ไทยตอนนี้เหมือนถังขี้เลย ทั้งสแกมเมอร์ ขยะจากโรงงานทุนจีน อิสราเอล ไหนจะรัฐบาลเหี้ยกับผู้นำโง่ กฎหมายอย่างกับควยหมา ละจะมาขึ้นภาษีอีก จีน+999999999999... ไทย-999999999999...
BaiBlue retweeted
อีกแค่ 5 วันก็จะได้เกี่ยวข้าวแล้ว แต่สุดท้ายต้องปล่อยนากว่า 70 ไร่จมน้ำไปต่อหน้าต่อตา #ฉะเชิงเทรา #เกษตรกรไทย
สงสารชาวนาจริง ๆ ลงทุนลงแรงมาตลอดฤดู พอจะได้เงินกลับถูกน้ำท่วมเสียก่อน ที่หนักกว่านั้นคือข้าวยังไม่สุกเต็มที่ จะจ้างรถมาเกี่ยวก็กลัวได้เงินไม่คุ้มค่าจ้างกับค่าน้ำมันอีก
ข่าวสามมิติรายงานเรื่องนายสมศักดิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านใน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ที่จำใจปล่อยนาข้าวทิ้ง ขณะที่อีกพื้นที่ใน อ.บางน้ำเปรี้ยว ชาวบ้านก็ยังต้องทนอยู่กับน้ำท่วมขังสีดำและกลิ่นเหม็นมานานหลายสัปดาห์
BaiBlue retweeted
มึง ช่วยกันติดตามเรื่องนี้กัน น้ำท่วมปราจีนบุรี วิกฤตแล้ว ขยะพิษปล่อยสารเคมีลงแม่น้ำ เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว รัฐบาลยังไม่ทำอะไรเลย จะอยู่กันแบบนี้จริงๆ หรือไง แย่มากจริงๆ !!!!!
#โหนกระแส
#น้ำท่วม #ปราจีนบุรี
BaiBlue retweeted
ใครเป็นคนอนุมัติต้องรับผิดชอบ
“นอกจากคนผิดลอยนวลแล้ว คนที่แจ้งเบาะแสก็เริ่มมีปัญหา เพราะมีคนมาตามว่าใครเป็นคนพูด ใครเป็นคนบอก”
.
ภาพชุดนี้เผยให้เห็นพื้นที่โล่งกว้างในจังหวัดปราจีนบุรี ที่แปรสภาพเป็นกองขยะเถื่อน ที่มีคนแอบเอาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีปนเปื้อนหนัก มาทิ้งสะสมไว้เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นภาพชินตาของชาวปราจีนฯ
.
กองกากขยะอุตสาหกรรมในลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่แห่งเดียว แต่พบได้ทั่วปราจีนบุรี เมื่อมองด้วยตาจะเห็นเศษซากสิ่งของมากมาย ทั้งเศษสายไฟป่นที่ถูกแบ่งไปแจกชาวบ้านโดนอ้างว่าเป็น ‘ดินฟรี’ กล่องทินเนอร์ ขยะจากโรงงาน ถุงมือยาง ขวดแก้วที่มีลักษณะเหมือนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในสถานพยาบาล ไปจนถึงบ่อน้ำขุ่นข้นดูอันตราย มีฟองผุดขึ้นมาเป็นระยะ และผิวน้ำมีคราบสีรุ้ง ยิ่งเมื่อฝนตกหนัก ก็ส่งกลิ่นฉุนตีเข้าจมูกจนทีมข่าวรู้สึกเวียนหัว
.
ทันทีที่ปราจีนบุรีเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ บ่อขยะบางแห่งที่อยู่บนพื้นที่สูง ก็ถูกน้ำไหลพาทุกอย่างในบริเวณนั้นลงสู่พื้นที่ต่ำ ไหลไปยังนา คลองชลประทาน ชุมชน และแม่น้ำในบริเวณใกล้เคียง
.
กลายเป็นว่าชาวบ้านในพื้นที่รอบๆ ต้องอยู่กับความไม่แน่นอน น้ำที่ใช้ ดินที่ทำกิน หรือแหล่งอาหารใกล้บ้านจะได้รับผลกระทบมากแค่ไหน และบางคนเคยเล่าว่า หลังใช้น้ำแล้วมีอาการคัน ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องรอผลตรวจเพื่อยืนยันว่า มีสารอะไรตกค้างอยู่บ้าง
.
หลายครั้งคนในพื้นเห็นความผิดปกติ และแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ แต่แหล่งข่าวของ THE STANDARD เล่าว่า พอแจ้งเบาะแสแล้วชาวบ้านกลับรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีคนมาตามถามว่า “ใครเป็นคนพูด” หรือ “ใครเป็นคนบอก” จนคนที่กำลังเดือดร้อนจากมลพิษจากกองขยะเถื่อนอยู่แล้ว ยังต้องคิดอีกว่าจะพูดเรื่องนี้ได้มากแค่ไหน
.
พอเกิดสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งทำให้ต้องย้อนกลับไปดูว่า ทำไมของเสียพวกนี้ถึงหลุดมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ได้ อีกทั้งสิ่งที่ต้องตามต่อมีทั้งการหาต้นทางของขยะ การเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง และการฟื้นฟูพื้นที่ให้คนในชุมชนกลับมาใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลกับขยะปนเปื้อนสารเคมีอันตรายที่ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่
.
📌 KEY MESSAGES ลงพื้นที่ปราจีนบุรี เพื่อตามรอย “กองขยะเหม็นพิษ ที่จับมือใครดมไม่ได้” ดูคลิปเต็มได้ทาง youtu.be/d0Ad7zyyxo8?si=rP5R…
📌 ชมรูปภาพทั้งหมดได้ที่: thestandard.co/prachinburi-i…
.
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
.
#TheStandardNews #TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร
BaiBlue retweeted
วิกฤต “อาณานิคมขยะ” เมื่อประเทศไทยกลายเป็นถังขยะโลก และความเสี่ยงจากการเปิดประตูรับมลพิษ #ขยะอิเล็กทรอนิกส์
ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในประเทศอีกต่อไป แต่ได้ทวีความรุนแรงกลายเป็นปัญหาระดับชาติและปัญหาระหว่างประเทศ เมื่อประเทศไทยถูกมองว่าเป็น “ปลายทางราคาถูก” ในการกำจัดขยะของประเทศมหาอำนาจ ขณะที่มาตรการและนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันยังคงมีช่องโหว่ที่น่ากังวล
<3 จุดเปลี่ยนจากจีน: นโยบายปี 2561 และการทะลักของขยะสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เดิมทีก่อนปี 2561 ประเทศจีนเคยเป็นศูนย์กลางการรับขยะรีไซเคิลและขยะอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ทว่าเมื่อจีนประสบปัญหามลพิษรุนแรงภายในประเทศ รัฐบาลจีนจึงได้ปฏิรูปนโยบายสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และ ประกาศแบนการนำเข้าขยะจากต่างประเทศอย่างเด็ดขาดในปี 2561
การปิดประตูของจีนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในระดับโลก เส้นทางขยะและของเสียอันตรายจึงเปลี่ยนทิศทาง ย้ายจากจีนมายังกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่มีกฎหมาย ช่องโหว่ และระบบการควบคุมที่หละหลวมกว่า นอกจากนี้ ยังตามมาด้วยปรากฏการณ์การย้ายฐานของผู้ประกอบการและโรงงานรีไซเคิลปลายน้ำ ทั้งทุนจีนและทุนชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทยเพื่อประมวลผลขยะ โดยเน้นลดต้นทุนการกำจัดมากกว่าการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จนทำให้เกิดกากมลพิษถูกแอบลักลอบทิ้งตามพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
<3 "เมื่อประเทศพัฒนาแล้วผลักภาระมลพิษสู่ประเทศกำลังพัฒนา"
ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป ต่างมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมภายในประเทศที่เข้มงวดและมีต้นทุนในการกำจัดของเสียอันตรายสูง ทำให้ขบวนการจัดการขยะเลือกวิธีง่ายๆ ด้วยการนำขยะใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนาที่มีต้นทุนต่ำกว่า แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นภาคีสมาชิกใน อนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) ที่ห้ามการผลักดันภาระด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน และมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เด็ดขาด แต่การลักลอบนำเข้าก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อน ในอดีตขยะที่ถูกจับกุมมักจะเป็นสายไฟหรือแผงวงจรขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจน แต่ปัจจุบัน ขบวนการลักลอบได้พัฒนาเป็นการ บดละเอียด หรือปะปนมากับวัตถุดิบอื่นที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีต้องห้าม ทำให้ยากต่อการตรวจสอบด้วยตาเปล่า
<3 สถิติฟ้องความจริง: ไทยคือเป้าหมายของขยะข้ามแดน
ข้อมูลจากการปฏิบัติงานของกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – สิงหาคม 2569) สะท้อนให้เห็นภาพความจริงอันน่าตกใจผ่านตัวเลขการจับกุมสินค้าต้องห้ามนำเข้า
- ของเสียอันตราย: 98 คดี | ปริมาณกว่า 6.67 ล้านกิโลกรัม | มูลค่า 170.56 ล้านบาท
- ขยะอิเล็กทรอนิกส์: 56 คดี | ปริมาณกว่า 2.61 ล้านกิโลกรัม | มูลค่า 28.69 ล้านบาท
- เศษพลาสติก: 15 คดี | ปริมาณกว่า 369,164 กิโลกรัม | มูลค่า 3.86 ล้านบาท
ตัวอย่างปฏิบัติการสำคัญ เช่น กรณีเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569 ที่กรมควบคุมมลพิษ กรมศุลกากร และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับเบาะแสจากเครือข่ายติดตามของเสียข้ามประเทศ (Basel Action Network - BAN) พบว่ามีตู้สินค้าหลายตู้ที่สำแดงเท็จว่าเป็นอะลูมิเนียม แต่ภายในกลับซุกซ่อนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และซากขยะที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วชั้นหนึ่ง
<3 ความย้อนแย้งของนโยบายรัฐ: สัญญาณอันตรายเรื่อง “เกณฑ์ขั้นต่ำ”
แม้ภาครัฐจะประกาศใช้ “ยาแรง” ผ่านการบูรณาการหลายหน่วยงานและการเพิ่มบทลงโทษข้าราชการที่ละเลยหน้าที่ แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมีประเด็นที่นักวิชาการและภาคประชาสังคม เช่น มูลนิธิบูรณะนิเวศ แสดงความกังวลอย่างยิ่ง คือแนวคิดของรัฐบาลในการกำหนด “เกณฑ์ขั้นต่ำ” ที่ยอมรับได้สำหรับการนำเข้าขยะ เพื่อพิจารณาว่าปริมาณเท่าใดที่ไม่ต้องส่งตู้คอนเทนเนอร์กลับประเทศต้นทาง
ข้อเสนอนี้ถูกมองว่าเป็นการ “เปิดประตู” ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอันตรายสามารถเล็ดลอดเข้าประเทศได้ภายใต้กรอบปริมาณที่กฎหมายยอมให้มีได้ ซึ่งสวนทางกับหลักการของอนุสัญญาระหว่างประเทศที่กำหนดให้ “ต้องห้ามนำเข้าแม้แต่ชิ้นเดียว” และอาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งสะสมมลพิษระยะยาว
บทสรุป : วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือการสำแดงเท็จทางศุลกากรเท่านั้น แต่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศของประเทศ หากภาครัฐยังคงมีช่องว่างทางนโยบายหรือพยายามประนีประนอมด้วยการตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำในการรับขยะ ประเทศไทยก็มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็น “สุสานขยะ” ของโลกอย่างถาวร
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo/?fbid=170…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
xitter.cf/tootsyreview
threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
youtube.com/@tootsyreview
tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview
BaiBlue retweeted
ถ้าทรัพยากรน้ำพัง มีสารเคมีปนเปื้อน ทุกอย่างก็พังหมดอะ น้ำลงดิน=สารเคมีตกค้างในดิน น้ำ+ดิน เป็นแหล่งสร้างอาหาร แหล่งสร้างอาชีพ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ดิ่งลงเหวอยู่แล้ว หนทางสร้างรายได้ก็มาพังเพราะรัฐบาลแม่งไม่สนใจปัญหานี้เลย เรื่องอะไรประชาชนต้องมารับกรรมวะ สารเคมีเลยนะเว้ย
BaiBlue retweeted
Fun Fact 🌏
ปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับงบประมาณกว่า 41,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.56% จากปีก่อน
น่าสนใจว่าในงบก้อนนี้ มีสัดส่วนเท่าไหร่ที่ใช้จัดการปัญหามลพิษและขยะอันตรายโดยตรง
BaiBlue retweeted
ข่าวล่าสุด !! โล่งทั้งปราจีนฯ!รองผู้ว่าแถลง น้ำสีรุ้งน้ำสีดำปลาลอยเกลื่อน ตรวจเบื้องต้นแล้วอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- ลองเอาปลามานึ่งให้ผู้ว่าแดก หรือให้รองผู้ว่าลงไปว่ายน้ำเลยครับ
BaiBlue retweeted
ทุกคนฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ คุณแม่สูญเสียลูกสาวไป คู่กรณี ขับรถชนจนเสียชีวิต ผ่านมาเป็นปีแล้ว คดียังไม่คืบหน้า คู่กรณีจ่ายแค่ 300 บาทแล้วหายไปเลย ตำรวจบอกว่าคดีสิ้นสุดแล้ว ขอให้คุณแม่ ได้รับความเป็นธรรมด้วยนะครับ !!!!!!
#โหนกระแส
BaiBlue retweeted
#ปราจีนบุรี ตอนนี้เป็นโอกาสทองของหลายๆโรงงาน อาศัยช่วงน้ำท่วมปล่อยน้ำเสียลงมาในแม่น้ำ ยิ่งช่วงนี้ปล่อยเยอะเป็นพิเศษชาวบ้านรู้ต้นตอ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เดือดร้อนกับกลิ่นที่มันเป็นมลพิษมากๆ เคยมี จนท.อบต และ จนท. อุตสาหกรรม มาดู แล้วก็เงียบหายไปตามระเบียบ ตอนนี้ก็ทนเหม็นกันหน่อยนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ขอโทษแทนทุกท่านที่อยู่ปลายน้ำครับ
Cr. ปราจีนไทม์
BaiBlue retweeted
ปราจีนบุรีเจอปัญหาอย่างหนักเลย คนปราจีนอย่าอยู่เฉย แบบนี้ใครก็อยู่ไม่ได้ ประเทศไทยแทบจะเป็นบ่อขยะโลกแล้ว น้ำล่อเลี้ยงชีวิต ถ้าแบบนี้ยังทนกันอยู่ได้ก็อันตรายกับชีวิต
พบอีกแล้ว "คราบน้ำสีรุ้ง" จ.ปราจีนบุรี ล่าสุด ในแปลงนาข้าว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ส่งกลิ่นเหม็น หวั่นปนเปื้อนสารเคมี และอันตรายต่อสุขภาพ เรียกร้องหน่วยงานเร่งตรวจสอบ
ตัวแทนเครือข่ายกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ตั้งข้อสังเกตว่า อาจปนเปื้อนสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม ไหลมากับน้ำท่วมหรือไม่
#ข่าวเที่ยง #ThaiPBS #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ
BaiBlue retweeted
เก็บซากปลาตายตกค้างในพื้นที่คลองสอง "ปทุมธานี" รวมกว่า 3 ตันแล้ว จนท.จะนำซากไปกำจัด โดยวันนี้ (17 ต.ค.2569) ปริมาณซากปลาลดลงจากเมื่อ 2 วันก่อน
#ปทุมธานี #คลองสอง #ปลาตาย #น้ำท่วม #ปลา #ข่าววันนี้ #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews
BaiBlue retweeted
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ในไทยตอนนี้มันใกล้ตัวเราและหนักกว่าที่คิดมาก
ล่าสุดมีเกษตรกรซื้อปุ๋ยแล้วเจอว่ามีการบดแผงวงจรปนมาใส่มาในปุ๋ยด้วย เลยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ลงตรวจโรงงานที่ชลบุรี ซึ่งพบแบบนี้อีก 300 กว่าตัน
ลองคิดดูว่ามีเกษตกรอีกกี่คนที่ไม่รู้และใส่ปุ๋ยพวกนี้ลงไปในอาหารที่เรากินแล้ว
BaiBlue retweeted
เริ่มมาพักใหญ่ๆแล้วนะ อยากให้คนไทยตื่นตัวกับ #ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปนดินมาเป็นปุ๋ยแจกชาวบ้าน
=======
(Repost) หายนะระบบนิเวศ : มลพิษน้ำ-ดิน สู่ “อาหารของคนไทย”
ทุกคนคงเห็นข่าวที่บอยเขียนไปวันนี้แล้วนะครับ "บุกตรวจโกดังสัญชาติจีน-ไทย นิคมพัฒนา พบกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ซุกกว่า 300 ตัน สู่ปลายทางคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี"
LINK : facebook.com/photo?fbid=1699…
จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานมากแล้วก่อนหน้านี้ (เริ่มก่อตัวในยุคพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี และยิงยาวมาถึงปัจจุบัน) แต่ไม่เป็นกระแสที่คนสนใจนัก บอยขอรวบรวมข้อมูลให้คุณเห็นอันตรายที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC กำลังพาคนไทยทั้งประเทศไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศครับ
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่สร่างซา จากรายงานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลงพื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไม่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสวี เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมในชั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานนับร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล่า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้นดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ในเขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึกกว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ขยะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่งที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ขยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสองตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมายเกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยทิ้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอันสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo.php?fbid=…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
xitter.cf/tootsyreview
threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
youtube.com/@tootsyreview
tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview
BaiBlue retweeted
วานนี้ 16 ต.ค. 69 พบคราบน้ำมันสีรุ้งในนาข้าว จ.ปราจีนบุรี อีกจุด คราวนี้อยู่ที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ชาวบ้านพบคราบลอยในร่องน้ำและแปลงนา แถมมีกลิ่นคล้ายจุดที่ อ.ศรีมโหสถ ก่อนหน้านี้กลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ตั้งข้อสงสัย อาจมีแหล่งกำเนิดจากโรงงาน แต่ยังไม่มีการยืนยัน
.
โดยวานนี้กลุ่มปราจีนเข้มแข็งลงพื้นที่สำรวจนาข้าวของชาวบ้าน ระหว่างหมู่ 1 และหมู่ 10 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังพบคราบน้ำสีดำคล้ายฟิล์มน้ำมันสะท้อนเป็นสีรุ้ง ลอยอยู่ในร่องน้ำสาธารณะ และแปลงนาของชาวบ้าน
.
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ อบต.เขาไม้แก้ว และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ร่วมตรวจสอบ โดยต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ผ่านป่ายูคาลิปตัส ซึ่งเป็นพื้นที่หากินของช้างป่า และยังพบรอยเท้าช้างขนาดใหญ่ รวมถึงพบช้างป่าตัวหนึ่งอยู่ใกล้แปลงนาก่อนเดินกลับเข้าป่า
.
นายสุนทร แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ระบุว่า คราบน้ำดังกล่าวมีกลิ่นคล้ายกับที่เคยพบในพื้นที่บ้านสระมะเขือ อำเภอศรีมโหสถ พร้อมกังวลว่าคราบที่พบในแปลงนาหลายร้อยไร่อาจกระทบต่อผลผลิตข้าวที่ส่งต่อไปถึงผู้บริโภค
.
ส่วนข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพน้ำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและประเมินผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมต่อไป
.
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
BaiBlue retweeted
ช่วยกระจายข่าวหน่อยนะคะทุกคน คุณยายน่าสงสารมากๆ เลยค่ะ ยายแกน่าจะโดนบังคับมาให้ไลพ์ หาเงิน แกโดนลูกชายด่าแล้วก็ทำร้ายร่างกายด้วยค่ะ ตีคุณยายจนหัวโนเลย
BaiBlue retweeted
อนาคตแม่น้ำ ลำคลอง เขื่อน ทะเล จะเหลือแค่ #ปลาหมอคางดำ ?
น้ำเน่า น้ำเสีย น้ำปกติ น้ำเค็ม มันอยู่ได้ทุกที่
มันกินกุ้ง กินปลา ชาวบ้านเลี้ยงไว้ขายหมดบ่อ
สัตว์น้ำธรรมชาติมันก็กินหมด ระบบนิเวศน์ก็พัง
ไม่น่าเอามันเข้ามาไทยเลยด้วยซ้ำ
#น้ําท่วม2569 #โหนกระแส #แม่ชม #น้ําท่วม






































