เพราะค่าตัวสูงขึ้น ที่เมื่อก่อนวิ่งหลายงานได้เพราะค่าตัวถูก ถ้าอยากให้มีหลายงานแบบเมื่อก่อน ก็ลดค่าตัว วินวิน
ป้อน retweeted
"เอเชี่ยนเฮทมีจริง แต่ขอโทษนะ ถึงงั้นก็ไม่ใช่จุดต่ำสุดในห่วงโซ่อาหารแน่ๆ อะ"
ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละ เพราะเชื่อว่าเอเชียไม่ได้อยู่ต่ำสุด
ลองดูสิ เอเชียตอนนี้ลองเรียกร้องอะไรสักอย่างที่ไม่กระทบคนอื่นเลย เช่น "ขอโทษนะ แต่อย่านำตัวละครเอเชียไปเปลี่ยนเป็นผิวอื่นได้ไหม ถ้าคุณบอกว่าการเปลี่ยนสีผิวคือการลบตัวตน เอเชียเองก็โดนลบ โดนบิดเบือนตัวตนในสื่อมาเยอะแล้ว กรุณาไม่ทำแบบนั้นกับเราได้ไหม"
ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าโลกฟังคนเอเชียไหม หรือความจริงคือคนขาวครองโลก คนดำได้รับการรับฟัง ส่วนคนเอเชียคืออากาศที่ว่างเปล่า
วันก่อนเพิ่งเจอคนเถียงว่าถ้าเป็นเรื่องจริง เรื่องน่าจะหลุดมาตั้งนานแล้ว พนงปิดปากไม่ได้หรอก แต่พอพนงบอกต่อก็กลายเป็นปากสว่าง ชีวิต55555555555555
คือสาววายบางคนบอกว่าก็ขายจิ้นกันเองก็ต้องยอมรับผล แต่แบบ เชื่อกันจริงหรอ555555555555 คือรู้ทั้งรู้ ขายจิ้นจริง เควียเบทจริง แต่ก็ยอมสมองไหล งี้อ่อ พอผิดหวังก็มาบอกว่าขายจิ้นเอง งง แล้วเชื่ออ่ะนะ
ทำไม ฟค ส่วนมากถึงเลิกจิ้นเลิกติดตาม ศิลปินหรือดาราวายที่ทีแฟนแล้ว ?
เราคนนึงอ่ะที่ไม่ไปต่อ
การที่ ฟค บางส่วนเลิกจิ้นหรือเลิกติดตามเมื่อนักแสดงคู่จิ้นคนใดคนหนึ่งมีแฟนในชีวิตจริงไม่ใช่เรื่องผิด ดารามีแฟนก็ไม่ผิดเช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในวัฒนธรรมวงการซีรีส์วาย อาจเป็นเพราะ
1. พื้นที่ความฝันถูกทำลาย อุตสาหกรรมซีรีส์วายถูกออกแบบมาเพื่อ "ขายความฟิน" และความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ ฟค จำนวนมากเสพผลงานเพื่อหาพื้นที่ฮีลใจและสร้างความสุขผ่านจินตนาการ การที่นักแสดงมีแฟนจริงเหมือนเป็นการดึงเรากลับสู่ความจริงและทำให้จินตนาการหรือ "พื้นที่ความฝัน" นั้นพังลงไป
2. นักแสดงซีรีส์วายมักมีการออกงานคู่ การลงรูป การหยอกล้อ หรือแสดงความใกล้ชิดกันทั้งในและนอกจอ ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "ตัวละคร", "ความสัมพันธ์แบบคู่จิ้นเพื่อการทำงาน" และ "ความรู้สึกจริง" พร่ามัวลง
เมื่อมีการเปิดตัวแฟนตัวจริง แฟนคลับบางส่วนจึงรู้สึก "ถูกหลอก" ว่าสิ่งที่เห็นและคอยเอาใจช่วยมาตลอดเป็นเพียงการแสดงหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น (ซึ่งอันนี้ก็จริง)
3. โมเมนต์ความใส่ใจและความใกล้ชิดของคู่จิ้นคือสิ่งสำคัญที่สุดของแฟนคลับสายจิ้น เมื่อมี "บุคคลที่สาม" เข้ามาในชีวิตจริงของนักแสดง ฟค จะรู้สึกว่าเคมีอินเนอร์เวลาออกงานคู่เปลี่ยนไป
เกิดความเกรงใจแฟนตัวจริง ทำให้การปฏิสัมพันธ์ของคู่จิ้นดูไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเดิม ความฟินลดลง ส่งผลให้ความสนุกในการติดตามลดลงตามไปด้วย
4. แฟนคลับซีรีส์วายลงทุนสูงมาก ทั้งในแง่ของ เวลา (การปั่นเทรนด์, โหวต, ติดตาม) และ เงิน (การซื้อบัตรแฟนมีตติ้ง, สินค้าลิขสิทธิ์, โดเนท)
เมื่อรู้สึกว่าคู่ที่ตนเองทุ่มเทซัพพอร์ตไม่มีโอกาสพัฒนาในชีวิตจริงตามที่หวังไว้ จึงเลือกที่จะ "สูญเสียการลงทุน" และถอนตัวเพื่อนำพลังงานไปทุ่มเทให้คู่ใหม่ที่มีความเป็นไปได้มากกว่า
5. ความกังวลเรื่องอนาคตของงานคู่
เมื่อนักแสดงคนใดคนหนึ่งเปิดตัวแฟน มักตามมาด้วยกระแสข่าว Drama หรือความเห็นเปรียบเทียบในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจทำให้ งานคู่หรือพรีเซนเตอร์ลดลงทางค่ายต้นสังกัดเริ่มวางแผนแยกคู่เพื่อลดกระแส แฟนคลับมองเห็นจุดสิ้นสุดของคำว่าคู่จิ้น จึงเลือกที่จะเลิกจิ้นไปก่อน
แม้ว่าในปัจจุบัน แฟนคลับจำนวนมากเริ่มเปิดกว้างและแยกแยะระหว่าง "งาน" กับ "ชีวิตส่วนตัว" ของศิลปินมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหันมาซัพพอร์ตผลงานและเคมีในการแสดงเป็นหลัก พร้อมทั้งเคารพพื้นที่ส่วนตัวของนักแสดง แต่กระแสการ "เลิกจิ้น" ก็ยังคงเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของแฟนด้อมที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและความสัมพันธ์เชิงจินตนาการ
ไม่จริง เพราะนี่ก็มีเพื่อนที่ตอนแรกนั่งอยู่คนเดียว ไม่มีใครถามความเห็น ปล่อยเบลอจนเห็นได้ชัด ชั้นเริ่มชวนกินข้าว ชวนเข้างานกลุ่ม เพื่อนคนนี้นิสัยดีม้ากกกก เคยดีฟท้อคเพื่อนบอกรู้สึกนะว่าถูกมองข้าม แต่อาจจะเผลอทำไรผิดไม่รู้ตัวเลยเลือกอยู่เงียบๆ แล้วก็ขอบคุณชั้นที่รับเลี้ยงㅜㅜ
This quoted post is unavailable.
ป้อน retweeted
อีกคลิปที่หาคำอธิบายไม่ได้
ครูปลาไปเข้าห้องน้ำ น้องก็อัดคลิปพูด Eng. หน้าตาเฉย มีดุเพื่อนที่ไม่นอนด้วย อีกคลิปครูปลามาถามน้อง ว่าไปเรียน Eng.ที่ไหนใครสอน น้องก็ตอบ "พระเทพกวี" และเล่านั่นนี่มากมาย มีคำโบราณที่ไม่คุ้นหูอีกหลายคำ
พอไปเสิร์ช “พระเทพกวี” หรือในอดีตใช้คำว่า “พระเทพกระวี” เป็นราชทินนามพระราชคณะชั้นเทพในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระเถระสำคัญหลายรูปที่เคยดำรงสมณศักดิ์นี้ เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ที่เคยได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระเทพกระวี ในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2397)
มีคนลองนำคำโบราณที่น้องพูดในคลิปทั้ง “พระเทพกวี”, “เงินใบไม้” และ “กระดาษผอ” มาร้อยเรียงตามหน้าประวัติศาสตร์จริง เรื่องราวทั้งหมดนี้ระบุว่าคือเหตุการณ์ใน “ช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ถึงต้นรัชกาลที่ 4” (ระหว่างปี พ.ศ. 2380 - 2400 หรือราว 170–180 กว่าปีก่อน)
#น้องอิ๋ม
🤖 Made with AI
ไม่เคยเชื่อเลยการระลึกชาติเลย จนได้มาเจอ "น้องอิ๋ม" 💕 น้องบอกรอคอยแม่ปลามาเกิดร่วม 100 ปี ชาตินี้พอเห็นครูปลา ก็วิ่งมากอดเลย รักมากไม่อยากจากกันอีก ถามกี่ครั้ง เล่ากี่รอบก็ตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง แถมแต่ละครั้งจะมีคำโบราณที่ไม่ซ้ำกันอีก หลายคำผู้ใหญ่อย่างเรายังไม่รู้จักเลย แต่ปรากฎหลักฐานว่าเป็นคำที่คนในสมัยโบราณร่วม 100 ปีเค้าใช้กันจริงๆ #น้องอิ๋ม
ป้อน retweeted
โหหหห พอมาดูแฟนแคมแบบนี้ยิ่งอึ้งท่าเต้น ซิงค์กันมาก สมกับเป็นไอดอลค่ายเอ้ดเอม เอ้ย A2O เอาจริงๆ ตึกชมพูมันไม่ใช่แค่ค่าย แต่คือ DNA ของลีซูมาน ถึงย้ายค่ายยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ติ่งหมานนะอย่าด่าผมเลย แต่นี่ยอมรับว่าลุงก็เป็นหนึ่งในคนที่รังสรรค์ให้เคป็อบมาถึงทุกวันนี้อะ
ป้อน retweeted
อันนี้ฉันไม่ใช่แฟนคลับเขานะ แต่ไม่ค่อยเข้าใจว่า ถ้าลงรูปเดียวกันกับเพื่อนมันผิดยังไง ฉันไปเที่ยวกับเพื่อน ถ่ายๆส่งไลน์กลุ่ม ลงซ้ำกันก็มี คือมันไม่สามารถลงซ้ำได้หรอ อย่าทัวร์ลง คืออยากรู้ ตอบให้ที55555555
สรุปก็คือแฟนคลับรับได้เพราะออกมายอมรับผิดและขอโทษ อ๋อ ต้องขอโทษที่มีแฟนนี่เอง แฟนคลับถึงชอบ..
This quoted post is unavailable.
เมิง หลานกรุ 10 ขวบยังรุ้เลยว่าถ้ามีขนมแบบเดียวกันอยู่หลายชิ้นแสดงว่าเป็นของคนหลายคน นางกินชิ้นเดียวตลอด หรือถ้าอยากกินอีกก็ขออนุญาตก่อน 😔 ** 10 ขวบ **

























