเราเองเยอะมาก
.
ล่าสุดเราเชิญหลายหน่วยงานมาคุยกัน ทั้งแบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย และกรมสรรพากร แล้วก็ได้ความร่วมมือขอข้อมูลว่า คนไทยจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และโมบายแบงกิ้ง ออกไปให้บริษัทต่างชาติรายไหนบ้าง เท่าไหร่ กี่รายการ
.
ข้อมูลนี้สมาคมธนาคารไทยสำรวจจากธนาคารสมาชิก 11 แห่งจาก 15 แห่ง และเป็นแค่ครึ่งปีแรก 6 เดือน คือ มกราคมถึงมิถุนายน 2569 เท่านั้น ตัวเลขจริงทั้งปีจึงน่าจะสูงกว่านี้อีก (อาจจะคูญ 2)
.
#อันดับหนึ่งคือ Shopee ครึ่งปีเดียว 69,844 ล้านบาท จากกว่า 77 ล้านรายการ รองลงมาคือ Facebook 15,149 ล้านบาท TikTok 12,592 ล้านบาท และ Lazada 12,041 ล้านบาท ถัดไปเป็นสายท่องเที่ยวอย่าง Agoda, Trip.com, Booking.com และ Traveloka ส่วนบริการที่เราใช้กันทุกวันอย่าง Grab, Apple, Google, LINE และ Netflix ก็ติดอันดับด้วย
.
แค่ 20 อันดับแรกรวมกันก็ประมาณ 138,693 ล้านบาทแล้วครับ และครึ่งหนึ่งของก้อนนี้จ่ายผ่าน Shopee เจ้าเดียว
.
ต้องบอกไว้ด้วยว่าเงินก้อนนี้ไม่ได้ออกนอกประเทศไปทั้งหมด #บางส่วนก็จ่ายให้ร้านค้าคนไทยที่ขายของอยู่บนแพลตฟอร์ม พวกนี้ แต่ค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าสมาชิก และค่าบริการต่างๆ ไหลออกไปต่างประเทศจริง ข้อมูลชุดนี้เลยสำคัญมาก เพราะทำให้รัฐเห็นภาพชัดขึ้นเป็นครั้งแรกว่าเงินไหลไปทางไหน
.
แล้วเราจะลดการขาดดุลดิจิทัลได้ยังไง ผมคิดว่ามีหลายทางที่รัฐทำได้ครับ
.
#ทางแรก เก็บข้อมูลให้ครบและต่อเนื่อง ให้ธนาคารรายงานทุกไตรมาส และแยกให้ชัดว่าเงินส่วนไหนถึงมือร้านค้าไทย ส่วนไหนออกไปต่างประเทศจริง เพราะถ้าไม่รู้ตัวเลข ก็วางนโยบายไม่ได้
.
#ทางที่สอง ให้การแข่งขันเป็นธรรม แพลตฟอร์มต่างชาติที่ทำเงินจากคนไทยต้องเสียภาษีให้ถูกต้องเหมือนธุรกิจไทย และคนขายของออนไลน์ตัวเล็กๆ ต้องไม่ถูกเอาเปรียบเรื่องค่าธรรมเนียมจนอยู่ไม่ได้
.
#ทางที่สาม หนุนแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการดิจิทัลไทย ให้รัฐใช้บริการของคนไทยก่อน ช่วยเรื่องทุน และหาตลาดให้สตาร์ทอัปไทยโตได้จริง โดยเฉพาะด้านที่เรามีจุดแข็งอยู่แล้วอย่างท่องเที่ยว อาหาร และการค้าออนไลน์
.
#ทางที่สี่ ส่งออกบริการดิจิทัลให้มากขึ้น ทั้งคอนเทนต์ เกม ซอฟต์แวร์ และบริการ AI เพื่อให้มีเงินไหลกลับเข้ามา ไม่ใช่ไหลออกอย่างเดียว
.
#ทางสุดท้าย พัฒนาคน ปั้นคนไทยให้มีทักษะดิจิทัล ทั้งสร้างเทคโนโลยีเองได้ และใช้เครื่องมือต่างชาติสร้างรายได้กลับเข้าประเทศ
.
#ผมไม่ได้บอกให้เลิกใช้แพลตฟอร์มต่างชาตินะครับ เพราะมันสะดวกและช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง แต่ทีมบริหารประเทศต้องรู้ว่าเงินเราไหลไปทางไหน แล้วหาทางให้คนไทยได้ส่วนแบ่งจากเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ข้อมูลชุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นครับ และอยากจะรัฐบาลนำตัวเลขนี้ไปผลักดันต่อให้เป็นมาตรการที่จับต้องได้ ในการลดการขาดดุลดิจิทัลประเทศไทยลง ตามคำแนะนำผมที่ให้มา.!
.
ฝากเร่งบูรณาการทีมเศรษฐกิจประเทศ รับมือเงินคนไทยไหลออกต่างชาติอย่างเป็นระบบเถอะครับ
🤖 Made with AI
Pi CiJa retweeted
Replying to @ilovesujuth
cow pig = อังกฤษเก่า, beef pork = ฝรั่งเศส, ฝรั่งเศสชื่อวิลเลี่ยมยึดอังกฤษได้ 1066 รากหญ้าเลี้ยงสัตว์ใช้คำอังกฤษเดิม แต่เชือดเป็นอาหารเข้าวัง เข้าเมือง ชนชั้นปกครองคนฝรั่งเศส เรียกแบบฝรั่งเศส อีก 2 คำคือ sheep/mutton, deer/venison
การเมืองไทยก็ทรงนี้ ไม่ได้เลือกจากนโยบาย ทีมงาน และการทำงาน เลือกจากการเล่นหรือไหลไปตามกระแสชี้นำและความเกลียดชัง 😞😞😞
ผลเลือกตั้งบราซิลพลิกล๊อก ... ใน Kalshi และ Polymarket พนันกันว่าลูลาจะแพ้ ผลออกมาคือลูลาชนะ
ผลคือค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงประมาณ12% ดัชนี Bovespa ถูกประเมินว่าน่าจะ -15%
เคยได้ยินทฤษฎี Wisdom of the Crowd กันไหมคะที่บอกว่า ถ้าเอาความเห็นของคนจำนวนมากมาเฉลี่ยกัน มันมักจะแม่นกว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญคนเดียว
หลักการแพลตฟอร์มทั้ง Kalshi และ Polymarket ซึ่งเป็นตลาดคาดการณ์ก็ทำงานบนหลักการนี้แหละ ตลาดให้โอกาสโบลโซนาโรชนะเกิน 80% ขนาดหลังสองทุ่มของวันเลือกตั้งไปแล้ว Kalshi ยังให้ลูลามีโอกาสชนะเพียง 21%
เฟดเคยมีงานวิจัยที่ิวิเคราะห์ถึงตลาดคาดการณ์ว่ามันเป็นเครื่องมือการพยากรณ์แบบ real time ที่มีประโยชน์ แต่ว่ามันจะเริ่ม "เพี้ยน" เมื่อเกิดเงื่อนไขบางอย่าง เช่น อารมณ์ตลาดมีน้ำหนักมากกว่าข้อเท็จจริง
สติปัญญาของฝูงชนจะน่าเชื่อถือและได้ผลก็ต่อเมื่อมีอิสระทางความคิด แต่ถ้าทุกคนเริ่มมองไปในทิศทางเดียวกัน ... ฝูงชนก็จะกลายเป็นฝูงแกะ 🤣🤣🤣
กรณีบราซิลคือตัวอย่างที่ชัดที่สุด ทุกคนที่เห็นคะแนนรอบแรกของโบลโซนาโร (ลูกชายของอดีตปธน.ฌาอีร์) ทำได้ดีเกินคาด ตลาดคาดการณ์จึงเหมาไปว่าเขาจะชนะรอบตัดสิน แต่ก็ลืมกันไปว่าการเลือกตั้งรอบตัดสินมันเป็นเกมคนละแบบ
ลูลา สามารถรักษาตำแหน่งปธน. ไว้ได้ ก่อนหน้านี้เขาถูกกดดันหนักเรื่องค่าครองชีพ แต่เขาก็พลิกกลับมาชนะได้เพราะดึงคะแนนจากผู้ที่เคยเลือกผู้สมัครคนอื่นในรอบแรก และระดมคนที่ไม่ได้ออกไปใช้สิทธิ์ให้กลับมาลงคะแนนได้
รอบนี้ชาวบราซิลได้ตัวเลือกไม่ดี หลายคนไม่ได้เลือกลูลาเพราะชอบลูลา แต่เลือกเพราะไม่เอาโบลโซนาโร
federalreserve.gov/econres/f…
เพิ่งจะเห็นมาตรฐานใหม่จากโรมนะ กับตัวเองแค่ภาพแอบถ่ายขณะร่วมโต๊ะกินข้าว ลากโยงไปเละเทะ แต่นี่หลักฐานคาตาว่าเคยเป็นสมาชิกพรรคกลับไม่แนะนำให้เอามาเชื่อมโยง แถมระดับนายกฯยังจะให้ค่าเท่ากับตาสีตาสาร้อยวันพันกว่าเรื่อง มาตรฐานส้ม🍊 มาตรฐานโรม 😁😁😁
ที่ทางไทยรัฐพาดหัวข่าว ผิดไปจากข้อเท็จจริงจากที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ไปมากๆ ซึ่งผมมองว่าการพาดหัวแบบนี้ทำให้ผมได้รับความเสียหาย
.
ผมจึงต้องขอชี้แจงดังนี้
.
ผมคิดว่าการดำเนินคดีกับแอดมินเพจ Godd Dam ซึ่งหากปรากฏว่าข้อมูลหลักฐานไม่ถูกต้อง อันนี้ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งตัวเขาก็มีสิทธิ์ได้รับการปรึกษาทางกฎหมายและสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เราต้องมองต่อในเรื่องนี้ คือความพยายามที่จะโยงมาถึงพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชน แค่เพียง มีข้อมูลว่าแอดมินเคยเป็นสมาชิกของพรรคก้าวไกล ซึ่งหลายครั้งก็มักจะมีการโยงในลักษณะแบบนี้ เพื่อที่จะทำให้เรื่องราวต่างๆนำมาใช้เพื่อดิสเครดิตพรรคประชาชนอย่างเป็นระบบ
.
อย่างไรก็ดีข้อมูลต้นทางที่มีบุคคลออกมาโพสต์ในความร่ำรวยผิดปกติแล้วพยามที่จะสื่อสารว่ามีเส้นสายกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ผมคิดว่าบุคคลแบบนี้ถ้ามีตัวตนจริงก็ควรที่จะมีการขยายผลและเร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน
.
ผมคิดว่าการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจหากสามารถทำได้อย่างรวดเร็วแบบนี้กับทุกๆเรื่อง เราจะสามารถป้องกันปัญหาอาชญากรรมได้มากมาย
.
รวมไปถึงกรณีของเว็บพนันที่เชื่อมโยงกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับความกระจ่างว่าตกลงแล้วหน่วยงานรัฐจะเป็นอย่างไรและจะดำเนินคดีกันอย่างจริงจังหรือไม่
.
เอาว่าเรื่องนี้ไหนๆเจ้าหน้าที่งรัฐก็สร้างมาตรฐานความรวดเร็วแบบนี้แล้ว อย่าให้ความรวดเร็วนี้เกิดขึ้นกับกรณีที่ผู้เสียหายคือนายกรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว แต่ประชาชนคนอื่นก็สมควรที่จะได้รับความกระจ่างและความรวดเร็วของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐแบบนี้เช่นเดียวกัน
.
สุดท้ายนี้ผมไม่ทราบว่าทางไทยรัฐจะมีการแก้ไขปรับปรุงเรื่องนี้หรือไม่ แต่นี่คือคำชี้แจงของผม ซึ่งเกิดจากการพาดหัวที่ผมมีความเห็นว่าไม่สอดคล้องตรงกับข้อเท็จจริงที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ไป
Pi CiJa retweeted
คลิปสาธิตท่าบริหารหน้าท้องสุดเรียบง่ายจาก
"นาคายามะ คินนิกุคุง"
ดาวตลกสายเพาะกายชื่อดังของญี่ปุ่น
ที่แนะนำวิธีฟิตกล้ามท้องบนเก้าอี้
เพียงวันละ 30 ครั้ง
สำหรับคนที่ไม่อยากนอนราบ
หรือเจ็บหลังจากการซิทอัปแบบเดิม
หัวใจสำคัญของท่านี้
เริ่มจากการนั่งหมิ่นตรงขอบเก้าอี้
เก็บคางและโก่งหลังเล็กน้อย
พร้อมมองตรงไปที่สะดือ
จากนั้นใช้สองมือจับขอบเก้าอี้ประคองตัวไว้
แล้วสลับยกเข่าขึ้นมาหากลางลำตัวทีละข้าง
โดยจุดโฟกัสต้องไม่ใช่แค่ออกแรงยกขา
แต่คือการ
"ใช้แรงบีบจากหน้าท้องดึงเข่าขึ้นมา"
เทคนิคการก้มมองสะดือและโก่งหลังเล็กน้อย
จะช่วยล็อกกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Rectus Abdominis)
ให้หดตัวได้เต็มที่ และช่วยตัดแรงดึง
จากกล้ามเนื้องอข้อสะโพก (Hip Flexors)
จึงช่วยป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง
และเหมาะมากสำหรับชาวออฟฟิศ
ที่ต้องนั่งทำงานติดโต๊ะทั้งวัน
Via: Yoshi|美容ヲタク
Pi CiJa retweeted
มีความพยายามที่จะสร้างข่าวปลอมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เด็กคนนี้ได้รับความช่วยเหลือแล้วตั้งแต่ปี 67 และสำหรับปี 70 ประเทศที่มีความขัดแย้งทุนนี้ได้ถูกระงับไปแล้วครับ
ข่าวช่องone ปี 67
facebook.com/share/v/1VLRYv7…
นอกจากจะสร้างความเข้าใจผิดแล้ว อาจจะทำให้น้องคนนี้เสียหายด้วย
สำหรับคนที่อยู่เบื้องหลังข่าวปลอมเรื่องนี้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไปครับ
Pi CiJa retweeted
สับศอกเดียวชีวิตเปลี่ยน! ชายหัวร้อนทำร้ายตำรวจจราจรใต้ BTS บางหว้า โดนศาลสั่งจำคุกทันที 3 ข้อหาหนักค่ะ!
เรื่องเกิดจากตำรวจจราจร สน.ภาษีเจริญ เรียกตรวจรถเก๋งสีน้ำเงินตามปกติ แต่คนขับชายวัย 47 ปี เกิดหัวร้อนไม่พอใจ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้สับศอกใส่เจ้าหน้าที่จนร่วงลงไปนอนกองกับพื้นค่ะ
สุดท้ายไม่รอดค่ะ! โดนรวบตัวส่งฟ้องศาลทันที ล่าสุดศาลตัดสินจำคุกแล้วเรียบร้อย กับ 3 ข้อหาหนัก โดนเต็มๆ ไม่มีรอลงอาญา:
📌 ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน
📌 ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน
📌 ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
📌 อุทาหรณ์ ขับรถใจเย็นๆ ปฏิบัติตามกฎดีกว่าค่ะ อารมณ์ร้อนชั่ววูบครั้งเดียว จากขับรถเก๋งเท่ๆ ต้องไปนอนคุกทันที ไม่คุ้มเลยค่ะ
สับศอกเดียวชีวิตเปลี่ยน! ชายหัวร้อนทำร้ายตำรวจจราจรใต้ BTS บางหว้า โดนศาลสั่งจำคุกทันที 3 ข้อหาหนัก‼️
Pi CiJa retweeted
เวลาพูดเนี่ยไม่อายบ้างเหรอ?
ที่น้ำเงินใหญ่โตจนเกินควบคุมเนี่ย ก็เพราะพรรคเมิงนั่นแหละประเคนอำนาจให้ ตอน พท. ทำคดีฮั้ว สว. ก็เสือกไปปกป้อง เป็นพรรคอันดับ 1 แต่ไปประเคนเสียงให้พรรคอันดับ 3 นั่งนายกฯ ไม่รักษามารยาทกับ ปชช. ถนัดนักเรื่องเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นเนี่ย?!
คุณช่อไปพูดที่ The standard พูดถึงที่คุณจุลพันธ์บอกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องฟังการอภิปรายก่อน แต่โดยมารยาททางการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลก็จะสนับสนุนรัฐบาล
คุณช่อเลยบอกว่า พรรคเพื่อไทยมีมารยาททางการเมืองกับเฉพาะพรรคการเมืองด้วยกันหรือ ทำไมไม่รักษามารยาททางการเมืองกับประชาชนบ้าง เพราะคุณช่อมองว่า เห็นภูมิใจไทยเลวร้ายอยู่เต็มตา
ซึ่งก็มีคนตั้งคำถามกลับว่า แล้วตอนที่พรรคส้มเอา 143 ส.ส. 14 ล้านเสียงของประชาชน ไปยกอำนาจให้น้ำเงิน จนบริบทการเมืองเปลี่ยนทั้งกระดาน
ตอนนั้นใช้มารยาททางการเมืองกับประชาชนบ้างหรือไม่ ตอนนั้นมองข้ามความเลวร้าย หรือ ไม่มีความเลวร้ายมาก่อน
ถ้าตอนที่เอาเสียงข้างมากไปสนับสนุนให้เสียงข้างน้อยมามีอำนาจ แถมยังไม่รับผิดชอบอำนาจที่เอาไปยกให้เขา
กับตอนนี้ที่เพื่อไทยทำตามฉันทามติของประชาชน ที่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ประชาชนเลือกมา แล้วรับผิดชอบกับคนที่เลือกพรรคมาด้วยการไปแบ่งอำนาจมาบริหารตามสัดส่วนที่ตัวเองได้เสียงจากประชาชนมา
แบบไหนที่ไม่รักษามารยาทกับประชาชนกันแน่
การอภิปรายก็ยังไม่เกิดเขาก็บอกจะฟังก่อน แต่จะให้เขาประกาศว่า จะถอนตัวจากรัฐบาลตั้งแต่ยังไม่ได้อภิปรายหรืออย่างไร
แทนที่การอภิปรายรัฐมนตรีจะมุ่งเสนอหลักฐานว่า รัฐมนตรีทำผิดอะไร แต่กลับเน้นพุ่งเป้ามาที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเพื่อไทยให้แสดงจุดยืนตั้งแต่ยังไม่ได้อภิปรายเป็นหลัก
Pi CiJa retweeted
เมื่อเจ้าหน้าที่ถูกตั้งคำถาม แต่คนถือระเบิดกลับถูกมองข้าม… นี่หรอความเป็นธรรมที่เรียกร้อง ?
___
ระเบิดอยู่ในบ้าน มีอาวุธอยู่ในพื้นที่ แต่พอเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องถูกตั้งคำถาม แล้วความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ที่ถูกยิงเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย หายไปไหนจากสมการความเป็นธรรม?
นี่คือข้อย้อนแย้งที่สังคมควรตั้งคำถาม เมื่อมีบางกลุ่มรีบหยิบยกความสูญเสียของฝ่าย BRN จำนวน 3 ราย มาเป็นประเด็นโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่กลับไม่ให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ซึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ถูกเปิดฉากยิงจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ
เมื่อมีรายงานเกี่ยวกับระเบิดและอาวุธภายในบ้านหรือบริเวณเกิดเหตุ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกละเลยเพียงเพราะการตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่ที่ให้ผลทางความรู้สึกที่ปลุกเร้าสังคมได้มากกว่า
สิ่งที่น่าตั้งคำถามยิ่งกว่าคือ พฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่พร้อมขยายทุกประเด็นเมื่อเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติการ แต่กลับเงียบงันเมื่อเจ้าหน้าที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง หรือเลือกพูดถึงเฉพาะความสูญเสียของฝ่ายที่ตนเอง 'เห็นใจ'
ความเป็นธรรมไม่ใช่การเลือกปกป้องคนที่เราสนับสนุน แต่คือการยืนอยู่บนข้อเท็จจริง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่เป็นคุณกับฝ่ายของตัวเองก็ตาม
.
ขอบคุณ : เจ้าของภาพ / กรมทหารพรานที่ 49
___
#สดุดีตำรวจกล้า
#ทีมโฆษก_กอรมน
#ชายแดนใต้
#อำเภอศรีสาคร
#นราธิวาส
เทียบเปรียบเปรยก็ผิดบริบทแล้วครับ! นี่ไม่ใช่การ "จ้างไว้ล่วงหน้าแล้วบังคับบอร์ดใหม่กดอนุมัติ" แต่คือการ "ตั้ง HR มาคัดสรรเรซูเม่เตรียมไว้" ต่างหาก
พอสั่งงานสรรหาเสร็จ HR ก็เอาตารางรายชื่อส่งให้บอร์ดใหม่พิจารณา ถ้าบอร์ดใหม่เห็นว่าไม่เจ๋ง ไม่โปร่งใส หรือไม่ตรงสเปก บอร์ดก็มีสิทธิ์ "ไม่อนุมัติ" แล้วให้ไปสรรหามาใหม่ได้ตลอด
มันคือการเตรียมงานล่วงหน้าให้บอร์ดใหม่เข้ามาแล้วทำงานได้ทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ห้องทำงานว่างเปล่าเป็นสุญญากาศ... เลิกบิดเบือนเทียบเรื่องไร้สาระเพื่อเอาสะใจได้แล้วครับ
สมมติบริษัทเปลี่ยนบอร์ดบริหารใหม่ แต่ผู้จัดการคนเก่ารีบเซ็นสัญญาจ้างที่ปรึกษาไว้ล่วงหน้าก่อนบอร์ดใหม่เข้าทำงาน แล้วบอกบอร์ดใหม่ทำได้แค่กดอนุมัติ... ถามจริง มีบริษัทไหนเขาทำกัน? มันไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ แต่มันคือเรื่อง 'มารยาทและธรรมาภิบาล #ประกันสังคม #บอร์ดประกันสังคม #เลือกตั้งประกันสังคม #ประกันสังคมก้าวหน้า #รัฐบาล


































