Dradrada retweeted
ก็ไม่น่าจะเรียกว่า 🚩 นะ.. ต่อให้เราที่เป็นผู้ชายรวยมาก และการจ่ายค่าอาหารทั้งโต๊ะเป็นเงินที่ไม่มีความหมายก็ตาม..
คือ.. ถ้าเป็นผม พาแฟนไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของเค้า ผมยินดีจ่ายให้ไม่มีปัญหาอะไร.. ส่วนเพื่อนๆ ของแฟน.. ถ้าเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็คงเลี้ยงด้วย ถือเป็นการทำความรู้จักกัน
แต่.. การเป็นแฟนใครสักคนไม่ได้หมายความว่าเรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเพื่อนหรือญาติพี่น้องเค้าไปด้วยทุกครั้ง..
「มีความสามารถในการจ่าย ≠ มีหน้าที่ต้องจ่าย」
ผมว่า generosity ควรเกิดจากความเต็มใจ.. ไม่ใช่แบบ expectation ว่าถ้ารักแฟนจริง หรือรวยพอ.. ก็ต้องจ่ายให้ทุกคนที่มากับแฟน
แล้วบางทีปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่แฟนเรา.. แต่อาจเป็นคนรอบตัวแฟน (พูดถึงบริบททั่วไปในสังคมนะ ไม่ใช่ Lisa) ที่พอรู้ว่าเรามีเงินมีกำลังจ่าน.. ก็เริ่ม Take it for granted..
วันนี้เราเลี้ยง เค้าขอบคุณ.. วันหน้าเราเลี้ยงอีก เค้าเริ่มเคยชิน.. พอวันนึงเราไม่เลี้ยง ดันกลายเป็นว่าเราขี้เหนียว.. 😅
คนจีนเลยมีสำนวนว่า 「升米恩,斗米仇」 ประมาณว่า… ความช่วยเหลือที่เคยได้รับด้วยความขอบคุณ พอได้รับจนเคยชินก็อาจกลายเป็นความคาดหวัง.. และเมื่อไม่ได้รับอีก.. ก็เกิดความไม่พอใจ
ส่วนกรณี Lisa ผมไม่รู้บริบททั้งหมดหรือผู้ชายตอบด้วยน้ำเสียงแบบไหน.. ถ้าจงใจพูดให้เสียหน้า/ความรู้สึก นั่นก็อีกเรื่อง..
แต่ถ้าตัดสินกันแค่เรื่องไม่ยอมจ่ายค่าอาหารให้เพื่อนแฟน ผมว่ายังเรียกว่า Red Flag ไม่ได้
GMO เป็นสิ่งที่งี่เง่าที่สุดที่ NGO ต้านเลย สังคมมนุษย์โตมากับการปรับปรุงสายพันธุ์มาตลอด ทั้งพืช หมา แมว วัว หมู ไก่ ปลา ทำให้คนพ้นจากความอดยาก ยากจน อยู่ดีๆเรามีเทคใหม่มา เราก็ต้อต้านมันซ่ะงั้น
ปีนี้เป็นปีที่แม่งเอาทุกเม็ด ปวดหัวกับมันมาตั้งแต่ต้นปี หิวยอดกันยิ่งกว่าเซลล์ขายของ รายจ่ายให้คิดแต่เหมา อยากได้มากกว่านี้จดบ.เอา เรียบร้อยเลยปีนี้400kแจ้งยอดทีแทบเป็นลม
เริ่มจาก
1.ทุกคนที่มีรายได้ ทุกอาชีพ ต้องเข้าระบบหมด
2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม
จาก 7% เป็น 10% สินค้าทุกอย่างแพงขึ้น 3% อาหาร น้ำดื่ม น้ำมัน
3.ภาษีขายของออนไลน์มีหัก ณ ที่ จ่าย 2% หักจาก แพลตฟอร์มเลย
อันนี้หักจากยอดของราคาสินค้า
4.ภาษีเงินปันผล 10% ปกติ หัก 10% จบ ต่อไปไม่จบ จะเอาไปคิดเป็นรายได้แล้วคิดแบบภาษีก้าวหน้า 😱 ซึ่งปลายปีอาจจะเสียอีกกกก
5.ทุกร้านค้าต้องออกบิลใบกำกับภาษีแบบอิเลคโทรนิคทุกร้าน ย้ำทุกร้าน แผงลอยก้อต้องออก 😱
6.คนขายลอตเตอรี่ทุกคนต้องออกใบเสร็จด้วย
7. ยกเลิกการยกเว้นภาษีมูลคาาเพิ่มของธุรกิจที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้าน คือต่อไปเก็บตั้งแต่ 1 บาทแรกเลย คนทำธุรกิจเล็กๆ ลำบากตายเลยยย
8. สายเทรดทอง ทุกชนิด ทองแท่ง ทองจริง ทองกระดาษ โดนหมด เสียภาษีหมด
9. ภาษีจากฐานทรัพย์สิน ใครมีที่ดินว่างเปล่า จะจ่ายมากขึ้นแต่ยังไม่รู้เท่าไร
10, ลดเพดานภาษีบ้านหลังแรก ปกติ บ้านหลังละ 1-50 ล้าน ไม่ต้องเสียภาษี ต่อไปจะลดลงมา 10-20 ล้าน ก้อต้องเสียภาษี
11. แก้ไขภาษีมรดก แต่ยังไม่บอกเท่าไรยังไง แต่ที่รู้แน่นอนคือจำนวนวัน จากเดิม หลังจากรับมรดกมา150 ถึงจะชำระได้ แต่ต่อไปให้ชำระภายใน 150 วันตั้งแต่เจ้าของมรดกเสียชีวิต
12.ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ เครื่องบิน 1000 บาท เรือ รถไฟ 500 บาท แล้วคนออกไปทำงานนอกประเทศ ทำไงอะ
อันนี้แค่เบื้องต้นที่มีข้อมูลนะ 😱😱😱
#ภาษีระบบใหม่
Dradrada retweeted
ร้านผมเพิ่งเปิดได้ 12 วัน ก็โดนรีวิวหนึ่งดาวแล้วครับ
ผมเปิดร้านกาแฟได้แค่สิบสองวัน ก็โดนรีวิวหนึ่งดาวแล้วครับ
ลูกค้าคนนั้นเขียนว่า “ร้านนี้เงียบมาก เงียบจนไม่กล้าจาม ถ้าจะมานั่งคุยกับเพื่อน แนะนำไปร้านอื่น”
ผมนั่งอ่านอยู่หลังเคาน์เตอร์ตั้งนาน ตอนนั้นในร้านก็ไม่มีลูกค้าสักคน เลยยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่
ก่อนเปิดร้านผมคิดภาพไว้หมดแล้วนะ ว่าตอนเย็นจะมีคนมานั่งคุยกัน มีเสียงหัวเราะ มีคนมาประจำจนจำเมนูกันได้ สุดท้ายเปิดมาครึ่งเดือน เสียงที่ได้ยินบ่อยสุดคือเสียงตู้เย็นตัด
แม่โทรมาถามว่าวันนี้ขายดีไหม ผมบอกยังไม่ค่อยดี
แกถามอีกว่า “เปิดเพลงบ้างหรือเปล่า ร้านกาแฟเขาต้องมีเพลงสิ”
ผมบอกเปิดแล้วแม่ แต่ลำโพงมันเสีย เปิดดังหน่อยเสียงแตก แกก็เลยบอกเอาของที่บ้านมาใช้ก่อน
ผมลากลำโพงเก่าไปตั้งวันรุ่งขึ้น เปิดเพลงยุคเก้าศูนย์ตามที่แม่ชอบ ตอนสายมีลูกค้าผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา สั่งอเมริกาโนแล้วเปิดคอมทำงาน
ไม่ถึงสิบนาทีแกเดินมาถามว่า “พี่คะ ลดเสียงได้ไหม หนูต้องอ่านงาน”
ผมก็ลด
อีกพักหนึ่งแกมาอีก “ขอเบากว่านี้นิดหนึ่งได้ไหมคะ”
สุดท้ายผมปิดเลยครับ
แกยิ้ม บอก “ขอบคุณมากค่ะ” แล้วนั่งต่ออีกสามชั่วโมง
ตอนแกกลับผมยังนึกเลยว่า อย่างน้อยวันนี้มีลูกค้าคนหนึ่งที่ชอบร้านเงียบ ๆ ของผม
สองวันต่อมาอยู่ ๆ มีนักศึกษามาสี่คน สั่งน้ำคนละแก้วแล้วแยกย้ายไปนั่งคนละมุม ทุกคนมีคอมกับหูฟัง ไม่มีใครคุยกันเลย
วันถัดมามาอีกหกคน
พอวันเสาร์ เก้าอี้แทบไม่พอ
ผมงงมากว่ารู้จักร้านจากไหน เพราะไม่ได้ซื้อโฆษณา ไม่ได้ทำโปรโมชันอะไรด้วยซ้ำ
เลยลองถามน้องคนหนึ่ง เขาหยิบโทรศัพท์ให้ดู เป็นรูปรีวิวหนึ่งดาวของผมนั่นแหละครับ มีคนแคปไปลงกลุ่มนักศึกษา แล้วเขียนแคปชันว่า
“เจอแล้ว ร้านที่ไม่ต้องคุยกับใคร”
ใต้โพสต์มีคนตอบกันเต็มเลย บางคนบอกจะมาทำรายงาน บางคนบอกจะมานั่งอ่านหนังสือ มีคนหนึ่งพิมพ์ว่า “ขอให้เจ้าของร้านรักษาความเงียบนี้ไว้ด้วย”
ผมอ่านแล้วก็ขำ คือผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้านแนวนี้เลย ลำโพงมันเสียเฉย ๆ
แต่ลูกค้าเริ่มมาจริง ๆ ผมก็เลยลองจัดโต๊ะใหม่ เอาปลั๊กพ่วงไปไว้ตรงผนัง ซื้อโคมไฟมาเพิ่มสองดวง แล้วเขียนป้ายตัวเล็ก ๆ ว่า “คุยกันได้ครับ แต่อย่าเพิ่งตะโกน”
ถึงตอนนี้ร้านผมเริ่มมีลูกค้าประจำ บางคนเจอกันแทบทุกวันแต่ไม่เคยคุยกัน จนวันหนึ่งฝนตกหนัก น้ำไหลเข้าตรงประตู น้องที่นั่งทำงานอยู่ลุกมาช่วยผมยกพรม อีกโต๊ะช่วยขยับเก้าอี้ มีคนเอาทิชชูมาเช็ดพื้น
วันนั้นผมเพิ่งได้ยินเสียงทุกคนในร้านพร้อมกันเป็นครั้งแรก
อาทิตย์ก่อนมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา มองรอบร้านแล้วหัวเราะ บอกว่า “โห คนเยอะกว่าเดิมมากเลยนะพี่”
ผมจำหน้าไม่ได้ เขาเลยบอกว่าเคยมาช่วงร้านเปิดใหม่ วันที่ทั้งร้านมีแค่เขากับผม
ผมเริ่มคุ้น ๆ
เขาพูดต่อ “รีวิวหนึ่งดาวนั่นผมเขียนเองครับ”
ผมนี่วางผ้าเช็ดแก้วเลย
เขาบอกว่าวันนั้นพาเพื่อนมาคุยงาน แล้วพอร้านเงียบมาก ทุกคำที่พูดเหมือนดังไปทั้งร้าน เขาเกร็งจนคุยไม่ออก เลยหงุดหงิดไปหน่อย
เขาขอโทษแล้วบอกว่าจะกลับไปแก้คะแนนให้
ผมบอก “แก้เถอะพี่ หนึ่งดาวมันดูไม่ค่อยดี”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหน้ารีวิว แล้วนิ่งไปพักหนึ่ง
ก่อนจะถามว่า “ถ้าผมแก้เป็นห้าดาว คนจะยิ่งมาเยอะไหม”
ผมบอกไม่รู้เหมือนกัน
เขามองโต๊ะที่แน่นเกือบทั้งร้าน แล้วพูดว่า
“งั้นพี่ช่วยหาที่นั่งให้ผมก่อน เดี๋ยวผมค่อยแก้”
ตอนนี้รีวิวเขาเป็นห้าดาวแล้วครับ แต่ข้อความยังเหมือนเดิมทุกคำ
“ร้านนี้เงียบมาก เงียบจนไม่กล้าจาม ถ้าจะมานั่งคุยกับเพื่อน แนะนำไปร้านอื่น”
แค่เติมท้ายไปว่า “แต่ถ้าอยากนั่งเงียบ ๆ ร้านนี้ดีจริง”
ส่วนลำโพงเก่าที่แม่ให้มา ผมยังวางไว้หลังเคาน์เตอร์เหมือนเดิม
ไม่ได้เปิดหรอกครับ
เมื่อวานแม่แวะมาเห็นคนเต็มร้าน แกดีใจใหญ่ ถามว่าทำไมทุกคนนั่งเงียบกันหมด
ผมบอกไม่รู้เหมือนกันแม่ แต่วันนี้กาแฟหมดตั้งแต่บ่ายสามแล้ว
แม่เลยยิ้มแล้วกระซิบว่า “งั้นเอาลำโพงกลับบ้านก็ได้เนอะ”
ผมบอก “พูดปกติก็ได้แม่ ไม่มีใครห้าม”
ปรากฏว่าทุกโต๊ะหันมามองพร้อมกันอีกแล้วครับ
ถ้ามีคนรีวิวร้านกาแฟว่า ‘เงียบเกินไป’ สำหรับคุณนี่คือข้อเสียหรือข้อดีครับ? ☕
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
เรื่องราวจากชีวิตประจำวันของใครบางคน ที่อะไร ๆ ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
ฝากกดติดตามกันไว้ แล้วมาเจอกับเรื่องเล่าใหม่ ๆ กันทุกวัน ประมาณหนึ่งทุ่มนะครับ




































