
ʕっ•ᴥ•ʔっ♡ ˢᵘᵖᵖᵒʳᵗ ᵏᵃᵖ #thainex #pondphuwin #Permpoon #บกพพ #สยามถัดไป #Ziyu ꙳ ʕㅡ̆̈ʔ “ถ้าเปิดใจแล้วจริงๆให้กอดผมได้เหมือนที่กอดเปอร์” ᵇᵘˢ ⁱˢ ¹² :pppfam)
Joined November 2022
- Tweets177K
- Following2.9K
- Followers500
- Likes217K
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
ประโยคนี้เศร้ามาก
อาจจะเป็นเพราะเราไม่ใช่เด็ก ๆ ที่รอให้พ่อแม่กลับมาบ้านเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่กลายเป็นพ่อแม่ต่างหาก ที่กำลังรอให้เรากลับมาบ้านอยู่
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
ตอนอยู่มหาลัยเรียนอินเตอร์ 90%มีแบรนด์เนมหมด เราถือถุงผ้า ตอนนั้นไม่มีเงินจริงๆ และพ่อแม่ก็ไม่ซื้อให้ เพราะไม่เห็นความจำเป็น ตอนนี้ทำงาน มีเงินของตัวเองแล้ว ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ซื้อกระเป๋าใบละ 5-6หมื่น แต่พอโตขึ้นอีกรู้สึกว่า ไม่จำเป็นเลย อยากเอาเงินไปลงทุนมากกว่า บวกกับเพื่อนๆที่คบอยู่ปัจจุบันก็ฐานะดี แต่ไม่มีใครใช้แบรนด์เนม นี่ก็เลิกใช้ละ ซื้อตามไอจีใบละ 3-4 พัน ใช้ได้เหมือนกัน
women to women ฉบับทำตามง่ายและทำให้ชีวิตดีขึ้นแน่นอนอย่างน้อย 1% ทุกๆวัน💌⭐️💘
- ออกกำลังกาย ยิ่งการเล่นเวท ดีทั้งกับหุ่น สรีระ ผิว การขับถ่าย สุขภาพจิต
- การนอนและการกินสำคัญกว่าทุกสกินแคร์ นอนให้พอ ลดหวาน ยังไงผิวก็สวย
- รักษาความสะอาด อาบน้ำสระผมใช้ไหมขัดฟันคือ set zero เรื่องกลิ่นไปในตัวและช่วยเรื่องสิว ผิว ความมั่นใจ
- ขยันมาส์กหน้าไปเถอะ วันเว้นวันหรือทุกวัน ไม่เสียใจแน่นอน
- ดูแลผม เพราะยิ่งโตผมยิ่งดูแลยาก บาง และร่วง แนะนำให้หันมาบำรุงรากผมมากกว่าปลายผม จากใจคนผมเคยพัง ผมสวย = สวยขึ้น 80%
- มีเงินหรือรายได้เป็นของตัวเองดีที่สุดจริงๆ
- กันแดดสำคัญกว่าที่คิด อย่าขี้เกียจทาเด็ดขาด
- อาหารผิวที่สำคัญพอๆกับคอลลาเจนคือ astaxanthin ถ้าย้อนกลับไปได้จะเริ่มกินตั้งแต่อายุ 20
- งานผิวก่อนลงเมคอัพและการ prep ผิวสำคัญกว่ารองพื้นที่เลือกอีก เพราะถ้าผิวดีลงแค่คอนซิลเลอร์ก็รอด
- clean make up หรือการแต่งให้จืดลง เด่นแค่ 1 อย่างบนหน้า ทำให้ดูเด็กลง (สำหรับโมคือเห็นชัดมาก และคนรอบข้างก็ทักจริงๆ)
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
ค่านิยมในสังคมไทยที่อยากให้หมดไปได้แล้ว
- เรียนสายศิลป์ = ไม่ฉลาด
- ไม่มีบ้านรถ ไม่ได้แต่งงานมีลูก 30 = ล้มเหลว
- ทำงานบริการ = ไม่มีเกียรติ
- อยู่ก่อนแต่ง = ถูกมองไม่ดี, ใจแตก
- เรียนมหาลัยไม่ดัง = ไม่เก่ง
- ไม่ผอม ไม่ขาว = ไม่สวย
- หลังแต่งงาน = ชายเป็นใหญ่ เมียห้ามทำงานให้เลี้ยงลูกอยู่บ้าน
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
ทำไมถึงไม่ควรแกะตุ่ม MPOX
- ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
- แผลเป็นลึกกว่าเดิม
- เชื้อในตุ่ม มีโอกาสไปโดนผิวส่วนอื่น
- ถ้าป้ายไปโดนตา กระจกตาอักเสบ เสียการมองเห็นถาวร
- มีโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นมากขึ้น
#ฝีดาษลิง
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
Indonesia beus here for @thaichayanon #THAIchayanon ❣️❣️❣️❣️
I'm beyond proud of u @thaichayanon #THAIchayanon
for ur first acting debut at GDH, you did SUCH an amazing job. Like, WOW???
once again, congrats for ur film debut thai! ❣️ Indonesia beus always love and proud of youuuu 🩷🩷🩷
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
สิ่งนี้น่ารักมาก ๆ บังเอิญเจอแฟนคลับ เผลอสบตา 3 วิ มั่นใจว่าเป็นแฟนคลับเลยทวิตตามหา แล้วแฟนคลับคนนี้ทำคาเฟ่ด้วย พี่ลีน่าก็สัญญาว่าจะมา แล้วแวะมาอุดหนุนจริง ๆ ฮือแก น่ารักมากอะ 🥺🤲🏻
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
อันนี้จริงนะ ส่วนตัวคิดว่า มูเตลูที่ทรงพลังที่สุดคือการ “มูตัวเอง” นี่แหละ
ปรับมายด์เซต ดูแลตัวเองให้ดี พูดจาดี ไม่เก็บเรื่องแย่ๆ มาให้รกสมองมาคิดมาก เลิกโฟกัสชีวิตคนอื่นแล้วหันกลับมารักตัวเอง ปล่อยวางเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ สมองมันโล่งขึ้นเยอะจริงๆ
พอข้างในไม่เครียด เรื่องดีๆ กับความโชคดีมันก็วิ่งเข้ามาหาง่ายขึ้นตามธรรมชาติเลย ✨🌿
🚨 ฝีดาษลิง (mpox) ในไทยระบาดพุ่ง 400+ รายแล้ว!
ไม่ได้ติดแค่จาก พสพ. แต่สารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย ก็เสี่ยง! บางคนไม่มีตุ่มขึ้น มีแค่ไข้+ต่อมน้ำเหลืองโต
⚠️ ระวังและดูแลตัวเองด่วน:
• ใช้ชักโครกสาธารณะ/BTS/MRT เช็ดแอลกอฮอล์ก่อนนั่ง
• เข้ายิม/ฟิตเนส เช็ดอุปกรณ์ก่อน-หลังใช้เสมอ
• กินข้าวต้องใช้ช้อนกลาง
• เลี่ยงที่แออัด & สัมผัสใกล้ชิด (Skin to skin)
พกสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวกันด้วยนะคะ! 🧴✨ #ฝีดาษลิง #mpox #เตือนภัย
โตขึ้นถึงรู้ว่า...
การประหยัดไม่ได้น่าอาย
1. ใส่เสื้อซ้ำ ไม่ได้แปลว่า จน
2. กินข้าวบ้าน ไม่ได้แปลว่า งก
3. ใช้มือถือเก่า ไม่ได้แปลว่า ไม่มีเงิน
4. ชื่อของถูก ไม่ได้แปลว่า ไม่มีรสนิยม
5. ไม่อวดเงิน ไม่ได้แปลว่า ไม่มีเงิน
6. ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ไม่ได้แปลว่า ไม่ประสบความสำเร็จ
7. ใช้ชีวิตให้มีเงินเหลือ ไม่ใช่ใช้เงินเพื่อให้โครชื่นชม
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
พร้อมคับ
#BSCUNFILTERxPERMPOON #BSCxPERMPOON #BSCUNFILTER #BSCBLOODORANGESERUM #เซรั่มส้มสีเลือด #BSCCosmetology #PERMPOON
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
พรข้อสุดท้ายที่จะขอก่อนสิ้นปีนี้
"ขอให้ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
หลุดพ้นจากสิงที่ทำให้ทุกข์ใจและกล้าตัดทุกสิ่งที่ทำให้เสียใจ"
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
เรียนจบมา 7 ปี เข้าใจจริงๆ ทุกบรรทัดในนี้ถูกต้องทุกอย่าง
เวลาพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในไทย เรามักนึกถึงภาพคนรวยมีเงินเรียนพิเศษ คนจนไม่มี
แต่ความจริงคือ ต่อให้คุณเป็นเด็กธรรมดาที่กัดฟันสู้จนสอบติดคณะท็อป มหาลัยท็อปได้สำเร็จ คุณก็ยังต้องไปชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นชื่อว่า Crony Capitalism (ทุนนิยมพวกพ้อง) อยู่ดี
ด่านแรกที่ตัดกำลังคนธรรมดาตั้งแต่ในรั้วมหาลัย ไม่ใช่ความโง่ แต่เป็นต้นทุนของการห้ามพลาด
ขณะที่คนจำนวนมากต้องเรียนไปอย่างห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งค่าครองชีพ หนี้ทางบ้าน และความหวังของครอบครัว จนพลังชีวิตครึ่งหนึ่งหมดไปกับการประคองตัวไม่ให้ร่วง คนที่มีทุนเดิมสามารถใช้ชีวิตมหาลัยเพื่อค้นหาตัวเอง ลองผิดลองถูก สร้างพอร์ต และสร้างเครือข่ายได้เต็มที่
ยิ่งในประเทศที่ธุรกิจจะโตได้ต้องอิงแอบอำนาจรัฐ มิตรภาพในรั้วสถาบันการศึกษาจึงไม่ใช่แค่การมีเพื่อนเก่งๆ แต่มันคือการเชื่อมสายสัมพันธ์ล่วงหน้าระหว่างว่าที่ผู้คุมกฎ กับ ว่าที่เจ้าของสัมปทานรุ่นต่อไป
พอถึงวันรับปริญญา แม้จะเรียนจบวันเดียวกัน ใส่ครุยเหมือนกัน คนกลุ่มหนึ่งจึงได้แค่ "ใบเบิกทางไปขายแรงงาน" ส่วนอีกกลุ่มได้ "พาร์ตเนอร์ไปแบ่งเค้กประเทศ"
และวินาทีที่ก้าวพ้นรั้วมหาลัย สนามสอบซึ่งเป็นสนามจำลองที่ดูแฟร์ที่สุดเท่าที่ประเทศนี้พอจะมีให้ ก็ได้จบลงแล้ว
ระบบความสามารถนิยม (Meritocracy) ที่รัฐหลอกให้เราเชื่อมาตลอดวัยเรียนว่า "คะแนนสูงชนะ คะแนนต่ำแพ้" ใช้ไม่ได้อีกต่อไปในระบบเศรษฐกิจจริง เพราะตลาดใหญ่ของประเทศนี้ไม่ได้แข่งกันอย่างเสรี แต่ถูกล็อกไว้ด้วยโควตา ใบอนุญาต และอภิสิทธิ์ในมือคนไม่กี่ตระกูล
ในโครงสร้างแบบนี้ ลูกหลานชนชั้นนำไม่ได้ชนะเพราะเก่งกว่าในแง่ความรู้ความสามารถ แต่ชนะเพราะเขามีทั้งฟูกหนาให้ล้มได้ไม่จำกัด มีนามสกุลเปิดประตูดีลใหญ่ และมีตลาดที่รัฐช่วยกั้นคู่แข่งรายย่อยออกให้เสร็จสรรพ
ส่วนคนเก่งที่ถีบตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ แทบไม่มีพื้นที่ให้ตั้งตัวมาสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดที่ระบบเหลือไว้ให้ คือการยอมเป็นอะไหล่พรีเมียม ป้อนเข้าสู่อาณาจักรของคนกลุ่มแรก
สุภาษิตคำสอนเรื่องความขยันที่ว่า "ขยันวันนี้ สบายวันหน้า" หรือ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" จึงฟังแล้วชวนขมปร่าในคอขึ้นทุกวัน
ไม่ใช่เพราะความพยายามไม่มีค่า แต่เพราะระบอบทุนนิยมพวกพ้องจงใจกดราคาของความสามารถ ให้ต่ำกว่าราคาของเส้นสายและทุนผูกขาดเสมอ
ถ้าไม่รื้อกติกาเศรษฐกิจข้างบน ต่อให้เด็กไทยขยันจนตายคากองหนังสือ ช่องว่างนี้ก็ไม่มีวันแคบลง
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
เวลาพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในไทย เรามักนึกถึงภาพคนรวยมีเงินเรียนพิเศษ คนจนไม่มี
แต่ความจริงคือ ต่อให้คุณเป็นเด็กธรรมดาที่กัดฟันสู้จนสอบติดคณะท็อป มหาลัยท็อปได้สำเร็จ คุณก็ยังต้องไปชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นชื่อว่า Crony Capitalism (ทุนนิยมพวกพ้อง) อยู่ดี
ด่านแรกที่ตัดกำลังคนธรรมดาตั้งแต่ในรั้วมหาลัย ไม่ใช่ความโง่ แต่เป็นต้นทุนของการห้ามพลาด
ขณะที่คนจำนวนมากต้องเรียนไปอย่างห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งค่าครองชีพ หนี้ทางบ้าน และความหวังของครอบครัว จนพลังชีวิตครึ่งหนึ่งหมดไปกับการประคองตัวไม่ให้ร่วง คนที่มีทุนเดิมสามารถใช้ชีวิตมหาลัยเพื่อค้นหาตัวเอง ลองผิดลองถูก สร้างพอร์ต และสร้างเครือข่ายได้เต็มที่
ยิ่งในประเทศที่ธุรกิจจะโตได้ต้องอิงแอบอำนาจรัฐ มิตรภาพในรั้วสถาบันการศึกษาจึงไม่ใช่แค่การมีเพื่อนเก่งๆ แต่มันคือการเชื่อมสายสัมพันธ์ล่วงหน้าระหว่างว่าที่ผู้คุมกฎ กับ ว่าที่เจ้าของสัมปทานรุ่นต่อไป
พอถึงวันรับปริญญา แม้จะเรียนจบวันเดียวกัน ใส่ครุยเหมือนกัน คนกลุ่มหนึ่งจึงได้แค่ "ใบเบิกทางไปขายแรงงาน" ส่วนอีกกลุ่มได้ "พาร์ตเนอร์ไปแบ่งเค้กประเทศ"
และวินาทีที่ก้าวพ้นรั้วมหาลัย สนามสอบซึ่งเป็นสนามจำลองที่ดูแฟร์ที่สุดเท่าที่ประเทศนี้พอจะมีให้ ก็ได้จบลงแล้ว
ระบบความสามารถนิยม (Meritocracy) ที่รัฐหลอกให้เราเชื่อมาตลอดวัยเรียนว่า "คะแนนสูงชนะ คะแนนต่ำแพ้" ใช้ไม่ได้อีกต่อไปในระบบเศรษฐกิจจริง เพราะตลาดใหญ่ของประเทศนี้ไม่ได้แข่งกันอย่างเสรี แต่ถูกล็อกไว้ด้วยโควตา ใบอนุญาต และอภิสิทธิ์ในมือคนไม่กี่ตระกูล
ในโครงสร้างแบบนี้ ลูกหลานชนชั้นนำไม่ได้ชนะเพราะเก่งกว่าในแง่ความรู้ความสามารถ แต่ชนะเพราะเขามีทั้งฟูกหนาให้ล้มได้ไม่จำกัด มีนามสกุลเปิดประตูดีลใหญ่ และมีตลาดที่รัฐช่วยกั้นคู่แข่งรายย่อยออกให้เสร็จสรรพ
ส่วนคนเก่งที่ถีบตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ แทบไม่มีพื้นที่ให้ตั้งตัวมาสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดที่ระบบเหลือไว้ให้ คือการยอมเป็นอะไหล่พรีเมียม ป้อนเข้าสู่อาณาจักรของคนกลุ่มแรก
สุภาษิตคำสอนเรื่องความขยันที่ว่า "ขยันวันนี้ สบายวันหน้า" หรือ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" จึงฟังแล้วชวนขมปร่าในคอขึ้นทุกวัน
ไม่ใช่เพราะความพยายามไม่มีค่า แต่เพราะระบอบทุนนิยมพวกพ้องจงใจกดราคาของความสามารถ ให้ต่ำกว่าราคาของเส้นสายและทุนผูกขาดเสมอ
ถ้าไม่รื้อกติกาเศรษฐกิจข้างบน ต่อให้เด็กไทยขยันจนตายคากองหนังสือ ช่องว่างนี้ก็ไม่มีวันแคบลง
⏳3 years until 2030. How can we accelerate progress towards quality education for all?
UNESCO led an #SDG4session at ESCAP's East and North-East Asia Multi-Stakeholder Forum to identify priority actions.
💡Regional insights will help shape #APMED7 and the 2027 global review.
มันจะไอนี่ไป🐯🐰 retweeted
ง่าาา บางวันลุงเพิ้ดก็เลี้ยง🫳🏻🫳🏻🫳🏻 เวลาท่านกับพ่อพ่อไม่อยู่ ลุงเพิ้ดรับเลี้ยงพิเพิ่มหลอคับบ น่ารัก ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ




































