เกิดที่อีสานตอนกลาง ภาษาแรกที่เว้าได่คือภาษาอีสาน 5ขวบย้ายไปอยู่บ้านพ่อที่ภาคกลาง ครอบครัวพ่อพูดลาว แต่สังคมรอบตัวพูดไทยกลาง มีแต่คนคิดว่านี่เป็นต่างด่าว ไม่ใช่คนไทย ไล่กลับลาว
ตอน10ขวบกลับมาอยู่อีสานคิดว่าคงไม่มีปัญหาเรื่องภาษา แต่สำเนียงเราตอนนั้นมันบ่าได้เลย เป็นคนอีสานสำเนียงโต่ย ใช้คำลาวผสมคำไทย อยู่ในสังคมที่คนรอบตัวพูดอีสานแต่ไม่มีใครยอมรับข้อยเป็นส่วนหนึ่งด้วย
ปวดใจสุดคือตอนออกไปสอบเก็บคะแนนด้วยการพูดแนะนำเพื่อนออกกำลังกาย พยายามพูดไทย แต่มันหลุดสำเนียงโต่ยๆ ออกมา จู่ๆ ครูพละของขึ้นอะไรไม่รู้ ชี้หน้าด่าข้อยเรื่องสำเนียง คาดคั้นว่ามึงเป็นคนอีสาน เป็นคนไทยหรือลาว มึงเอาสักภาษาดิ หรือพูดไม่ได้สักภาษามึงก็ไม่ต้องพูด แล้วเพื่อนก็หัวเราะ
จากที่สดใสอยู่ดีๆ กลายเป็นเด็กเงียบแทบไม่คุยกับใครเกินความจำเป็น กลายเป็นถูกมองว่าทำตัวมีปัญหา ไม่เอาเพื่อน เข้าสังคมไม่ได้... ซึ่งไม่ใช่เลยนะ อยากมีเพื่อน อยากมีสังคม แต่ทุกคนมีปัญหากับสำเนียงพูดข้อย แถมพรากความมั่นใจน้อยนิดของเด็ก10ขวบคนหนึ่งไป คิดว่าเด็กมันต้องใช้ชีวิตยังไงต่อล่ะ
Ayuth🌻 retweeted
พึ่งรู้ว่าเบนซ์ พรชิตา ปฏิเสธเรื่อง “สะใภ้ไร้ศักดินา“ หลายรอบมากกกกก
เพราะว่าช่วงนั้นเรื่อง “สาวน้อยคาเฟ่” ดังมากถึงมากที่สุด แล้ว “จอย ศิริลักษณ์“ ดังมากร้องเพลงก็เพราะจนทำให้เบนซ์แบบไม่มั่นใจเลย เพราะว่าเบนซ์ไม่มั่นใจในเสียงร้องของตัวเอง บอกตัวเองร้องเพลงเพี้ยนไม่เพราะเลยแล้วคือมาชนกับจอยช่วงนั้นคือเหมือนเอาตัวเองไปตุย
แต่ชอบประโยคที่อาปิ่นผู้จัดบอกกับเบนซ์นะว่า
“เชื่อพี่สิ พี่เป็นผู้จัด ถ้าพี่จะทำละคร พี่ต้องเลือกคนที่มันเหมาะที่สุดกับตัวละครไหม พี่ก็ไม่ทำให้งานพี่มันพังอยู่แล้ว ภาพเรามันได้”
คืออาปิ่นพยายามทำให้เบนซ์มั่นใจว่าตัวเบนซ์เอง อ่ะทำได้สิ เธอทำได้แล้วคือเรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตกจริงๆ
เห็นยอดอยากไปโรงเรียนขึ้นมาแล้วชื่นใจงับ 🥹 หลังจากนิ่งมานาน ขอบคุณเพื่อนนักอ่านที่สนับสนุนและส่งต่อด้วยงับ ม้วบๆ 😘 🥰
#อยากไปโรงเรียน
#อยุทธ์
mebmarket.com/web/index.php?…
Ayuth🌻 retweeted
รู้จัก ‘LISA’ มากขึ้น ผ่านบทสนทนาภาษาอังกฤษกับคำนี้ดี!
Get to know ‘LISA’ better through an English conversation with THE STANDARD knd!
.
📍 Watch this episode on Oct 29, 7 PM Thai Time on YouTube: THE STANDARD knd (คำนี้ดี)
.
#คำนี้ดี #ลิซ่า #LISA #BLACKPINK #LLOUD
กำลังสงสัยว่าทำไมออฟฟิเชียลขึ้นแสดงว่าสินค้าหมด...หมด แบบหมดทุกอย่างเลย ยูเป็นโรงงานใหญ่ของจังหวัดเลยนะ ข้าวจะหมดโรงสีเลยเหรอ ปกติเราสั่งข้าวกล้องยี่ห้อนี้(โรงสีก็อยู่ยโสธรนี่เอง)
เราไม่มีความรู้เรื่องข้าวหอมมะลิเท่าไร แต่ใครเคยกินข้าวไดโนเสาร์ จะรู้สึกว่าข้าวมันต่างจากออกไปนิดหน่อย มีความ อวบ หนา ใหญ่ ยาว (หมายถึงเม็ดข้าวนะ) เวลาหุงแล้วจะเรียงเม็ดสวย เอามาหุงให้คนแก่ที่บ้านกินมีแต่คนออนซอนเม็ดข้าว อิฉันยังอยากได้พันธุ์ข้าวมาปลูกอะ
เรียบร้อย! เจอผลเทสต์แบบนี้ ล่าสุดข้าวไดโนเสาร์ขาดตลาดอยู่ ได้ขาดตลาดเข้าไปอีก 🔥
คือช่องนี้บนติ้กต่อกเป็นช่องคุ้มครองผู้บริโภคอะ เอาข้าวหอมมะลิไปส่งแลปตรวจเอง (เสียตังเองด้วย) เพื่อเช็คว่าถุงยี่ห้อต่างๆ มี % ข้าวหอมมะลิเท่าไหร่ ซึ่งที่ผ่านมาฮือฮาพอสมควรเลย เพราะบางยี่ห้อเจอ % ต่ำมาก ถึง 0% ก็มี โคตรช็อก
จนเมื่อวานโพสต์ผลส่งตรวจข้าวไดโนเสาร์ เป็นการสุ่มตรวจ ไม่ได้เตรียมล่วงหน้าเลยนะ พบว่ามีข้าวหอมมะลิถึง 97% สูงมากกก เพราะปกติรัฐกำหนดแค่ 92% ก็ผ่านแล้วอะ (ขั้นตอนเก็บเกี่ยว ตาก โรงสี จะได้ 100% แทบเป็นไปไม่ได้เลย)
สรุปคือข้าวไดโนเสาร์ 97% จากแลป ถือว่าเปอร์เซ็นต์สูงมากๆ เลิศจริง ตรงปก ไม่หลอกลวงผู้บริโภค โคตรดี ✅🍚
นี่มองว่าอีบุ๊กกับหนังสือเล่มความเสี่ยงต่างกันงับ อีบุ๊กทำเสร็จแล้วเปิดขายได้เลย แต่หนังสือเล่ม โดยเฉพาะที่พิมพ์ขายเอง ต้องคำนวณต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วย
ถึงจะพรีออเดอร์ มีทุนจากนักอ่านเข้ามาก่อน แต่ก็ยังมีเรื่องต้นทุนต่อเล่มเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหนังสือพิมพ์เยอะต้นทุนต่อเล่มก็ยิ่งถูกลง นักเขียนเลยต้องประเมินยอดขายคร่าวๆ จะได้กำหนดราคาขาย แต่ปัญหาคือเราก็ไม่รู้อีกแหละ ยอดสั่งซื้อที่เราคาดไว้จะได้จริงๆ ไหม ถ้ายอดไม่ถึง ต้นทุนต่อเล่มสูงขึ้น กำไรลดลง เราก็ต้องแบกรับต้นทุนส่วนต่างเอง
เราคิดว่านักเขียนก็อยากทำหนังสือนะ แต่บางเรื่องอีบุ้คอาจได้ ร้อยโหลด แต่เวลาประกาศพรีเล่มจริงๆ อาจอาจมีคนจองเข้ามาแค่30-40เล่มกะได้ + พิมพ์เผื่ออีกสัก 10-20 เล่ม (แต่บางทีที่พิมพ์เผื่อมาบางคนก็ขายไม่ออกก็มี)
เพราะไม่ใช่นักเขียนทุกคนจะมียอดอีบุ้คหรือขายหนังสือเล่มเยอะ หรือมีทุนสำรองในมือสูงอะงับ เราว่าการพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจไปทำเล่มก่อนก็ดีนะ
อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำงับ 🥹
อย่างแรงนี่น่าจะเป็นหนังสือที่ตั้งราคาแพงที่สุดตั้งแต่เขียนนิยายมาเลยงับ ซึ่งก็กังวลมากๆ ว่า แพงไปไหมนะ แต่พอเห็นต้นทุนเล่มแล้ว มันได้เท่านี้จริงๆ 🥲
แต่เป้าหมายที่สำคัญกว่าคือ อยากให้เรื่องนี้มีฉบับหนังสือจริงๆ งับ เลยไม่ได้คาดหวังกำไร หวังแค่ว่าจะมีนักอ่านจองเข้ามาจนยอดพอจะส่งพิมพ์ได้ และตัวเองมีเก็บไว้ลูบคลำสักเล่ม เลยอยากขอบคุณนักอ่านสายเล่มทุกคนจริงๆ งับ ที่ในที่สุดก็ทำให้เราได้หนังสือเล่มนี้มาเก็บไว้ 🫶🤗
ร้านไก่ทอดหาดใหญ่แถวบ้าน กว่าจะได้กินเหมือนต้องอาศัยผลบุญหนุนส่ง ไม่รู้ปกติตั้งร้านตั้งแต่กี่โมง แต่9โมงคือหมดแล้ว บางทีแหกขี้ตามาตอน8โมงก็เหลือแต่ตูดไก่กับหนังไก่ แถมเวลาหยุดหยุดหลายวันด้วย วันนี้ผ่านไปเห็นขึ้นป้ายหยุด 15 วัน
Ayuth🌻 retweeted
ในบูธแก้วกานต์จะมีผู้หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่คนนึง นั่นคือคุณกัณหา แก้วไทยนักแปลมือฉมัง แปลหนังสือมามากมายมหาศาล วรรณกรรมเยาวชนยันนวนิยายรักโรแมนติก สืบสวนก็มี เคยเดินเข้าไปขอบคุณแล้วก็บอกว่าตั้งแต่เด็กอ่านหนังสืองานแปลของท่านมาเยอะมากก ท่านก็บอกขอบคุณ เดินยิ้มทั้งวันเลยผมเนี่ย ฟิน
นี่อ่านจีนโบเยอะอยู่หนา แต่ถ้าให้เขียนก็คือเขียนบ่าได้เลย
เหมือนที่ชอบพีเรียด แต่ก็เขียนพีเรียดบ่ได้เช่นกัน
ยิ่งเรื่องที่อ้างอิงกับประวัติศาสตร์ ประเทศเพื่อบ้าน ชนเผาเดิม รายละเอียดสังคม ความเชื่อ ความชื่นชอบ ไหนจะภาษาในยุคนั้นอีก คนเขียนพีเรียดได้นี่คือเก่งกันมากๆ เลยนะงับ
นิยายจีนบางเรื่องที่นางเอกมีปานหรือแผลบนหน้าจะถูกบรรยายว่าอัปลักษณ์น่าขยะแขยงจนทนมองไม่ได้ แต่พอผมนางเอกปรกลงมาปิดปายปิดแผลไว้ก็สามารถกลายเป็นคนงาม งามซึ้ง งามชวนตะลึง งามล่มเมือง...ฉับสับสนมาก
เจ็บปวดชิบหายกับซีนนี้ ยุคสมัยที่ผู้ชายมีบาดแผลเท่ากับกล้าหาญ เป็นรอยแผลแห่งเกียรติยศ กลับกันถ้าผู้หญิงมีรอยแผลเป็นเมื่อไหร่ก็ถูกตีค่าเป็นสิ่งของมีตำหนิ และน่ารังเกียจทันที
กูเจ็บปวดมากที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยผู้หญิงก็ยังคงเจ็บปวดกับเรื่องนี้อยู่อะ ฮือ ผู้หญิงทุกคนสวยครับ เคยฟังเพลง scars to your beautiful ไหม 😭
No scars to your beautiful
We’re stars and we’re beautiful ⭐️👯♀️🩷✨
นั่งจิบกาแฟฟังคุมนายกับคนซื้อวัวต่อรองราคากัน
่
ลุง : วัวนี่ว่ายังไงยาย เท่าไรดี
มาดาม : สี่สิบห้าบาทก็พอ
ลุง : โห ทำไมแพงแบบนั้นอะ
มาดาม : อยากได้เงินเยอะ ก็ต้องตั้งแพงๆ สิ
ลุง : มีราคาแบบคุยกันได้ไหม
มาดาม : ก็เนี่ยแหละราคาคุยกันได้
ลุง : มันแพงไป เมื่อวานไปดูอีกตัวที่อยู่อีกหมู่บ้าน ท่าทางดีกว่ายังไม่ราคาไม่แพงเท่านี้เลย
คุณนาย : แล้วทำไมไม่ซื้อตัวนั้นล่ะ
ลุง : ....
Ayuth🌻 retweeted
#เตือนภัย #งานหนังสือ
มีคนจ่ายค่าหนังสือด้วยแบงค์ 1,000 พยายามขอให้ทอนเงินก่อน ระหว่างนั้นจะมีคนเข้ามาถามข้อมูลเพื่อดึงความสนใจพนักงานแล้วคนซื้อจะแอบชักเงินกลับ ทำทีเป็นจ่ายแล้วเพื่อเอาเงินทอน
ขอให้บูธขนาดเล็ก - ขนาดกลางระวังกันด้วยครับ






















