สวยแล้วไง? ผู้ชายต้องการความสงบมากกว่าดราม่านะครับ
Pretty? So what? Men want peace over drama.
โคตรเห็นด้วยกับคลิปต่อไปนี้ ลองฟังดูนะครับ
I totally agree with this next clip. Have a listen.
ผู้ชายที่จีบผู้หญิงหน้าตาระดับ 8, 9 หรือ 10 คะแนนติด มักเลือกผู้หญิงหน้าตาระดับ 6 หรือ 7 คะแนนมาเป็นแฟน สาว ๆ ครับ ก่อนจะโกรธกัน ผมไม่ได้จะบอกว่าผู้หญิงหน้าตา 10 คะแนนทุกคนอยู่ด้วยยาก แต่ผมกำลังจะบอกว่าหน้าตาหมดความสำคัญเร็วกว่าที่หลายคนคิด
The men who can get eights, nines, and tens often choose sixes and sevens for relationships. Now ladies, before you get mad, I am not saying by any stretch that all tens are difficult, but I am saying that looks stop mattering a lot sooner than most people think.
ความสวยทำให้ประทับใจได้สัก 15 นาที หลังจากนั้น คุณต้องสร้างชีวิตร่วมกับคนที่อยู่เบื้องหลังใบหน้านั้น
Beauty is impressive for, like, 15 minutes. After that, you're required to build a life with the human who is attached to that face.
คนหน้าตาดีบางคนได้รับสิทธิพิเศษเพราะหน้าตามาเป็นเวลานาน จนไม่เคยต้องพัฒนาคุณสมบัติที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปกันรอด ผมบอกว่าบางคนนะครับ ไม่ใช่ทุกคน ใจเย็น ๆ
Some attractive people spend so much of their life being rewarded for their looks that they never have to develop the qualities that actually make relationships work. And I said some people, not all. Relax.
ดังนั้น ยิ่งผู้ชายมีตัวเลือกมาก เขาก็ยิ่งไม่หลงไปกับความสวย เพราะเขารู้บางอย่างที่ผู้ชายทั่วไปยังไม่รู้
So the more options that a man has, the less hypnotized he becomes by beauty. Because he knows something that the average man does not yet know.
ใบหน้าสวย ๆ ไม่สามารถชดเชยดราม่า การไม่ให้เกียรติ หรือการขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ สุดท้าย คำถามก็เปลี่ยนไป
A pretty face will never compensate for drama, disrespect, emotional immaturity. So eventually the question changes.
จากคำถามว่า “เธอฮอตแค่ไหน?” กลายเป็น “เธอทำให้ชีวิตผมสงบสุขขึ้นแค่ไหน?” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้ชายบางคน ซึ่งจะคบกับใครก็ได้ ตั้งใจไม่เลือกผู้หญิงที่ผู้ชายทุกคนอยากคบ
It stops being “How hot is she?” and it becomes “How much peace does she bring into my life?” That's why some men who could date anyone purposefully don't choose the woman that every man wants.
พวกเขาเลือกผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น เพราะความรู้สึกดึงดูดใจทำให้คุณเริ่มคบกัน แต่ความสงบสุขคือสิ่งที่ทำให้คุณอยากอยู่ต่อ
They choose the woman who makes their life better. Because attraction will get you into a relationship, but peace is what makes you want to stay.
รักทุกคนครับ ไปก่อนนะครับ
I love y'all. Peace.
แน่นอนว่าผมไม่มีวันเชื่อนักการเมือง 100% สุดท้ายก็ต้องดูผลงาน แต่น่าเสียดายที่เราจะไม่มีโอกาสได้ดูผลงานของคนรุ่นใหม่ ถึงแม้คนรุ่นใหม่ชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และครั้งนี้ก็ยังมีคนเลือกมากที่สุด แต่คนเดิม ๆ ก็ยังคุมเกมอยู่เหมือนเดิมครับ
จาก #ฝรั่งเสือก คนนึงที่เคยได้อยู่ประเทศไทยกว่า 18 ปี รักประเทศไทย และอยากให้มีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นครับ
#เลือกตั้ง69 #พรรคประชาชน
เอาจริง ๆ นะครับ ตลอดช่วงอายุ 30 ผมก็ฟิตบ้าง ขี้เกียจบ้างเหมือนกัน หาข้ออ้างให้ตัวเองตลอดเลย จนกระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมคิดว่า 'พอแล้ว!' ก็เลยเริ่มจริงจังกับการออกกำลังกายและคุมอาหาร แรก ๆ ก็ท้อนะครับ แต่กัดฟันสู้มาตลอดจนถึงตอนนี้ รู้สึกเลยว่าร่างกายและจิตใจดีกว่าแต่ก่อนมาก ๆ ไม่ได้จะมาอวดนะครับ แต่อยากจะบอกว่าถ้าเรามีวินัย เราก็บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ได้แน่นอนครับ
For most of my thirties, my fitness journey was marked by inconsistency—a cycle of being in shape, falling out of it, and making excuses to justify a lack of discipline. Then, in March, I committed to a significant change. I began a regimen of consistent workouts and a disciplined diet. It has been a challenging path, but through perseverance, I've achieved a level of physical and mental well-being I've never experienced before.
My intention is not to lecture, but simply to share a personal truth: discipline is the key to unlocking your goals.
วลีทำงานประจำวัน: "Stakeholder"
วลีนี้หมายถึงบุคคลหรือกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือได้รับผลกระทบจากโครงการหรือการตัดสินใจ
ตัวอย่างเช่น “We need to update our stakeholders about the project status.”
แปลว่า “เราต้องอัพเดตผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับสถานะโครงการ”
เหมาะกับการสื่อสารหรือวางแผนที่ต้องคำนึงถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
วลีนี้มาจากคำว่า stake (ส่วนได้เสีย) และ holder (ผู้ถือ) เปรียบผู้มีสิทธิ์หรือมีความสนใจในผลลัพธ์
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Run the numbers"
วลีนี้หมายถึงการคำนวณหรือวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงิน สถิติ หรือข้อมูลต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์
ตัวอย่างเช่น “Before deciding, let’s run the numbers to see if it’s feasible.”
แปลว่า “ก่อนตัดสินใจ ให้เราคำนวณตัวเลขดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่”
เหมาะกับการเตรียมข้อมูลเชิงปริมาณก่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
วลีนี้มาจากการ “run” (ดำเนินการ) กับ “numbers” (ตัวเลข) ในแบบจำลองทางการเงินหรือสถิติ
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Elevator pitch"
วลีนี้หมายถึงการพูดสั้น ๆ กระชับ เกี่ยวกับไอเดีย สินค้า บริการ หรือโปรเจค ภายในเวลาสั้นมาก (ประมาณ 30 วินาที) เพื่อดึงดูดความสนใจและสื่อสารคุณค่าให้คนฟังเข้าใจทันที เหมาะกับการแนะนำตัวหรือเสนอไอเดียต่อผู้บริหาร นักลงทุน หรือลูกค้า เมื่อต้องเจอในเวลาจำกัด
ตัวอย่างเช่น "Could you give me your elevator pitch for this new app?"
แปลว่า “คุณช่วยสรุป Elevator pitch ของแอปใหม่ตัวนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม”
เหมาะกับการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเจอผู้มีอำนาจตัดสินใจในช่วงเวลาสั้น ๆ
วลีนี้มาจากภาพของการสมมติว่าคุณมีเวลาแค่ช่วงเดินลิฟต์ (elevator) เพื่อพูดคุยกับคนสำคัญ จึงต้องรีบสรุปให้เสร็จก่อนถึงชั้นปลายทาง จึงกลายเป็นคำเปรียบเปรยถึงการนำเสนอที่สั้นแต่ได้ใจความ
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Deep dive"
วลีนี้หมายถึงการเจาะลึก วิเคราะห์อย่างละเอียดในหัวข้อหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ไม่ใช่แค่ภาพรวม เช่น “Let’s do a deep dive into the customer feedback.”
แปลว่า “มาดำเนินการวิเคราะห์เชิงลึกในความคิดเห็นของลูกค้ากัน”
เหมาะกับการประชุมหรือการวิจัยที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกจริงจัง
วลีนี้มาจากการเปรียบเทียบกับการดำน้ำลึก (deep dive) ที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ลึกลงไปใต้ผิวน้ำ จึงถูกใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงการสำรวจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Take ownership"
วลีนี้หมายถึงการรับผิดชอบเต็มที่ต่อหน้าที่ งาน หรือผลลัพธ์ใดๆ โดยไม่โยนโทษให้ผู้อื่น
ตัวอย่างเช่น “I did most of the work on that project, so I will take ownership of any problems that come up.”
แปลว่า “ฉันทำงานส่วนใหญ่ในโครงการนั้น ดังนั้นฉันจะรับผิดชอบต่อปัญหาทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้น”
เหมาะกับการแสดงความรับผิดชอบและสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อเจอปัญหา
วลีนี้มาจากคำว่า ownership ในความหมายของความเป็นเจ้าของ เมื่อนำมาใช้กับงานจึงสื่อถึงการถือครองความรับผิดชอบเหมือนเป็นของตัวเอง
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Best practice"
วลีนี้หมายถึงวิธีการ เทคนิค หรือกระบวนการที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดและให้ผลลัพธ์ที่ดี เช่น “We should adopt best practices from industry leaders.”
แปลว่า “เราควรนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากผู้นำในอุตสาหกรรมมาใช้”
เหมาะกับการเรียนรู้จากผลงานหรือกระบวนการที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริง
วลีนี้มาจากการรวบรวมประสบการณ์และผลงานขององค์กรหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ จนได้วิธีการที่ถือเป็น “มาตรฐานที่ดีที่สุด” ให้คนอื่นนำไปใช้
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
ศัพท์ Gen Z สั้นๆ ไว้ใช้ช่วงสุดสัปดาห์นี้
Drip = ชุดหรือสไตล์ที่ดูเท่
ตัวอย่าง: “Wow! Check out your drip!” → “ว้าว ดู drip เธอสิ ชุดนี้เท่มาก”
Fire = เจ๋งมาก หรือสุดปัง
ตัวอย่าง: “Wow! Your drip is fire!” → “ว้าว drip ของเธอนี่ fire จริงๆ”
วลีทำงานประจำวัน: "Boil it down"
วลีนี้หมายถึงการ “สรุปให้กระชับ” หรือตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก เหลือแต่สาระสำคัญ เช่น "Can you boil this down to the key points for the presentation?" แปลว่า “ช่วยสรุปประเด็นสำคัญสำหรับใช้พรีเซนต์หน่อยได้ไหม” เหมาะกับเวลาที่มีข้อมูลเยอะ แล้วต้องทำให้เข้าใจง่าย
วลีนี้มาจากการต้มของเหลวให้ระเหยออก เหลือแต่น้ำข้น ๆ ที่เข้มข้นและสำคัญที่สุด — เหมือนการกลั่นสาระจากข้อมูล
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Table it"
วลีนี้ใช้เมื่อมีเรื่องที่ยังไม่พร้อมจะพูดถึงตอนนี้ และต้องการเลื่อนไปคุยทีหลัง เช่น "That’s a big topic—let’s table it for now and revisit it next week." แปลว่า “เรื่องนี้ใหญ่นะ พักไว้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันใหม่อาทิตย์หน้า” เหมาะมากเวลาในที่ประชุมต้องตัดสินใจว่าจะหยุดพูดเรื่องใดไว้ก่อน
วลีนี้มาจากการประชุมแบบทางการ ที่เอกสารหรือหัวข้อที่จะหารือจะถูก “วางบนโต๊ะ” และสามารถ “ยกออกจากโต๊ะ” เพื่อเลื่อนไปพิจารณาครั้งหน้า
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "In the weeds"
วลีนี้หมายถึงการ “จมอยู่กับรายละเอียด” จนมองไม่เห็นภาพรวม หรือรู้สึกยุ่งมากกับงานจุกจิก เช่น "I’ve been so in the weeds with reports, I didn’t notice the deadline." แปลว่า “มัวยุ่งกับรายงานจนลืมสังเกตเดดไลน์เลย” ใช้เมื่อคุณวุ่นกับงานจนละเลยสิ่งสำคัญอื่น
วลีนี้มาจากการเดินเข้าไปในพงหญ้าหรือวัชพืช ซึ่งมองทางไม่เห็น เปรียบเหมือนการจมอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Game plan"
วลีนี้หมายถึง “แผนการทำงาน” หรือ “กลยุทธ์” สำหรับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง เช่น "Before we meet the client, let’s go over our game plan." แปลว่า “ก่อนเจอลูกค้า มาทบทวนแผนของเรากันก่อน” ใช้ได้ทั้งในแผนงาน โปรเจกต์ หรือแม้แต่การนำเสนองาน
วลีนี้มาจากวงการกีฬา ที่ทีมจะต้องมี game plan หรือแผนการแข่งขัน เพื่อให้รู้ว่าใครจะทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
วลีทำงานประจำวัน: "Push back"
วลีนี้หมายถึงการไม่เห็นด้วยหรือคัดค้านบางอย่างแบบสุภาพ เช่นถ้าเจ้านายเสนอไอเดีย แล้วคุณมีเหตุผลไม่เห็นด้วย คุณอาจพูดว่า "I’d like to push back on that a bit and suggest an alternative." แปลว่า “ผมขอเสนอแย้งเล็กน้อย และอยากแนะนำแนวทางอื่น” เป็นวลีที่ใช้ในวงการทำงานเพื่อแสดงความเห็นโดยไม่ก้าวร้าว
วลีนี้มาจากภาพของการผลักหรือดันบางอย่างกลับ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านหรือแสดงจุดยืน
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
อ.อดัมโชว์ทักษะสโนว์บอร์ด ! ขอเสนอสองท่า คือ stalefish grab และ method grab นะครับ grab ในที่นี้ไม่ใช่ บริการสั่งอาหารนะ 555 แต่หมายถึงการจับกระดานนั่นเอง โดย stalefish คือการใช้มือหลังจับหลังกระดานระหว่างเท้าทั้งสอง ส่วนท่า method ต้องใช้มือหน้าจับหลังกระดานพร้อมกับงอเข่า #สโนว์บอร์ด #อาจารย์อดัม #ภาษาอังกฤษ #AjarnAdam
วลีทำงานประจำวัน: "Back to the drawing board"
วลีนี้ใช้เวลาทดลองอะไรแล้วไม่สำเร็จ และต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์อีกครั้ง เช่น "The client didn’t like the proposal, so it’s back to the drawing board." แปลว่า “ลูกค้าไม่ชอบข้อเสนอนี้ งั้นต้องกลับไปเริ่มคิดใหม่” เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องปรับแผนหรือเปลี่ยนแนวทาง
วลีนี้มาจากโลกของงานออกแบบหรือวิศวกรรม ที่เมื่อแบบเดิมใช้ไม่ได้ ก็ต้องกลับไปที่โต๊ะวาดแบบอีกครั้ง
ขอเตือนอีกครั้งว่านี่คือซีรีส์ใหม่ของผมชื่อว่า วลีทำงานประจำวัน
ผมจะมาแชร์วลีภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน วันละ 1 วลี ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้มั่นใจขึ้น
student.ajarnadam.tv













